19 May 2010 โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้

RT @Fringer: “สันติภาพรักษาด้วยกำลังไม่ได้ บรรลุได้ด้วยความเข้าใจเท่านั้น” – อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น

CTW กำลังไหม้ พร้อมธงไทยที่ขาดวิ่น ภาพจาก Boston pictures

รูปจากด้านบนนำมาจากชุดรูปข่าวที่อธิบายเหตการณ์ในวันที่ 19 พค 2553 ได้ดีที่สุด คือที่ Boston Big Pictures ครับ

ผมขออนุญาติเล่าประวัติของ โรงเรียนสอน Mac ของเราจนกระทั่งโรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งได้ถูกเผาไปนะครับ ต้องขอโทษที่รบกวนทุกท่านด้วย …

กลางปี 2007 เริ่มต้นที่สุทธิสาร

โรงเรียนนั้นตั้งมาในช่วงปี 2007 ในช่วงที่ TiGERiDEA ประสบปัญหาด้านธุรกิจพอดี ด้วยความคิดริเริ่มของเม่น อัค และผมครับ แนวคิดเกิดจากการทำงานกับ Freelance ทางด้านครีเอทีฟกันมามาก ทำให้เรารู้สึกว่าคนทำงานดีๆหายากจึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนขึ้นมาโดยมีจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งจากการได้รับความชื่นชอบจาก Apple Thailand เนื่องจากเม่นและผมไปช่วยกันพรีเซ้นท์โปรแกรมของ Mac บ่อยๆนั่นเอง ในภายหลังเม่นถอนตัวไปทำ Small Valley และผมดูแลไทเกอร์ไอเดียเป็นหลักแต่ถือหุ้นโรงเรียนส่วนอัคและกิฟ(ภรรยาของอัค) เป็นผู้บริหารของโรงเรียนนี้ รายละเอียดดูที่ บล็อกเม่น

ในระยะแรก เราพยายามทำหลายอย่างทั้งการโปรโมทด้วยการทำเว็บเพียงอย่างเดียวเนื่องจากไม่มีเงินทุน เราสามคนไม่ใช่ลูกเจ้าของนักธุรกิจร่ำรวยจึงต้องพยายามใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุด เราใช้ออฟฟิศ TiGERiDEA ที่ตกแต่งไปแล้วด้วยเงินจำนวนหนึ่งย่านสุทธิสารเป็นที่ตั้งโรงเรียนก่อน พยายามดึงลูกค้ามาด้วยวิธีต่างๆ บางครั้งเราไปยืนแจกโบรชัวร์ด้วยตนเองบริเวณใต้สถานนีรถไฟฟ้า พลางมอง รปภ กับ เทศกิจไปพลาง

ปี 2008 ย้ายมาพระราม 4

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

เมื่อครั้ง meeting freemac.net ที่โรงเรียน

จากนั้นจึงย้ายโรงเรียนมาที่พระราม 4 ช่วงปี 2008 พร้อมเงินลงทุนรวมกันหลักล้านบาท คิดว่าทำเลดีกว่า และตึกสวยเห็นสวนลุมชัดเจน เรามีการจัดกิจกรรมกับ patid.com (ที่ผมรู้จัก) และ freemac.net (ที่เม่นรู้จัก) เพื่อทำให้หลายๆคนที่อยู่รอบๆตัวเราเริ่มบอกต่อกันแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากเท่าไหร่เพราะ กลุ่มที่เป็นเว็บบอร์ดส่วนใหญ่เก่งคอมพิวเตอร์และนิยมเรียนด้วยตนเองมากกว่า แต่ได้ประโยชน์ทางด้าน SEO เพราะมีลิงก์คนพูดถึงมากมาย เราอยู่ที่นี่พักใหญ่นักเรียนเริ่มเข้ามาจนเริ่มมีหนี้น้อยลง เมื่อโอกาสมากขึ้นเราก็เริ่มมองหาที่ๆ prime ที่สุดในกรุงเทพ แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสถานที่สูงสุด จากเดิมที่ยังไม่มีเครดิตในการบริหารงานโรงเรียนสอนคอมพ์ ทำให้เราเริ่มมี”กำลังเครดิต” ที่จะหาเงินเพิ่มเติมได้ ถ้าถามว่าเสียดายที่เดิมก็เสียดายเงินที่ลงทุนไปและยังเป็นหนี้แต่เมื่อคำนวนคร่าวๆทาง Business พร้อมกับคำแนะนำจากเพื่อนๆที่มีโรงเรียนกันในนั้นก็ทำให้สรุปได้ว่า สยามคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำโรงเรียน

ปี 2009 สู่สยาม ทำเลที่ดีที่สุด

โรงเรียนที่สยาม

โรงเรียนที่สยาม

Slide รูปถ่ายที่โรงเรียนซึ่งอยู่ชั้น 2 อาคารโรงหนังสยามเมื่อปีก่อนขณะยังไม่เรียบร้อยดี ก่อนถูกเผาได้ปรับปรุงเพิ่มอีกมาก

ปี 2009 เราตัดสินใจมาอยู่ที่ชั้นสองของโรงหนังสยาม อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกวดวิชาหลายโรงเรียนที่ดังๆก็คือ Ondemand ,จุดเด่นของพื้นที่คือโรงหนังสยามอยู่ใกล้ทางลงของ BTS สยามมาก ลงทุนตกแต่งไปพอสมควรเนื่องจากของของเดิมเขรอะจากการเป็นร้านทำผม ซื้อ iMac รุ่นใหม่เพื่อมาซับพอร์ตการเรียนเป็นจำนวนมาก และยังมีอุปกรณ์ดนตรี พร้อมSound card พร้อมคีย์บอร์ด USB อีกหลายตัว ทำพาร์ทิชั่นแบ่งห้องให้ชัดเจนและติดแอร์ทั้งสามชั้น ทำห้องน้ำใหม่และทำเคาท์เตอร์รับแขก ลงแว็กซ์ที่พื้น ติดวอลเปเปอร์ที่ผนังทั้งหมด เดินระบบไฟและระบบส่องสว่างใหม่ ให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและบันไดหนีไฟของโรงเรียน ฯลฯ

เราลงทุนไปพอสมควร และเมื่อต้นปี สัญญาณของการชุมนุมก็ชัดเจน ผู้ชุมนุมถูกปิดกั้นจากสื่อจึงเลือกแยกราชประสงค์เพราะเป็นที่ Exposer เยอะ มีคนเห็นเยอะทั้งจากรถไฟฟ้าและตึกต่างๆ ถ้ามีทหารเข้ามาก็จะสามารถเห็นได้ก่อนจากชุมชนโดยรอบ การขยายตัวต่อเนื่องผู้ชุมนุมมาอยู่โดยรอบใต้ BTS ทำให้ผู้เรียนเดินทางมาสยามยากขึ้น ผมเองวิเคราะห์ไว้แต่แรกว่า หากเรายังคงแก้ปัญหาด้วยการเกลียดชังซึ่งกันและกัน ผลร้ายต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ความรู้สึกนี้เป็นด้วยกันหมดในผู้เป็นเจ้าของธุรกิจย่านราชประสงค์และสยาม ทำให้แต่ละคนไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้ปราบปรามผู้ชุมนุมและเลือกที่จะอยากให้หันหน้าร่วมเจรจากับรัฐบาลมากกว่า เพราะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ความหวังเริ่มจางหาย

แต่จากบรรยากาศแต่ละอย่างก็ทำให้เจ้าของธุรกิจเศร้าและท้อแท้ใจขึ้นเรื่อยๆ

ความเกลียดชังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การด่าทอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความรุนแรงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แทบทุกคนบอกว่าแกนนำเป็นต้นเหต ต้องกำจัดแกนนำ ผู้ชุมนุมโดนบังคับมา

