ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้

RT @Fringer: “สันติภาพรักษาด้วยกำลังไม่ได้ บรรลุได้ด้วยความเข้าใจเท่านั้น” – อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น ภาพจาก Boston pictures

รูปจากด้านบนนำมาจากชุดรูปข่าวที่อธิบายเหตการณ์ในวันที่ 19 พค 2553 ได้ดีที่สุด คือที่ Boston Big Pictures ครับ

ผมขออนุญาติเล่าประวัติของ โรงเรียนสอน Mac ของเราจนกระทั่งโรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งได้ถูกเผาไปนะครับ ต้องขอโทษที่รบกวนทุกท่านด้วย …

กลางปี 2007 เริ่มต้นที่สุทธิสาร

โรงเรียนนั้นตั้งมาในช่วงปี 2007 ในช่วงที่ TiGERiDEA ประสบปัญหาด้านธุรกิจพอดี แนวคิดเกิดจากการทำงานกับ Freelance ทางด้านครีเอทีฟกันมามาก ทำให้เรารู้สึกว่าคนทำงานดีๆหายากจึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนขึ้นมาโดยมีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งจากการได้รับความชื่นชอบจาก Apple Thailand เนื่องจากเม่นและผมไปช่วยกันพรีเซ้นท์โปรแกรมของ Mac บ่อยๆนั่นเอง ในภายหลังเม่นถอนตัวไปทำ Small Valley และผมดูแลไทเกอร์ไอเดียเป็นหลักแต่ถือหุ้นโรงเรียนส่วนอัคและกิฟ(ภรรยาของอัค) เป็นผู้บริหารของโรงเรียนนี้

ในระยะแรก เราพยายามทำหลายอย่างทั้งการโปรโมทด้วยการทำเว็บเพียงอย่างเดียวเนื่องจากไม่มีเงินทุน เราสามคนไม่ใช่ลูกเจ้าของนักธุรกิจร่ำรวยจึงต้องพยายามใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุด เราใช้ออฟฟิศ TiGERiDEA ที่ตกแต่งไปแล้วด้วยเงินจำนวนหนึ่งย่านสุทธิสารเป็นที่ตั้งโรงเรียนก่อน พยายามดึงลูกค้ามาด้วยวิธีต่างๆ บางครั้งเราไปยืนแจกโบรชัวร์ด้วยตนเองบริเวณใต้สถานนีรถไฟฟ้า พลางมอง รปภ กับ เทศกิจไปพลาง

ปี 2008 ย้ายมาพระราม 4

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

จากนั้นจึงย้ายโรงเรียนมาที่พระราม 4 ช่วงปี 2008 พร้อมเงินลงทุนรวมกันหลักล้านบาท คิดว่าทำเลดีกว่า เรามีการจัดกิจกรรมกับ patid.com (ที่ผมรู้จัก) และ freemac.net (ที่เม่นรู้จัก) เพื่อทำให้หลายๆคนที่อยู่รอบๆตัวเราเริ่มบอกต่อกันแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากเพราะ กลุ่มที่เป็นเว็บบอร์ดส่วนใหญ่เก่งคอมพิวเตอร์และนิยมเรียนด้วยตนเองมากกว่า แต่ได้ประโยชน์ทางด้าน SEO เพราะมีลิงก์คนพูดถึงมากมาย เราอยู่ที่นี่พักใหญ่ เมื่อโอกาสมากขึ้นเราก็เริ่มมองหาที่ๆ prime ที่สุดในกรุงเทพ แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสถานที่สูงสุด จากเดิมที่ยังไม่มีเครดิตในการบริหารงานโรงเรียนสอนคอมพ์ ทำให้เราเริ่มมี”กำลังเครดิต” ที่จะหาเงินเพิ่มเติมได้ ถ้าถามว่าเสียดายที่เดิมก็เสียดายเงินที่ลงทุนไปและยังเป็นหนี้แต่เมื่อคำนวนคร่าวๆทาง Business พร้อมกับคำแนะนำจากเพื่อนๆที่มีโรงเรียนกันในนั้นก็ทำให้สรุปได้ว่า สยามคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำโรงเรียน

ปี 2009 สู่สยาม ทำเลที่ดีที่สุด

โรงเรียนที่สยาม

โรงเรียนที่สยาม

Slide รูปถ่ายที่โรงเรียนซึ่งอยู่ชั้น 2 อาคารโรงหนังสยามเมื่อปีก่อนขณะยังไม่เรียบร้อยดี ก่อนถูกเผาได้ปรับปรุงเพิ่มอีกมาก

