19 May 2010 โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้

RT @Fringer: “สันติภาพรักษาด้วยกำลังไม่ได้ บรรลุได้ด้วยความเข้าใจเท่านั้น” – อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น ภาพจาก Boston pictures

รูปจากด้านบนนำมาจากชุดรูปข่าวที่อธิบายเหตการณ์ในวันที่ 19 พค 2553 ได้ดีที่สุด คือที่ Boston Big Pictures ครับ

ผมขออนุญาติเล่าประวัติของ โรงเรียนสอน Mac ของเราจนกระทั่งโรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งได้ถูกเผาไปนะครับ ต้องขอโทษที่รบกวนทุกท่านด้วย …

กลางปี 2007 เริ่มต้นที่สุทธิสาร

โรงเรียนนั้นตั้งมาในช่วงปี 2007 ในช่วงที่ TiGERiDEA ประสบปัญหาด้านธุรกิจพอดี ด้วยความคิดริเริ่มของเม่น อัค และผมครับ แนวคิดเกิดจากการทำงานกับ Freelance ทางด้านครีเอทีฟกันมามาก ทำให้เรารู้สึกว่าคนทำงานดีๆหายากจึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนขึ้นมาโดยมีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งจากการได้รับความชื่นชอบจาก Apple Thailand เนื่องจากเม่นและผมไปช่วยกันพรีเซ้นท์โปรแกรมของ Mac บ่อยๆนั่นเอง ในภายหลังเม่นถอนตัวไปทำ Small Valley และผมดูแลไทเกอร์ไอเดียเป็นหลักแต่ถือหุ้นโรงเรียนส่วนอัคและกิฟ(ภรรยาของอัค) เป็นผู้บริหารของโรงเรียนนี้ รายละเอียดดูที่ บล็อกเม่น

ในระยะแรก เราพยายามทำหลายอย่างทั้งการโปรโมทด้วยการทำเว็บเพียงอย่างเดียวเนื่องจากไม่มีเงินทุน เราสามคนไม่ใช่ลูกเจ้าของนักธุรกิจร่ำรวยจึงต้องพยายามใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุด เราใช้ออฟฟิศ TiGERiDEA ที่ตกแต่งไปแล้วด้วยเงินจำนวนหนึ่งย่านสุทธิสารเป็นที่ตั้งโรงเรียนก่อน พยายามดึงลูกค้ามาด้วยวิธีต่างๆ บางครั้งเราไปยืนแจกโบรชัวร์ด้วยตนเองบริเวณใต้สถานนีรถไฟฟ้า พลางมอง รปภ กับ เทศกิจไปพลาง

ปี 2008 ย้ายมาพระราม 4

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

จากนั้นจึงย้ายโรงเรียนมาที่พระราม 4 ช่วงปี 2008 พร้อมเงินลงทุนรวมกันหลักล้านบาท คิดว่าทำเลดีกว่า และตึกสวยเห็นสวนลุมชัดเจน เรามีการจัดกิจกรรมกับ patid.com (ที่ผมรู้จัก) และ freemac.net (ที่เม่นรู้จัก) เพื่อทำให้หลายๆคนที่อยู่รอบๆตัวเราเริ่มบอกต่อกันแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากเท่าไหร่เพราะ กลุ่มที่เป็นเว็บบอร์ดส่วนใหญ่เก่งคอมพิวเตอร์และนิยมเรียนด้วยตนเองมากกว่า แต่ได้ประโยชน์ทางด้าน SEO เพราะมีลิงก์คนพูดถึงมากมาย เราอยู่ที่นี่พักใหญ่นักเรียนเริ่มเข้ามาจนเริ่มมีหนี้น้อยลง เมื่อโอกาสมากขึ้นเราก็เริ่มมองหาที่ๆ prime ที่สุดในกรุงเทพ แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสถานที่สูงสุด จากเดิมที่ยังไม่มีเครดิตในการบริหารงานโรงเรียนสอนคอมพ์ ทำให้เราเริ่มมี”กำลังเครดิต” ที่จะหาเงินเพิ่มเติมได้ ถ้าถามว่าเสียดายที่เดิมก็เสียดายเงินที่ลงทุนไปและยังเป็นหนี้แต่เมื่อคำนวนคร่าวๆทาง Business พร้อมกับคำแนะนำจากเพื่อนๆที่มีโรงเรียนกันในนั้นก็ทำให้สรุปได้ว่า สยามคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำโรงเรียน

ปี 2009 สู่สยาม ทำเลที่ดีที่สุด

โรงเรียนที่สยาม

โรงเรียนที่สยาม

Slide รูปถ่ายที่โรงเรียนซึ่งอยู่ชั้น 2 อาคารโรงหนังสยามเมื่อปีก่อนขณะยังไม่เรียบร้อยดี ก่อนถูกเผาได้ปรับปรุงเพิ่มอีกมาก

ปี 2009 เราตัดสินใจมาอยู่ที่ชั้นสองของโรงหนังสยาม อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกวดวิชาหลายโรงเรียนที่ดังๆก็คือ Ondemand ,จุดเด่นของพื้นที่คือโรงหนังสยามอยู่ใกล้ทางลงของ BTS สยามมาก ลงทุนตกแต่งไปพอสมควรเนื่องจากของของเดิมเขรอะจากการเป็นร้านทำผม ซื้อ iMac รุ่นใหม่เพื่อมาซับพอร์ตการเรียนเป็นจำนวนมาก และยังมีอุปกรณ์ดนตรี พร้อมSound card พร้อมคีย์บอร์ด USB อีกหลายตัว ทำพาร์ทิชั่นแบ่งห้องให้ชัดเจนและติดแอร์ทั้งสามชั้น ทำห้องน้ำใหม่และทำเคาท์เตอร์รับแขก ลงแว็กซ์ที่พื้น ติดวอลเปเปอร์ที่ผนังทั้งหมด เดินระบบไฟและระบบส่องสว่างใหม่ ให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและบันไดหนีไฟของโรงเรียน ฯลฯ

เราลงทุนไปพอสมควร และเมื่อต้นปี สัญญาณของการชุมนุมก็ชัดเจน ผู้ชุมนุมถูกปิดกั้นจากสื่อจึงเลือกแยกราชประสงค์เพราะเป็นที่ Exposer เยอะ มีคนเห็นเยอะทั้งจากรถไฟฟ้าและตึกต่างๆ ถ้ามีทหารเข้ามาก็จะสามารถเห็นได้ก่อนจากชุมชนโดยรอบ การขยายตัวต่อเนื่องผู้ชุมนุมมาอยู่โดยรอบใต้ BTS ทำให้ผู้เรียนเดินทางมาสยามยากขึ้น ผมเองวิเคราะห์ไว้แต่แรกว่า หากเรายังคงแก้ปัญหาด้วยการเกลียดชังซึ่งกันและกัน ผลร้ายต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ความรู้สึกนี้เป็นด้วยกันหมดในผู้เป็นเจ้าของธุรกิจย่านราชประสงค์และสยาม ทำให้แต่ละคนไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้ปราบปรามผู้ชุมนุมและเลือกที่จะอยากให้หันหน้าร่วมเจรจากับรัฐบาลมากกว่า เพราะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ความหวังเริ่มจางหาย

แต่จากบรรยากาศแต่ละอย่างก็ทำให้เจ้าของธุรกิจเศร้าและท้อแท้ใจขึ้นเรื่อยๆ

ความเกลียดชังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การด่าทอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความรุนแรงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แทบทุกคนบอกว่าแกนนำเป็นต้นเหต ต้องกำจัดแกนนำ ผู้ชุมนุมโดนบังคับมา

ทุกคนกำลังสร้างผู้ก่อการร้ายที่ปราศจากคนคุมตัวจริงขึ้นมา

ในที่สุด โรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนก็ถุกเผา

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

ภาพ rt โดย @HaeOkay จาก fb ของ Muse Kesornpikul

เมื่อแกนนำประกาศมอบตัวในวันที่ 19 พค ผู้รับผิดชอบก็ไม่อยู่ ผู้ชุมนุมที่คลุ้มคลั่งและไม่มีผู้รับผิดชอบก็ปฎิบัติการเผาทั้งเมืองรวมทั้งโรงหนังสยามและโรงเรียนโดยที่รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้ หัวใจของเจ้าของกิจการหลายคนแหลกสลายจากความหวังที่ถูกทำลายทั้งๆที่มีเค้ารางสันติภาพจากการรับเจรจาโดย สมาชิกวุฒิสภาเมื่อเย็นวันที่ 18 พค ผมเองก็ประมาทเพราะเหตการณ์นี้ด้วยเช่นกัน โรงเรียนพร้อมคอมพิวเตอร์ Macintosh และอุปกรณ์จำนวนมากมอดไหม้ไปกับโรงหนังสยาม ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกแล้ว

ปัญหาต่างๆทางธุรกิจ และปัญหาสืบเนื่องด้านกฏหมายยังคงรอการแก้ไขเมื่อนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทุกคนมีสติกันเพียงพอ อัคและผมกำลังศึกษาอยู่ว่าจะเปิดใหม่ที่ใดยังไม่แน่ใจเรื่องเศรษฐกิจและสถานการณ์จะดีขึ้นเพียงไร เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ที่ต้องดิ้นรนและถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด ไม่มีใครมารับผิดชอบผลของมันแน่นอน

การกดดันด้วยการด่าและสร้างความเกลียดชัง ณ นาทีนี้ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เรามาร่วมกันลดความเกลียดและดับไฟในใจคนกันเถอะ

ผมเองไม่ได้สนับสนุนให้ละเลยคนทำผิดครับแต่อยากให้เราหันมองที่จิตใจตัวเองกันก่อนแล้วจึงค่อยออกไปมองด้านนอก ทุกคนร่วมกันแก้ไข โลกถึงจะสงบสุขลงได้

ตึกรามบ้านช่องอาจสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตคนนั้นไม่สามารถเทียบกันได้เลย ของให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกท่านจงไปสู่สุขคติด้วยเถิดครับ

ไฟที่น่าเศร้าใจที่สุด คือไฟในใจของคนไทย

สิ่งที่แย่ที่สุดคือ ทุกคนไม่พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันเลย ผู้ชุมนุมไม่ได้ดูสื่ออื่นเลย คนกรุงเทพฯก็พยายามในการเชียร์ให้รัฐบาลสลายโดยเหมือนแกล้งไม่รู้ว่าธุรกิจรอบด้านจะเสียหาย รัฐบาลก็บอกล่วงหน้าว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย (ทำให้ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ) แกนนำหลายคนที่มาจากต่างจังหวัดและไม่ใช่แกนนำสาย”นักเคลื่อนไหว”แต่เป็นแกนนำสาย”นักการเมือง”ก็ปลุกปั่นผู้ชุมนุมให้ฮึกเหิมเพื่อไม่ให้อยากกลับ แนวคิดของแกนนำสวนทางกับแนวทาง จึงสร้างสะสมความรุนแรงให้มากขึ้น คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อยากสร้างความรุนแรงก็เข้าร่วมเรื่อยๆ ( แต่ไม่สามารถก่อเหตร้ายได้เพราะแกนนำยังรับผิดชอบอยู่ ) การปิดกั้นสื่อทุกทางทำให้ ผู้ชุมนุมขยายอาณาเขตไปทางสีลม และทำให้เกิดการยั่วยุกับกลุ่มคนสีลม มีการระแวงบุกโรงพยาบาล/BTS ทำให้รัฐออกสื่อ และเกิดความเกลียดชังต่อเนื่อง มีกลุ่มม็อบหลากสีและม็อบพันธมิตรออกมาและได้ออกโทรทัศน์ ทับถมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ Timeline ของ ทวิตเตอร์และ facebook เต็มไปด้วยข้อความเสียดสี หยาบคาย ดูหมิ่น และอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นปช.ที่อยู่ต่างประเทศไม่สนใจ นปช.ในประเทศด้วยการออกสื่อและข้อความที่ล่อแหลมตลอดเวลา ฯลฯ

การเจรจาจะเกิดขึ้นหลายครั้งแต่ก็มีอุปสรรคตลอด,แกนนำยื่นข้อเสนอเพิ่มและไม่จบเรื่อง, M79 ลงคืนที่จะมีการเจรจาทุกครั้ง, นายกฯไม่รับเจรจากับผู้ก่อการร้าย, ม็อบหลากสีไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา แสดงถึงความพ่ายแพ้ทางด้านจิตใจของคนไทยและไม่เห็นใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงทุกฝ่าย

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเอ่ยปากด่าว่า

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราสะใจ

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราเสียดสีส่อเสียด

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเชื่อในสิ่งที่ได้ยินทันทีตั้งแต่ครั้งแรก

เราเติมเชื้อไฟจากการถูกชี้นำ

เราเติมเชื่อไฟเมื่อเราดูถูก

เราเติมเชื้อไฟเพราะทำเป็นไม่เห็น ไม่เข้าใจคนที่ไม่เหมือนกัน

จากการเติมเชื้อไฟเข้าไปในหัวใจเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะดับ หรือถอนออกมาด้วยสติ ไม่คิดถึงกองไฟใหญ่ที่จะเกิดขึ้นและทำร้ายความเป็นมนุษย์ ไฟที่ลุกไหม้โรงหนังสยามและ CTW ทั้งทุกๆที่ คือไฟที่ลามออกมาจากหัวใจของคนทุกคนนั่นเอง

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม iSchool อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม โรงเรียน อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้


รูปจาก RichardBarrow

ผมเองในฐานะของผู้ที่มีส่วนในการเติมเชื้อไฟอยู่ด้วยเช่นกัน และตอนนี้ก็ได้รับผลกรรมโดนไฟแผดเผาโดยตรงทั้งข้างในใจ และและยังแผดเผาถึงวัตถุภายนอกด้วย ก็หวังว่าจะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยดับไฟเหล่านี้ให้หมดไป ขอให้เถ้าถ่านของโรงหนังสยามเป็นกำแพงที่ทำให้ไฟรอบข้างได้มอดลง และสถานที่เป็นที่สุดท้ายที่ไหม้ไฟด้วยเถอะครับ

follow @ipattt

follow @ipattt

ปล.ขอบคุณ จ๋ง สำหรับการ Support
วงดนตรี งานแต่งงาน

Tags: ,
16,201 views

Leave a Reply

251 Responses to “ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้”

  1. หวังว่าจะเป็นน้ำอีกหนึ่งหยด says:

    ขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆนะค่ะ และขอนับถือน้ำใจมากๆค่ะ สิ่งนี้ก็เป็นเหมือนน้ำที่จะไปดับไฟในใจขอคนไทย และหวังว่าจะมีน้ำอีกมากๆที่จะช่วยกันดับไฟนี้

  2. EvilGenius says:

    ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ให้ผ่านพ้นมรสุมกองเพลิง(ในใจ)นี้ไปได้
    สู้ๆนะคะ

  3. Top says:

    พี่พัชร, พี่อัค, พี่กิฟท์และทุกๆ คนของ ischool

    เสียใจกับความสูญเสียและดีใจกับความเข้มแข็ง และความมีอุดมการณ์ทางความคิดของพี่ๆ นะครับ อย่าไปสนใจคนที่ด่าว่าแต่ไม่คิดถึงสิ่งโดยรวม คนที่คิดแต่จะแก้แค้นโดยไม่คิดถึงการแก้ไข (แม้คุณจะไม่ได้เป็นผู้ทำผิด แต่สังคมต้องการทุกมือในการร่วมกันแก้ไข) ยิ่งออกจากปากของคนที่เดือดร้อนเต็มๆ ยิ่งน่านับถือมากครับ

    หลังจากอ่านบาง Comment ที่แสดงถึงความไม่ Mature และไม่มีความคิด ไม่เข้าใจทำไมพวกเขาเหล่านั้นคิดและตีความว่าพี่อยู่สีนั้น สีโน้นได้ อ่านแล้วไฟในใจผมขึ้นมาว่าอยากจะตอบโต้ และแย้งแทน แต่ผมกลับไปอ่านบทความของพี่คิดว่าการตอบโต้รังแต่จะโหมไฟขึ้น สู้ๆ ครับพี่ อุดมการณ์, ความคิด และความสามารถของพวกพี่ๆจะนำพาพี่ไปถึงความสำเร็จแน่นอนครับ

    น้องท้อป CRP

  4. pooh says:

    ด้วยระดับความสูญเสียขนาดนี้ คุณยังทำใจให้อภัยกับ คนที่ผิดได้ ต้องขอยกย่องความเป็นลูกผู้ชาย และเป็นชาวพุทธที่แท้จริง

  5. O-h-m says:

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ พี่มองโลกได้ positive มาก ประทับใจมากค่ะ
    มีคนเอาลิ้งค์ไปแปะที่พันทิปก้เลยตามมาอ่าน
    อ่านๆแล้วคิดว่าเราอาจจะรู้จักกัน
    โอมเป็นรุ่นน้องพี่เม่นค่ะ
    (ตอนนั้นเป็นว้ากเกอร์ กับเปิ้ลกรุ๊ป J)
    ตอนนี้เป็นอาจารย์ด้า้นคอมพิวเตอร์อยู่ ม.เอกชนที่นึง

    ถ้าพี่หาที่สอนชั่วคราว อาจจะพอช่วยได้นะคะ
    สถานที่อาจจะห่างสยามไปหน่อย
    ลองส่งเมล์มาคุยกันได้ค่ะ

  6. Top says:

    อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเห็นด้วยกับพี่เม่นด้วย ที่ว่า

    “สนับสนุนให้หาความจริง และชำระประวัติศาสตร์นะครับ เพราะมีเรื่องที่เรายังไม่รู้มากมาย

    การให้อภัยไม่จำเป็นต้องลืม (และไม่ควรทำเป็นลืมๆๆ ปรองดองๆๆ) เพียงแต่เพิ่มความเข้าใจในแต่ละฝ่ายมากขึ้น และกล่าวหากันให้น้อยลง อ้างหลักฐานกันมากขึ้น”

    ชอบมากครับ

    ถ้าทำเป็นลืมๆๆๆ ปล่อยๆๆๆ อภัยๆๆๆ ก็รังแต่จะปล่่อยให้คนชั่วได้ใจ แต่ต้องลงโทษตามตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมู่

  7. mr-mob says:

    เสียใจด้วยครับ กับการสุญเสียที่เกิดขึ้น นะ เราจะเป็นกำลังใจให้ จากที่มงาน แก็งสามช่า ตนสู้ไฟ ราชประชา

  8. Thanya says:

    สู้ต่อไป นะคะ เป็นโรงเรียนที่ดีมาก เป็นบทความที่ดีมากบทนึงด้วย ขออนุญาตแชร์นะคะ

  9. เป็นบทเรียนที่คนไทยทั้งประเทศต้องจดจำเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ ที่คนไทยทำร้ายกันเอง ตั้งแต่เกิดมา 32 ปีไม่เคยเห็นการเมืองของประเทศไทยเป็นแบบนี้เลย อยากให้คนไทยรักกันค่ะ เราอยู่บนพื้นดินเดียวกัน กว่าจะมาเป็นไทย พี่น้องเรากี่ศตวรรษ กี่รุ่น ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทย พวกเราน่าจะรู้กันดี คนไทยเริ่มต้นจากการทำเกษตรกรรม (อาชีพ) พ่อ แม่ พี่ น้อง ของเรา คนไทยส่วนมาก ก็มาจากชาวนา ชาวสวน ชาวบ้าน หรือ คนที่ชอบพูดว่าพวกนี้ไม่มีการศึกษา แต่พวกนี้สามารถเกิดพวกเรามาเลี้ยงเราให้โต จนได้ดิบได้ดี พวกเราจะลืมบุญคุณพวกนี้ไปได้เหรอ ลองย้อนกลับมามองตัวเองดู สุดท้ายประเทศชาติได้อะไรบ้าง แทบจะไม่ได้อะไรเลย ต้องมาแก้ปัญหา ทั้งเศรษฐกิจ ฯลฯ กันอีกมากมาย ฉันซึ่งเป็นคนไทยคนหนึ่ง คงจะจดจำเรื่องราวทั้งหมดไว้เป็นบทเรียนและสอนลูกหลานต่อไป ประวัติศาสตร์ไทย

  10. ฟอง_แฟง says:

    สู้ต่อไปนะค่ะ เป็นกำใจให้ค่ะ คนล้มยังลุกขึ้นยืนได้ แต่กำลังใจที่จะสู้ต่อไปอย่าปล่อยให้หมดไปนะ
    ชีวิตเรายังต้องเดินต่อไป
    สู้ๆๆๆๆๆๆ

  11. อืมมม

    ตราบที่คนไทยเรายังแบ่งชนชั้น ทั้งการศึกษา ยังมีการดูถูก และเห็นแก่ตัว

    คงยากครับที่ ไฟในใจ จะมอดดับลงไปได้ ดีไม่ดีผมว่ามันกลับจะโหม ให้แรงขึ้นมาด้วยซ้ำ

    คงเป็นความหวังเล็กๆ แต่ก็ขอให้สมหวังครับ..

  12. admin says:

    คุณ @markpeak ส่งมาให้ดู น่าสนใจครับหนังเรื่องนี้
    http://www.siamintelligence.com/invictus-game-that-changed-nation

  13. surapon says:

    ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ผมเคยไปเรียนมา กับครูเแมนครูพัชร เสียใจด้วยครับ อ่านความรู้สึกที่ครูพัชรเขียนแล้วนับถือมากครับ ขอให้สู้ต่อไปนะครับ

  14. ปรี says:

    สู้ๆครับพี่

  15. Karaked says:

    พัชร บอล อัค สู้ๆ เป็นกำลังให้นะ และภูมิใจมากที่เืพื่อนๆสู้ กล้า และ มีกำลังใจดี พร้อมที่จะก้าวต่อไป ใช้ชีวิตได้คุ้มจริงๆเลย

  16. กอล์ฟ 79 says:

    กูก็สูญเสียตู้กาแฟ 4 ตู้ที่เซนทรัลเวิร์ลเหมือนกันหวะ แต่อย่างที่มึงบอกแหละดับไฟในใจของเราให้ได้เสียก่อนตอนนี้ไฟในใจกูยังไม่ดับเลย

  17. shoola says:

    RT @Fringer: “สันติภาพรักษาด้วยกำลังไม่ได้ บรรลุได้ด้วยความเข้าใจเท่านั้น” – อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

    ผมชอบคำนี้ ถ้าเราไม่อยู่บนความเข้าใจของแต่ล่ะฝ่ายและหาจุดลงตัวที่สุด สันติภาพก็ไม่อาจเกิดได้ การใช้กำลังไม่ได้อะไรเลย นอกจากความชิงชัง

  18. wutsbia says:

    ต้นเหตุของปัญหามิใช่เพิ่งเกิดเมื่อเสื้อแดงมาชุมนุม หากแต่ว่าปัญหาที่สะสมมาหลายปีเมื่อประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล มิไดมีความคิดที่จะแก้ปัญหาแต่ตั้งหน้าตั้งตาหาแต่ผลประโยชน์ ทำให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาของเสื้อแดงและเมื่อมีการชุมนุมจึงจุดติดอย่างง่ายดายและเมื่อรัฐบาลเอาทหารนำการเมืองเหมือนการเพิ่มเชื้อไฟเข้าไปไม่ต่างอะไรกับประเทศเกาหลีในอดีต เมื่อมันเกิดปัญหามาแล้วตอนนี้ต้องมองไปข้างหน้า นายกต้องแสดงสภาวะความเป็นผู้นำเพื่อเริ่มต้นการแก้ปัญหาอย่างจริงจังโดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ปํญหา เมื่อตั้งหลักได้แล้วจะต้องกระโดดออกมาเพื่อลดความขัดแย้งและรับผิดชอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อให้กระบวนการเดินต่อไป มิเช่นนั้นแล้วกระบวนการนี้จะดำเนินต่อไปยิ่งเรวร้ายมากขึ้น นายกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้จะไม่สามารถเดินถนนได้อย่างแน่นอน ผมคิดว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ

    • Uthai says:

      ถ้าคุณโยงเรื่องไปได้ไกลขนาดนั้น คงต้องโยงไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วล่ะ หลังจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ มาเป็นรัฐบาลทักษิณ สัญญาว่าคนจนจะหมดไป แต่ที่เราเห็นกัน คนจนหมดไปจริงๆ ที่เหลือคือคนที่เป็นหนี้ คนเป็นหนี้ทั้งประเทศ รัฐบาลสนับสนุนให้คนเป็นหนี้ เสพติดบริโภคนิยม แถมด้วยสื่อถูกซื้อ ผู้คนถูกมอมเมา เราจึงมีวันนี้ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะสื่อหลักไม่ทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความเที่ยงตรง ด้วยความจริง แต่กลับบิดเบือน แล้วยังมีสื่อชุมชนทั้งหลายเป่าหูชาวบ้านรากหญ้าทุกวัน ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมให้มากขึ้น เราจะลดไฟในใจได้อย่างไร ในเมือความจริงยังไม่ปรากฎ คนยังไม่ตาสว่าง ว่าปัญหาที่แท้จริง เกิดจากอะไร สื่อกระแสหลักยังไม่ให้ความร่วมมือ ข้อความนี้เป็นข้อความที่ดี ถ้าผู้ที่เขียนข้อความไม่ได้โปรเสื้อแดง แต่เท่าที่อ่าน ดูก็รู้ว่าผู้เขียน โปรเสื้อแดง จึงเหมือนเขียนเพื่อปลอบใจตัวเองมากกว่า ว่าที่ผ่านมา ไม่ได้ทำอะไรผิดไป ทั้งๆ ที่ได้รับผลกระทบกับตัวเองโดยตรง แต่ใจก็ยังรับไม่ได้ว่า ผลกระทบที่ตัวเองได้รับนั้นก็มาจากฝ่ายที่ตัวเองนั่นแหล่ะ สนับสนุน จริงๆแล้ว ควรจะกลับมาทบทวนดีกว่าว่า ที่ผ่านมา ตัวเองคิดหรือมองอะไรผิดไปหรือไม่ ดีกว่ามาปลอบใจตัวเองแบบนี้

      • XEW says:

        ผมว่าคุณ UThai พูดถูกทุกประการ คุณพัชรเองก็ตื่นได้แล้วนะครับ

  19. RuNG says:

    ส่งกำลังใจมาให้ด้วยนะคะ พี่พัชร พี่อัคร พี่กิ๊ฟ

    \\(^O^)//

  20. Dolly says:

    ขอเป็นกำลังใจให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ใหม่นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเลยค่า ช่วยกันกลับมาสร้างกรุงเทพเมื่อน่าอยู่ให้ได้อีกครั้งนะคะ ^^

Leave a Reply

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes