11 September 2009 การ์ตูนล้อการเมือง อนุญาติให้เผยแพร่ซะด้วย จาก  www.blackcommentator.com ความไร้ประสิทธิภาพ กับ การโกงกิน

การ์ตูนล้อการเมือง อนุญาติให้เผยแพร่ซะด้วย จาก  www.blackcommentator.com

การ์ตูนล้อการเมือง อนุญาติให้เผยแพร่ซะด้วย จาก www.blackcommentator.com

เมื่อวันก่อนหลังลองทิ้งคำถามลงไปในทวิตเตอร์เล็กน้อยเกี่ยวกับประเด็นด้านราชการ แต่ผมทิ้งประเด็นแรกไปก่อนที่ว่า “คนไทยไม่ต้องการคนโกงกินจริงหรือ?” เพื่อต้องการดู perception เกี่ยวกับโกงกินเป็นอันดับแรก และก็พบว่า คนส่วนใหญ่เกลียดการโกงกินอย่างมาก และมีความรู้สึกว่านักการเมืองนั้นโกงกินกันแทบทุกคน สาเหตุนอกเหนือจากการโกงที่อาจมีอยู่จริงแล้ว ยังมีที่มาจากเมืองไทยมีวาทกรรมว่าด้วยการโกงกินของนักการเมืองอยู่เต็มไปหมดนั่นเอง

ต่อมาผมก็ลองหย่อนประเด็นเรื่อง “การไร้ประสิทธิภาพ” เข้าไปด้วย เพราะหน่วยงานราชการบางแห่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถทำงานได้ หรือไม่ต้องการทำงานนั้นก็กำลังใช้เงินภาษีของประชาชนอยู่อย่างขมักเขม้นเช่นกัน และหย่อนคำถามที่ว่า การโกงกิน = การไร้ประสิทธิภาพ หรือไม่ ? เข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบดู ( จริงๆไม่ make sense ที่จะใช้เครื่องหมาย”เท่ากับ” ในลักษณะนี้แต่ผมอยากลองครับ ) เพราะผมคิดว่า พอเป็นเรื่อง “ความไร้ประสิทธิภาพ”นั้นทำไมคนไทยกลับรับได้ ? ทั้งที่ความ “ไร้ประสิทธิภาพ” ที่เราเป็นเป็นเรื่องปกติกับการ “โกงกิน”ที่เป็นเห็นเป็นเรื่องชั่วร้ายนั้นกลับให้ผลไม่ต่างกันเลยนั่นคือประชาชนไม่ได้อะไร และเสียภาษีไปฟรีๆนั่นเอง

คุณจ๋ง @warong คิดว่าที่ผ่านมา การโกง ถูกเน้นย้ำกันมามากแล้ว แต่การไร้ประสิทธิภาพ นั้นกลับถูกทำราวกับเป็นเรื่องปรกติธรรมดาจนชาชินที่ทุกๆ คนควรจะหาทางช่วยเหลือตัวเองเอาเอง และได้เพิ่มเติมว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว การต่อว่านักการเมืองมักจะเป็นในแนวที่เกี่ยวกับแนวคิดที่ไม่ตรงกันมากกว่า ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนานั้นเต็มไปด้วยคนที่ต่อว่าว่านักการเมืองโกงกินเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อได้ง่ายที่สุดและเข้ากับจริตของคนที่ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไร

และปรากฏว่าคุณลิ่ว @lewcpe ได้ตอบกลับในประเด็นที่น่าสนใจทีเดียวครับ เช่น

เราสามารถหาคนผิดให้กับความไร้ประสิทธิภาพได้ “ไอ้ระบบ” นี่รับบาปมาหลายสิบปีแล้ว ส่วนโกงกินนี่ คนทำดันมีชื่อและเดินได้

สักวันเราจะมี “ไอ้การเมือง” มารับบาปโกงกิน เหมือน “ไอ้ระบบ” มารับบาปด้อยประสิทธิภาพ

คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะน่ากลัวพอๆ กัน ตอนนี้เรามีทุจริตเชิงนโยบาย อีกหน่อยเราจะเริ่มกลัวการโกงจนเริ่มอธิบายไม่ได้