ปี 2009 เราตัดสินใจมาอยู่ที่ชั้นสองของโรงหนังสยาม อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกวดวิชาหลายโรงเรียนที่ดังๆก็คือ Ondemand ,จุดเด่นของพื้นที่คือโรงหนังสยามอยู่ใกล้ทางลงของ BTS สยามมาก ลงทุนตกแต่งไปพอสมควรเนื่องจากของของเดิมเขรอะจากการเป็นร้านทำผม ซื้อ iMac รุ่นใหม่เพื่อมาซับพอร์ตการเรียนเป็นจำนวนมาก และยังมีอุปกรณ์ดนตรี พร้อมSound card พร้อมคีย์บอร์ด USB อีกหลายตัว ทำพาร์ทิชั่นแบ่งห้องให้ชัดเจนและติดแอร์ทั้งสามชั้น ทำห้องน้ำใหม่และทำเคาท์เตอร์รับแขก ลงแว็กซ์ที่พื้น ติดวอลเปเปอร์ที่ผนังทั้งหมด เดินระบบไฟและระบบส่องสว่างใหม่ ให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและบันไดหนีไฟของโรงเรียน ฯลฯ

เราลงทุนไปพอสมควร และเมื่อต้นปี สัญญาณของการชุมนุมก็ชัดเจน ผู้ชุมนุมถูกปิดกั้นจากสื่อจึงเลือกแยกราชประสงค์เพราะเป็นที่ Exposer เยอะ มีคนเห็นเยอะทั้งจากรถไฟฟ้าและตึกต่างๆ ถ้ามีทหารเข้ามาก็จะสามารถเห็นได้ก่อนจากชุมชนโดยรอบ การขยายตัวต่อเนื่องผู้ชุมนุมมาอยู่โดยรอบใต้ BTS ทำให้ผู้เรียนเดินทางมาสยามยากขึ้น ผมเองวิเคราะห์ไว้แต่แรกว่า หากเรายังคงแก้ปัญหาด้วยการเกลียดชังซึ่งกันและกัน ผลร้ายต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ความรู้สึกนี้เป็นด้วยกันหมดในผู้เป็นเจ้าของธุรกิจย่านราชประสงค์และสยาม ทำให้แต่ละคนไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้ปราบปรามผู้ชุมนุมและเลือกที่จะอยากให้หันหน้าร่วมเจรจากับรัฐบาลมากกว่า เพราะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ความหวังเริ่มจางหาย

แต่จากบรรยากาศแต่ละอย่างก็ทำให้เจ้าของธุรกิจเศร้าและท้อแท้ใจขึ้นเรื่อยๆ

ความเกลียดชังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การด่าทอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความรุนแรงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แทบทุกคนบอกว่าแกนนำเป็นต้นเหต ต้องกำจัดแกนนำ ผู้ชุมนุมโดนบังคับมา

ทุกคนกำลังสร้างผู้ก่อการร้ายที่ปราศจากคนคุมตัวจริงขึ้นมา

ในที่สุด โรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนก็ถุกเผา

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

ภาพ rt โดย @HaeOkay จาก fb ของ Muse Kesornpikul

เมื่อแกนนำประกาศมอบตัวในวันที่ 19 พค ผู้รับผิดชอบก็ไม่อยู่ ผู้ชุมนุมที่คลุ้มคลั่งและไม่มีผู้รับผิดชอบก็ปฎิบัติการเผาทั้งเมืองรวมทั้งโรงหนังสยามและโรงเรียนโดยที่รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้ หัวใจของเจ้าของกิจการหลายคนแหลกสลายจากความหวังที่ถูกทำลายทั้งๆที่มีเค้ารางสันติภาพจากการรับเจรจาโดย สมาชิกวุฒิสภาเมื่อเย็นวันที่ 18 พค ผมเองก็ประมาทเพราะเหตการณ์นี้ด้วยเช่นกัน โรงเรียนพร้อมคอมพิวเตอร์ Macintosh และอุปกรณ์จำนวนมากมอดไหม้ไปกับโรงหนังสยาม ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกแล้ว

ปัญหาต่างๆทางธุรกิจ และปัญหาสืบเนื่องด้านกฏหมายยังคงรอการแก้ไขเมื่อนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทุกคนมีสติกันเพียงพอ อัคและผมกำลังศึกษาอยู่ว่าจะเปิดใหม่ที่ใดยังไม่แน่ใจเรื่องเศรษฐกิจและสถานการณ์จะดีขึ้นเพียงไร เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ที่ต้องดิ้นรนและถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด ไม่มีใครมารับผิดชอบผลของมันแน่นอน

การกดดันด้วยการด่าและสร้างความเกลียดชัง ณ นาทีนี้ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เรามาร่วมกันลดความเกลียดและดับไฟในใจคนกันเถอะ

ผมเองไม่ได้สนับสนุนให้ละเลยคนทำผิดครับแต่อยากให้เราหันมองที่จิตใจตัวเองกันก่อนแล้วจึงค่อยออกไปมองด้านนอก ทุกคนร่วมกันแก้ไข โลกถึงจะสงบสุขลงได้

ตึกรามบ้านช่องอาจสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตคนนั้นไม่สามารถเทียบกันได้เลย ของให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกท่านจงไปสู่สุขคติด้วยเถิดครับ

ไฟที่น่าเศร้าใจที่สุด คือไฟในใจของคนไทย

สิ่งที่แย่ที่สุดคือ ทุกคนไม่พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันเลย ผู้ชุมนุมไม่ได้ดูสื่ออื่นเลย คนกรุงเทพฯก็พยายามในการเชียร์ให้รัฐบาลสลายโดยเหมือนแกล้งไม่รู้ว่าธุรกิจรอบด้านจะเสียหาย รัฐบาลก็บอกล่วงหน้าว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย (ทำให้ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ) แกนนำหลายคนที่มาจากต่างจังหวัดและไม่ใช่แกนนำสาย”นักเคลื่อนไหว”แต่เป็นแกนนำสาย”นักการเมือง”ก็ปลุกปั่นผู้ชุมนุมให้ฮึกเหิมเพื่อไม่ให้อยากกลับ แนวคิดของแกนนำสวนทางกับแนวทาง จึงสร้างสะสมความรุนแรงให้มากขึ้น คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อยากสร้างความรุนแรงก็เข้าร่วมเรื่อยๆ ( แต่ไม่สามารถก่อเหตร้ายได้เพราะแกนนำยังรับผิดชอบอยู่ ) การปิดกั้นสื่อทุกทางทำให้ ผู้ชุมนุมขยายอาณาเขตไปทางสีลม และทำให้เกิดการยั่วยุกับกลุ่มคนสีลม มีการระแวงบุกโรงพยาบาล/BTS ทำให้รัฐออกสื่อ และเกิดความเกลียดชังต่อเนื่อง มีกลุ่มม็อบหลากสีและม็อบพันธมิตรออกมาและได้ออกโทรทัศน์ ทับถมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ Timeline ของ ทวิตเตอร์และ facebook เต็มไปด้วยข้อความเสียดสี หยาบคาย ดูหมิ่น และอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นปช.ที่อยู่ต่างประเทศไม่สนใจ นปช.ในประเทศด้วยการออกสื่อและข้อความที่ล่อแหลมตลอดเวลา ฯลฯ

การเจรจาจะเกิดขึ้นหลายครั้งแต่ก็มีอุปสรรคตลอด,แกนนำยื่นข้อเสนอเพิ่มและไม่จบเรื่อง, M79 ลงคืนที่จะมีการเจรจาทุกครั้ง, นายกฯไม่รับเจรจากับผู้ก่อการร้าย, ม็อบหลากสีไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา แสดงถึงความพ่ายแพ้ทางด้านจิตใจของคนไทยและไม่เห็นใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงทุกฝ่าย

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเอ่ยปากด่าว่า

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราสะใจ

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราเสียดสีส่อเสียด

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเชื่อในสิ่งที่ได้ยินทันทีตั้งแต่ครั้งแรก

เราเติมเชื้อไฟจากการถูกชี้นำ

เราเติมเชื่อไฟเมื่อเราดูถูก

เราเติมเชื้อไฟเพราะทำเป็นไม่เห็น ไม่เข้าใจคนที่ไม่เหมือนกัน

จากการเติมเชื้อไฟเข้าไปในหัวใจเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะดับ หรือถอนออกมาด้วยสติ ไม่คิดถึงกองไฟใหญ่ที่จะเกิดขึ้นและทำร้ายความเป็นมนุษย์ ไฟที่ลุกไหม้โรงหนังสยามและ CTW ทั้งทุกๆที่ คือไฟที่ลามออกมาจากหัวใจของคนทุกคนนั่นเอง

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม iSchool อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม โรงเรียน อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้


รูปจาก RichardBarrow

ผมเองในฐานะของผู้ที่มีส่วนในการเติมเชื้อไฟอยู่ด้วยเช่นกัน และตอนนี้ก็ได้รับผลกรรมโดนไฟแผดเผาโดยตรงทั้งข้างในใจ และและยังแผดเผาถึงวัตถุภายนอกด้วย ก็หวังว่าจะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยดับไฟเหล่านี้ให้หมดไป ขอให้เถ้าถ่านของโรงหนังสยามเป็นกำแพงที่ทำให้ไฟรอบข้างได้มอดลง และสถานที่เป็นที่สุดท้ายที่ไหม้ไฟด้วยเถอะครับ

follow @ipattt

follow @ipattt

ปล.ขอบคุณ จ๋ง สำหรับการ Support

Comments

  1. Toey & Rung (TiGERiDEA) says:

    Dear P’Pat, P’Ak and P’Gift

    Su su naka,,, we will support you all and visit your new office ka :)
    Take care !!

  2. ดิฉันเห็นใจคุณค่ะ
    แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับคุณที่จะให้คนไทยลืม
    การปรองดองและให้อภัยไม่จำเป็นต้องลืม
    เราสามารถเข้าใจกันได้โดยที่จำเหตุการ์ณทุกอย่างไว้และมองมันอย่างเข้าใจ
    การที่ทำเป้นลืมๆ เออๆ ไม่เป็นไร
    คือการ ” ปิดหูปิดตา ” มันไม่ใช่การให้อภัยและปรองดอง
    ถ้าคุณกล่าวเช่นนี่แสดงถึงว่าเราควรจะลืมประวัติศาสตร์ของเราด้วย
    ซึ่งมันก้ไม่ใช่ อยากฝากไว้ค่ะ
    ปรองดองก้ปรองดอง แต่การยอมรับความจริงมันก่อีกเรื่ิองนึง
    ไม่ใช่สักแต่ลืม ลืม ลืม ลืม แล้วก้ช่างมัน
    ถ้าพกวเขามาเผาอีก คุณคงจะยอมรับได้ละดิชั้นรู้

  3. ไอสคูลไม่แดงค่ะ เป็นกลางและไม่ฝักใฝ่

  4. เจ๋งค่ะน้องแมน ฮาดี หายเครียด

  5. เฮ้ย ผิดอัน

  6. เสียใจด้วย แต่บทความนี้ไม่เป็นกลาง คุณชอบเสื้อแดง แต่เสื้อแดงมาเผาร้านคุณ
    จิตใจกำลังสับสน คุณต้องหาเหตุผลมาเข้าข้างเสื้อแดง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่โทษตัวเองที่คิดผิด
    ก็เลยมาเขียนว่าไม่โกรธเสื้อแดง

  7. เสียใจด้วย แต่บทความนี้ไม่เป็นกลาง คุณชอบเสื้อเหลืองและรัฐบาล แต่รัฐบาลมาฆ่าประชาชนเป็นร้อยศพ
    จิตใจกำลังสับสน คุณต้องหาเหตุผลมาเข้าข้างเสื้อเหลือง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่โทษตัวเองที่คิดผิด
    ก็เลยมาเขียนว่าไม่โกรธเสื้อเหลือง

    • โรคจิดป่าวครับมาเขียนเลียนแบบ แต่เสียใจด้วยเจ้าของบทความนี้ pro เสื้อแดงจริง

      • โรคจิดป่าวครับมาเขียนเลียนแบบ แต่เสียใจด้วยเจ้าของบทความนี้ pro เสื้อเหลืองจริง

  8. เสียดายที่เห็นภาพ จข บล็อค เสียหายกับการถูกเผา

    แต่บางอย่างเหมือนเขียนแบบ ค้างคาใจอยู่ค่อนข้างพอสมควร

    จากเหตุการณ์นี้ ผมคนนึงที่เคยชื่นชอบพี่ จข บล็อค ก็จำต้อง unfollow twitter ไป
    เพราะรู้สึกว่า จะแดงมากเกินไป

    ถึงอย่างไร .. เห็นต่างกันได้ ก็ไม่ต้องทะเลาะกันครับ
    พี่ จข บล็อค ถือเป็นอีกคนที่ให้ความรู้ค่อนข้างเยอะสำหรับผม ยังไงขอเป็นกำลังใจให้ครับ

    ส่วนเรื่องการเมือง เห็นต่าง แต่ไม่เขียนละกัน -*-

  9. ผ่านมา says:

