ของรัฐบาลหรือของส่วนตัว ? จับตาดู account @PM_Abhisit

บล็อกนี้เขียนร่วมกับ @warong ครับ โดยครั้งแรกว่าจะลง SIU แต่ด้วยมาตรฐานอันสูงส่งของ @Markpeak ที่ต้องให้ผมไปหา reference เพิ่มเติม ” ทั้งโลก ” อนิจจาอาทิตย์นี้ดันยุ่งมากพอดีเลยขอลงบล็อกตัวเองไปก่อนเลยละกันครับ >_<

เมื่อวันก่อน ผมเห็นทวิตเตอร์แอคเคาท์ของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (@PM_Abhisit) รีทวิตข้อความจำนวนหนึ่งจากแอคเคาท์พรรคประชาธิปัตย์ (@democratTH) ข้อความเหล่านั้นมีเนื้อหาประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งยังพาดพิงไปถึงพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม (พรรคเพื่อไทย) ในเชิงเปรียบเทียบด้วย

@PM_Abhisit retweet @DemocratTH เป็นชุด

@PM_Abhisit retweet @DemocratTH เป็นชุด

ทวิตเนื้อหาลักษณะนี้ของแอคเคาท์ @PM_Abhisit อาจจะดูแปลกไปบ้าง หากเปรียบเทียบกับแนวทางการทวิตที่ผ่านมา ซึ่งมักจะเป็นการประชาสัมพันธ์การทำงานของคุณอภิสิทธิ์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเสียมากกว่า ถ้าคิดด้วยอคติส่วนตัวต้องบอกว่านี่ก็ใกล้ช่วงหาเสียงอยู่มากครับ

คนที่ติดตามทวิตเตอร์ของ @PM_Abhisit มาตลอดคงจำกันได้ว่าช่วงเริ่มแรกนั้น ทวิตเตอร์แอคเคาท์นี้มีปัญหาเรื่องความชัดเจนว่าเป็นทวิตเตอร์ของคุณอภิสิทธิ์จริงหรือไม่? คุณอภิสิทธิ์ทวิตเองหรือเปล่า? ซึ่งความคลุมเครือนี้ก็ไม่ได้ถูกทำให้ชัดเจนขึ้นมา จนกระทั่งเกิดปัญหากรณีที่แอคเคาท์ @PM_Abhisit ได้ทวิตอวยพรวันเกิดและสนทนากับแอคเคาท์ของคุณทักษิณ ชินวัตร (@ThaksinLive) จนเกิดคำถามตามมาจากคนจำนวนมากว่าทวิตที่ร่วมสนทนากันเหล่านี้ คุณอภิสิทธิ์เป็นคนทวิตจริงหรือไม่?

status http://twitter.com/#!/pm_abhisit/status/2848336914 ของคุณอภิสิทธิ์

status http://twitter.com/#!/pm_abhisit/status/2848336914 ของคุณอภิสิทธิ์

อภิสิทธิ์ปัดส่งข้อความถึง”ทักษิณ”เตะบอลกระชับมิตรทูต : คมชัดลึก

จนกลายเป็นกระแสความสนใจในวงกว้าง สื่อมวลชนกระแสหลักนำเสนอเรีื่องราว และได้ข้อสรุปออกมาว่่าทวิตต่างๆ ของแอคคาท์ @PM_Abhisit นั้นเป็นฝีมืออาสาสมัครอิสระช่วยทวิตให้ ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ทวิตเอง แต่คุณอภิสิทธิ์รับรู้รับทราบการนำเสนอข้อมูลของตัวเองผ่านแอคเคาท์ @PM_Abhisit มานานพอสมควรแล้ว

ปชป.รับทีมงานอภิสิทธิ์โพสต์ทวิตเตอร์ถึงทักษิณ : คมชัดลึก

หลังจากนั้น คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็ได้แถลงข่าวว่าตัดสินใจใช้ @PM_Abhisit เป็นแอคเคาท์ทางการของคุณอภิสิทธิ์ต่อไป

บทบาทตัวบุคคลกับการทำงานในตำแหน่งหน้าที่

โดยปกติแล้วการทำงานสื่อสารประชาสัมพันธ์ในระดับการเมืองหรือที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ จะต้องมีการแยกแยะให้ชัดเจนเรื่องบทบาทสถานะของบุคคลผู้นั้น เช่นคุณอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ สวมทั้งบทบาทคุณอภิสิทธิ์ที่เป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง และบทบาทคุณอภิสิทธิ์ที่ดำรงตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อคุณอภิสิทธิ์สวมบทบาทเป็นประชาชนคนหนึ่ง ย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้ดังเช่นคนปรกติทั่วๆ ไป เช่นการสนทนาพูดคุยเล่นหัวกับผู้อื่น หรือการหาประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคพวก ดังเช่นการโฆษณาหาเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ที่คุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้านั้นย่อมไม่เป็นปัญหาอันใด แต่เพราะคุณอภิสิทธิ์ยังมีฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกด้วย เมื่อคุณอภิสิทธิ์สวมบทบาทนี้ หรือใช้ทรัพยากรในฐานะนายกรัฐมนตรี (อันหมายถึงเป็นของสาธารณะ) จำเป็นต้องระมัดระวังและเคร่งครัดที่จะไม่ใช้เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ของคุณอภิสิทธิ์เองหรือพรรคการเมืองที่คุณอภิสิทธิ์สังกัด

ดังนั้นคำถามที่น่าสนใจก็คือ: แอคเคาท์ @PM_Abhisit นั้นเป็น แอคเคาท์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย หรือ แอคเคาท์ส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ เอง ซึ่งทั้งสองแบบนี้ย่อมมีความแตกต่างกันทั้งในบทบาทและการบริหารจัดการ

เมื่อลองดูในหน้าโพรไฟล์ของแอคเคาท์ @PM_Abhisit เราจะพบคำอธิบายที่ดูกำกวมสักนิด เพราะคำอธิบายบอกว่า นี่เป็นแอคเคาท์ ทางการของนายกรัฐมนตรีของไทย

ใน Profile เขียนไว้ว่าเป็น account ของ นายกรัฐมนตรีของไทย

ใน Profile เขียนไว้ว่าเป็น account ของ นายกรัฐมนตรีของไทย

เมื่อลองเปรียบเทียบกับแอคเคาท์ของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เราจะเห็นความแตกต่างเรื่องความชัดเจนได้ดีขึ้น เพราะแอคเคาท์ของโอบามาบอกไว้ชัดว่าเป็นของ ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา

การให้รายละเอียดในแง่ลำดับ (คนที่ 44) ช่วยให้เกิดความชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แอคเคาท์ประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และง่ายต่อการรับรู้ว่าแอคเคาท์นี้เป็นแอคเคาท์ส่วนตัวของโอบามา (ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกาอยู่)

account ของโอบามาบอกว่าเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา

account ของโอบามาบอกว่าเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา

ของรัฐบาลหรือของส่วนตัว?

ความไม่ชัดเจนในบทบาทของแอคเคาท์ @PM_Abhisit ข้างต้นที่ยกตัวอย้างมายังถูกขับเน้นความไม่ชัดยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อลองดูในเว็บไซต์ทางการประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (http://www.pm.go.th) บริเวณด้านขวาล่างในกรอบด้านล่างที่ชื่อ ติดตามเรา มีการให้ข้อมูลว่า

ติดตามความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีได้ทางทวิตเตอร์ได้ที่ @PM_abhisit

เว็บไซต์ pm.go.th ดำเนินการโดยสำนักนายกฯ มีการลิงก์มาที่ @PM_Abhisit

เว็บไซต์ pm.go.th ดำเนินการโดยสำนักนายกฯ มีการลิงก์มาที่ @PM_Abhisit

การที่เว็บลงท้ายด้วย .go.th สร้างความชัดเจนว่าเป็นเว็บไซต์ของทางราชการ ( และใช้เงินภาษีของประชาชนในการสร้าง ) การแสดงข้อความว่า ติดตามความเคลื่อนไหวของ นายกรัฐมนตรี แล้วลิ้งก์มาที่ทวิตเตอร์ @PM_Abhisit ย่อมโน้มนำให้คนเข้าชมเข้าใจว่าแอคเคาท์ @PM_Abhisit เป็นทวิตเตอร์แอคเคาท์ทางการประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หากแอคเคาท์ @PM_Abhisit ไม่ใช่แอคเคาท์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เป็นแอคเคาท์ส่วนตัวคุณอภิสิทธิ์เอง การประชาสัมพันธ์เช่นนี้มีปัญหาคือ

  • อาจเป็นการใช้พื้นที่สาธารนะเพื่อประโยชน์ส่วนตัวคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หรือพรรคการเมืองที่คุณอภิสิทธิ์สังกัดอยู่)

ในเมื่อตอนนี้ แอคเคาท์ @PM_Abhisit ได้ทวิตเนื้อหาประชาสัมพันธ์พรรคประชาธิปัตย์และเริ่มพาดพิงถึงพรรคการเมืองอื่นแล้ว ผู้รับผิดชอบเว็บไซต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และคุณอภิสิทธิ์เอง ควรอธิบายความคลุมเครือนี้ต่อสาธารณชนเช่นกัน

เปรียบเทียบกับเว็บทำเนียบขาว

เราลองมาเปรียบเทียบกรณีนี้กับเว็บไซต์ทำเนียบขาว (http://whitehouse.gov) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สำนักนายกรัฐมนตรีใช้อ้างอิงเป็นแนวทางตั้งแต่ครั้งสร้างเว็บช่วยชาติ http://chuaichart.com (ซึ่งขณะนี้ได้ปิดให้บริการไปแล้ว) ดูบ้าง เนื่องจากเว็บ whitehouse.gov เป็นเว็บทางการในการทำงานของทีมงานและตัวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา น่าจะพอเทียบได้กับเว็บไซต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบ้านเรา

เว็บ whitehouse มี Social Media ที่ไม่ได้ลิงก์ไปยัง Obama และพรรคของเขาเลย

เว็บ whitehouse มี Social Media ที่ไม่ได้ลิงก์ไปยัง Obama และพรรคของเขาเลย

อย่างแรกสุด เราจะเห็นได้ว่า ในหน้ารายละเอียดของ ประธานาธิบดีโอบาม่า ไม่มี การล้ิงก์ไปยัง Social Media ส่วนตัวของโอบามาแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในฐานะประธานาธิบดีเท่านั้น

ส่วนทวิตเตอร์แอคเคาท์ที่ปรากฏในเว็บไซต์ทำเนียบขาวลงไว้ ก็คือ @whitehouse ซึ่งชัดเจนในแง่บทบาทมาก

นอกจากนั้น เว็บไซต์ทำเนียบขาวยังมีพื้นที่สำหรับให้ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและการบริหารจัดการ นอกจากนั้นมีหน้าแสดง ทำเนียบประธานาธิบดีทุกคนในอดีต ไม่จำกัดว่าในขณะนั้นผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะมาจากพรรคการเมืองใด

เว็บไซต์ whitehouse.gov มีหน้าแสดงทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในอดีต

เว็บไซต์ whitehouse.gov มีหน้าแสดงทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในอดีต

หากลองเปรียบเทียบกับเว็บไซต์นายกรัฐมนตรี เราจะเห็นได้ไม่ยากว่าข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ เกือบทั้งหมดอิงอยู่กับตัวคุณอภิสิทธิ์ โดยไม่มีที่สำหรับความรู้อื่นๆของนายกรัฐมนตรีในอดีต แต่อย่างไรก็ตาม อาจไม่มีนโยบายในการพัฒนาหรือไม่มีเวลาเพียงพอก็เป็นได้

นอกจากนั้น เราจะพบข้อเปรียบเทียบที่น่าสนใจ คือโอบามาเองก็มีเว็บไซต์ส่วนตัวของเขา (http://www.barackobama.com) และในขณะนี้ก็ดูจะเตรียมพร้อมรับแคมเปญเลือกตั้งของเขาแล้ว เว็บไซต์ส่วนตัวของโอบามาได้รับการออกแบบด้วยดีไซน์รับกับยุคสมัย ดูสวยงามและได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่แพ้เว็บทำเนียบขาว

ในขณะที่คุณอภิสิทธิ์เองก็มีเว็บไซต์ส่วนตัวเช่นเดียวกัน (http://abhisit.org) แต่เพียงเข้าไปดู เราก็จะเห็นได้ว่าความเอาใจใส่ต่อการพัฒนาและการบริหารนั้นต่างจากเว็บประจำตำแหน่งนายกอย่างมาก ( เช่นการพบจุดบกพร่องประเภทแสดงผลด้วยแบบตัวอักษรที่อ่านไม่ออก ที่หน้าแรก )

เว็บไซต์ส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ด้อยความเอาใจใส่อย่างเห็นได้ชัด

เว็บไซต์ส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ด้อยความเอาใจใส่อย่างเห็นได้ชัด

น่าเสียดายที่เว็บไซต์ที่ชัดเจนในบทบาทว่าเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ ที่ผู้ชื่นชมและแฟนๆ คุณอภิสิทธิ์น่าจะเข้ามารับข้อมูลเกี่ยวกับคุณอภิสิทธิได้อย่างเปิดกว้างมาก และแทบไม่มีข้อจำกัด กลับไม่ไ่ด้รับการเหลียวแลหรือประชาสัมพันธ์จากทีมงานคุณอภิสิทธิ์เท่าที่ควร

สาเหตที่ผู้เขียนเปรียบเทียบกับโอบาม่าเพราะเมื่อครั้งแรกที่ทางทีมงานได้รับงานเว็บช่วยชาติ.com ทีมงานได้รับโจทย์จากคุณกอร์ปศักดิ์ว่าให้ยึดรูปแบบคล้ายเว็บ whitehouse.gov ซึ่งหลังจากเว็บช่วยชาติเปิดตัว ทั้งเว็บ factreport.go.th และ pm.go.th นั้นก็ได้ใช้รูปแบบการออกแบบที่คล้ายกันเช่นกัน และมีแนวคิดที่คล้ายกันพอสมควรครับ

บทสรุป: พื้นที่ออนไลน์และความชัดเจนเรื่องตำแหน่งบทบาท

ทรัพยากรในโลกออนไลน์ในฐานะสมบัติสาธารณะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ และคงเช่นเดียวกับบรรดาสิ่งเกิดใหม่่ทั้งหลายที่อาจจะยังไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน ดังเช่นทรัพยากรกายภาพในแบบที่เราคุ้นเคย

หากลองสำรวจตัวอย่างอื่นๆ ให้กว้างไปจากเดิม ในเว็บของกระทรวงการคลัง เราจะพบส่วนประชาสัมพันธ์ Social media ไปยังแอคเคาท์ @PM_abhisit , เว็บไซต์ส่วนตัวของคุณกรณ์ และพรรคประชาธิปปัตย์ด้วย

ในหน้าเว็บไซต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรายังได้พบคลิปวีดีโอ ใครคนนั้น อันเป็นมิวสิควีดีโอประชาสัมพันธ์คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะปรากฏอยู่ คลิปวีดีโอนี้ออกมาในช่วงกำลังจะเข้าสู่การหาเสียงเลือกตั้ง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ตัวคลิปโฆษณาคุณอภิสิทธิืในช่วงท้าย ให้ข้อมูลแว่บหนึ่งว่าเป็นงานของสำนักนายกรัฐมนตรี อันน่าจะมาจากงบประมาณสาธารณะ ภาษีประชาชน ซึ่งควรจะใช้งานได้ในระยะเวลาพอควร โดยไม่่ผูกติดอยู่เพียงตัวคุณอภิสิทธิ์เท่านั้น

แต่คลิปวีดีโอนี้ออกมาในช่วงคุณอภิสิทธิ์กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง นั่นหมายถึงอายุใช้งานอาจจะสั้นนิดเดียวก็เป็นได้

ความพยายามแยกให้ชัดเจนระหว่างสมบัติสาธารณะกับสมบัติส่วนบุคคลเป็นหลักการหนึ่งที่เป็นพื้นฐานของความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ อันนำไปสู่เส้นทางของการต่อต้านคอร์รัปชัน ในยุคสมัยที่คนไทยกำลังตื่นตัวและให้ความสนใจกับประเด็นคอร์รัปชัน พื้นที่ใหม่อย่างโลกออนไลน์ของไทยยังปราศจากความชัดเจนที่ว่านี้ สมควรที่สาธารณะชนผู้ประกาศตัวว่ารังเกียจการคอร์รัปชันและการเอารัดเอาเปรียบ ควรให้ความสนใจประเด็นนี้ในระดับที่เหมาะสมของแต่ละท่านต่อไป โดยไม่ตั้งแง่ว่าผู้ใดกำลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่

Account @PM_Abhisit จะเป็นอย่างไรต่อไป ทางเลือกจะอยู่ในกลุ่มนี้ครับ

  1. ถ้า account นี้เป็นของรัฐบาล รัฐควรเก็บ account ไว้ใช้กับนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เช่นเปลี่ยนเป็น PM_XXXX โดยมีจำนวน follower คงเดิม
  2. รัฐบาลใหม่สร้าง Account twitter ใหม่ โดยมักจะผูกกับชื่อนายกหรือทำให้เป็นคนๆไปอย่าง Obama ( มีความเป็นไปได้สูง )
  3. คุณอภิสิทธิ์ถือเอา account นี้ไปใช้เสียเอง โดยอาจเปลี่ยนชื่อเอา PM ออก (อย่างไรก็ตาม @Abhisit มีคนใช้ไปแล้ว)
  4. คุณอภิสิทธิ์สร้าง Account ตัวเองใหม่ สำหรับใช้เป็นส่วนตัว

คุณว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปครับ :)

Comments

  1. ไอหยะ ดู MV แล้วน้ำตาไหลอีกแล้ว

    ผมเดาว่าช่วงแรงๆ เนียนๆไม่เปลี่ยนฮะ :)

  2. เพิ่งอ่าน Marketing 3.0 เกี่ยวกับ ค่านิยมขององค์กรมาเองครับ
    กรณีนี้น่าจะเข้ากับการที่องค์กรใช้ Social Media เพื่อหวังผลในการโฆษณาเท่านั้น
    ซึ่งในระยะยาวไม่ก่อให้เกิดผลดีกับองค์กรครับ

    และการดำเนินการของบริษัทที่ขัดกับ Ethics ของบริษัท ทำให้เกิดผลลบมากมาย อย่างเช่น กรณี AIG ที่เอาเงินที่รัฐบาลสหรัฐฯ ช่วยเหลือในสภาวะวิกฤตนั้น ไปแจกเป็นโบนัสให้ผู้บริหาร ทำให้เกิดกระแสต่อต้านมากมาย

    สำหรับ ปชป. ก็คงต้องดูกันต่อไปครับ :)

  3. เปรียบเทียบง่้ายๆในพรรคตัวเองก็คงจะเป็นคุณ กรณ์ ที่มีทวิตเตอร์ของตัวเองซึ่งทวิตเองตลอด
    และัยังมีทีมงานของตัวเองที่ใช้ชื่อแอคเค้าไปเลยว่า @TeamKornMOF ทวิตรายงานผลงานหรือความเคลื่อนไหว
    โดยที่ไม่จำเป็นต้องใส่คำว่าทีมงานอยู่ข้างหลังเหมือน @PM_Abhisit ซึ่งได้รับการ Verified แล้ว
    อย่างที่เรารู้ๆกัน แค่นี้ก็ไม่เหมาแล้วว่าไม่เหมาะ ไม่ควรที่ให้คนอื่นทวีตในแอคเคาน์ตัวเองที่ Verified
    อย่าง @BarakObama ก็จะมี @BarakObamaNews ไว้คอยอัพเดทข่าวสารเสมือนทีมงานเอง
    แม้กระทั่งการตั้งชื่อแอคเคาน์ก็ไม่นึกถึงอนาคตเล่นขึ้นต้นด้วย @PM ของแบบนี้ไม่คงทนถาวรน่ะคะ

    ส่วนที่เห็นแล้วขัดหูขัดตาอย่างยิ่งคือ @ThaiKhuFahและ ไทยคู่ฟ้าในเฟซบุ๊ค เทียบได้ก็คือ @whitehouse
    ถ้าพิจารณาดูแล้วแอคเคาน์ไทยคู่ฟ้าน่าจะเป็นอะไรที่คงทนถาวรเป็นของรัฐบาล
    แต่ ทีมงานที่ดูแลกลับนำเอาเรื่องของพรรคปชป.มาขยาย เอาคำพูดค่อนแคะฝ่ายตรงข้ามมาทวิต
    ที่น่าเกลียดๆคือการเอาคำอภิปรายในสภามาทวิตออกเสียด้วย กระทำตัวเยี่ยง @democratTH
    เรื่องพวกนี้ มันเป็นหน้าที่ของ @democratTH ที่จะต้องมาโต้ตอบฝ่ายตรงข้าม
    ไม่ใช่เรื่องของคนที่สวมหัวโขนเป็นรัฐบาลอยู่

  4. วิทยา says:

    โอบาม่าก็ใช้ทีมงานทวีตครับประเด็นนี้ไม่ต่างกัน

    ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นการขึ้นต้นชื่อด้วย PM_ ครับ พอพ้นตำแหน่งแล้วมันจะแปลกๆ แต่เราจะเห็นคนที่ตั้งชื่อแบบนี้อยู่มากเหมือนกันเช่นนักข่าวเนชั่นที่มักจะต่อท้ายชื่อด้วยชื่อบริษัท (เช่น @can_nw @satien_nna เป็นต้น) หากย้ายไปทำงานที่อื่นก็จะมีปัญหาเหมือนกัน

    แต่หากถามว่า @PM_abhisit เป็นของส่วนตัวหรือไม่ผมว่าเป็นของส่วนตัวครับ ตรง description ควรเปลี่ยนจาก Official twitter account of the prime minister of Thailand เป็น Official twitter account of Abhisit Vxxxxx, the 99th prime minister of Thailand อะไรทำนองนี้ครับ

    ส่วน pm.go.th น่าจะเป็นของประจำตำแหน่งครับ คนใหม่มาก็รื้อเลย

  5. ถ้า @PM_Abhisit เป็นของส่วนตัว การนำมาลิงก์ใน pm.go.th น่าจะไม่สมควรนะครับ
    และทีมงานที่ดูแลควรแสดงให้ชัดเจนว่าใช้งบประมาณของฝ่ายไหน

  6. มันควรจะแยกกันไปให้เด็ดขาด

    ทางการ ของนายก:
    * pm.go.th
    * @ThaiPM (สมมติ)
    โพสต์เรื่องหน้าที่นายกปัจจุบัน (ในฐานะผู้นำรัฐบาล ไม่ใช่ในฐานะสมาชิกพรรค)

    แล้วพวก @ThaiKuhFah ฯลฯ ก็เช่นกัน ให้มันเรื่องของคณะรัฐบาล ที่มันเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ
    อะไรที่เป็นเรื่องพรรค หรือ’เรื่องของรัฐบาล’แต่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐบาล ก็ไม่ต้องไปยุ่งให้มันรกวุ่นวาย

    ส่วนตัว:
    * abhisit.org
    * @Abhisit
    จะโพสต์อะไรก็โพสต์ไป

    ป้ายโฆษณาต่าง ๆ ก็เหมือนกัน หน้ารัฐมนตรี หน้าทหารตำรวจ โผล่มาใหญ่เหลือเกิน เอางบกลางมาใช้ประชาสัมพันธ์ส่วนตัวทั้งนั้น

  7. Bank_xavi says:

    เป็นบทความที่ดีมากครับ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรบนโลกออนไลน์ได้

    ส่วนของชื่อทวิตเตอร์ของ pm_abhisit จะเป็นไปยังไงหลังยุบสภาหรือหลังได้รัฐบาลใหม่ ในกรณีที่มาร์คไม่ได้เป็นนายกแล้ว ก็ควรเอาลิงค์ที่เชื่อมกับเว็บ pm.in.th ออกครับ และไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับ a/c pm_abhisit เลย ก็ให้แกใช้เป็นของส่วนตัวไป ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อเอา pm ออกก็ได้ครับ

    เพราะปกติเราเรียกอดีตนายก ว่าท่านนายก xxx อยู่แล้ว การติดยศ pm ไปก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร และไม่ใช่เรื่องที่ไม่เหมาะสมด้วย ต่อให้สมมุติว่าประเทศเราไม่เรียกอดีตนายกว่า ท่านนายก xxx แล้ว จะใช้ชื่อ pm นำหน้า a/c ก็คงไม่ต้องไปแคร์อะไรมาก เป็นแค่บนโลกออนไลน์

    เกิดตั้งแง่มาก เดี๋ยวมาร์คบอกนะครับว่า pm ย่อมาจาก P’Mark 😛

  8. Bank_xavi says:

    เพิ่มเติมเรื่องการเรียกอดีตนายกนะครับ
    ผมไม่แน่ใจนะว่าธรรมเนียมจริงๆ แล้วเวลาทางการเราเรียกอดีตนายก โดยมียศ นายกนำหน้าหรือป่าว

    แต่ผมได้ยินคำนี้ติดหูมาก นายกทักษิณ 😛 นายกชวน นายกอนันท์

    แต่ไม่เคยได้ยิน นายกเปรม แฮะ

  9. เข้ามาแซว says:

    คุณอภิสิทธิ์น่าจะใช้ @PM_Abhisit ต่อไปได้ หลังไม่ได้เป็นนายก

    เพราะ PM ไม่ได้ย่อมาจาก Prime Minister
    แต่ย่อมาจาก Podium Man (หรือ Podium Master)

Trackbacks

  1. […] ความเดิมจากบล็อก ของรัฐบาลหรือของส่วนตัว ? จับตาดู accoun… […]