ทุกคนกำลังสร้างผู้ก่อการร้ายที่ปราศจากคนคุมตัวจริงขึ้นมา

ในที่สุด โรงหนังสยามที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนก็ถุกเผา

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

โรงหนังสยามกำลังไหม้ ด้วยไฟที่ลามมาจากใจของเราทุกคน

ภาพ rt โดย @HaeOkay จาก fb ของ Muse Kesornpikul

เมื่อแกนนำประกาศมอบตัวในวันที่ 19 พค ผู้รับผิดชอบก็ไม่อยู่ ผู้ชุมนุมที่คลุ้มคลั่งและไม่มีผู้รับผิดชอบก็ปฎิบัติการเผาทั้งเมืองรวมทั้งโรงหนังสยามและโรงเรียนโดยที่รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้ หัวใจของเจ้าของกิจการหลายคนแหลกสลายจากความหวังที่ถูกทำลายทั้งๆที่มีเค้ารางสันติภาพจากการรับเจรจาโดย สมาชิกวุฒิสภาเมื่อเย็นวันที่ 18 พค ผมเองก็ประมาทเพราะเหตการณ์นี้ด้วยเช่นกัน โรงเรียนพร้อมคอมพิวเตอร์ Macintosh และอุปกรณ์จำนวนมากมอดไหม้ไปกับโรงหนังสยาม ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกแล้ว

ปัญหาต่างๆทางธุรกิจ และปัญหาสืบเนื่องด้านกฏหมายยังคงรอการแก้ไขเมื่อนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทุกคนมีสติกันเพียงพอ อัคและผมกำลังศึกษาอยู่ว่าจะเปิดใหม่ที่ใดยังไม่แน่ใจเรื่องเศรษฐกิจและสถานการณ์จะดีขึ้นเพียงไร เช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ที่ต้องดิ้นรนและถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด ไม่มีใครมารับผิดชอบผลของมันแน่นอน

การกดดันด้วยการด่าและสร้างความเกลียดชัง ณ นาทีนี้ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เรามาร่วมกันลดความเกลียดและดับไฟในใจคนกันเถอะ

ผมเองไม่ได้สนับสนุนให้ละเลยคนทำผิดครับแต่อยากให้เราหันมองที่จิตใจตัวเองกันก่อนแล้วจึงค่อยออกไปมองด้านนอก ทุกคนร่วมกันแก้ไข โลกถึงจะสงบสุขลงได้

ตึกรามบ้านช่องอาจสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตคนนั้นไม่สามารถเทียบกันได้เลย ของให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกท่านจงไปสู่สุขคติด้วยเถิดครับ

ไฟที่น่าเศร้าใจที่สุด คือไฟในใจของคนไทย

สิ่งที่แย่ที่สุดคือ ทุกคนไม่พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันเลย ผู้ชุมนุมไม่ได้ดูสื่ออื่นเลย คนกรุงเทพฯก็พยายามในการเชียร์ให้รัฐบาลสลายโดยเหมือนแกล้งไม่รู้ว่าธุรกิจรอบด้านจะเสียหาย รัฐบาลก็บอกล่วงหน้าว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย (ทำให้ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ) แกนนำหลายคนที่มาจากต่างจังหวัดและไม่ใช่แกนนำสาย”นักเคลื่อนไหว”แต่เป็นแกนนำสาย”นักการเมือง”ก็ปลุกปั่นผู้ชุมนุมให้ฮึกเหิมเพื่อไม่ให้อยากกลับ แนวคิดของแกนนำสวนทางกับแนวทาง จึงสร้างสะสมความรุนแรงให้มากขึ้น คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อยากสร้างความรุนแรงก็เข้าร่วมเรื่อยๆ ( แต่ไม่สามารถก่อเหตร้ายได้เพราะแกนนำยังรับผิดชอบอยู่ ) การปิดกั้นสื่อทุกทางทำให้ ผู้ชุมนุมขยายอาณาเขตไปทางสีลม และทำให้เกิดการยั่วยุกับกลุ่มคนสีลม มีการระแวงบุกโรงพยาบาล/BTS ทำให้รัฐออกสื่อ และเกิดความเกลียดชังต่อเนื่อง มีกลุ่มม็อบหลากสีและม็อบพันธมิตรออกมาและได้ออกโทรทัศน์ ทับถมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ Timeline ของ ทวิตเตอร์และ facebook เต็มไปด้วยข้อความเสียดสี หยาบคาย ดูหมิ่น และอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นปช.ที่อยู่ต่างประเทศไม่สนใจ นปช.ในประเทศด้วยการออกสื่อและข้อความที่ล่อแหลมตลอดเวลา ฯลฯ