    ทุกวันนี้สังคมไทยแบ่งแยกการชัดเจนแล้ว ตัวอย่างง่ายๆก็แค่ คน คนหนึ่งมาเขียนบทความให้อภัย ลดไฟในใจ คนอีกลุ่มที่เห็นต่าง ก็ตามมาตอกย้ำซ้ำเติม ทุกวันนี้มันก็เกินเยี่ยวยวแล้ว ความแค้น ไฟแค้นของแต่ละฝ่ายมันฝังรากลงในใจแล้ว ยากที่จะดับให้มอดลงได้ ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีในการดับไฟแค้นในใจ สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ อย่าปลูกฝังความเกลียดชัง ความเครียดแค้น ให้ลูกหลาน ให้คนไทยด้วยกัน อย่าผลักดันคนอีกกลุ่มที่เห็นต่างจนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่อย่างนั้นก็คงเหมือนหลายๆประเทศที่ต้องแบ่งออกเป็นสองซีก

    • ถ้าคนเราจะเกลียดชังกันมากขึ้นก็ต่อเมื่อใช้อารมณ์เป็นหลักใหญ่ ถ้าแยกแยะได้ว่า อะไรคือสาระสำคัญที่ทุกคนที่ตอบเขียน ผมว่าก็จะเห็นได้ว่าทุกคนหรือส่วนใหญ่มีจิตใจที่หวังดีต่อกันนะครับ ประเทศจะไม่แยกไปไหนหรอกครับ คนเราต่างหากที่ต้องตั้งจิตใจให้ตรง เปลี่ยนจุดที่ยึดติดจากอารมณ์ ให้เบาลง มองดูสาระที่มีให้มากขึ้น บทเรียนคงให้อะไรแก่เราทุกคนในการใช้ชีวิตต่อไป อะไรก็คงดีขึ้นเอง มันไม่ได้ยากเย็นอะไร เริ่มจากตัวเรา เรามีจิตใจที่ดี คนรอบข้างเราก็จะมีจิตใจที่ดีขึ้น พอหลาย ๆ คน มันก็จะขยายไปเองครับ :)

  10. เห็นด้วยกับคุณผ่านมาครับ ความจริงกาลเทศะก็สำคัญนะ
    ผมขอแสดงความเห็นว่าเจ้าของบล็อกน่าจะพิจารณา Block
    ความเห็นบางอย่างที่คิดว่าไม่ตรงวัตถุประสงค์ก็ได้ครับ

    สังคมเราจะดีขึ้นได้ ต้องดูตัวเราก่อน

  11. เป็นกำลังใจให้นะครับพี่พัชร ผมยอมรับว่าเพิ่งจะรู้จักโรงเรียน iSchool ก็เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้
    เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จะทำให้โรงเรียนกลับมาได้ด้วยดีแน่นอนครับ
    (เพราะผมเริ่มสนใจอยากจะเรียนแล้วสิ ;P)

    สู้ๆครับ ^^

  12. เสียใจด้วยครับพี่สำหรับเหตุที่เกิด ขอให้มีกำลังใจที่ดีครับ มีคนเคยบอกผมว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีที่สุดเสมอ” เพราะมันหมายความว่า บางสิ่งบางอย่างมันยังไม่เหมาะกับเรา ไม่พอดีกับเรา ไม่ถูกต้องสำหรับชีวิตเรา ชีวิตมันจะส่งสัญญาณเตือนให้เรารับรู้ และจะเตือนจนกว่าเราจะรู้และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมัน เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จะทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ผมเชื่อว่าชีวิตพี่จะมีแต่ดีขึ้นครับ พี่เป็นคนเก่งและมีความสามารถ ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอครับ และผมเชื่อว่าฟ้าของพี่จะต้องสดใสกว่าเดิมครับ

  13. ใหญ่ says:

    เสียใจด้วยน้อง
    โทษที พี่เพิ่งรู้ว่าย้ายไปที่นั่น
    เป็นกำลังใจให้
    จะให้ช่วยอะไรก็บอกมาได้เลยนะ

Trackbacks

  1. […] This post was mentioned on Twitter by patchara, iMenn, iMenn, Teepagorn, PJ and others. PJ said: RT @iMenn: RT @iPattt: [blog] ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้ | พัชร http://bit.ly/dqgam2 […]

  2. […] This post was mentioned on Twitter by Pornprom, Banyong Jandragholic. Banyong Jandragholic said: RT @pornprom: via @vorawat ไฟในใจ?ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้ by @ipattt :- http://bit.ly/aMjJEI >> 😉 […]