สิ่งที่ผมสรุปได้ตามความรู้สึกส่วนตัวก็คือ ความไร้ประสิทธิภาพนั้นกลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าเพราะมันไม่มีจำเลยที่สามารถจับเข้าคุกได้นั่นเอง ทุกคนโทษระบบราชการที่ไร้แรงจูงใจ แต่กลับ”พอรับได้” และเห็นว่า”ไม่ใช่ความผิดบาปที่ต้องเร่งแก้ไข” และเราก็ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทุกรูปแบบ ต่อต้านการแปรรูปทุกรูปแบบ ตามประสาคนไทยที่มีความลักลั่นย้อนแย้งโดยตลอด

ในขณะที่นักการเมืองทุกคนถูกตราหน้าไว้แล้วว่าการกระทำทุกอย่าง มีแนวโน้มที่จะสามารถโกงกินได้ แน่นอนผมเองก็ไม่ชอบการโกงกินและก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนรู้สึกกว่าสิ่งนี้”มันรับได้” เพียงแต่รู้สึกว่าประเด็นที่กัดกินไม่แพ้กันอย่างเรื่องการไร้ประสิทธิภาพนั้นก็ควรจะให้ความสำคัญและพยายามจัดการเรื่องนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามคุณจ๋งได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าความไร้ประสิทธิภาพเกิดจากความอ่อนด้อยของความสามารถนั้น เราก็ยังพออภัยกันได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพที่มาจาก การปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวต่างหาก

ผมคิดว่าในวงการเมืองที่มีแต่ผู้ต้องการจ้องเล่นงานกันนั้น การปัดความรับผิดชอบเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เพราะคนไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานจริงๆจังๆ สุภาษิตอย่างเช่น “แกว่งเท้าหาเสี้ยน” นั้นก็ติดอยู่ในสมองของเราตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเราจะไม่มีทางสู้เพื่อความถูกต้องหากตนเองและครอบครัวต้องเดือดร้อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการตั้งหน่วยงานที่ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพองค์รวมอยู่เยอะมาก

ลักษณะราชการไทยนั้นเมื่อมีผู้บริหารใหม่ ก็จะเกิดวิสัยทัศน์ใหม่ เกิดองค์กรใหม่ องค์กรเดิมเมื่อผ่านมาระยะเวลาหนึ่งจะสะสมการเมืองภายในไว้เยอะมาก เมื่อไม่สามารถแตะต้องได้ก็ต้องปล่อยให้ใช้เงินภาษีต่อไปชั่วฟ้าดินสลายนั่นเองครับ ลองคิดว่าเรามีองค์กรราชการรวมไปถึงระดับชุมชนอยู่หลายหมื่นองค์กร หน่วยงานที่ลงท้ายว่า“แห่งชาติ” และสำนักงานนั้นก็มีมากมายแม้บางทีชื่อจะใกล้เคียงกันจนเราแทบจะแยกกันไม่ออก ผมลองสมมติคร่าวๆดูว่าถ้า Government Efficiency แบบดีที่สุด = 50% แล้วความสูญเสียมันควรจะเยอะเป็นหลักแสนล้านแบบที่ผู้เสียภาษีเห็นแล้วต้องน้ำตาซึมแน่ๆครับ

ลองสร้างวาทกรรมว่าด้วยการไร้ประสิทธิภาพกันบ้าง เพลาๆวาทกรรมนักการเมืองเลวลงบ้างก็ได้ครับ ส่วนผมขอเวลาไปศึกษาระบบราชการประเทศอื่นๆก่อน แล้วจะมีโพสเสวนากันอีกครั้งนะครับ :)

มีรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งสร้างหน่วยงานหนึ่งขึ้นมา ต้องใช้คน 300 คนในการ maintenance แต่ต่อมาไม่นานหน่วยงานนั้นหมดประโยชน์ลงเพราะมีข้อขัดข้องทางกฎหมายจากการไม่ศึกษาให้ดีถึงการตั้งหน่วยงาน ด้วยความที่ต้องการรักษาน้ำใจภายในองค์กรจึงตัดสินใจเลี้ยงคน 300 คนไปจนเกษียณโดยไม่ต้องทำงานอะไรที่เป็นฟังก์ชั่น คุณคิดว่าอย่างไรครับ ? และคุณรู้ไหมว่ามีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาและตกอยู่ในสภาพนี้อีกมากมายเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจ

Government Efficiency, Global Rankings, 2009
ระบบราชการของสิงค์โปร์
การเมืองของ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายๆเรา
บทความ
อำลาอาลัย…รัฐวิสาหกิจยอดแย่