การเจรจาจะเกิดขึ้นหลายครั้งแต่ก็มีอุปสรรคตลอด,แกนนำยื่นข้อเสนอเพิ่มและไม่จบเรื่อง, M79 ลงคืนที่จะมีการเจรจาทุกครั้ง, นายกฯไม่รับเจรจากับผู้ก่อการร้าย, ม็อบหลากสีไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา แสดงถึงความพ่ายแพ้ทางด้านจิตใจของคนไทยและไม่เห็นใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงทุกฝ่าย

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเอ่ยปากด่าว่า

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราสะใจ

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเราเสียดสีส่อเสียด

เราเติมเชื้อไฟเมื่อเชื่อในสิ่งที่ได้ยินทันทีตั้งแต่ครั้งแรก

เราเติมเชื้อไฟจากการถูกชี้นำ

เราเติมเชื่อไฟเมื่อเราดูถูก

เราเติมเชื้อไฟเพราะทำเป็นไม่เห็น ไม่เข้าใจคนที่ไม่เหมือนกัน

จากการเติมเชื้อไฟเข้าไปในหัวใจเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะดับ หรือถอนออกมาด้วยสติ ไม่คิดถึงกองไฟใหญ่ที่จะเกิดขึ้นและทำร้ายความเป็นมนุษย์ ไฟที่ลุกไหม้โรงหนังสยามและ CTW ทั้งทุกๆที่ คือไฟที่ลามออกมาจากหัวใจของคนทุกคนนั่นเอง

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม iSchool อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้

เถ้าถ่านของโรงหนังสยาม โรงเรียน อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างในของบันไดเลื่อนนี้


รูปจาก RichardBarrow

ผมเองในฐานะของผู้ที่มีส่วนในการเติมเชื้อไฟอยู่ด้วยเช่นกัน และตอนนี้ก็ได้รับผลกรรมโดนไฟแผดเผาโดยตรงทั้งข้างในใจ และและยังแผดเผาถึงวัตถุภายนอกด้วย ก็หวังว่าจะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยดับไฟเหล่านี้ให้หมดไป ขอให้เถ้าถ่านของโรงหนังสยามเป็นกำแพงที่ทำให้ไฟรอบข้างได้มอดลง และสถานที่เป็นที่สุดท้ายที่ไหม้ไฟด้วยเถอะครับ

follow @ipattt

follow @ipattt

ปล.ขอบคุณ จ๋ง สำหรับการ Support
วงดนตรี งานแต่งงาน

Tags: ,
16,201 views

Leave a Reply

251 Responses to “ไฟในใจ…ขอให้มอดดับไปกับบทเรียนในครั้งนี้”

  1. กิ๊กก๊อก says:

    ขอแสดงความชื่นชม และเป็นกำลังใจให้กับคุณพัชรและทีมงานทุกท่านครับ

  2. Dolly says:

    ขอส่งแรงใจ และเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเลยนะคะ ล้มแล้วต้องลุกกันได้ใหม่ ตราบใดที่เรายังมีความหวังและความฝันกันอยู่ ~ มาช่วยกันสร้างกรุงเทพใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่าท่องเที่ยว ของโลกอีกครั้งหนึ่งเถอะค่ะ ~

  3. korakort says:

    จิตใจคุณยอดเยี่ยมมากค่ะ ขอแสดงความนับถือจากใจจริง

  4. kulvadee says:

    ขออนุญาติเอาไปลงใน fb นะค่ะ

  5. Changton says:

    เป็นกำลังใจให้ครับ

  6. Changton says:

    ขอเอาไปลงใน FB นะครับ

  7. Snowdrop says:

    “It is easy to be pleasant when life flows by like a song, but the man worth while is the one who will smile when everything goes dead wrong. For the test of the heart is trouble, and it always comes with years, and the smile that is worth the praises of earth is the smile that shines through the tears.” – Irish Sayings

    โชคมนุษย์ นี้ไม่มี ที่แน่นอน
    ประเดี๋ยวเย็น ประเดี๋ยวร้อน ช่างแปรผัน
    โลกหมุนเวียน เปลี่ยนไปได้ ทุกทุกวัน
    สารพัน หาอะไร ไม่ยั่งยืน
    ชีวิตเหมือน เรือน้อย ล่องลอยอยู่
    ต้องต่อสู้ แรงลม ผสมคลื่น
    ต้องทนทาน หวานสู้อม ขมสู้กลืน
    ต้องจำฝืน สู้ภัย ไปทุกวัน
    เป็นการง่าย ยิ้มได้ ไม่ต้องฝืน
    เมื่อชีพชื่น เหมือนบรรเลง เพลงสวรรค์
    แต่คนที่ ควรชม นิยมกัน
    ต้องมั่นใจ ยิ้มได้ เมื่อภัยมา

    …พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ

  8. Minat26 says:

    เข้ามาอ่านเพื่อเติมไฟให้กับชีวิต
    ไม่ใช่เพิ่มเชื้อไฟแบบนั้นนะคะ^^ แต่เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับวันข้างหน้า
    ขอให้เกิดสิ่งดีๆหลังจากนี้นะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

  9. Kevymay says:

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  10. Oakyman says:

    เสียใจด้วยนะครับ ยังไงชีวิตยังอีกยาวไกล ยังสู้ใหม่ได้
    ต้องขอแสดงความนับถือที่ยอมรับว่า

    “ผมเองในฐานะของผู้ที่มีส่วนในการเติมเชื้อไฟอยู่ด้วยเช่นกัน และตอนนี้ก็ได้รับผลกรรมโดนไฟแผดเผาโดยตรงทั้งข้างในใจ และและยังแผดเผาถึงวัตถุภายนอกด้วย”

    เรื่องทัศนคติทางการเมือง ไว้ถกกันที่อื่นแล้วกันครับ ไม่อยากเสียมารยาทหรือซ้ำเติม

  11. ผู้มาใหม่ says:

    ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนไม่มีเหตุบังเอิญ
    ไฟในใจสามกอง คือ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ไฟราคะ นั้น
    มันมีมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล และกำลังเผาผลาญสัตว์โลกต่อๆ ไป
    หนทางดับไฟนั้นมีหนึ่งทางแปดอย่าง (มรรค ๘)หากดับได้จักพ้นวิกฤตนั้นจริงๆ

    ท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะคะ
    และขอให้ความหวังที่ดีจงสำเร็จผลทุกประการเทอญ

  12. ต้องเปิดพจนานุกรม คำว่า “สู้” อีกรอบนะครับพี่พัชร ครั้งนี้เราอาจทำความเข้าใจกับคำ ๆ นี้ ได้มากขึ้น
    ทั้งภาวะภายนอกที่เป็นอยู่และสภาพภายในที่กำลังเป็นไป …แน่นอนมีหลายแนวคิด หลากความเห็น แต่ก็ล้นไปด้วยกำลังใจเช่นกัน …เรื่องแบบนี้ความจริงแล้วมันมีให้เราได้เรียนรู้ทุก ๆ วันและทุก ๆ ขณะจิต เพียงแต่ว่าครั้งนี้ วินาทีนี้
    ขณะจิตนี้ มันดูมากมาย ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของเรา เพราะสิ่งที่เรา ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา สร้างมา มันทลายลงเพียงเพราะ ความไม่เข้าใจ ไม่ชัดเจน คงต้องย้อนหลังไปถึง การศึกษาด้วย …แต่มันก็ไม่เกินกำลังที่จะแบกไว้ใช่ไหมครับพี่พัชร ทำไมเราจะเริ่มใหม่ไม่ได้ ในเมื่อเรายังเปี่ยมไปด้วย พลัง พลังกาย พลังใจ พลังความคิด พลังของอิทธิบาท4 ที่จะยก ผลักดัน ปัดกวาดเช็ดถู เรื่องต่าง ๆ ทั้งภายใน ภายนอก ที่เผชิญอยู่ตอนนี้ให้พ้นไป ….

    เป็นกำลังใจให้อีกแรงครับ…

  13. thongate says:

    ขอให้ ischool กลับมาได้ไวๆนะครับ
    เอาใจช่วยนะครับ

  14. fatro says:

    ทุกอย่างสร้างใหม่ได้ เป็นกำลังใจให้ครับพี่

  15. trata says:

    ขอร่วมเป็นกำลังใจ และร่วมดับไฟในใจตัวเองด้วยคน

  16. สดุดี says:

    ช่างเป็น ภาพที่ สวยสดงด งาม ยิ่ง

    ดีใจด้วยน๊ะครับ ที่ได้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ครั้งนี้

    ยินดีด้วย จิงๆ

  17. ลิงค์ข้างล่างนี้ให้กำลังใจผมมากเวลาที่รู้สึกท้อแท้ ผมอยากจะแบ่งปันให้ทุกคนครับ
    http://www.youtube.com/watch?v=zKtw6cculF4

  18. Gon says:

    “เมื่อรื้อกองเหล็กหินดินที่กลบ ยังพอพบเศษเสี้ยวของความหวัง
    เมื่อมองผ่านม่านควันที่บดบัง ยังพอมองเห็นทางจะก้าวไป” (ชนะ เสวิกุล)

    หากวันนี้เหนื่อย…ขอให้คิดถึงคนที่ไม่มีโอกาสแม้จะพูดว่าเหนื่อย
    หาก วันนี้ท้อ…ขอให้คิดถึงคนที่ยังยืนหยัดต่อแม้จะถูกบีบคั้นขนาดไหน
    หาก วันนี้หมดหวัง…ขอให้คิดถึงคนที่ยังสู้อยู่
    …หากยังมีคนสู้…ผมเชื่อว่าความหวังยังคง มีอยู่เสมอครับ ^^ จากfb News1Todayค่ะ

    ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆค่ะ เชื่อว่าวันนี้คงเริ่มนึกได้แล้วใช่ไหมค่ะ ว่าจะทำอะไรต่อ อาจจะท้อบ้าง แล้วสู้บ้าง แต่ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตก็ต้องไปต่อ เงยหน้าขึ้นแล้วคุณจะไม่เจอกับความมืดมิด

    ปล.ขอshareนะค่ะ มันเป็นความเศร้าเสียใจจริงๆของประเทศนี้ แต่ที่คุณเขียน เราก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดหรอกนะ ไฟในใจของเรายังไม่มอดค่ะ คนผิดต้องถูกลงโทษ ปล่อยให้เป็นถึงขนาดนี้แล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร

  19. red shirt the gang says:

    อีกคนหนึ่งที่รู้ตัวทัน
    อนุโมทนาครับ

  20. bki says:

    นับถือหัวใจคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้
    ถึงทุกอย่างจะมอดไหม้หมด ไม่เหลืออะไร อย่างน้อย เรายังมีหวัง

Leave a Reply

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes