โตโยต้า Toyota อาจเรียกรถคืนเพื่อแก้ไขปัญหาคันเร่งค้าง 3.8 ล้านคัน !

โตโยต้าได้ประกาศเมื่อวันอังคารว่าอาจจำเป็นต้องเรียกรถคืนเพื่อกลับมาแก้ไขปัญหาพรมปูพื้นที่อาจทำให้เกิดปัญหาคันเร่งติดได้ แต่ในขณะนี้ทางผู้ผลิดและหน่วยงานรัฐ (federal officials) ได้ขอให้ผู้ใช้รถเปลี่ยนพรมปูพื้นไปก่อนระหว่างโตโยต้าได้หาวิธีแก้ไข

พรมปูพื้นของ Toyota

พรมปูพื้นของ Toyota

โตโยต้ากับกรณีการเรียกรถคืนครั้งใหญ่รวมทั้ง Camry

การเรียกคืนครั้งนี้เป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของโตโยต้าและอาจทำให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมหาศาลและสูญเสียความต้องการรถใน USA ไปเป็นจำนวนมาก การ recall ครั้งนี้ยังรวมไปถึง Lexus รุ่นยอดนิยมอย่าง 2007 ? 2010 ES350 และ 2006 ? 2010 IS250 ซึ่งในไทยมีใช้กันเป็นมาก และโตโยต้า Camry ปี 2007-2010 ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นหนึ่งในรถขายดีที่สุดของอเมริกา นอกจากนั้นยังมี 2005 ? 2010 Avalon ,2004 ? 2009 Prius ,2005 ? 2010 Tacoma ,2007 ? 2010 Tundra

วิธีแก้ไขเมื่อโตโยต้าคันเร่งค้าง

ประกาศในเว็บ Lexus และ Toyota ตามลิงก์ข้างต้นมีใจความว่า : ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่รถเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วหลังถอนคันเร่งให้ปฎิบัติดังนี้

ขั้นแรกถ้าเป็นไปได้เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ให้พยายามเขี่ยพรมปูพื้นออกมาทางด้านหลังและเขี่ยคันเร่งออกหลังจากนั้นจึงหยุดรถ

แต่ถ้าไม่สามารถเขี่ยพรมปูพื้นออกได้ ให้เหยียบเบรคด้วยเท้าทั้งสองข้างและค่อยๆเพิ่มแรงกด อย่าปั๊มเบรคอย่างรุนแรง จากนั้น shift เกียร์ไปที่ตำแหน่ง N หรือเกียร์ว่าง และบิดกุญแจหรือปรับไปที่ตำแหน่ง OFF (ดับเครื่อง) หรือ ACC ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดปัญหาการสูญเสียแรงควบคุมเบรคและพวงมาลัย แต่ถ้ารถมีปุ่ม Engine start/stop ให้กดปุ่มค้างไว้ 5 วินาที

สำหรับผู้ที่ออกประกาศนี้คือ National Highway Traffic Safety Administration ว่าพรมปูพื้นอาจทำให้คันเร่งค้างและเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ ทำให้ในเดือนนี้ทางโตโยต้าต้องเร่งในการแก้ไขและค้นหาสาเหตุของปัญหากับผู้ผลิตหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุกับ Lexus ES350 ใน San Diego และมีคนเสียชีวิต 4 คน ซึ่งตำรวจได้แจ้งว่าอาจเกิดจากการติดตั้งพรมปูพื้นไว้ไม่เหมาะสม

โตโยต้ากำลังเร่งสรุปรถ 900,000 คันที่น่าจะเกี่ยวข้องก่อนเพื่อ Recall รถดังกล่าว อย่างไรก็ตามทาง Toyota ได้เรียกรถ Lexus ES 350 และ Camry sedans เข้ามาแก้ไขเรื่องพรมปูพื้นก่อนหน้านี้สองปีแล้ว แต่รัฐบาลยังคงได้รับแจ้งว่ารถมีปัญหาเร่งอย่างรุนแรงต่อไปแม้จะถอนคันเร่งแล้ว ทางหน่วยงานรัฐเสนอว่าน่าจะมีระบบตรวจจับและหยุดเครื่องยนต์หากมีปัญหาดังกล่าว

ที่มา นิวยอร์คไทม์ Toyota Recalls 3.8 Million Vehicles

ความเห็นของผมต่อ โตโยต้า

ผู้บริหารสูงสุดของโตโยต้าเคยพูดไว้ตอนที่บริษัท Toyota กำลังจะแซง GM ขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่งในโลกเมื่อสองปีก่อนว่า เค้าแค่ต้องการอยากทำให้รถดีที่สุดและไม่อยากให้คนทั่วไปรู้สึกว่า Toyota เป็นอันดับหนึ่ง ทำให้การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของ Toyota เป็นไปแบบเงียบๆ เพราะทาง Toyota ก็ไม่ประกาศเป็นทางการ ( ส่วนทาง GM ก็ไม่อยากจะประกาศอยู่แล้ว ) ผมคิดว่าเพราะการเป็นอันดับหนึ่งนั้นมีต้นทุนของมันอยู่มากเช่นกัน อย่างน้อยก็ในเรื่องการถูกเพ่งเล็งและวิพากษ์วิจารณ์

ส่วนตัวผมคิดว่าความดังนี่อาจเป็นประเด็นสาเหตุหนึ่งอันเนื่องมาจากการเรียกคืนเพราะรถมีปัญหาจริงๆก็เป็นไปได้ครับ ความจริงแล้วโตโยต้าเรียกรถคืนหลายครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งที่บางปัญหาเจ้าของหรือรัฐก็ยังไม่รู้ก็มีครับ เช่นปัญหาสวิทช์ไฟ Corolla เมื่อปี 2005 นั้นเรียกคืนเพื่อแก้ไขถึง 1.4 ล้านคัน ซึ่งผมเองชื่นชมโตโยต้าที่มีความรับผิดชอบและยอมเสียผลประโยชน์ ผมเองเคยทำงานในบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มาก่อนเลยรู้ว่าการยอมรับผิดนั้นมันยากจริงๆครับ

แต่อย่างไรก็ตามการไม่คิดให้รอบคอบก็ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ดีที่ไม่เพียงแต่ผู้ผลิตรถโตโยต้าเท่านั้นที่ควรวิเคราะห์วิจัดเรื่องดังกล่าว แต่บริษัทรถยี่ห้ออื่นก็ควรร่วมวิเคราะห์แก้ปัญหาด้วย ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตการณ์แล้วให้แก้ด้วยการเลื่อนพรมตามข้างต้นซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากมาก ( ลองนึกถึง Lexus ES350 ที่มีแรงม้าถึง 285 ตัวแล้วคันเร่งค้างดู ! ไม่กี่วินาทีก็ถึง 200km/h แล้วครับ)

ผมอยากให้อุตสาหกรรมรถยนต์มีหน่วยงานร่วมวิจัยและผลักดันการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกับวงการอากาศยาน ผมคิดว่าปัญหาพรมปูพื้นทำให้คันเร่งค้างเป็นปัญหาของรถยนต์ทั่วไปไม่ใช่เฉพาะโตโยต้า ขนาด Lancer Cedia ที่ผมใช้เองยังรู้สึกว่ามันเคยคันเร่งติดๆและอาจมีปัญหาได้เช่นกันซึ่งพรมปูพื้นรถผมไม่ใช่ standard แต่เป็นเพราะเซลล์แถมมาให้ หรือเพื่อนผมที่เคยใช้ วอลโว่ 850 ก็เคยมีปัญหาคันเร่งค้างที่ความเร็ว 180km/h มาแล้วโดยไม่รู้สาเหตุเมื่อสิบปีก่อน ! แต่โชคดีที่ลดความเร็วได้ และยังรู้สึกชื่นชมการวิเคราะห์ขององค์กรรัฐใน USA ด้วยเช่นกัน ( ไม่แน่ใจว่าเค้ามี Bias กับ Toyota เป็นทุนหรือเปล่านะครับ ) ส่วนคนที่เกิดปัญหาจริงๆในไทยก็คงตายฟรีไปหมดแล้วครับ -_-”

การรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งนั้นยากยิ่งกว่า สู้ต่อไป โตโยต้า และ … ไมโครซอฟท์ !

Comments

  1. คงไม่ใช่ ความรับผิดชอบ หรือ สำนึกที่ดี ของโตโยต้า หรอก
    แต่เป็นการป้องกันตัวเองจากการโดนผู้บริโภคฟ้องมากกว่า
    ซึ่งโตโยต้าคงคำนวณแล้วว่า ไม่คุ้ม

    (ถ้าจะเปรียบเทียบประเด็นนี้ ระหว่างเมืองนอก กับ เมืองไทย
    แทนที่จะบอกว่า ผู้ผลิตของประเทศไหน มีความรับผิดชอบ มากกว่ากัน
    ผมว่า มาดูตรงที่ ผู้บริโภคของประเทศไหน รักษาสิทธิ์ของตัวเอง มากกว่ากัน ดีกว่า)

    • นี่ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ เรื่องความคุ้มค่าทางธุรกิจและความเสี่ยงของบริษัท
      ในอดีตเคยมีแม้แต่บริษัทที่ ยอมให้รถรุ่นหนึ่งไม่ปลอดภัยเพราะคำนวนแล้วว่า
      ถ้าถูกฟ้องจะคุ้มค่ากว่าปรับปรุง หรือมีคนตายซักปีละไม่กี่คนน่าจะคุ้มกว่าปรับปรุง
      (จากหนังสือ บรรษัท :การแสวงหากำไรและอำนาจของนิติบุคคลวิกลจริต (THE CORPORATION: THE PATHOLOGICAL)

      ดังนั้นการให้ Business เป็นตัวตัดสินความปลอดภัยนั้นทำไม่ได้ครับ
      แบบนี้เครื่องบินต้องยอมตกเดือนละครั้งแน่เพราะคุ้ม 😛 เลยต้องมี
      องค์กรกลาง

      ส่วนผู้บริโภคชาวไทยใช้อารมณ์ง่ายกว่าเมืองนอกครับ

  2. ลองอ่านประสบการณ์จริงของคันเร่งในรถแคมรี่ค้างได้ที่นี่ครับ ใกล้ตัวกว่าที่คิด

    http://www.nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=91

    • อ้าวเฮ้ย หนูเนยยเนี่ยนะ

      จ้าวแห่งความซวยจริงๆ -_-“

  3. ผมเคยแต่เบรคติด เพราะพรมปูเท้าเข้าไปอุดไว้

  4. รอดตายไปได้ไงก็ไม่รู้คราวนั้น แหะๆ รู้แต่ว่าน่ากลัวมากนาทีนั้น T T

  5. รถสีขาว TOYOTA มีปัญหาครับ
    เมื่อโดนฝนแล้วไม่รีบเช็ด สีจะด่างครับ
    ทุกรุ่นทุกคันเลย
    รีบแก้ไขหน่อยนะครับ

  6. toyota เบา อันตราย ร่อน ง่าย

  7. มาตราฐานในไทย ต่ำกว่า สหรัฐ มาก ครับ ขอ บอก

  8. อีกอย่าง เงินทุน หนา ครับ วิศวกร ไม่ยอม ออกมา ระบุความเป็นจริง