Tags:
3,003 views

Leave a Reply

33 Responses to “ความไร้ประสิทธิภาพ กับ การโกงกิน”

  1. Apirak says:

    ผมคิดว่าสิ่งที่ประชาชนทำได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับที่ทำงานของตนเอง ไม่เพิกเฉยต่อความไร้ประสิทธิภาพใกล้ตัว จนทำให้เกิดความเคยชินของคนในองค์กร ว่า “ยอมรับความด่อยประสิทธิภาพไม่ได้” เมื่อแต่ละองค์กรเริ่มคิด ก็จะเกิดแนวคิดที่สำเร็จและไม่สำเร็จ สิ่งที่สำเร็จจะกลายเป็นแฟชัน และถูกนำไปใช้กับภาครัฐในที่สุด

    นักการเมื่อง และระบบเป็นทั้งตัวแทนและภาพสะทอนของเรา ถ้านักการเมืองของคนไทยไม่ดี ก็เพราะค่าเฉลียของคนไทยไม่ดี ถ้าไอ้ระบบของคนไทยไม่ดี ก็เพราะค่าเฉลียของระบบของคนไทยไม่ดี ดังนั้นเรามาช่วยขยับค่าเฉลี่ยให้ดีขึ้นทีละนิดๆ เป็นตัวอย่างให้กับระบบย่อยๆ อื่นๆ กันดีกว่า

  2. iPhone says:

    คนมันเคยโกง ยังไงมันก็โกงครับ

    คนที่ไม่มีประสิทธีภาพยังมีโอกาศได้พัฒนาตัวเอง

  3. admin says:

    @Apirak น่าสนใจครับ กับแนวคิด ถ้าอยากให้คนอื่นดีเราต้องทำเป็นตัวอย่างและโน้มนำให้ได้
    เหมือนคำพูดของท่าน อ.ศิลป์ พีระศรี ” ถ้าเธอรักฉัน เธอไม่ต้องทำอะไร เธอไปทำงาน “

  4. kobdesign says:

    คุณ iphone เหมือนมีความคิดที่ว่า คนชั่ว ชาตินี้จะไม่มีวันดีได้ คนที่ดี ก็ไม่มีทางชั่วรึปล่าวครับ ถ้าความหมายอย่างนี้ ผมขอแย้งครับ ผมว่าทุกคนมีดีมีชั่ว ดีกลายเป็นชั่วได้ ชั่วก็กลายเป็นดีได้เสมอ

  5. rathwjj says:

    ผมมองเรื่องนึงครับ เราต้องแยกกันระหว่างคำว่าโกงกิน และทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
    การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ต่อให้กินหรือไม่กินก็ไม่มีประโยชน์ มันเลวร้านตั้งแต่ต้นแล้ว
    ส่วนเรื่องโกงกิน ปัญหาคือวิธีการตรวจสอบมากกว่า การเอาสองเรื่องมารวมกันมันไม่ work
    อีกเรื่องก็คือ การตรวจสอบได้ในทุกระดับ ถ้าตราบใดยังมีส่วนใดตรวจสอบ หรือวิพากษ์ไม่ได้ อย่าหวังเลยครับว่าระบบจะไม่มีการ corrupt

  6. pan says:

    ขออนุญาตมองต่างมุมน่ะครับ สองคำในบทความที่สะดุดใจผมก็คือ เงินภาษีประชาชน และ ประสิทธิภาพ

    1. เงินภาษีประชาชน ผมเองเป็นข้าราชการฟังแล้วก็เหมือนกับว่าต้องง้อให้พวกคุณประชาชนเสียภาษีให้ ผมและเพื่อนๆ ขรก. ถึงจะอยูึ่ได้ จริงๆ แล้ว ผมในฐานะข้าราชการก็ต้องเสียภาษีด้วย เดินเข้า 7-11 ซื้อของอย่างเดียวกับคุณผมก็ต้องเสียภาษีเท่าคุณ ภรรยาผมเป็นหมอฟันเสียภาษีปีหนึ่งให้รัฐก็มากอยู่ พ่อแม่พี่น้องผมที่ไม่ได้เป็น ขรก.ก็มีหน้าที่เสียภาษีเช่นกัน ฉะนั้นถ้าจะมองว่าเงินที่ราชการเอาไปใช้จ่ายนั้นเป็นของพวกคุณประชาชนอย่างเดียวคงไม่ถูกนัก

    2. ประสิทธิภาพ ผมเข้าใจว่าคุณหมายถึงประสิทธิภาพของข้าราชการ คุณพูดในทำนองกล่าวหาว่าเอาเงินภาษีไปแล้วผลงานไม่เกิดผลเท่าที่ควร ผลงานในสายตาใครละครับ สายตาคุณคนเดียวใช่ไหม รัฐมีหน้าที่ต้องดูแลคน 60 กว่าล้านคนน่ะครับ จะให้พอใจคุณคนเดียวคงไม่ได้ คนที่เขาลำบากกว่าคุณกว่ามีเยอะ บริษัทเอกชนมีประสิทธิภาพมากกว่าเพราะว่าจำนวนคนจำนวนลูกค้าที่ต้องดูแลมันน้อยกว่า ถ้าบริษัทจะล่มก็ไม่ได้กระทบคนทั้งประเทศ แต่ถ้าประเทศล้ม…คุณก็คิดเอาเอง อีกอย่างถ้าคุณดูถูกว่าราชการไม่มีประสิทธิภาพก็เท่ากับดูถูกครูประถมครูมัธยมหรือแม้กระทั่งครูระดับมหาวิทยาลัยของรัฐที่สอนคุณมา คุณก็คือผลผลิตของราชการที่คุณตราหน้าว่าไร้ประสิทธิภาพนั้นแหละ

    • admin says:

      @pan ขอบคุณครับ ถ้าเป็นไปได้รบกวนของความเห็นจากข้าราชการอีกเยอะๆนะครับ :) จริงๆตระกูลผมทั้งพ่อและแม่ก็เป็นข้าราชการเหมือนกันครับ

  7. tudut says:

    อย่าทะเลาะกันครับ เรามองกันต่างมุม นานาจิตตังคับผม ข้าราชการดี ๆ ก็มีเยอะ แต่เค้าบอกว่า ยิ่งสูง ยิ่งขอ ไมรู้ว่าจิงป่าว แต่ตอนนี้คิดว่ากำลังเจออยู่นะคับ Deal งานอะไรก็ไม่ผ่าน กั๊กเอาไว้อ่าคับ

  8. ekkmanz says:

    Analysis Paralysis นี่เป็นบาปหนัก วิธีเผางบประมาณเล่นๆ สบายใจ

    ราชการน่าจะตั้งกฏประชุมไม่เกิน 1 ชั่วโมงบ้าง คงมันพิลึก

    ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องของระบบที่อนุญาติให้ Game ตัวระบบได้ เลยเกิดอาการงานไม่เดิน หนักข้อเข้าๆ ก็ เอาเว้ยเห้ย หล่อลื่นๆ สักหน่อยจะได้ไหลคล่อง ถ้ามีวิธีตัด 5% ล่างออกแบบเอกชนบ้างคงจะช่วยได้อัมพาตวิเคราะห์วิจารณ์เสียบ้าง แต่ก็เกรงว่าจะเป็นระบบให้คุณให้โทษไปซะ ขัดกับวัตถุประสงค์ -_-”

  9. Jane says:

    ชอบความเห็นคุณ pan ที่บอกว่าเราทุกคนก็คือผลผลิตของระบบราชการไทย

    อยากให้มองเพื่อนต่างอาชีพด้วย respect ค่ะ ส่วนตัวทำงานเอกชนแต่ก็มีญาติพี่น้องเป็น

    ขรก. เยอะเหมือนกัน สู้ๆ ค่ะประเทศไทยและคนไทย

  10. pra says:

    ผมว่าขรก.มันห่วยก็ต้องยอมรับนะ และแก้ไขด้วย ไม่ใช่จะแถดึงดัน

    เพราะคนไทยอยู่ด้วย respect นี่แหละ เลยทำให้บ้านเมืองสู้ประเทศอื่นไม่ได้ มัวแต่รักษาน้ำใจ

    ผมเรียนโรงเรียนเอกชนตลอดจบมาก็ทำงานจ่ายภาษีเป็นล้านไม่เห็นเป็นผลผลิตขรกตรงไหน

    ไอ้สิ่งที่ผมต้องพึ่ง ขรก แน่นอนว่าก็มี แต่มันก็ควรจะดีกว่านี้นะ

  11. iMenn says:

