จากที่ผมได้อ่านตอนจบของบทความหนึ่งของคุณ mk ตอนจบที่คุณ mk ถูกลุงฝรั่งแก่ๆ ที่รู้จักกันครั้งแรก สอนประชาธิปไตยจบภายในหนึ่งประโยค ก็เลยไปลองค้น wikipedia ดูครับเรื่องเกี่ยวกับ ประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยนั้นมีมาตั้งแต่ยุคกรีกก่อนคริสตกาลแล้ว เริ่มโดยนักปราชญ์ในยุคที่มนุษย์เริ่มมีเหตุและผลที่นอกเหนือจากการดำรงค์ชีวิตเพื่อกษัตริย์หรือพระเจ้า เหล่าผู้นำนี้มองตนเองว่าเป็นอภิชนผู้ดำรงไว้ซึ่งปัญญาและความกล้าหาญ ซึ่งจะนำโลกไปสู่ความก้าวหน้า และขบวนการนี้เป็นต้นเค้าความคิดซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติอเมริกาและฝรั่งเศส รวมทั้งการเติบโตขึ้นของทุนนิยมและการถือกำเนิดของสังคมนิยมด้วย (ยุคภูมิปัญญาในแง่นี้ เทียบเท่ากับยุคไฮบาโรกในทางดนดรี และยุคนีโอคลาสสิกในทางศิลปะ)
อย่างไรก็ตามแม้คำว่า ประชาธิปไตยเองก็ยังมีหลายความหมายประกอบกันอยู่ จากข้อความใน wikipedia “ประชาธิปไตย” มาจากภาษากรีกโบราณว่า “Democratia” เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “Demo” หมายถึง ประชาชนหรือสาธารณชนทั่วไป นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กล่าวถึงคำว่า demo หรือ demos ว่ามี 2-3 ความหมาย ความหมายแรกหมายถึง ประชาชนหรือสาธารณะชนดังกล่าวไปแล้ว อีกความหมายหนึ่งคือ ชายฉกรรจ์ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่ได้เป็นทาส มีอิสระและได้แสดงตนว่าสามารถทำหน้าที่ปกป้องนครรัฐของตนเองได้ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือสภาประชาชน หรือ “ekklesia” ซึ่งเป็นที่รวมของรายชื่อประชาชนทั้งหลาย อีกคำหนึ่งที่ประกอบคือ “cratia” ที่มีความหมายถึง ระบอบการปกครอง (ผมเห็นว่าประชาธิปไตยเองก็มีการแบ่งแยกอยู่บ้างในความหมาย เช่นชายหรือคนที่ทำงานได้น่าจะมีสิทธิมีเสียงมากกว่าหรือไม่)
ประชาธิปไตยได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆในแต่ละภูมิภาคเรียกได้ว่าเป็นร้อยเป็นพันปีก่อนก่อนและปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาวะสังคมของแต่ละภูมิภาคมาเรื่อยๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวรวมทั้งสงครามหรือการโค่นล้มระบอบต่างๆในหลายประเทศ ได้รับการปรับตัวจากการพัฒนาระบบ ทุนนิยม และถูกเบียดจากสังคมนิยมด้วยเช่นกัน จนในหลายประเทศเริ่มจะนิ่งในปัจจุบันเป็นเพราะว่าสภาพสังคมเริ่มนิ่งนั่นเอง ใน wikipedia นั้นรวบรวมระบอบการปกครองแบบต่างๆของแต่ละประเทศทั่วโลกมาไว้ครับ น่าสนใจที่ประเทศของเรานั้นจริงๆไม่ใช่ “ประชาธิปไตย” แต่กลับใช้ชื่อว่า “ราชาธิปไตยใต้รัฐธรรมนูญ” ต่างหาก ในกลุ่มนี้มี 18 ประเทศ ลองดูที่ wiki และเมื่อรวมเครือจักรภพอังกฤษก็จะมีเพิ่มอีก 52 ประเทศ ส่วนประเทศที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้เต็มรูปแบบจะมีเพียง 33 ประเทศเท่านั้นครับ(รวมสหรัฐอเมริกา) จะเห็นว่าหลายประเทศที่กำลังพัฒนากำลังมุ่งสู่ประชาธิปไตยหรือราชาธิปไตยจะมีเหตการณ์รุนแรงกันอยู่ และประเทศที่ระบบบริษัทเริ่มมีอำนาจเหนือการเมืองจะมีการเมืองที่ค่อนข้างนิ่งครับ

ออง ซาน ซู จี กับประชาธิปไตยเบื้องต้นในพม่า
สำหรับประเทศที่การเมืองนิ่งแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาได้ธำรงค์การปกครองระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเสรี มาตั้งแต่การประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1787 (พ.ศ. 2330) ตั้งแต่นั้นมา สถานะการเมืองของสหรัฐอเมริกายังคงมั่นคงมาจวบจนถึงทุกวันนี้ ส่วนอังกฤษใช้ระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีนั้นเลือกจากรัฐสภาและมีหน้าที่รับผิดชอบต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน รัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรเป็นระบบสภาคู่ แบ่งเป็น 2 สภา คือ เฮาส์ออฟลอร์ดส เป็นสภาสูงที่มาจากการแต่งตั้ง และเฮาส์ออฟคอมมอนส์ เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้ง โดยหลักการแล้วผู้นำของรัฐสภาคือพระมหากษัตริย์ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ขนบธรรมเนียมประเพณี และกฎหมายรัฐธรรมนูญแยกกันไป

องค์ ดาไล ลามะ ผู้เรียกร้องให้จีนก้าวสู่ประชาธิปไตย แต่เขาเองไม่สามารถกลับประเทศได้
แต่เมืองไทยเราเพิ่งมีจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยเมื่อปี 2475 ถึงปัจจุบันก็ยังเพียงแต่ 77 ปีเท่านั้นเองครับ (แถมผู้ผลักดันประชาธิปไตยตอนแรกๆก็ไม่ใช่นักปราชญ์แบบกรีกอีกด้วยแต่เป็นกลุ่มทหารนั่นเอง) เราเพิ่งมีนายกรัฐมนตรี (ณ วันที่เขียน) เป็นคนที่ 27 และถ้าคุณดูประวัติศาสตร์จะเห็นว่า นายกถึงหนึ่งในสามของไทยนั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราเพิ่งมีการศึกษาภาคบังคับ (แต่หลักสูตรด้านประวัติศาสตร์ยังบิดเบือนอยู่) ก็ยังไม่นาน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทยฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2544) นั้นก็เพิ่งถือได้ว่าเป็นการเน้นการศึกษาให้มากขึ้นเท่านั้นเอง แต่แล้วสังคมของการศึกษาได้ชักนำให้นักศึกษาหลงเข้าไปในระบบใหม่ที่เป็นหนทางการแสวงหาแบบปัจเจกมากขึ้น (ไม่รู้มีการวางแผนไว้หรือเปล่า) ศิลปะการ marketing แบบใหม่ได้พานักศึกษาออกไปจากกลุ่มก้อนและ ชิล กับการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมหรือแม้แต่อุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ก็ถูกทำลายเพราะตัวเองมีหนทางเลือกแห่งความสุขมากมายและสถานะทางสังคมมากมาย (แทนที่จะเลือกเท่ห์กับอุดมการทางการเมืองหรือประชาธิปไตยก็อาจจะเลือกเท่ห์ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ในเกมส์ออนไลน์ หรือ แต่งรถ หรือ โบว์ลิ่ง หรือ ถ่ายรูป หรือ ดนตรี หรือ ฯลฯ) ส่วนผู้ที่ไม่เคยได้สัมผัสประชาธิปไตยมาก่อนอย่างคนต่างจังหวัดกลับรู้สึกได้สัมผัสมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น มือถือเครื่องละ 999 บาท(มี GPRS ด้วย) หรือโทรทัศน์เครื่องละ 2000 บาท หรือร้านเน็ทใกล้บ้านค่าเล่นชั่วโมงละไม่ถึงสิบบาท(คนขายก๋วยเตี๋ยวข้างบ้านผม แช็ทกับฝรั่งทุกวันเพราะว่าอยากมีสามีเป็นฝรั่ง – ผู้หญิงต่างจังหวัดจำนวนมากเล่นเน็ทเก่งกว่าผู้สูงอายุในเมืองหลวงเพราะแรงจูงใจหลายอย่าง) และที่สำคัญมากอีกอย่างก็คือคุณทักษิณนั่นเองที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีที่มาแปลกกว่าคนอื่นๆ ไม่ง้อคนกลาง และให้การสนับสนุนถึงมือของรากหญ้าอย่างเต็มที่โดยทอดทิ้งคนชั้นกลางและผู้นำท้องถิ่นไว้ (แน่นอนว่าเค้านึกไม่ถึงว่าผู้นำท้องถิ่นจะมีผลต่อความมั่นคงของภาคใต้มากแค่ไหน) ประชาธิปใตยจึงต้องปรับตัวตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปนั่นเอง เพราะเรามีกลุ่มคนต่างจังหวัดที่มีสิทธิมีเสียงที่แท้จริงเพิ่มขึ้นมาแล้ว (สมัยก่อนคนต่างจังหวัดจะเลือกตามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นหรือหัวคะแนนเพราะไม่ได้มีความรู้ทางการเมืองมากนัก)
ผมได้เสวนากับคุณเม่น ประชาธิปไตยจะต้องปรับตัวกันอีกหลายครั้ง ในอนาคตผมมองว่าเมื่อประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ทได้ใกล้เคียง 100% เมื่อไหร่ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง ลองนึกถึงว่าประชาชนสามารถออกสิทธิได้ทางอินเตอร์เน็ท ร้านเน็ทใกล้บ้านกลายเป็นศูนย์เลือกตั้ง ข้อมูลทุกอย่างและการออกสิทธิออกเสียงแทนถูกเก็บไว้ทั้งหมด เราอาจจะใช้ระบบ wikipedia ในการร่างและกำหนดนโยบายของประเทศโดยไม่ต้องพึ่งสภา อิทธิพลของสื่อน้อยชิ้นจะถูกเจือจางลง ฯลฯ
การทะเลาะกันระหว่างแต่ละฝ่ายในปัจจุบันคือส่วนประกอบของหนทางสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทย ส่วนการคอรัปชั่น การซื้อเสียง การหมิ่น ฯลฯ เป็นเพียงน้ำจิ้มที่ช่วยให้ท่านได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้างถ้าคล้อยตามและเสวนาให้ออกรสชาตรุนแรงยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น… จนล้างสมองของตัวท่านในที่สุด อย่าไปกลัวเลยครับ อเมริกาอังกฤษมีประชาธิปไตยมาหลายร้อยปีแล้ว ผ่านสงครามกลางเมืองมานักต่อนักแล้ว เราก็กำลังจะเดินไปสู่จุดนั้นเหมือนกัน เพียงแต่นิสัยของคนไทยนั้นไม่มี Best Practice มาประกบก็เลยไม่รู้จะออกมาในรูปแบบใดเท่านั้นเอง (ประเทศเราดันเป็นเอกราชอยู่ประเทศเดียวในแถบนี้) ลองดูกันทีนะครับ เอาให้เคลียร์กันให้เรียบร้อย
………………………………………….
3,116 views

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเลยนะเนี่ย
ใน facebook ผมมีคนคอมเม้นท์กันใหญ่ ในนี้เงียบแฮะ
Salila Phichitvijai ให้ความเห็นเมื่อ 13 เมษายน , 19:50 น.
แล้วใครจะเป็นอองซาน ทักษิณเหรอ????
ไม่มีหรอก สู้เพื่ออุดมการณ์ ในหัวมีแต่เงินทั้งนั้น อุดมการณ์..ตายไปหมดแล้ว
รักในหลวง ก้อเฉพาะที่ท่านอยู่บนธนบัตรทั้งนั้นแหละ ขออภัย ไม่ได้หมายถึงคนไทยทุกคน แต่คนไทยหลายๆคนเป็นแบบนี้
Boonie Loh ให้ความเห็นเมื่อ 13 เมษายน , 20:35 น.
เราว่าประเทศไทยเหมาะแล้วที่จะเป็น Constitutional Monarchy ตราบใดที่ผู้นำประเทศยังไม่มีจริยธรรม หวังแต่ผลประโยชน์ของตนเองและพวก พอเข้ามาก็มีแต่จะกอบโกย รวยวันรวยคืน สุดท้ายปลายทางของหนทางประชาธิปไตยที่พัชรเขียนถึง อาจจะกลายเป็นอมาตยาธิปไตยแบบไม่มีใครหยุดได้เลยก็เป็นได้
Warong Lupaiboon ให้ความเห็นเมื่อ 13 เมษายน , 21:41 น.
ใจเย็นๆ ครับ เอาเพลงไปฟังละกันครับ http://www.democrat.or.th/music/music_8.htm
hey
what design do you think you’re working with for this 1? (this actual blog) I kinda love this and I was asking yourself if this can be readily available.
We would like to thank you all over again for the beautiful ideas you gave Janet when preparing a post-graduate research and also, most importantly, regarding providing many of the ideas within a blog post. In case we had been aware of your website a year ago, we may have been kept from the useless measures we were implementing. Thanks to you.
Hi there, just became aware of your blog through Google, and found that it’s truly informative. I am going to watch out for brussels. I’ll appreciate if you continue this in future. Lots of people will be benefited from your writing. Cheers!
Appreciate it for all your efforts that you have put in this. Very interesting info. “It is within the families themselves where peace can begin.” by Susan Partnow.
Wow, fantastic blog structure! How long have you ever been blogging for? you made running a blog look easy. The whole glance of your website is fantastic, let alone the content material!
Anne Harris…
[...]y Somebody essentially assist to make severely posts I would state. This is t 09[...]…