ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง?

ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง

ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale

ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale

การทำเว็บทุกวันนี้เป็นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า หรือประสาบริษัทที่ไปรับงานก็คือ ถ้าเรามี Templates + Knowhow จะได้ Solutions ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั่นเอง

นึกถึงยุคที่ยังไม่มี Template เปรียบเสมือนการซื้อเสื้อที่สมัยก่อนเราต้องสั่งตัดกัน ต้องไปเลือกผ้า ไปวัดตัว และให้ช่างทำการตัดทีละตัว ซึ่งเราก็จะได้เสื้อที่ดู Fit กับเรามากที่สุด ดูดีเหมาะกับสรีระ ผมเองเคยลองตัดเสื้อเนื่องในโอกาสพิเศษมาครั้งหนึ่งที่ร้าน DULY ซึ่งมีเพื่อนผมคนนึงแนะนำ (เค้าเป็นคนที่มี “เส้นรอบวงคอ” ใหญ่มากและไม่สามารถหาเสื้อในท้องตลาดพอดีคอได้เวลาต้องผู้เน็คไทร์) ปรากฎว่าเสื้อตัวดังกล่าวราคาถึง 5000 บาทครับ

แล้วปัจจุบันใครสั่งตัดเสื้อบ้างครับ? คนส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมจ่ายแพงเพื่อเสื้อ Custom made สำหรับตนเอง หลายๆคนอาจไปเลือกซื้อเสื้อที่ Lotus ที่ผลิตเป็นจำนวนมากและแน่นอนว่ามันมีขนาดเพียงหยาบๆ คือไซท์ S M L XL XXL และเราก็ยอมรับข้อจำกัดของมันคือมันอาจจะไม่ได้ใส่ได้พอดีมาก บางคนอาจจะแขนยาวไป หรือไหล่ไม่พอดี ฯลฯ บางคนก็อาจโชคดีแต่ก็แน่นอนว่ามันก็ไม่แตกต่างกับคนอื่นเท่าไหร่

ต้นทุนของ ความอยากได้อะไรนอก template เพื่อจะได้ไม่เหมือนใคร

ทีนี้ถ้าเราอยากแตกต่างจากคนอื่นก็จะเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนครับ เช่นเราซื้อเสื้อมาตัวนึงราคา 250 บาท แต่เราบอกโลตัสว่า “ช่วยติดกระเป๋าเสื้อโดยใช้ผ้าชนิดเดียวกันจากโรงงานให้หน่อย” เสื้อตัวนี้อาจมีราคากลายเป็น 25,000 บาทในทันที เพราะโลตัสต้องติดต่อผู้ผลิต หรือคุณต้องไปติดต่อผู้ผลิตที่เป็นเป็นโรงงานให้ยอมทำ Special Process หรือยอมหยุดสายการผลิตให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญคนนึงมาติดประเป๋าให้คุณ ซึ่งคุณก็จะได้กระเป๋าเสื้อมาตรฐานโรงงานเข้ากันเป๊ะ ราคา 24,750 บาท ในขณะที่เสื้อราคา 250 เท่านั้น

แน่นอนถ้าคุณเป็นคนขายเว็บก็อาจถูกโวยวายคล้ายๆกันเช่น ” ทำไมทำโครงสร้างให้ทั้งเว็บราคาแค่ 50,000 แต่ช่วยแค่เพิ่มฟังก์ชั่น Search ภาษาไทยใน Catalog ราคากลายเป็น 500,000 หว่า” เพราะมันดูไม่สมเหตสมผลกับสิ่งที่ได้เพิ่มมา

การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน

แต่ Template บางอันก็ใช่ว่าจะถูกนะ เพราะ develope มากนานและมีขนาดใหญ่มาก การเลือกใช้เป็นการเลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็นมา Customize เช่นบางทีคุณเป็น Business ที่ไม่ต้องถึงกับต้องการความ Realtime ในการตัดสินใจแต่ไปมองหา SAP หรือเหมือนไปเลือก Template Solution การบริหารโรงแรมซึ่งทำครอบคลุมโรงแรมขนาดหลายร้อยห้องมาใช้กับโรงแรมบูติกขนาดยี่สิบห้อง ซึ่งแน่นอนว่าฟังก์ชั่นต่างๆต้องการเหมือนกันเป๊ะแต่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ

นอกจากนี้การมองว่าใช้ Template แล้วราคาจะถูกมันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณด้วยครับ เช่นถ้าคุณต้องการสร้างตลาดให้เกิดให้ได้ ต้นทุนส่วนใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่ Systems แล้ว แต่อยู่ที่การสร้าง Demand มากกว่า

ยุคของ template จึงสอนให้คุณหาความสมดุลระหว่างการ “เล็งผลเลิศ” และ การ”ปรับตัว” ทั้งนี้ขึ้นกับความคุ้มค่าใน Model Business ของคุณที่ต้องตีให้ออกครับ

แถม : review ระบบ e commerce สำเร็จรูป

Comments

  1. ต้องลองดูกัน