    @pan

    “เงินที่ราชการเอาไปใช้จ่ายนั้นเป็นของพวกคุณประชาชนอย่างเดียวคงไม่ถูกนัก”
    เราคงเห็นตรงกันว่า เงินที่เอาไปใช้จ่ายเป็นเงินของพวกเราทุกคนน่ะครับ เลยทำให้มีความเสียดายกันบ้างเป็นธรรมดา หากมีการใช้จ่ายที่เราคิดว่าไม่เหมาะสม

    “เอาเงินภาษีไปแล้วผลงานไม่เกิดผลเท่าที่ควร ผลงานในสายตาใครละครับ สายตาคุณคนเดียวใช่ไหม”
    หากคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นตรงกันว่าราชการใช้เงินได้ดีอยู่แล้ว การที่มีบางคนเห็นว่าไม่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นเสียงส่วนน้อยเท่านั้นเองครับ คุณอาจไม่ต้องสนใจเสียงส่วนน้อยนักก็ได้ แต่หากรับฟังแล้วมีประโยชน์บ้าง ก็น่าจะดีกว่าน่ะครับ

    ผมคิดว่า ประเด็นคือ เราคิดว่ามันควรจะปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดีได้กว่าเดิมหรือเปล่า? หากมันควร แปลว่า มันต้องมีสิ่งที่เป็นข้อบกพร่องอยู่ เราก็น่าจะหาและปรับปรุงมัน

    คุณพัชอาจจะจินตนาการถึงภาพรวมระดับประเทศไม่ออก คุณพัชเลยได้แต่เขียนในสิ่งที่ตนเองพบโดยตรง เช่นการทำงานของราชการที่วันนึงทำงาน 2-3 ชั่วโมงแล้วอู้ / การประชุมที่ใช้เวลาจำนวนมากไปกับการพูดนอกเรื่อง ไม่มีประเด็น ฯลฯ / ระบบการอนุมัติเบิกจ่ายที่ล่าช้ามาก ทั้งที่ทำทุกอย่างถูกต้อง / การไม่มีระบบลงโทษคนอู้คนไม่ทำงานแต่มีระบบจ้องจับผิดที่ทำให้คนทำงานลำบาก ฯลฯ

    ซึ่งแน่นอนว่า นี่อาจเป็นแค่ส่วนน้อยของราชการก็ได้ครับ

    @Jane

    เห็นด้วยเรื่องการมองเพื่อนต่างอาชีพด้วยความเคารพครับ แต่ผมคิดว่าความเคารพที่มากกว่าการชื่นชมคือการมองให้รอบด้านตามความเป็นจริงและช่วยกันพัฒนาน่ะครับ การยกย่องคนอื่นว่าดีอยู่แล้ว อาจจะดีในระยะหนึี่งจริง แต่ระยะยาวทุกคนต้องพัฒนาและปรับตัวครับ ที่เคยดีในอดีต อาจจะไม่ดีในปัจจุบันและอนาคตก็ได้

    คนไม่ดี ก็ปรับปรุงที่คน ระบบไม่ดีก็ปรับปรุงที่ระบบ

    และผมเอง ที่รู้ว่าพูดไป พยายามไป โครงสร้างใหญ่ก็ยังไม่ได้มีการปรับปรุงอะไร ผมก็หาทางปรับปรุงตัวเองและสภาพแวดล้อมตัวเองไปครับ :)

  12. Anonymous Coward says:

    คุณ pan:

    1. การที่คุณเองก็เสียภาษี ไม่ได้แปลว่าคุณเอาเงินรัฐไปผลาญด้วยความไร้ประสิทธิภาพอย่างไรก็ได้ ฟังแล้วเหมือนกับนักการเมืองออกมาบ่นว่า เขาเองก็เสียภาษี จะมาหาว่าเขาโกงชาติได้ยังไงเพราะมันก็เงินเขาเองด้วย

    2. ประสิทธิภาพมี metric วัดเยอะแยะครับ เอาอย่างง่ายที่สุดคือ ถ้าองค์กรนั้นเปลี่ยนเป็นเอกชน และมีการแข่งขัน จะยังอยู่ได้มั้ย? ลองนึกถึงการรถไฟ, ขสมก.? นึกถึงอำเภอก่อนยุคทักษิณ? ผมดูถูกว่าราชการไร้ประสิทธิภาพ เพราะระบบโรงเรียนต่างๆ ที่สอนผมมาต้ังแต่เด็กไร้ประสิทธิภาพ ไม่งั้นผมและเพื่อนผมและเพื่อนร่วมประเทศผมคงมีศักยภาพในการแข่งขันมากกว่านี้เยอะ เหมือนอย่างเด็กสิงคโปร์ ฯลฯ ที่มันก็ DNA เหมือนผม 99.999%

    ที่คุณเม่นพูดมายังเป็นส่วนน้อยนิด เศษเสี้ยวของความโสมมทั้งหมดครับ สาเหตุที่พวกคุณยังมีงานทำอยู่ เพราะพวกคุณผูกขาดเท่านั้นแหละครับ โปรดตาสว่างและเลิกปกป้องพวกพ้องซะทีเถอะ

  13. มาแจ้งเกิด says:

    - ชอบที่คุณ pan เขียน ตรงดี (แต่ชอบ ไม่ได้หมายความว่า เห็นด้วยทั้งหมด นะครับ)
    - การโกง กับ การไม่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งไม่ดีทั้งคู่
    แต่คงร้ายแรงไม่เท่ากัน
    ยกตัวอย่าง
    คุณพัชร คงไม่มองพนักงานในบริษัท ที่โกง กับที่ไม่มีประสิทธิภาพ ว่าแย่ในระดับเดียวกัน และปฏิบัติให้เหมือนกัน ใช่มั้ยครับ

    ขออนุญาตมองในอีกมิติหนึ่งของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่เห็นในหน้านี้

    - “เห็นแย้งกัน = ทะเลาะ” หลายคนคิดอย่างนี้ เพราะเห็นมีคนพยายามห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน
    ซึ่งผมว่า ยังไม่เห็นใครทะเลาะกันเลย
    …ถ้าทำให้ความคิดนี้หายไปได้ สังคมน่าจะมีอะไรเจริญงอกงามมากกว่าที่เป็นอยู่นะ ผมว่า

    - “พวกเราเอง ยังก็ต้องออกรับแทนกันก่อน” ไม่เข้าใจที่เห็นคุณ iMenn ตอบแทนคุณพัชร ในประโยคที่คุณ pan เขียนถึงคุณพัชร (แต่ถ้าคุณพัชรมอบหมายให้มาตอบแทน ก็ขอโทษที่เข้าใจผิด)
    เพราะผมว่า รอให้คุณพัชรมาตอบเองจะดีกว่ามั้ยครับ
    แต่ก็เข้าใจน่ะ เพราะคุณทั้งสองเป็นเพื่อนกัน
    แต่นี่แหละ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมแบบ “พวกพ้อง”
    ที่อาจจะเป็นสาเหตุของความไม่เจริญของสังคมไทย
    ที่เรากำลังคุยกันอยู่ก็ได้ จริงมั้ยครับ

  14. KRISS says:

    @pan
    “ถ้าคุณดูถูกว่าราชการไม่มีประสิทธิภาพก็เท่ากับดูถูกครูประถมครูมัธยมหรือแม้กระทั่งครูระดับมหาวิทยาลัยของรัฐที่สอนคุณมา”

    ราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีประสิทธิภาพครับ ถ้าครูที่สอนผมมาดีหรือมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ “ราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ” ครับ

    ผมเองก็เจอเคยครูที่ไม่กินเหล้าเวลาสอน ครูที่กินเหล้าในเวลาสอน ครูที่สอนดี ครูที่สอนห่วย ผมก็เคารพทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่ครูข่มขืนเด็กหรืออะไรเทือกนั้น

    ผมว่าการวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพ เป็นสิ่งจำเป็นครับ และควรค่าแก่การรับฟังครับ

    ผมเป็นรุ่นน้องพี่พัชรครับ แต่ถ้าพูดอะไรห่วยๆผมก็ด่าครับ ไม่เกี่ยวกับพวกพ้องครับ (น่าน ดักคอ)

  15. pan says:

    ขอบคุณครับ @iMenn สำหรับความเห็น
    คำว่า ภาษีของประชาชน ในบทความนี้กินความหมายกว้างมากครับ
    กว้างจนอาจทำให้คนทั่วไปคิดว่า คือเงินก้อนเดียวที่เอาไปลงทุึนในโครงการเช่น ไทยเข้มแข็ง
    แต่จริงๆ แล้วเงินส่วนใหญ่ในโครงการนี้คือเงินที่ได้จากการขายพันธบัตรรัฐบาลครับ
    ไม่ใช่เงินภาษี แต่เป็นเงินที่ ปชช.(ผู้มีอันจะกิน) ยินยอมที่จะให้รัฐหยิบยืมไปลงทุนกับโครงการ
    ที่เป็นประโยชน์ต่อ ปชช.(ผู้ไม่มีอันจะกินเท่าไรนัก) ไม่ใช่เงินที่เสียแล้วเสียเลยอย่างภาษีครับ เราต้องแยก
    ประเด็น

    ในส่วนที่เป็นเงินภาษีจริงๆ นั้นผมเห็นด้วยถ้า รบ. เอาไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม แต่คำถามก็ตามมาว่า เหมาะสมในแง่ไหน จากมุัมมองของใคร จากมุมมองของคนเมืองมีการศึกษาอย่างคุณ หรือ จากมุมมองของชาวนาเกษตรกร หรือ ผู้ใช้แรงงานทั่วไป อันนี้ก็ต้องแยกประเด็นน่ะครับ

    สุดท้ายผมก็ดีใจที่คุัณ @iMenn ยังตระหนักว่าเราทุกคนคือส่วนหนึ่งของปัญหา และพยายามจะปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัวเอง ซึ่งในท้ายที่สุดจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของประเทศโดยรวม อันนี้เป็นสัญญาณที่ดี ผมเองก็มีข้อเสียในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แต่ผมก็พยายามจะไม่ชี้นิ้วไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง(ไม่ว่าเอกชน ราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ) ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา ผมถึงย้ำเสมอว่า We must become a change we want to see และ Ask NOT what your country can do for you. Ask what you can do for your country. ดั่งที่ท่านคานธีและ JFK เคยกล่าวเอาไว้ ตามลำดับ

    @Jane ขอบคุณเช่นกันสำหรับความเห็นและการมองโลกในแง่ที่ดี ผมเข้าใจว่า respect ของคุณ Jane คงหมายถึง ความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ของคนไทยทุกหมูเหล่า นะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็โทษที

    @Anonymous Coward
    1. ที่ผมบอกว่าผมกับครอบครัวก็เสียภาษี ก็เพียงจะสื่อว่าเราทุกคนก็คือส่วนหนึ่งของปัญหา การชี้นิ้วไปที่องค์กรใด องค์กรหนึ่ง ว่าเป็นเหตุของความล้มเหลวในปัจจุบันทั้งหมดคงจะไม่ถูกนัก เราต้องรับผิดชอบร่วมกัีนครับ การโกงกินแต่ละครั้งล้วนแต่เกิดจากความยินยอมของทั้งฝ่าย เอกชนและราชการ ทั้งนั้น เอกชนเสนอ ราชการรับ (ถ้าท่านเคยเป็นกรรมการเปิดซองจะรู้ครับ)

    2. ผมก็เสียใจด้วยที่คุณยอมแพ้กับความไร้ประสิทธิภาพของตัวเองเสียแล้ว แต่ผมเชื่อว่าคนไทยหลายคนยังไม่ยอมแพ้ครับ ส่วนเรื่องปกป้องพวกพ้องหรือไม่นั้นก็เป็นสิทธิของคุณที่จะคิดแบบนั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าการจะชี้นิ้วดูํถูก(คำว่าดูถูกคุณเป็นคนพูดเองน่ะครับ)ว่าคนอื่นไร้ประสิทธิภาพกว่าตัวเองนั้น มันก็บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเจ้าของ “นิ้ว” เยอะอยู่เหมือนกัน

    คุณมาแจ้งเกิด

    ถ้าพูดถึงการโกง คนไทยมักจะเรื่องโกงเงินเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว แค่เด็กนักเรียนเริ่มลอกการบ้านเพื่อนมันก็คือการโกงและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นคนในตัวเขาเองแล้วครับ …. เราทุกคนเชื่อว่าไม้อ่อนดัดง่ายใช่มั้ยครับ ก็คิดต่อเองละกันน่ะครับ

  16. KRISS says:

    เห็นด้วยกับคุณ pan เรื่อง “We must become a change we want to see และ Ask NOT what your country can do for you. Ask what you can do for your country” ครับ

    แต่จำเป็นด้วยหรือที่ต้องไม่วิจารณ์ใครเลย แล้วพัฒนาตัวเองอย่างเดียว? เวลาเราชี้จุดบอดของประเทศ ก็ต้องชี้เป็นจุดๆไป ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาพัฒนาตัวเองไม่ประสานกับใครเลย

    ถึงบอกว่า “เป็นข้อเสียของทุกคน” เวลาแก้ก็ต้องแก้เป็นคนๆอยู่ดี คำว่า every ในภาษาอังกฤษ จึงตามด้วยเอกพจน์ครับ

  17. pan says:

    KRISS

    ผมไม่เคยบอกว่าวิจารณ์ไม่ได้ครับ ในทางตรงข้ามสิ่งที่ผมและคุณทำอยู่ตอนนี้ก็คือ วิจารณ์ นั่นเอง แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือ เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของปัญหาครับ การจะชี้นิ้วไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งว่าเป็นเหตุแห่งความไร้ประสิทธิภาพ แล้วตัวเองลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ตัวเองถูกอยู่คนเดียว เก่งอยู่คนเดียว คงจะไม่ถูกนัก

    ผมเห็นด้วยที่การพัฒนาตนเองต้องประสานกับคนอื่น แต่คุณจะไม่สามารถประสานกับใครได้เลยถ้าใจไม่กว้างพอที่จะรับฟังคนที่เห็นต่าง และผมก็เห็นด้วยว่าปัญหาต้องแก้เป็นจุดๆ แต่จุดที่ใกล้ตัวเราที่สุดก็คือตัวเราน่ะครับ เราต้องเริ่มที่ตัวเรา ทั้งจากความคิด การกระทำ และคำพูด ถ้าคุณ honest กับตัวคุณเองได้แล้ว ก็ค่อยขยายไปในระดับที่ใหญ่กว่า ตามหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ เรื่องแบบนี้ทำให้สัมฤทธิ์ผลได้ไม่ใช่จากคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำ และ คิด(ไปข้างหน้า)

    ผมมองแบบนี้ครับ

  18. KRISS says:

    @pan ขอบคุณครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามทำเพื่อบ้านนี้เมืองนี้อยู่ครับ

  19. iMenn says:

    @มาแจ้งเกิด

    คุณพัชไม่ได้มอบหมายให้มาตอบแทนหรอกครับ ผมมาตอบเองครับ คิดอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้นครับ :)

    จริงๆ อาจตีความว่าผมด่าคุณพัชก็ได้นะครับ เช่น คุณพัชมองแค่นี้เองรึ? ไม่เห็นภาพรวมระดับประเทศเลยหรือไร? เจอแต่ข้าราชการห่วยๆ แค่บางองค์กร แล้วจะเหมารวมว่าข้าราชการทุกคนห่วยได้อย่างไร? ฯลฯ

    :D

  20. mokin says:

    ว่าจะตอบตั้งแต่ไม่มีคนตอบแล้ว แต่ไม่ว่างความคิดที่จะเขียนมีเยอะเกินไปที่จะบรรยาย
    ตอนนี้ก็ขอตอบแบบข้อความในบล็อกนี้น่ะครับ
    10 ประเด็นที่ทำให้คนไทยล้าหลัง…ในมุมมองของ วิกรม กรมดิษฐ์
    ลิงก์ http://www.geranun.com/archives/234
    ความเห็นของผมเห็นด้วยทั้งหมดในประโยคที่เขาสรุป 3-4 ข้อตอนท้าย โดยเฉพาะข้อสุดท้าย
    ผมว่ายอมรับ แล้วรีบแก้ไข มันจะได้ไม่สายไปกว่านี้น่ะครับ

    โดยเฉพาะ คุณ pan ที่บอกว่า “เราทุกคนก็คือผลผลิตของระบบราชการไทย”
    นั้นสิ ดูรถไฟของเรากับญี่ปุ่นมันต่างกันริบลับ ทั่งที่ตอกหมดพร้อมกันในเอเชีย เป็นเพราะ?

    ปล. ข้อความนี้อาจไม่ได้ตอบบล็อกที่เขียนตรงๆ แต่ความเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคนเขียน (@iPattt)

Leave a Reply

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes