โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก

Geek นั้นความหมายตาม wikipedia คือบุคคลที่เก่งอย่างมากและรู้ลึกซึ้งแบบไม่น่าเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องๆ Geek มีความต่างจาก Nerd ตรงที่ Geek จะทำงานให้สำเร็จและเป็นชิ้นเป็นอันได้

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
จำนวน follower ต่อความสัมพันธ์ด้านสังคมของผู้ใช้ twitter

Geek Tragedy : จุดจบ ,โศกนาฏกรรม

ใน Hollywood นั้น เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่หลายๆคนเป็น Nerd (เช่น Superman, spider man , ปาร์แมน ?!? ) เพราะต้องการเปรียบเทียบความ”ไม่ได้เรื่องของตัวจริงกับบทบาท super hero และพระเอกจำเป็นในหนังหลายเรื่องของ Hollywood ก็เป็น Geek ในด้านต่างๆ เช่นหนังที่มีศาสตราจารย์ทั้งหลาย หรือ อมาเกดอน ที่เป็น geek ในด้านการขุดเจาะ และ ผู้ช่วยพระเอกหลายๆเรื่องก็เป็น Geek เช่นกันอย่าง die hard 4.0 

อันที่จริงความเป็นGeekในแง่มุมHollywoodนั้นสร้างความประทับใจให้คนธรรมดาเป็นอย่างมาก เพราะ geek ที่เป็นพวกพระเอกก็มักนิสัยดี และที่สำคัญคือคุยรู้เรื่องอยู่แล้ว

Beauty and the Geek ลองดูซิว่าคุณหน้าตา Geek หรือเปล่า

Beauty and the Geek ลองดูซิว่าคุณหน้าตา Geek หรือเปล่า

แต่ในแง่ชีวิตประจำวันนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า Geek ดูจะมีความสามารถในการสื่อสารกับคนอื่นต่ำกว่าคนทั่วไป (ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ !) เนื่องจากเค้าได้แบ่งสมาธิไปกับการสนใจสิ่งที่ตัวเองชอบนั่นเอง และอาจเป็นไปได้ว่าจะไม่ค่อยสนใจสังคมด้วยซ้ำ ลองนึกถึงถ้าเราอยากซื้อรถซักคันเราก็อยากพบ geek รถยนต์เพื่อขอคำปรึกษา แต่ถ้าเราต้องมีชีวิตอยู่กับ geek รถยนต์คนนี้ทั้งวันจะเกิดอะไรขึ้น ! ………….

อืม ระบบกันสะเทือนแบบ double wishbone ถึงจะสู้ MacPherson strut ไม่ได้ด้านประสิทธิภาพการเกาะถนน แต่มีประเด็นเรื่องการประหยัดพื้นที่ติดตั้ง, core business ของ Lotus คือการขายความเบา, Nissan GTR คือรถที่ปฎิวัติวงการรถสปอร์ต FORD TDCi นั้นทั้งแรงและประหยัดด้วยหัวฉีดคอมมอนเรลที่มีแรงดันสูงที่สุด ยาง yokohama นั้นมีเนื้อยางนุ่มทำให้เกาะถนนดีแต่สึกเร็ว นิสสันทีน่าใหม่ช่วงล่างดีกว่าวอลโว่ ระบบเกียร์ CVT นั้นมีอัตราทดแปรผันแต่โซ่ขาดแล้วอันตราย ระบบ BA นั้นอาจทำให้ตกใจได้ Lexus LS นั้นสามารถถอยจอดเองได้ traction control มีความต่างจาก Dynamics Body control เบาะของ benz e-class รุ่นใหม่สามารถพองตัวมารับเราไม่ให้ไถลตอนเข้าโค้งได้ และสามารถดูดตดได้ด้วย frame surface เป็นการปะทะกันของรสนิยมครั้งสำคัญในประวัติศาสต์การออกแบบรถ, Audi นั้นออกแบบภายในได้ดีกว่าเบนซ์และบีเอ็ม เครื่องดีเซลปัจจุบันแรงกว่าเบนซิน เสียงเครื่องบอกเซอร์ของซูบารุนั้นเครื่องเก่ามีคาแร็กเตอร์ข้าวโพดคั่วดีกว่าเครื่องใหม่ aston martin เป็นรถที่เสียงเพราะที่สุดในโลก Porche เป็นรถสปอร์ตที่คุณภาพดีที่สุดในโลกและรุ่น Cayenne เป็นรถที่มี margin สูงที่สุดในโลก ระบบกระจายแรงบิดทำให้รถขับเคลื่อนล้อหน้าอย่าง FOCUS RS มีคุณภาพการขับดีกว่า Mitsu EVO ,รถที่ handing ดีไม่จำเป็นต้องเกาะถนนดี ระบบ V-TEC นั้นปรับองศา cam ได้ แต่ VVT-i จะปรับเวลาของการยก cam ส่วน Double vanos จะปรับความยาวท่อไอดีเพื่อเพิ่มแรงเฉื่อยในการดูดที่รอบต่ำ Turbo จะดีที่รอบสูงแต่ supercharge ดีที่รอบต่ำ Hyundai นั้นความคุ้มค่าแซงรถญี่ปุ่นไปแล้ว ฯลฯ

จ๊ากกกก โม้จิงๆ พอฟัง Geek เสร็จแล้วคุณเธอเดินไปศูนย์ก็ซื้อโตโยต้าอยู่ดี 😛

geek-flowchart จาก geekologie.com

geek-flowchart จาก geekologie.com

สมัยก่อนมนุษย์มีเรื่องให้ทำอยู่จำกัด ทำให้กลุ่มความสนใจมีน้อย ความเป็น geek นั้นจึงลุ่มลึกและได้รับการยกย่องเช่นเรื่องดนตรี คีตกวีที่เป็น geek ทั้งหลายล้วนผลิตผลงานออกมาอย่างน่าชื่นชม ในเรื่องวิชาการ เราก็ยกย่องศาสตราจารย์ในด้านต่างๆกันทั่วโลก แน่นอนว่า Geek นั้นต้องการได้รับการยอมรับเช่นกันนั่นก็คือต้องมีห่วงโซ่อุปถัมภ์กับ “สาวก”นั้นเอง

แต่ปัจจุบัน เรื่องที่เป็นกิจกรรมของมนุษย์นั้นขยายออกไปอย่างมาก ในขณะที่มนุษย์มีเวลาในโลกนี้อย่างจำกัดและไม่สามารถเรียนรู้เรื่องอะไรได้อย่างลึกซึ้ง concept การบริหารก็ขยายวงกว้างมากขึ้น (การบริหารคือการรู้ทุกเรื่องแต่ไม่ลึกเพื่อใช้บริหาร) ลองนึกว่าคุณจะไปขี่จักรยาน ถ้าคุณจะซื้ออุปกรณ์ มันก็จะมี geek ที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ที่จะอธิบายว่าตัวถังแบบ แมกนีเซียมอัลลอยด์กับไทเทเนี่ยมอัลลอยด์และคาร์บอนไฟเบอร์นั้นมีฟิลลิ่งต่างกันอย่างไร หรือคุณจะซื้อ เครื่องเสียง หรือตกปลา หรือโยนโบลลิ่ง หรือซื้อเครื่องดนตรี หรือ ตีกอล์ฟ ตีเทนนิส (พ่อผมมีไม้เทนนิสราคาหลายหมื่นที่สั่งนำเข้าจากอเมริกา ) หรือเช่าพระ ทุกอย่างก็จะมี Geek ที่รองรับแต่แน่นอนว่า Geek เหล่านี้ยังไม่ได้รับการยอมรับทางสังคมมากเหมือนสมัยก่อน ผู้คนที่สนใจก็เป็นกลุ่มที่เล็กลงและไม่ยั่งยืน คนเริ่มจำ geek ในแต่ละ categories ที่มากมายได้น้อยลงเรื่อยๆ… และ geek เหล่านี้มีแรงจูงใจน้อยลงเพราะขาดแคลนสาวกจนบางคนเลิก geek ในเวลาไม่นาน

คุณเป็น Geek ประเภทไหน : whiteafrican.com

คุณเป็น Geek ประเภทไหน : whiteafrican.com

เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์นั้นเป็นทางออกและเป็น Categories ที่ดีที่สุดของ Geek หรือไม่ ? เพราะมันพัฒนาทุกวัน แน่นอนว่าใช่ครับ แต่ Geek ด้าน Com นั้นต้องปรับตัวกันทุกวัน เพราะเทคโนโลยีที่เริ่มใหม่ๆย่อมต้องหาจุดแข็งเพื่อจะขาย และเมื่อเกิดจุดแข็งก็จะเกิด Geek เพื่อเอาไว้เป็นเครื่องมือในการบอกต่อ,บลัพเทคโนโลยีเก่า และทำให้เทคโนโลยีนั้นๆพัฒนามากขึ้น จนกระทั่ง mass ในที่สุด และเมื่อสิ่งใดเป็น mass นั่นก็คือจุดจบของ Geek ในเรื่องนั้นครับ !

Geek 2.0 ใช้ Mac หรือ PC ไม่ใช่ประเด็น : dailycupoftech.com

Geek 2.0 ใช้ Mac หรือ PC ไม่ใช่ประเด็น : dailycupoftech.com

Mac และ Geek Mac และ สาวก Mac

สิ่งที่อธิบายจุดจบของ Geek ได้ดีมากก็คือ Mac และ Geek Mac นั่นเอง เมื่อหลายปีก่อน Mac มีคนใช้น้อย มีคนที่มีความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าของ OS และ Hardware อยู่น้อย แต่บริษัทได้วางแผนในการสร้าง Geek และสาวกไว้แล้วจากการเริ่มต้นที่ Community ของ Developers ทั้งหลาย Developer ได้สัมผัสเพียงปรัชญาในการออกแบบ OS เพียงบางอย่างก็ใช้เป็นจุดแข็งในการพัฒนา Application ได้และเนื่องจากตัวเองเป็นคนเขียนจึงช่วยไม่ได้ที่จะต้องอินและโฆษณาถึงจุดเด่นต่างๆเหล่านั้นให้มากที่สุด ความเท่ของเหล่า Geek ก็เกิดขึ้น ณ ตรงนั้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ( ภายใต้การวางแผนสร้าง Evangelist (สาวก/ผู้รับใช้พระเจ้า) โดยคุณ Guy Kawasaki ) ในขณะที่ทางทีมงานทุ่มเทกับปรัชญา ทำน้อย ได้มาก ทำมาก ได้ความประทับใจ เพื่อสร้างสาวกซึ่งอาจเป็น Geek แบบที่ตื้นกว่าและเป็นเชิงอารมณ์แบบ fanclub ด้วยการออกแบบเล็กๆน้อยๆที่ทำให้คนใช้ประทับใจทำนองเดียวกับสินค้า Amway เช่น ระบบแม่เหล็กของบานพับ ระบบไฟ led จำลองคนนอนหลับ keyboard ปรับแสงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ฯลฯ และพัฒนา OS ที่ดีขึ้นมาก และแทบไม่มีไวรัสเนื่องจากปรัชญาของOS และโปรแกรมเฉพาะกิจที่จู่โจมจิตใจคนใช้อย่างผมซึ่งเป็นคนดนตรีก็ยังโดนกับ Garageband ไปเต็มๆ(มันคิดได้ไงเนี่ย) และโปรแกรม keynote ซึ่งเป็นโปรแกรมยุทธศาสตร์เพราะเป็นโอกาสที่คนใช้ Mac จะได้โชว์ออฟหน้าชั้นเรียนจนเพื่อนๆตาลุกวาว และ Terminal สำหรับเหล่า Geek และที่สำคัญ สาวกต้องมีศาสดา ซึ่ง Jobs เองทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกด้าน

แต่แล้วโฆษณา I’m a Mac, and I’m a PC ก็เกิด ดูเผินๆก็เหมือนกับคนใช้ Mac นี่เท่ดี แต่ถ้าดูลึกๆนี่คือจุดเริ่มแห่งการเข้าสู่ Mass ครับ เพราะว่าตัวแทน PC นั้นดูแล้วเป็นคน Nerd นั่นเอง แต่ Mac เป็นคนที่เท่และแน่นอนเป็นคนธรรมดาไม่ใช่ Geek ! (ประหลาดดีที่ใน Die hard 4.0 คนเดียวกันนี้แสดงเป็น Geek แฮะ )

mac-guy

เมื่อปีก่อน ผมในนามของ iSchool ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Apple Thailand อยู่บ่อยครั้งจนค่อนข้างสนิทสนมกัน ทาง Apple ได้เปรยให้ฟังถึงอัตราการเติบโตแบบ double ในไทยมาตลอดและได้บอกว่า Mac กำลังจะรุกเข้าสู่ตลาดสินค้า Life style โดย position ของการวางร้าน iStudio และ iBeat จะไปอยู่ที่ floor ของสินค้าประเภท Life style ในทุกๆห้าง แทนที่จะอยู่ในส่วนของพื้นที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า นั่นหมายถึง Mac จะกลายเป็นสินค้า Mass และ สินค้า fashion ! ต่อมาผมได้ทาบทามให้ทางตัวแทนของ apple ให้เข้าร่วมการจัด meeting ของเว็บบอร์ด freemac.net ซึ่งเป็น community ที่หนาแน่นและมี Geek Mac อยู่หลายคน แต่กลับได้รับการปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า Apple Thailand เองได้รับบทเรียนจากการเข้าร่วม community ไปแล้วมากมาย และต้องถูกคาดคั้นให้ตอบคำถามหลายอย่างที่ไม่สามารถตอบได้จนทำให้ Community ไม่พึงพอใจและไม่เข้าใจการตลาดของ Apple Thailand ในจังหวะนั้นเองผมก็ถึงบางอ้อแล้วครับว่า Geek และสาวกของ Mac นั้นไม่มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นในแง่กลไกการตลาดกับ Apple มากเหมือนสมัยก่อนแล้ว และ Apple นั้นก็ไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆเช่นคนที่ใช้ windows , คนนั่งร้านกาแฟ starbucks และกลุ่มเด็กเล็กที่ยังไม่ค่อยได้ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยการจัด activity กับโรงเรียนต่างๆมากมายในช่วงปิดเทอม ในขณะที่ Geek Apple ลดลงจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่เริ่ม mass มากขึ้นเรื่อยๆ และระบบ help ที่สมบูรณ์ และ Usability ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ (Geek นั้นไม่อินกับคำว่า”ใช้ง่าย”) รวมถึงการใช้ windows ได้ของ Mac และเรื่องก็ดำเนินต่อเนื่องมาเรื่อยๆ Geek ค่อยๆหายไป เหลือแต่สาวกที่อ่อนด้อยลง และในที่สุดก็มีบางที่ ที่ต่อต้านสาวกไปเรียบร้อยแล้ว 😛

ยังมีตัวอย่างอีกมากของการทำลาย Geek ครับ ผมเองแต่ก่อนจัดว่าเป็น Geek ดนตรีก็พอจะได้แต่พอเจอ loop สำเร็จรูปที่เล่นโดยนักดนตรีระดับโลกใน garageband นั้นความ Geek ของผมก็ไม่ค่อยจำเป็นอีกต่อไป ผมสามารถทำเพลงของวง Jetset’er และ Lipta ได้โดยไม่ต้องใช้ฝีมือที่สั่งสมมานาน (แบบทักษะของ Geek) แต่ใช้ไอเดียแทน หรือสำหรับวงการถ่ายรูปในยุคแรกๆนั้นมีแม้กระทั่งเทคนิคการเผาฟิลม์บางส่วนเพื่อให้ภาพออกมา Over เฉพาะจุด เทคนิคการวัดแสงที่ซับซ้อนที่ทำให้คนถ่ายรูปออกมาดูเท่ แต่ปัจจุบันนี้เราแทบไม่รู้จักแล้วว่า ใครถ่ายสวยกว่าใคร หรือใครมีจุดเด่นในการถ่ายรูปเฉพาะตัว คุณสงสัยหรือไม่ว่า Geek ด้านการถ่ายรูปนั้นตายไปหมดแล้วหรือ? สำหรับ CMS นั้นก็ลองเล่น wordpress ดู แล้วจะรู้ว่าทำไมไม่ค่อยมี Geek หลงไหลกับมันเท่า Drupal นั่นเพราะ wordpress ง่าย และ mass มากกว่านั่นเอง สุดท้ายด้วยเรืองในวงการรถยนต์สมัยก่อนก็ต้องมี สาวกซูบารุที่แน่นแฟ้นเพราะ ซูบารุนั้นมีเครื่องที่ boxer ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีทีมแข่งได้แช้มป์แรลลี่โลก มีจุดเล็กๆให้ Geek และสาวกได้อวดเช่นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ช่วงล่างแน่น กระจกประตูไร้ขอบ ฯลฯ แต่แน่นอนว่ารถมีคนใช้น้อยมากเพราะเน้นสมรรถนะมากกว่าอรรถประโยชน์ แต่แล้วเมื่อถึงจุดที่ซูบารุดังและขายดีก็ปรับตัวเองเป็นรถ hatchback สำหรับแม่บ้าน (แน่นอน มัน mass และขายดีขึ้นมาก) ซึ่งทำให้ถึงจุดจบของ สาวกซูบารุเช่นกัน

คุณล่ะ พร้อมจะถึงจุดจบแบบผมไหมครับ ! วัฒนธรรมความ chill ได้เข้ามาครอบงำคนรุ่นใหม่แทนแล้ว…

ปล. มีกลไกอีกหลายอย่างที่อาจจะสร้างแรงจูงใจให้ Geek ในยุคปัจจุบันได้เช่นงาน Barcamp และเมื่องานได้รับความนิยม หัวข้อเรื่องก็จะ Mass ขึ้นเรื่อยๆ และก็อาจจะไม่ใช่งานของ Geek อีกต่อไปในอนาคตเช่นกัน

โฆษณา
วงดนตรี งานแต่งงาน

Comments

  1. Geekkkkk

  2. เขียนดีมากๆ บางช่วงยังแอบมีฮา

    ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหนก็เหอะ

    คาดหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ^ ^

  3. ในโลกของ Geek จริงๆ ผมว่ามันเป็นโลกของตัวเองครับ มันคือโลกที่เรารักเราชอบ..
    ความหลงใหลและติดตามในเรื่องที่ตัวเองชอบ โดยไม่สนว่าจะมีสาวกหรือไม่

    นั่นน่ะ Geek คือ เกิดมาใจรักโคตรๆในเรื่องนั้นๆ

    Geek ที่สนใจในโลกอีกแบบที่เปลี่ยนแปลงง่าย น่าจะได้รับผลกระทบมากหน่อย
    อย่างที่คุณพัชรว่า มันก็จริงส่วนนึง เพราะโลกเปลี่ยนสิ่งที่รู้มันกลายเป็น Mass

    แต่ไม่ทั้งหมดหรอกครับ โลกของ Geek ยังมีอีกเพียบ

  4. นาธาน โอมาน says:

    ทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องสมมติครับ ถ้าเราคิดว่าสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราทำ เป็นของแท้ เราเป็นgeekชนิดนั้น ชนิดนี้ เมื่อเราเจอคนที่ไม่คิดตรงกับเรา เราก็บอกว่าเค้าไม่ใช่geekแท้.. เค้าโชว์พาว ลึกๆแล้วทุกคนยังมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่ว่าจะมี geek แท้ geekเทียม geekแบบต่างๆอีกร้อยล้าน มันล้วนเกิดมาจากการที่มนุษย์เราไปตีความ Passion ของแต่ละความชอบส่วนตัวของมนุษย์ ถ้าเรามองมันเป็นเรื่องธรรมชาติของสังคม มันเกิดขึ้น ตั้งอยูj แล้วก็ดับไป สุดท้ายเรามันก็แค่1ชีวิต บนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้หล่ะครับ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องก็นานาๆจิตตังนะครับ อย่าไปคิดมาก เมื่อเราคิดที่ตรงไหน ตรงนั้นมันก็จะพองโต ยิ่งคิดยิ่งห่างจากความเป็นจริง ธรรมะแท้จริงคือธรรมชาติครับ อยากให้ทุกคนมีความสุขครับ ไปละครับ ^^

  5. เขียนดีมากครับ ชอบอ่านแล้วเห็นภาพเลย คิดเหมือนกันว่าตัวเอง geek งานที่ตัวเองทำ แต่สุดท้ายก็เข้าใจว่ามันเป็น อัตตา ยิ่งยึดยิ่งทุกข์เพราะ ปัจจุบันต้องสู้รบกับคนที่ไม่รู็จริงมีมากจนทำให้ท้อ สุดท้ายต้องปล่อยวาง

Trackbacks

  1. […] โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก […]

  2. […] โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก […]

  3. […] โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก […]

  4. […] โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก […]

  5. […] โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก Share and […]

  6. […] This post was mentioned on Twitter by kohsija and patchara, saker. saker said: RT @iPattt: [blog] โศกนาฏกรรม ของ Geek จุดจบสาวก | พัชร http://bit.ly/cOW6AL @thaiblogawards […]

  7. […] Subaru Impreza ที่ผมเคยเขียนไว้ในเรื่อง อวสาน geek […]