<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร &#187; Business plactice</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/tag/business-plactice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>พัชร เกิดศิริ ชายผู้ทำได้ดีทุกเรื่องเว้นเรื่องเรียน ขอเรียนเชิญมาเสวนาเรื่อง ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Sep 2010 03:36:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>กรณีศึกษาที่ 6 : One2Car ระบบต้องมาควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการบริการ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/one2car/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/one2car/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 00:30:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=6285</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกนี้จะเขียนรวบกรณีศึกษา 2 อย่างเกี่ยวกับเว็บรถมือสอง โดยเอากรณีศึกษาที่ไทเกอร์เป็นที่ปรึกษาด้านเว็บไซต์ใหม่ให้กับ One2Car มารวมกับการเคยล้มเหลวจากการเป็น Partner เว็บไซต์รถมือสองแห่งหนึ่งในอดีต ซึ่งบทเรียนที่สำคัญคือ 1. ธุรกิจเว็บต้องมีการผลักดันอย่างเป็นเอกเทศและตั้งใจจริง 2.ระบบต้องมาคู่กับมาตรฐานใหม่ในการบริการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fone2car%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fone2car%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>บล็อกนี้จะเขียนรวบกรณีศึกษา 2 อย่างเกี่ยวกับเว็บรถมือสองครับ โดยเอากรณีศึกษาที่ไทเกอร์เป็นที่ปรึกษาด้านเว็บไซต์ใหม่ให้กับ One2Car มารวมกับการเคยล้มเหลวจากการเป็น Partner เว็บไซต์รถมือสองแห่งหนึ่งในอดีต</p>
<h2>เป็นที่ปรึกษาให้กับ One2Car</h2>
<p>เมื่อปีที่ผ่านมา TiGERiDEA ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษา <a href="http://www.one2car.com">One2Car</a> ในการออกแบบเว็บไซต์ใหม่สร้างหน้าตาด้วย XHTML/CSS ทั้งในแง่ SEO และ VaiVaisoft จัดการในเรื่องระบบ โดยทางเราทำหน้าที่ Comment ทีมงาน IT และ Designer ของ One2Car เป็นจำนวนหลายครั้งและทำให้รู้จักทีมงานของ One2Car พอสมควร</p>
<h3>1. เป็นที่ปรึกษาด้านการดีไซน์และ Coding</h3>
<p>one2car มีทีมงานดีไซน์และทีมโปรแกรมเมอร์อยู่แล้ว เราจึงเข้าไปประชุมกับทีมงานและรับฟังข้อคิดเห็น/ตอบข้อซักถามต่างๆ ทั้งในด้าน Designและ Coding ซึ่งคุณเม่นทำในส่วนนี้ และส่วนของ Content ซึ่งผมรับผิดชอบ และพบว่าที่ผ่านมาในอดีต One2Car นั้นมีชื่อเสียงจาก Content ทีี่อยู่ภายในเว็บอย่างแท้จริง</p>
<div id="attachment_6286" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/08/one2car-comment.jpg" alt="ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow" title="ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow" width="400" height="391" class="size-full wp-image-6286"><p class="wp-caption-text">ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow</p></div>
<p>ในส่วนของการ Coding ทางทีมงาน IT ของ One2Car ได้ส่งตัวอย่าง Code มาให้ทางไทเกอร์และทางเราได้เขียนตัวอย่างของ Code กลับไป และมีการแนะนำในส่วนของ CSS , xml sitemap , และเทคนิค Auto generate เพื่อผลทาง SEO หลายประเด็น และมีการตรวจงานด้วยครับ นอกจากนั้นยังมี <a href="http://www.ipattt.com/2009/วิธีทำ-seo-2/">technics ด้าน SEO ในส่วนของ Content</a> ต้องขอขอบคุณทีมงาน One2Car ที่ให้ความไว้วางใจเราเป็นอย่างดีครับ</p>
<h3>2. VaiVaisoft คุณจ๋ง ดูแลเรื่องการแสดงผลต่างๆ</h3>
<p>การแก้ไขปัญหาและปรับปรุง ในด้านเทคนิคอ่านได้ที่ <a href="http://www.vaivaisoft.com/2010/08/one2car-and-the-slow-connection/">VaiVaisoft เขียนโดยคุณจ๋ง</a> )</p>
<h3>3. สรุปข้อคิดธุรกิจจาก One2Car</h3>
<p>บริษัทที่จะทำธุรกิจจากเว็บไซต์นั้น จะมีเพียงแนวคิดอย่างเดียวและจ้างคนอื่นมาทำเว็บไซต์ตามแนวคิดไม่ได้ ต้องมุ่งมั่นสร้างทีมมารองรับระบบสืบเนื่องจากเว็บและสร้างวัฒนธรรมทางธุรกิจบางอย่างด้วยจึงจะสำเร็จครับ One2Car ไม่เพียงสร้างระบบเว็บที่ดีในการขายรถมือสอง แต่ยังได้สร้างมาตรฐานการขายรถมือสองในตลาดขึ้นมาใหม่ ผลักดันให้เป็นจริงโดยพิจารณาจากโมเดลธุรกิจส่วนย่อยที่ไม่มี Conflict of interest ก่อนด้วยทีมงานหลายสิบคน ( โมเดลบางอย่าง เช่น ขายรถบ้าน กับ รถเต๊นท์ นั้นมี Conflict กันอยู่ ไม่สามารถนำมารวมกันได้ ) และมูลค่าธุรกิจคุณของจะแปรผันตรงกับมูลค่าตลาดที่คุณได้สร้างคุณค่าให้กับองค์รวมนั่นเอง</p>
<h2>กรณีศึกษา TiGERiDEA เคยเป็น Partner เว็บรถมือสองแห่งหนึ่งและล้มเหลวเมื่อปี 2007</h2>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน เราได้เป็น Business Partner กับบริษัทผู้ผลิต<strong>หนังสือรถยนต์มือสองแห่งหนึ่ง</strong> ตัวสัญญานั้นดีมากๆกับทั้งสองฝ่ายคือ ผมลงทุนเวลาส่วนหนึ่ง และยังได้ค่าพัฒนาเว็บไซต์อีก 300,000 บาท แถมถ้าเว็บไซต์นั้นสามารถสร้างรายได้ ผมก็ยังได้เปอร์เซ็นอีก 40% ดูเผินๆแล้วเป็นข้อเสนอที่ดีต่อบริษัททำเว็บอย่างผมเป็นอย่างยิ่ง เว็บไซต์นั้นมีประโยชน์กว่าหนังสือทั้งในแง่ความอัพเดท และการโชว์รูปรถยังโชว์ได้หลายมุมหลายแบบ การเซิร์ทประภทรถที่ต้องการก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ต่อมาทั้งผมและเม่นจึงได้โลดแล่นเพื่อผลักดันโมเดล Business เว็บรถมือสองกันอีกพักหนึ่ง เราได้ไปตามเต๊นท์รถแถวถนนวงแหวนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีซึ่งเป็นถนนแห่งเต๊นท์รถ และได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากความล้มเหลวครับ</p>
<h3>1. เต๊นท์รถนั้นถูกสร้างมาตรฐานการบริการไว้แล้ว</h3>
<p>หากดูเผินๆเมื่อเราต้องการจะสร้างเว็บซื้อขายรถมือสอง ถ้าเราคิดว่าเต๊นท์รถจะช่วยเราโดยการส่งรูป หรืออัพโหลดรูปรถของเค้าขึ้นเว็บเรา เมื่อขายได้จึงแบ่งเงินให้เรา อันนั้นคิดผิดถนัดครับเพราะในความเป็นจริง ขนาดทีมเรามีตากล้องออกไปช่วยถ่ายรูปรถให้ เต๊นท์รถยังถือว่าตนเองมีภาระในการเคลื่อนย้ายรถเพื่อให้เราถ่ายรูปได้ทุกมุมเลยครับ และสำหรับผู้ที่ได้สร้างมาตรฐานและวิธีการถ่ายรูปที่ดีโดยที่เต๊นท์รถไม่เหนื่อยมากทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือทีมงาน One2Car นี่เอง ทีมงานตากล้องจะมาเป็นเวลาที่แน่นอน ช่วยเต๊นท์รถเลื่อนรถ ถ่ายรูปให้ได้มุมมาตรฐานและรถดูชัดสวยน่าซื้อที่สุด นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานอีกหลายอย่างเช่นเรื่อง Sale และการเลือกรถขึ้นโชว์ การคิดค่าบริการปละบริหารอย่างคุ้มค่า ฯลฯ</p>
<h3>2. ระบบบริหารภายในของลูกค้าและธุรกิจหนังสือที่มีอยู่ ไม่เอื้อต่อการพัฒนา Business ใหม่</h3>
<p>เดิมทีลูกค้าเจ้านี้เป็นหนังสือซื้อขายรถยนต์มือสองที่ขายทั่วประเทศอยู่แล้ว มีพนักงานในบริษัทนับร้อยคน เมื่อธุรกิจหนังสือรถมือสองเริ่มหดตัวลงเพราะเว็บไซต์ที่กำลังมาแรง จึงบีบให้บริษัทนี้ต้องเร่งพัฒนาเว็บไซต์ ( ซึ่งต่างจาก One2Car ตรงที่ One2Car นั้นเป็นเว็บไซต์รถมือสองตั้งแต่แรกและไม่เคยเป็นหนังสือมาก่อน ) โดยในครั้งแรกยังคาดว่า หนังสือน่าจะเป็นจุดแข็งของเว็บไซต์เพราะสามารถลงโปรโมชั่นได้ทีเดียวทั้งสองทาง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจสองอันนี้ มี Conflict ต่อกันและกันอยู่ เพราะถ้าเว็บเกิด หนังสือก็จะต้องถอยไปในไม่ช้า</p>
<p>ในการปฎิบัติจริง ทีม Sales จะได้ค่าคอมมิสชั่นจากการหาลูกค้าซึ่งเป็นเต๊นท์รถมาลงหนังสือ และมีมาตรฐานชัดเจนเพราะหนังสือมีกลุ่มคนอ่านแน่นอน ดังนั้นถ้าเซลล์หารถมาลงได้เยอะหนังสือก็จะได้เงินจากพื้นที่โฆษณาเยอะและเซลล์ก็จะได้คอมมิสชั่นเยอะนั่นเอง พอเว็บไซต์เกิดขึ้นมาใหม่นั้นทำให้เซลล์ต้องหาข้อมูลใน format ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์โดยที่ยังไม่ได้คอมมิสชั่นเพิ่ม (เพิ่มงาน) และทีมช่างภาพจากเดิมที่ต้องถ่ายรูปรถแค่มุมเดียว กลับต้องถ่ายรูปหลายมุมเพิ่มเพื่อลงเว็บ และการถ่ายหลายมุมนั้นต้องขยับรถซึ่งไม่ง่ายเพราะต้องกำหนด Schedule กับเจ้าของเต๊นท์รถ กลายเป็นว่าอาจจะต้องไปสืบ Schedule การถ่ายรูปของทีมงานอื่นๆ (เช่นทีมตากล้องของ One2Car) เพื่อนำช่างกล้องมาให้ตรงเวลากันและขยับรถออกมาถ่ายรูปเพียงครั้งเดียว ทำให้ TiGERiDEA ไม่ได้รับความร่วมมือจากทีมงานภายในของลูกค้าในการส่งภาพรถมาเข้าระบบ</p>
<p>นอกจากนี้การเริ่มทำเว็บในครั้งแรกนั้นจะต้องมี Database รถยนต์จำนวนมากเข้ามาในเว็บก่อนในขณะที่เว็บไซต์รถที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เพียงอัพเดทรถใหม่หรือลบรถที่ขายไปแล้วที่มีวันละไม่กี่คันต่อเต๊นท์จึงถือว่าเป็น Barrier to Entry ที่สำคัญมากของเว็บไซต์รถยนต์มือสองที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นับแต่นี้</p>
<h3>3. ณ ขณะนั้น TiGERiDEA เองไม่มี Resource เพียงพอในการเสนอ Solution ผลักดันเพิ่มเติม</h3>
<p>ในด้าน technology เมื่อปี 2007 นั้น ทางไทเกอร์ยังไม่ได้ Research CMS มากมายนักแต่ก็ได้เลือก<a href="http://expressionengine.com/" rel="nofollow"> Expression Engine </a> เป็น CMS หลักในการพัฒนา ( ตอนนั้น <a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น</a> ยังไม่พูดถึง WordPress เลย ) และ<a href="http://www.jongblog.com">คุณจ๋ง</a>ก็กำลังจะออกจากไทเกอร์ไปทำบริษัทตัวเองพอดี ทางไทเกอร์จึงให้โปรแกรมเมอร์อีกคนซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันซึ่งเข้ามาเป็นพนักงานประจำในขณะนั้นเป็นผู้พัฒนาหลักในส่วนของ Programming เว็บไซต์นี้โดยให้คุณจ๋งเป็นที่ปรึกษา ทำให้การใช้ resource ของไทเกอร์ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร นอกจากนี้เมื่อพบปัญหาในส่วนของแรงผลักดันภายในระบบธุรกิจของลูกค้า ทีมงานไทเกอร์ก็ไม่มีคนเพียงพอที่จะเข้าไปเสริมทีมใหม่เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์เกิด</p>
<p>ในขณะนั้นไทเกอร์ลงทุนค่า Manday กับโปรเจ็คนี้ไปราวๆ เดือนละเกือบ 4 หมื่นบาท แต่ถ้าจะผลักดันธุรกิจนี้ให้เกิดต้องมีทีมรวบรวมรูปและทีมเซลล์ช่วยลูกค้าด้วย ดูแล้วไม่น่าต่ำกว่าเดือนละ 150,000 บาทในช่วง 3 เดือนแรกซึ่งเรารับภาระไม่ไหว</p>
<h3>4. จบสัญญากับลูกค้ารายนี้</h3>
<p>พอทั้งไทเกอร์และลูกค้าทำเว็บกันมาระยะหนึ่ง (ประมาณครึ่งปี) ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปและทางเลือกในการแก้ปัญหาธุรกิจเดิมที่ไม่ Support ได้ ซ้ำร้ายทีมตากล้องและเซลล์ของลูกค้าบางคนก็ลาออกเนื่องจากไม่พอใจที่ภาระงานเพิ่ม ทำให้ไทเกอร์ตัดสินใจคุยกับลูกค้าเพื่อยกเลิกสัญญานี้ไปโดยที่ได้เงินมาส่วนหนึ่ง จนกระทั่งได้เจอเบอร์หนึ่งอย่าง One2Car จึงเพิ่มความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจรถมือสองอย่างชัดเจนมากขึ้นในปี 2009</p>
<p>สำหรับ กรณีศึกษาอื่นๆของไทเกอร์ไอเดีย <a href="http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/page/2/">ค้นดูได้ใน tag TiGERiDEA ครับ </a> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_5676" class="wp-caption alignnone" style="width: 126px"><a href="https://twitter.com/ipattt" rel="nofollow"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/05/follow.jpeg" alt="follow @ipattt" title="follow @ipattt" width="116" height="116" class="size-full wp-image-5676" /></a><p class="wp-caption-text">follow @ipattt</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/one2car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เงินเดือนคุณได้มาตรฐานหรือไม่</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2010 18:14:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[open source]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[เงินเดือนคุณได้มาตรฐานหรือไม่  Adecco  ออกเอกสารสำรวจเงินเดือนไทย 2009- 2010 ความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆที่เป็น สายงานมาตรฐาน ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง ยกเว้นสาย IT ยังคงเพิ่มขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<h2>Adecco  ออกเอกสารสำรวจเงินเดือนไทย 2009- 2010 </h2>
<p>Adecco เป็นบริษัท recruitment ให้กับบริษัทหลายบริษัทโดยเฉพาะบริษัทญึ่ปุ่นครับ เลยไม่ต้องแปลกใจว่าในเอกสารมีเกี่ยวกับตำแหน่งที่ต้องการการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน </p>
<p>ที่มาของเอกสาร <a href="http://www.adecco.co.th/jobs/adecco-knowledge-center-detail.aspx?id=214&#038;c=10">เงินเดือนไทย 2009-2010 โดย Adecco </a> สำหรับผู้อยากได้ pdf ครับ</p>
<p><em>กด fullscreen ที่ embed ด้านล่างเพื่อดูเต็มจอได้</em></p>
<p><a title="View Adecco Thailand Salary Guide 2009 2010 on Scribd" href="http://www.scribd.com/doc/34887165/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2009-2010" style="margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;">Adecco Thailand Salary Guide 2009 2010</a> <object id="doc_540501676369775" name="doc_540501676369775" height="500" width="100%" type="application/x-shockwave-flash" data="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" style="outline:none;" rel="media:document" resource="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list" xmlns:media="http://search.yahoo.com/searchmonkey/media/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" ><param name="movie" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf"><param name="wmode" value="opaque"><param name="bgcolor" value="#ffffff"><param name="allowFullScreen" value="true"><param name="allowScriptAccess" value="always"><param name="FlashVars" value="document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list"><embed id="doc_540501676369775" name="doc_540501676369775" src="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" height="500" width="100%" wmode="opaque" bgcolor="#ffffff"></embed></object> </p>
<h2>ความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆมีแนวโน้มลดลง ยกเว้น IT ยังไปได้ดี </h2>
<p>ในเอกสารหน้านึง มีเอกสารแสดงความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆที่เป็น &#8220;สายงานมาตรฐาน&#8221; ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง ยกเว้นสาย IT ยังคงเพิ่มขึ้น (ส่วนด้านภาษาญี่ปุ่น อันนั้นทาง Adecco ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานเน้นลูกค้าญี่ปุ่นก็เลยนำมาแสดงครับ)</p>
<div id="attachment_6166" class="wp-caption alignnone" style="width: 557px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/it-demand.png" alt="ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง" title="ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง" width="547" height="524" class="size-full wp-image-6166" /><p class="wp-caption-text">ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง</p></div>
<h2>ส่วนอันนี้ข้อมูลของปี 2008 </h2>
<p><a href="http://www.ce-kmitl.net/index.php?PHPSESSID=q55f027o2ikekbp05margn8gg6&amp;action=dlattach;topic=835.0;attach=2842/">ลองโหลดดูที่เอกสารนี้ -มาตรฐานเงินเดือนไทย</a></p>
<p>ที่มาเอกสารจากบริษัท <strong>Kellyservices</strong></p>
<p>ปล. ผมแอบสังเกตว่าคนขับรถผู้บริหาร เงินเดือนต่ำสุดคือ 10,000 บาท</p>
<p><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/salary-600x579.png" alt="salary" title="salary" width="600" height="579" class="alignnone size-medium wp-image-809"></p>
<p><strong><em>ถ้าเห็นว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกดโหวตที่รูปด้านล่างด้วยนะครับ 1 วันต่อหนึ่ง ครั้้งก็ได้จ้า !</em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </strong></p>
<p><a href="http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com" rel="nofollow"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/voteblog.jpg" alt="vote ipattt blog 1" title="vote ipattt blog 1" width="400" height="125" class="alignnone size-full wp-image-6174" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เว็บราชการ/ งานรัฐบาล ทำไมถึงแพง ?</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5-price/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5-price/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 08:08:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม-การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บรัฐบาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=691</guid>
		<description><![CDATA[การทำงานราชการนั้นมีบางกรณีที่มีความเสี่ยงที่สูงมากๆ ซึ่งมูลค่าตรงนั้นในบางครั้งสามารถทำให้คุณต้องล้มละลายหรือติดคุกได้เลยทีเดียวนะครับ ทำไมน่ะหรือ ลองอ่านดูครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a5-price%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a5-price%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ลองดูความจริงดังต่อไปนี้กันก่อนครับ</p>
<p><a href="http://view.gprocurement.go.th/01_procure/01_show_detail.php?id=198540">กรมสรรพากรซื้อคอมพิวเตอร์ PC 1500 เครื่องรวม 64,200,000 บาท (ราคาเครื่องละ  42,800 บาท)</a></p>
<p><a href="http://view.gprocurement.go.th/01_procure/view_online_notice.php?id=247905&amp;display_status=A">เว็บ ททท.ที่ประมูลเสร็จไปแล้วนั้นราคาวงเงิน 40 ล้านบาท</a></p>
<p><a href="http://view.gprocurement.go.th/01_procure/01_show_detail.php?id=181859">ระบบเก็บข้อมูลราชการราคามาตรฐานนั้นสิบล้านบาท</a></p>
<p><strong>เฉพาะฐานข้อมูลของเว็บต้นกล้าอาชีพราคามากกว่า 14.7 ล้านบาท</strong></p>
<p><strong>ระบบ Single sign on ที่ Run บนเว็บไซต์ราชการจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท</strong></p>
<p>และอีกมากมาย ถ้าคุณต้องการดูเกี่ยวกับการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สามารถดูได้ที่<a href="http://view.gprocurement.go.th/01_procure/index_2.php">เว็บไซต์จัดซื้อจัดจ้างของรัฐ</a> จะเห็นว่าในแต่ละวันมีโครงการจัดซื้อจัดจ้างเป็นร้อยโครงการ แต่ละโครงการก็เป็นเงินเฉลี่ย 5 ล้านบาท โดยเฉพาะเว็บไซต์นั้นราคามาตรฐานที่ประกาศด้วยวิธีทางอิเล็คโทรนิคส์เริ่มต้นที่ 5 ล้านบาทเช่นกัน <a href="http://view.gprocurement.go.th/03_discard/index.php">นอกจากนี้ยังมีรายชื่อผู้ทิ้งงานราชการ</a> ( blacklists ) อยู่เป็นจำนวนมากด้วยแสดงให้เห็นว่าการทำงานราชการนั้นมีความเสี่ยงอยู่อย่างแน่นอน <em>สำหรับใครที่บ่นว่า ทำงานนู้นงานนี้แพงจังใช้ภาษีประชาชนผมแนะนำให้คนๆนั้นส่งเรื่องเข้าประมูลงานเลยครับ มีงานราคาหลายล้านรอคุณอยู่ทุกวัน อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าไม่มีเส้นมีสายเลยไม่อยากสนใจนะ<br />
</em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เนื่องจากกระทู้นี้เป็นกระทู้ที่แสดงให้เห็นอีกมุมมองของการทำงานโปรเจ็ครัฐบาลดังนั้นผมจะขอแสดงกรณีใน<strong>แง่ลบเป็นส่วนใหญ่</strong> ว่าทำไมการทำงานในโปรเจ็ครัฐบาลถึงแพงนั้นมีมุมมองด้านต้นทุนอยู่หลายกรณีครับ และขอรบกวนผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะเพิ่มเติมด้วยนะครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_694" class="wp-caption alignnone" style="width: 130px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/government.png" alt="เมื่อไหร่ทำงานแล้วมีตรานี้ เมื่อนั้นควรอ่านบล็อกนี้นะครับ" title="government" class="size-full wp-image-694" height="120" width="120"><p class="wp-caption-text">เมื่อไหร่ทำงานแล้วมีตรานี้ เมื่อนั้นควรอ่านบล็อกนี้นะครับ</p></div>
<h1>ด้านการ pitch งาน</h1>
<p>กว่าจะได้ทำงานรัฐบาลนั้นมีขั้นตอนการลงทุนสูญเปล่าหลายอย่าง เช่นการสร้าง  proposal ที่เหมาะสมซึ่งต้องใช้ผู้บริหารในการเขียนงาน  บางทีหลายวัน ,การทำตัว Demo หรือดีไซน์พื้นฐานประกอบ Proposal  ให้ทีมงานยอมรับ การทำเรื่องประมูลตามกฏหมาย ,การซื้ออากรแสตมป์และการซื้อซองและประกันซองซึ่งมีมูลค่าเป็นเปอเซ็นต์ตามโครงการ(ถ้าประมูลไม่ได้ ก็ไม่ได้เงินคืนด้วย)  การดำเนินการต่างๆเหล่านี้บางทีกินเวลาหลายเดือนและถ้าคิดด้าน Manday ผู้บริหารอย่างเดียวก็เป็นแสนบาทแล้วครับ บวกค่าประกันซองและค่าอากรแสตมป์ ซึ่งจะต้องไปซื้อสแตมป์ที่กรมสรรพากรในมูลค่า 1บาทต่อ 1,000 ของมูลค่าโครงการ (โครงการราคา 1,000 บาทใช้แสตมป์ราคา หนึ่งบาท  แสตมป์มีมูลค่าสูงสุดดวงละ 20 บาท ถ้าโครงการ สองร้อยล้านบาทต้องติดแสตมป์หมื่นดวง !) หลังจากนั้นก็ต้องใช้ manday  ไปกับการพบปะเจ้าหน้าที่ และไปฟังการชี้การประมูลกับผู้รับจ้างรายอื่นๆด้วย และสุดท้ายก็คือต้องส่งเงินประกันโครงการ 10% ของมูลค่าโครงการให้รัฐด้วย (ถ้าโครงการ สองร้อยล้านต้องออกเงินประกันโครงการก่อนทำงานให้รัฐก่อน 20 ล้านบาทเลย )</p>
<div id="attachment_700" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/stamp-600x450.jpg" alt="อากรสแตมป์จำนวนมากที่น้อง admin ต้องติดแนบสัญญาสำหรับโปรเจ็คราคาสามล้านบาท ถ้าใช้น้ำลายก็คงเกลี้ยงปากพอดี" title="stamp" class="size-medium wp-image-700" height="450" width="600"><p class="wp-caption-text">อากรแสตมป์จำนวนมากที่น้อง admin ต้องติดแนบสัญญาสำหรับโปรเจ็คราคาสามล้านบาท ถ้าใช้น้ำลายก็คงเกลี้ยงปากพอดี</p></div>
<h1>ด้าน Asset บริษัท</h1>
<p>บริษัทที่จะรับงานรัฐบาลได้ ต้องมีการสะสมบารมี หรือ port ของบริษัทไว้ระดับหนึ่งและมีอายุในการตั้งที่ผ่านมาหลายปี มีความเชี่ยวชาญบางด้านที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆที่จะใช้เป็นประเด็นในการเปรียบเทียบเหตผลว่าทำไมจึงเลือกบริษัทนี้เข้ามาทำงานถ้ามองในมุมความเชื่อมั่นของผู้จ้างก็คือรัฐบาล(หรือแม้แต่คุณเป็นผู้จ้าง) ก็ต้องมั่นใจว่าบริษัทนั้นๆเคยทำงานด้านนี้มาแล้ว และต้องมั่นใจว่าจะมีการ Support ในภายหลัง ดังนั้นสเป็คที่ออกมาถ้ามองในมุมคนธรรมดานั้นจะเหมือนกับล็อคสเป็คเป็นอย่างมากเลยครับ  ตัวอย่างเช่นผมเคยประมูลเว็บไซต์หนึ่งของกองทัพเรือซึ่งมีมูลค่าห้าล้านบาทและไม่ได้ทำ  พบว่าสเปคของผมค่อนข้างเสียเปรียบอย่างมาก ลองดูสเป็คสิครับ แล้วลองทายว่าสเป็คจัดซื้อนี้น่าจะเป็นสเป็คของผู้ทำเว็บรายใด <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_confused.gif' alt=':?' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_693" class="wp-caption alignnone" style="width: 553px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/spec-e0b980e0b8a7e0b987e0b89ae0b8a3e0b8b2e0b88ae0b881e0b8b2e0b8a3.png" alt="ลองดู Spec ของบริษัทที่มีสิทธิจะได้ทำเว็บนี้ดู ว่าคุณมีสิทธิหรือไม่ ใครน่าจะมีสิทธิ ?" title="spec-website" class="size-full wp-image-693" height="528" width="543"><p class="wp-caption-text">ลองดู Spec ของบริษัทที่มีสิทธิจะได้ทำเว็บนี้ดู ว่าคุณมีสิทธิหรือไม่ ? หรือใครน่าจะมีสิทธิ ?</p></div>
<p>อีกประการหนึ่งคือ<strong>ทุนจดทะเบียนของบริษัท</strong> ทุนจดทะเบียนนั้นเป็นตัวบอกคร่าวๆถึงขอบเขตการรับผิดชอบของบริษัทเมื่อบริษัททำงานบางอย่างแล้วเกิดความเสียหาย นั้นในทางปฎิบัติต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าโครงการท่ีเราทำอยู่ เช่นโครงการมูลค่า ห้าล้านบาท ทุนจดทะเบียนบริษัทของคุณก็ไม่ควรต่ำกว่าห้าล้านบาทเช่นกันเพราะถ้าคุณทำเสียหายจะได้ชดใช้ได้อย่างน้อยในวงเงินของโครงการ  และการเพิ่มทุนจดทะเบียนก็มีขั้นตอนและกฏเกณฑ์ของมันเหมือนกันและในกรณีถ้าเพิ่มแล้วอยากจะลดทุนจดทะเบียนจะทำได้ยากกว่าอีกเพราะจะมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานมาตรวจสอบว่าทำไมอยู่ๆคุณถึงลดทุน มีโปรเจ็คอะไรค้างอยู่หรือเปล่า และสถานะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นทุนจดทะเบียนบริษัทก็จะมีต้นทุนของมันอยู่เช่นกัน (อย่างน้อยก็เงินประกันทุนจดทะเบียนที่แช่ในแบ๊งค์โดยไม่ได้ทำอะไร)</p>
<h1>ด้านความเสี่ยง</h1>
<p>ความเสี่ยงจากการทำงานราชการนั้น มีบางกรณีที่มีความเสี่ยงที่สูงมากๆ ซึ่งมูลค่าตรงนั้นในบางครั้งสามารถทำให้คุณต้องล้มละลายหรือติดคุกได้เลยทีเดียวนะครับ ทำไมน่ะหรือ</p>
<p><strong>เพราะว่าคนที่สั่งให้เราทำนั้นไม่ใช่เจ้าของเงินนั่นเอง</strong></p>
<p>การทำงานด้านเอกชนนั้น คนที่เป็นเจ้าของเงินเป็นผู้ที่สั่งให้เราทำ เพราะฉนั้นเค้าจะต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดจริงๆที่จะยอมเสียเงินทำงานให้เสร็จ และยิ่งงานเสร็จช้า ต้นทุนของค่าเสียโอกาสจากบริษัทเหล่านั้นจะมีค่ามากกว่าเงินที่เค้าไม่ได้จ่ายให้แก่บริษัททำระบบครับ  เช่นสมมติว่า  Dtac จ้างบริษัท ไทเกอร์ไอเดีย ทำงานเว็บ service ตัวหนึ่งให้อย่างเร่งด่วน ถ้าบริษัทไทเกอร์ไอเดียทำงานช้าไปหนึ่งเดือน บริษัทไทเกอร์จะขาดทุนไป หนึ่งแสนบาท แต่บริษัท Dtac อาจสูญเสียรายได้จากบริการนี้ไปถึง หนึ่งล้านบาท นั่นทำให้ Dtac ต้องเร่งและอาจประนีประนอมให้งานเสร็จโดยเร็ว (หรือไม่ก็ไปจ้างบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนห้าสิบล้านมาทำแทนเพื่อให้รับผิดชอบค่าปรับจากการจบงานช้าได้ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่คิดราคาถูกแน่ๆ) แต่ในกรณีที่เอกชนไม่รีบร้อนในการทำงาน คุณก็มีสิทธิเดือดร้อนเรื่องนี้ไม่แพ้กันครับ</p>
<p>แต่สำหรับรัฐบาลที่ทางผมประสบอยู่โปรเจ็คหนึ่งในขณะนี้ก็คือ ในครั้งแรกนายใหญ่มีวิสัยทัศน์ที่ดีทำให้ลูกน้องขยันขันแข็งเป็นอย่างมากและมีทิศทางที่ต้องการให้งานจบ เราก็ทำงานไปได้ด้วยดี แต่หลังจากนั้นสภาพการเมืองเปลี่ยนทำให้เค้าสญเสีย focus ในโปรเจ็คนี้ ลูกน้องก็เลยพลอยเสีย focus ไปด้วย และลืม objective ในการทำงานทั้งโปรเจ็คทั้งหมดไปเสียแล้วจึงเกิดการแก้ไขไปมาและการเดินทางอันไร้จุดหมายที่ไม่รู้จักจบสิ้นมาเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว เหมือนทุกคนทำตามหน้าที่ โดยประคองไม่ให้โปรเจ็คจบ !</p>
<h2>ความเสี่ยงที่เกิดจากการมีคณะกรรมการ Approve งานที่เปลี่ยนไปทุกวัน</h2>
<p>ลองเปรียบเทียบกับการทำงานเอกชนที่มีเจ้านายใหญ่หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการที่ใหญ่ที่สุด ย่อมสามารถเป็นคนฟันธงได้ ยิ่งงานใหญ่คนเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน คน Approve ก็จะยิ่งเยอะขึ้นครับ โปรเจ็ครัฐบาลบางโปรเจ็คมีการ assign คนเข้ามาดูเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องการผู้แชร์ความรับผิดชอบ ดังนั้นทุกคนที่เข้ามาก็จะทำหน้าที่ของตัวเองเป็นลำดับขั้นครับนั่นก็คือ การแสดงอำนาจของตนในสายงานก่อน แล้วจึงค่อยหาที่ติงานเพื่อที่จะได้ให้คนอื่นรู้ว่า&#8221;ผมทำหน้าที่แล้วนะ&#8221;โดยไม่มีใครสนใจ Objective ของงานเท่าที่ควร( ผมยกตัวอย่างง่ายๆเช่น บางคนอยากให้เรา Config ระบบ mail ภายในให้ใกล้เคียง gmail ทั้งที่ gmail นั้นพัฒนามาหลายพันล้านบาทแล้ว ครับ  และที่สำคัญคือคนๆนั้นก็ไม่ค่อยได้ใช้เมล์ด้วย ) และปัญหา &#8220;คน approve งาน &#8221; ไม่ถูกกันนั้นมีโดยปกติครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-155" title="photo-40" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/03/photo-40.jpg" alt="photo-40" height="375" width="500"></p>
<p>ประชุมใหญ่ขนาดข้างบนนี้ ^ คิดหรอว่าทุกคนจะบอกว่า &#8220;โปรเจ็คนี้โอเคแล้ว ผ่านได้&#8221;</p>
<h2>ปัญหาความเสี่ยงจากความไม่รู้ความต้องการตัวเองและความไม่รู้เทคนิคของทีมงานรัฐบาล</h2>
<p>อันนี้เป็นปัญหาคลาสสิคอยู่แล้ว บางครั้งการคิดโปรเจ็คขึ้นมาโดยไม่รู้ความต้องการตัวเองว่าอยากได้อะไรกันแน่ ปกติใน phase การทำงานของการสรุป requirement และ deliverable นั้นก็เป็นตัวช่วยให้ทีมงานค้นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าออกมาได้บ้าง แต่ถ้าลูกค้ายังไม่ชัดเจนก็มีความสุ่มเสี่ยงที่ phase นี้จะเยิ่นเย้อออกไปอีกนานมาก ผมเองเคยมีประสบการณ์ที่ลูกค้าไม่รู้ความต้องการตัวเองแล้วยังไม่มีใครอ่าน proposal ที่อุตส่าห์ทำมาอย่างละเอียดอีกด้วย ส่วนเรื่องลูกค้าไม่รู้ด้านเทคนิค ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นลูกค้าที่สั่งให้ทำเว็บหลายคนนั้นไม่รู้จักคำว่า Browser ! และไม่เคยท่องเว็บเลย แน่นอนว่า Requirement ฟุ้งสำหรับคนแบบนี้ครับ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นคนใหญ่ๆโตๆที่พอมีอายุแล้ว</p>
<h2>ความเสี่ยงจากการที่คนทำงานรัฐบาลหลายฝ่ายไม่สนับสนุน/ไม่ยอมรับความเสี่ยง</h2>
<p>อันนี้เกิดกับบริษัทของรุ่นพี่วิศวฯจุฬาเองครับชื่อ <a href="http://www.mfec.co.th">บ.MFEC มหาชน จำกัด </a>  โดยบริษัทนี้ไปรับโปรเจ็ค SSO (Single sign on) ของเว็บไซท์กรมสรรพากร ระบบนี้พูดง่ายๆคือเป็นระบบที่ user   login ครั้งเดียวและสามารถเข้าไปใช้งาน Module ต่างๆของกรมสรรพากรได้ ฟังดูก็ง่ายๆแค่ระบบ login แต่มันก็ราคาหลายสิบล้านบาทครับ ในแต่ละโมดูลของสรรพากรนั้นมีคณะ ดร.ในแต่ละทีมต่างๆของราชการดูแลอยู่ ดร.แต่ละคนก็มีความเชื่อมั่นของตนเองและไม่ยอมปรับเปลี่ยนสเป็คบางอย่างให้สอดคล้องกับโมดูลอื่นๆ พอทีมงานราชการถูกกดดันมากๆก็เกิดภาวะการเมืองขึ้นและทำให้ไม่มีใครทำงานสนับสนุน พอพ้นหนึ่งปีบริษัท MFEC ก็โดนปรับรายวันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาอีกสามปี คณะวิศวกรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของ MFEC นั้นทนความกดดันและ input ลบอันหน้าเบื่อไม่ไหวก็ลาออกและมีคนเข้าใหม่วนเวียนกันถึงห้าชุด MFEC ขาดทุนจากโปรเจ็คนี้หลายล้านบาททั้งจากค่าปรับและ Manday ของวิศวกรเงินเดือนเฉลี่ยสี่หมื่นบาทที่ต้องจ่ายเป็นเวลาสี่ปี&#8230;ส่วนเคสที่เกิดกับผมก็มีเช่นกัน เช่นเวลาเราจะต้องไปลงโปรแกรมหรือยุ่งกับ Server ของหน่วยงาน IT หน่วยงาน IT มักจะดำเนินการให้เราได้ช้าเสมอหรือแม้แต่หาเรื่องไม่ดำเนินงานครับเพราะเค้าเป็นหน่วยงาน Support ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ บางทีเราขออะไรก็ยากโดยมักจะให้เหตผลด้าน Security</p>
<p>อีกประการก็คือ ข้าราชการส่วนใหญ่นั้นเงินเดือนน้อยครับ ถ้าช้าราชการเงินเดือน 10,000 บาทแต่ต้องมาทำงานที่มีความรับผิดชอบระดับที่ทำให้ติดคุกได้ง่ายๆในอนาคต มันมีบางอย่างในช่วงของการตัดสินใจที่ไม่คุ้มความเสี่ยงของเค้าเช่นกัน ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ หรือต้องมีอะไรบางอย่างทดแทน,รับประกันจึงจะตัดสินใจได้</p>
<h2>ความเสี่ยงด้านการเมือง</h2>
<p>อันนี้ก็เห็นได้ง่ายจากโพส <a href="http://www.ipattt.com/2009/04/08/money/">&#8220;ทำเว็บรัฐบาล&#8221;</a>ทุกๆตอนที่ผ่านมาของผมครับ ก็คือถ้าคุณทำงานให้สำนักนายกฯ แล้วเกิดมีเหตการณ์ยุบสภา หรือรัฐมนตรีที่สั่งให้คุณทำงานลาออกไปหรือการตรวจสอบจากฝ่ายค้านหรือทำเนียบโดนยึดแล้วฝ่ายบัญชีเข้าไปเดินเรื่องเงินไม่ได้ฯลฯ  แน่นอนว่าต้องกระทบกับการรับเงินของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นอกจากนั้นความเสี่ยงนี้ยังรวมถึง conflict ระหว่าง function กับ position คนทำงาน ด้วยซึ่งมีสองแบบครับ คือหนึ่ง ถ้าระบบสามารถทำงานแทนคนๆนึงได้อย่างสมบูรณ์คนๆนั้นก็ควรจะต้องเปลี่ยน Job Description น่ะสิ และสอง ถ้าระบบทำให้อะไรๆโปร่งใส วัดผลได้ง่ายขึ้นผู้ที่<strong>&#8220;ไม่มีความต้องการการโปร่งใส&#8221;</strong>ก็จะไม่ยอมร่วมมือในการทำงานให้เสร็จแน่นอนครับ</p>
<p>อีกประเด็นคือการเมืองภายในขององค์กร สมมติว่าฝ่ายที่สั่งคุณทำโปรเจ็ค ไม่ถูกกับฝ่ายที่ตรวจรับ แน่นอนว่าหายนะแน่ๆเหมือนกันครับ (ถ้าเป็นเว็บ ฝ่ายที่ตรวจรับมักมีฝ่าย IT ด้วย) ผมกำลังเกิดปัญหาตอนนี้เลย</p>
<h2>ความเสี่ยงจากการทำสัญญาเสร็จช้าและการรับเงินช้า</h2>
<p>มีโปรเจ็คของผมโปรเจ็คหนึ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นของธนาคารรัฐบาล  ราคาสามล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการหกเดือนโดนเร่งทุกวัน ขณะนี้ทำงานมาสี่เดือนกว่าแล้ว ออกแบบไปทั้งหมด 13 Revision แล้ว -_-&#8221; แต่ทว่าสัญญายังไม่ออกครับ ! เพราะสัญญานั้นต้องวนกันเซ็นหลายฝ่าย ทั้งฝ่าย IT ฝ่าย Product เจ้าของเว็บ ฝ่ายสัญญา ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดซื้อ บางฝ่ายกว่าจะเซ็นได้ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน  และถ้ามีปรับแก้แม้แต่จุดเดียวก็ต้องวนลูปใหม่อีกหนึ่งรอบ แน่นอนว่าพอสัญญาไม่ออก ผมก็ยังไม่ได้เป็นผู้รับจ้างในเชิงกฎหมาย และเงินงวดไหนๆก็อย่าหวังว่าจะได้เลย บางทีเงินงวดแรก(จากทั้งหมดสี่งวด)น่าจะออกหลังโปรเจ็คเสร็จไปแล้วด้วยครับ ว่าแต่ สัญญาจะเสร็จทันโปรเจ็คจบหรือเปล่านะ?  และถ้าผมจะทำเรื่องขอเสร็จช้าเพื่อที่จะไม่ให้ถูกปรับ เรื่องจะทำเสร็จทันผมโดนปรับหรือเปล่านะ ? พวกนี้ถ้าคุณทำบริษัทก็เป็นต้นทุนทั้งนั้น ลองนึกสภาพคุณทำงานมาแล้ว6เดือนโดยยังไม่ได้รับเงินเดือนดูก็ได้ครับว่าจะเกิดต้นทุนอะไรขึ้นบ้าง</p>
<h2>ความเสี่ยงด้านการขี่ช้างจับตั๊กแตน</h2>
<p>อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกิดจากความ&#8221;ไม่รู้&#8221;หรือ&#8221;เต็มใจไม่รู้&#8221; รัฐบาลมักมองโปรเจ็คที่ความสมบูรณ์แบบ Requirement หรูหรามากกว่าโปรเจ็คที่ plactical และใช้งานได้เร็วครับ อย่างเช่นเว็บช่วยชาตินั้นบางทีในอนาคตจะต้องมีฐานข้อมูลของประชาชนทุกคนว่าได้รับการสนับสนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษกิจต่างๆไปกี่เปอร์เซ็นแล้วซึ่งจะทำให้โครงการใหญ่ขึ้นมากและใช้เวลาในการดำเนินการนาน(บางทีนานกว่าอายุรัฐบาลซะอีก) ส่วนตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือ Spec ของ Server  ครับ Server ของเว็บรัฐบาลนั้นแทบทั้งหมดเป็น Server ระดับเทพพพพที่แพงงงงงมากกก และใหม่แบบแกะกล่องหนึ่งตัวต่อหนึ่งเว็บ (ถ้าหนึ่งตัวมีหลายเว็บจะมีปัญหาเรื่องการอ้างความรับผิดชอบตามมา) แต่ server พวกนั้นก็จะอยู่ในส่วนของ IT ที่มี Facilities ไม่เท่าผู้ให้บริการ server ภายนอก อยู่ดี server ระดับเทพเหล่านี้แต่ละตัว Run เว็บที่มีผู้เข้าชมเพียงหลักพันคนต่อวันเท่านั้น แต่อย่าถามถึงราคา Server กับ Environment ของเว็บสรรพากรนะ ! และอีกประการหนึ่งคือ ไม่ว่า Nectec ที่เป็นหน่วยงานราชการจะจัดแคมเปญสนับสนุน Opensource เพียงไร แต่ Server รัฐบาลแทบทั้งหมดก็ยังใช้ Windows อยู่ดี (ขอให้ลง Linux ยังไม่ให้เลยครับ ทำให้เกิด Cost ด้าน Config เพิ่มขึ้นมาก)</p>
<h1>ข้อควรรู้ในการจบงานแต่ละเฟส</h1>
<p>ในแต่ละเฟสของการทำงานเมื่อทำงานเสร็จ จะมีคณะเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เป็นผู้ร่างสัญญาและ RFP (Request for proposal)เป็นผู้ตรวจสอบงาน บางครั้งอาจจ้างบริษัทข้างนอก Third party เป็นผู้ตรวจสอบงานให้ด้วย ดังนั้นกุญแจจะอยู่ที่เราเตรียมเอกสารสำหรับรับรองงานโดยจะต้องแต่ละหัวข้อของการ Approve จะต้องมีการ Complied กับ RFP และ/หรือ TOR ให้เรียบร้อยแล้วด้วยเป็นข้อต่อข้อเลยและเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการยอมรับจากลูกค้าแล้ว ในบางครั้งจะมีการ UAT จากพนักงานของลูกค้าที่เป็นระดับปฎิบัติการ(User Acceptance Testing) ก็ต้องมีการทำเอกสาร UAT ที่ Complied แล้วเตรียมไว้ให้เช่นกันครับ โดยปกติแล้วเราควรจะรู้ว่าใครจะเป็นผู้ Approve งานบ้างตั้งแต่ต้นโปรเจ็คเลยโดยการสอบถามก็ได้ครับ และต้องระวังคำว่า &#8220;อะไรประมาณเนี้ยครับ/ค่ะ&#8221; ให้ดี เพราะมีคำนี้ตรงไหน ภายหลังจะมีปัญหาตรงนั้นครับ</p>
<h1>มุมมองด้าน Corruption</h1>
<p>คอรัปชั่น<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Corruption"> ในแง่มุมของ Wikipedia</a> นั้นมีหลายอย่าง แต่สำหรับการทำงานเพื่อสังคม การคอรัปชั่นคือสำหรับผมง่ายๆก็คือ &#8220;การเอื้อประโยชน์แก่คนกลุ่มน้อย แต่ทำให้สังคมหรือคนกลุ่มที่ใหญ่กว่าต้องเสียผลประโยชน์หรือได้รับผลประโยชน์ไม่เพียงพอกับที่กำหนดไว้ในครั้งแรก&#8221;<br />
แน่นอนว่า Corruption เป็นสิ่งที่ผิดทั้งด้านสังคมและกฎหมายรวมทั้งทีมงานของเราพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดเพราะรู้สึกว่าการทำงานราชการโดยไม่คอรัปชั่นมันเท่กว่า (คุณเม่นบอกว่าถ้าเราทำงานที่มีใต้โต๊ะนั้นจะทำให้พบแต่คนแย่ๆเพราะรับ input ที่ไม่ดี) แต่ผมอยากจะทิ้งประเด็นไว้ให้ถกกันในทางปฎิบัติกับวงการทำงานในราชการไทย (ความจริงผมเองก็เจ็บตัวจากการทำงานแบบขาวสะอาดมาบ้างเหมือนกัน)</p>
<p>1. สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อคอรัปชั่นในรูปแบบต่างๆอยู่มาก เรามีคำว่า &#8220;ส่งส่วย&#8221; ตั้งแต่โบราณ เรานิยมซื้อของฝากให้กับคนที่มีความเกี่ยวข้องกันทางสังคมมาช้านาน เรามีโสเภณี เรามีซีดีเถื่อน เรามีเขตปกครองพิเศษพัทยา ลองอ่าน<a href="http://webboard.mthai.com/5/2005-12-14/176968.html">ปัญหาการคอรัปชั่นของสังคมไทย</a>โดย ปีดิเทพ อยู่ยืนยง จะเห็นว่าถ้าจะแก้ปัญหาคอรัปชั่นให้ได้ ต้องแก้ปัญหาที่ลิสต์มาถึง 176 ข้อให้ได้ก่อน หรือผู้สนใจจะดู<a href="http://www.google.com/search?q=%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99+%22http+www+midnightuniv+org+%22+site:http://www.midnightuniv.org&amp;hl=en&amp;lr=&amp;rlz=1B3GGGL_enTH301TH301&amp;start=0&amp;sa=N&amp;cts=1242370406398">บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับคอรัปชั่นที่ผมเซิร์ทไว้ให้ของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน</a> ลองค้นคว้าและคุยกันได้ครับ</p>
<p>2.ถ้าคอรัปชั่นในวงราชการและสังคมเป็นสิ่งที่ทำให้คนทำงานมากขึ้นจริงๆ การมีคอรัปชั่นเยอะภายได้ความกดดันจากการตรวจสอบน่าจะเป็น Indicator ชี้วัดความเจริญทางวัตถุของประเทศมากกว่าจริงหรือไม่ ? สมการง่ายๆคือ ไม่คอรัปชั่น &gt; ไม่ทำงาน &gt; ไม่เจริญ VS คอรัปชั่น &gt; ทำงาน &gt; เจริญ ตัวอย่างคือ จะมีข้าราชการที่เงินเดือน 10,000 บาทกี่คนจะกล้าฟันธงว่าโปรเจ็คราคาแพงอันนี้(ที่ตนเองก็ไม่ค่อยรู้เทคนิค) มันใด้ตาม requirement และสมควรจบใน phase ต่างๆได้แล้วหรือควรมีแนวทางการทำงานอย่างไรต่อไป มีอะไรทดแทนความเสี่ยงจากการตัดสินใจของเขาหรือไม่ ? ถ้ามีประเด็นก็คุยกันได้ครับ</p>
<p>3.จากข้อความที่ว่าของผมที่ว่าการคอรัปชั่นคือ &#8220;การเอื้อประโยชน์แก่คนกลุ่มน้อย แต่ทำให้สังคมหรือคนกลุ่มที่ใหญ่กว่าต้องเสียผลประโยชน์หรือได้รับผลประโยชน์ไม่เพียงพอกับที่กำหนดไว้ในครั้งแรก&#8221; คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อความนี้</p>
<p><strong>ถ้าไม่เห็นด้วย</strong>ผมอยากเห็นมุมมองอื่นๆในการสรุปให้เข้าประเด็นการทำงานกับราชการด้วยครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong>แต่ถ้าเห็นด้วย</strong> ลองดูความจริงบางประการที่ว่ามูลค่าภาพรวมของโครงการเมื่อหักลบกับการคอรัปชั่นนั้น ไม่จำเป็นที่ว่าโครงการที่ไม่มีการคอรัปชั่นจะมีมูลค่า (Value) ต่ำกว่าโครงการที่มีการคอรัปชั่นเสมอไป  บางครั้งทำให้สามารถทำงานถูกได้ดีกว่าเสร็จเร็วและคุณภาพดีกว่าก็เป็นได้ เพราะว่า คนอาจจะตั้งใจทำงานมากขึ้น คนมีความเป็นทีมมากขึ้นเพราะได้รับผลประโยชน์ มีทิศทางการทำงานให้เสร็จและมุ่งไปทาง Objective มากกว่า ตัวอย่างคือ</p>
<p>โครงการทำเว็บที่<em>ไม่มีใต้โต๊ะ</em>อาจลากยาวไปสองสามปี รัฐบาลเสียเวลาคนดูแลไปหนึ่งล้านบาท เพราะยืดเยื้อ และโปรเจ็คนั้นราคาสิบล้านบาท แต่โครงการลักษณะเดียวกันแต่<em>มีใต้โต๊ะ</em>ทำเสร็จในหกเดือน รัฐบาลเสียเวลาคนดูแลไปเพียง สองแสนบาท และโปรเจ็คอาจมีราคาเหลือเพียง หนึ่งล้านบาท ผมเชื่อว่ามีเคสนี้เกิดขึ้นบ้างแน่ๆครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>4. ถ้าเราเปลี่ยนจากการคำว่า Corruption  เป็น Commission โดยมีกฎหมายกำหนดอัตราส่วนชัดเจนต่อโครงการ น่าจะส่งผลอย่างไรต่อประเทศไทย ลองเสวนาได้นะครับ สำหรับผมว่าดีกว่านะ ชัดเจนว่าได้ก็เลยทำงาน</p>
<p>5.แง่มุมของ Corruption ที่รับไม่ได้นั้นมีมากมายและถูกขยายออกมาจนใหญ่มาก คณะทีมงานรัฐบาลที่ผมทำงานด้วยใช้เวลาหลายส่วนกับขั้นตอนการทำงานหลายอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าการทำงานแต่ละขั้นโปร่งใสปราศจากการคอรัปชั่น และบางครั้ง manday จากการทำงานผ่านขั้นตอนหลายๆอย่างเหล่านั้นกินต้นทุนไปมากกว่าการคอรัปชั่นเสียอีก</p>
<p>6.Security อันสุดยอดลงทุนไปนับไม่ถ้วนของระบบ bank ต่างๆเป็นความจริงที่ว่าไม่สามารถทำให้ปลอดภัยได้ 100% อยู่ดีเพราะผู้ที่ถือกุญแจระบบนั้นก็เป็นคนธรรมดาที่มีสิทธิคอรัปชันได้นั่นเอง (ตอนนี้โปรเจ็คแบ๊งค์ที่ทำอยู่ ต้นทุนหนึ่งในสามน่าจะมาจากเรื่อง Security ทีเดียวครับ)</p>
<p>7. อาจจะมีผู้ที่แย้งว่าคนที่ทำงานด้วยอุดมการณ์ไง ทำงานได้ดีและไม่มีคอรัปชั่น แต่เสียดายที่เท่าที่ผมทำงานมายังไม่เห็นคนมีอุดมการณ์ 100% เพื่อชาติครับ ส่วนใหญ่จะมอดลงภายในหนึ่งปีหลังทำงานการเมืองทั้งสิ้น เพราะคำว่า&#8221;ชาติ&#8221;ที่เค้าเห็นเบื้องหลังการเมืองนั้นมันซับซ้อนกว่าที่เค้าคิดในครั้งแรกอยู่มากมายเหลือเกิน ยกตัวอย่างคือเอาแค่คนในรัฐบาลเห็น&#8221;พวกเสื้อแดง&#8221; นั้นเป็นชาติเดียวกับเราหรือไม่ ?!?</p>
<hr />
<h2>ตลกร้ายก่อนจบ</h2>
<p><em>เรื่องที่หนึ่ง </em></p>
<p>บริษัท iDo iDea ที่ผมเป็นกรรมการอยู่เคย Design ตัวมนุษย์ Super XXX  ให้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง เพื่อใช้เป็นตัวแทนภายในแสดงถึงบุคลิกภาพใหม่ของคนในรัฐวิสาหกิจนั้น จากนั้นจึงมีการประชุมภายในกับคณะทำงานพร้อมด้วยผู้ใหญ่หลายฝ่ายห้าครั้งเกี่ยวกับ Animation และ Presentation ของ Super XXX ตัวนี้ ที่ประชุมซึ่งมีจำนวนผู้เข้าประชุมเฉลี่ย สิบห้าคน ใช้เวลาประชุมถึง สามในห้าครั้ง (ในระยะเวลาสองเดือน)เพื่อสรุปขนาดของ<strong> &#8220;เป้ากางเกง&#8221; </strong>ของตัว Super XXX ตัวนี้ บางคนบอกว่ามันเล็กไป เห็นชัดไป ใหญ่ไป บางคนบอกว่าถ้าไม่เห็นเป้าก็เป็นตุ๊ดน่ะสิ ไม่แมน ฯลฯ ไม่มีใครพูดถึงเนื้อหาของตัว Presentation หรือ จุดประสงค์ของการทำงานนี้เลย&#8230;</p>
<div id="attachment_711" class="wp-caption alignnone" style="width: 514px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/super-pat.jpg" alt="มนุษย์ SUPER-XXX หลังจากปรับแก้ขนาดของเป้าและสีเนื้อผ้าเป็น Revision ที่ 7" title="super-pat" class="size-full wp-image-711" height="630" width="504"><p class="wp-caption-text">มนุษย์ SUPER-XXX หลังจากปรับแก้ขนาดของเป้าและสีเนื้อผ้าเป็น Revision ที่ 7</p></div>
<hr />
<em>เรื่องที่สอง</em><a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น</a>ร่วมปรึกษากับผมว่าจะรับงานดีไซน์เว็บราชการแห่งหนึ่งของรัฐบาลเนี่ย คิดเงินเท่าไหร่ดี</p>
<p>“ถ้าดีไซน์เสร็จ ได้ตังค์เลย ก็ 15,000 ก็ได้นะ”<br />
” คือว่า อยากให้เข้าเป็น Account TiGER ว่ารับงานนี้ด้วยน่ะ ให้ TiGER เป็นคนเสนอและรับงานเองเลย เท่าไหร่ ?&#8221;<br />
“‘อืม..งั้น 700,000 ละกัน”<br />
“…”</p>
<p>&#8220;&#8230; ถูกไปหรอ ? &#8230;&#8221;</p>
<p><strong><em>ถ้าเห็นว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกดโหวตที่รูปด้านล่างด้วยนะครับ 1 วันต่อหนึ่ง ครั้้งก็ได้จ้า !</em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </strong></p>
<p><a href="http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com" rel="nofollow"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/voteblog.jpg" alt="vote ipattt blog 1" title="vote ipattt blog 1" width="400" height="125" class="alignnone size-full wp-image-6174"></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5-price/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>33</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Inside by INCquity -Teaser @joomlacorner &amp; @iwhale</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/incquity/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/incquity/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 19:03:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=5492</guid>
		<description><![CDATA[@joomlacorner กับ @iwhale ใน  The Inside by INCquity - Teaser รายการของ www.incquity.com รอพบกับรายการสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน นี้ อย่าลืม Subscribe ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fincquity%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fincquity%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>@joomlacorner กับ @iwhale ใน  The Inside by INCquity -Teaser หล่อมากครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' />  ติดตามกันได้ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรอีกสองคนที่หล่อไม่แพ้กันคือ @trawut @adamy ด้วย </p>
<p><object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/8hTWhxxbjFU&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/8hTWhxxbjFU&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="640" height="385"></embed></object></p>
<p>Teaser รายการ The Inside ของ <a href="http://www.incquity.com " rel="nofollow">www.incquity.com</a> รอพบกับรายการสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในวันจันทร์ที่ 26 เมษายน นี้ อย่าลืม Subscribe</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/incquity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักดนตรีอาชีพในไทย</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/thai-musician/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/thai-musician/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Dec 2009 17:03:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>
		<category><![CDATA[ihear]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม-การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมการเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4025</guid>
		<description><![CDATA[นักดนตรีที่ดีคือผู้ที่เล่นได้ตอบโจทย์ต่อสภาวะแวดล้อมและกาลเทศะในขณะนั้นได้ดี เด็กรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ถึงแม้จะสนใจดนตรีกันมากขึ้น แต่กลับไม่ได้ใส่ใจฝึกฝนจนเก่งเพราะสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่างมารบกวน ทำให้ผมคิดว่าในอนาคต นักดนตรีคุณภาพน่าจะมีน้อยลงทุกที อาชีพนี้จึงจะกลายเป็นอาชีพขาดแคลนที่มีรายได้สูงไม่ยากครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fthai-musician%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fthai-musician%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><em>&#8220;อย่าไปเป็นนักดนตรีอาชีพเลยนะลูก อาชีพนี้มันเต้นกินรำกิน&#8221;</em></p>
<p>คำพังเพยโบราณว่า เต้นกินรำกิน อันเป็นการดูแคลนนักแสดงทางด้านศิลปะ​รวมทั้งนักดนตรีผมไม่แน่ใจว่ามาจากที่ใด แต่อาชีพนี้มีเกียรติ,ใช้สมองแน่นอนครับและใช้เยอะมากด้วย ลองดู <a href="http://www.plajazz.com/2009/12/สมอง-หัด-เล่นดนตรี/">บล็อก Plajazz การทำงานของสมอง และการเล่นดนตรี </a>นักดนตรีเก่งๆต่างประเทศความจริงจัดได้ว่าเป็นอัจฉริยะทุกคนครับ และด้วยความที่เด็กรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ถึงแม้จะสนใจดนตรีกันมากขึ้น แต่กลับไม่ได้ใส่ใจฝึกฝนจนเก่งเพราะสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่างมารบกวน ทำให้ผมคิดว่าในอนาคต นักดนตรีคุณภาพน่าจะมีน้อยลงทุกที อาชีพนี้จึงจะกลายเป็นอาชีพขาดแคลนที่รายได้สูงไม่ยากครับ</p>
<p>คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเห็นงานวิจัยหลายอย่างเรื่องการให้ลูกไปเรียนดนตรีแล้วจะดีอย่างงั้นอย่างงี้ ผมขอสนับสนุนครับสำหรับการส่งลูกเรียนดนตรีเพื่อให้ลูกเล่นดนตรี<strong>เพื่อความเพลิดเพลิน</strong> อย่างไรก็ตามสำหรับอุปสรรคของพ่อแม่ที่คิดจะส่งลูกหรือสนับสนุนให้ลูกเรียนดนตรี<strong>เพื่อใช้ประกอบอาชีพ</strong>ในอนาคตก็คือ บางครั้งลูกอาจมีความเป็นศิลปินออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม <strong>และอาจเกิดความเสี่ยง</strong>ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งจะเกิดอาการไม่อยากเรียนหนังสือขึ้นมา หรือถ้าได้รับการประทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงก็จะออกนอกลูกนอกทางก็เป็นได้ แม้แต่ผมเองยังมีช่วงที่คิดจะเลิกเรียนหนังสือเลยครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ยังดีที่คุณแม่ดูแลดีนะเนี่ย</p>
<h2>ความแตกต่างของคำว่า นักดนตรี และศิลปิน</h2>
<div id="attachment_4027" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/artist.jpg" alt="เบื้องหน้า กล้องส่อง คือศิลปิน เบื้องหลังคือนักดนตรี" title="artist" width="600" height="400" class="size-full wp-image-4027" /><p class="wp-caption-text">เบื้องหน้า กล้องส่อง คือศิลปิน เบื้องหลังคือนักดนตรี</p></div>
<p>บางคนคิดว่า นักดนตรีจะต้องเป็นศิลปินทุกคน ไม่ใช่นะครับ ศิลปินคือผู้ที่ใช้อารมณ์และจินตนาการในการสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี สวยหรือไม่สวย ขึ้นมาบนโลกใบนี้ ศิลปินที่ได้รับการยอมรับก็จะมีระดับของกลุ่มคนที่ยอมรับด้วยครับ ศิลปินที่สร้างผลงาน Mass ได้สำเร็จก็จะมีคนยอมรับมากแต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะเก่งกว่าศิลปินที่มีคนยอมรับน้อยกว่า และศิลปะนั้นไม่สามารถวัด&#8221;ระดับความเหนือกว่ากัน&#8221;ได้เนื่องจากเป็นเรื่องของรสนิยม มีเพียงศิลปะในแง่มุมที่ลึกและไม่ลึกเท่านั้น ในแง่มุมของผม ศิลปินคือคนที่ดูแลจิตใจเฉพาะด้านของตน ( Self- Center ) เพื่อที่จะสร้างสิ่งต่างๆสู่สังคม ศิลปินส่วนใหญ่นั้นจึงมักจะเหมาะสมในการทำงานเดี่ยว </p>
<div id="attachment_4028" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/pope-piano-600x382.jpg" alt="ตัวอย่างมือเปียโนที่เล่นในโบสต์นั้นจะมีความเป็นนักดนตรีเข้มข้นกว่าความเป็นศิลปิน" title="pope-piano" width="600" height="382" class="size-medium wp-image-4028" /><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างมือเปียโนที่เล่นในโบสต์นั้นจะมีความเป็นนักดนตรีเข้มข้นกว่าความเป็นศิลปิน</p></div>
<p>ส่วนนักดนตรีก็คือผู้ที่เล่นดนตรี<strong> นักดนตรีที่ดีคือผู้ที่เล่นได้ตอบโจทย์ต่อสภาวะแวดล้อมและกาลเทศะในขณะนั้นได้ดี </strong>นักดนตรีที่เป็นพนักงานประจำก็มี และต้องเล่นดนตรีให้ดีด้วยความตั้งใจไม่เล่นตามในฉันในที่ๆที่ไม่อำนวย นักดนตรีที่เก่งนั้นสามารถที่จะ&#8221;วัดได้&#8221;เป็นสไตล์ๆไปครับอย่างน้อยทุกคนจะต้องมีพื้นฐานวิธีคิดแบบใดแบบหนึ่ง และต่อยอดออกไปตามแบบฉบับของตนเอง ในแง่มุมของผม นักดนตรีนั้นจะต้องดูแลจิตใจของคนอื่น ที่สมาชิกในวง ผู้ชม คนจ่ายเงิน รวมไปถึง ตัวศิลปินที่เค้ากำลังเล่น Support ด้วยครับ</p>
<p>แน่นอนว่า นักดนตรีที่เป็นศิลปินนั้นก็มีเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับช่างภาพ  หรือแม้แต่โปรแกรมเมอร์ ก็มีผู้ที่มีความเป็นศิลปินฝังอยู่ในตัวเช่นกัน แต่จะมากหรือน้อยและมีสังคมที่ยอมรับหรือชื่นชอบหรือเปล่าก็เท่านั้นเองครับ ตัวอย่างเช่นถ้าคุณเล่นดนตรีที่โรงเบียร์เยอรมันฯ คิวเพลงต้องเป็นอย่างนี้ๆ แต่คุณเกิดใช้ความเป็นศิลปินไม่ยอมเล่นตามคิวแน่นอนว่าคุณจะเสียความเป็นมืออาชีพถ้าจังหวะที่แสดงความเป็นศิลปินไม่ถูกกาลเทศะออกมา นอกจากนี้ คนที่มีความสามารถสูงมากๆ มักสามารถใช้ความเป็นศิลปินได้มากกว่า เพราะสังคมนั้นยอมรับและ trade off ความเป็นศิลปินของเค้าได้ครับ เช่นอดีต พนง ไทเกอร์ไอเดียคนหนึ่งทำงาน CG ได้เยี่ยมยอดมากๆ แต่บางทีสั่งงานไปหนึ่งอาทิตย์ใช้เวลาอยู่เฉยๆ 6 วันและทำงานจริงเพียงวันเดียว แต่งานก็ออกมาดีมาก เราก็ยอมรับได้ ส่วนคนไม่เก่งที่เป็นศิลปินก็มีแต่เราไม่ได้สังเกตเห็นเค้าเท่านั้นเอง</p>
<blockquote>
<h2>เป็นศิลปินหรือนักดนตรีดี ? </h2>
<p>สำหรับคำแนะนำของผม ? ยุคนี้ Model Business นั้นไม่ค่อย Support ศิลปินแล้วครับ ศิลปินมีขึ้นมีลงและดูเหมือนจะล้นตลาดจนไม่รู้ว่าใครเป็นตัวจริงตัวปลอม ดังนั้นเป็นนักดนตรีที่ดีให้ได้ก่อนแล้วค่อยเลือกส่วนผสมของศิลปินเข้าไปเถิด เพราะทักษะทางดนตรีคือความสามารถที่จะอยู่กับคุณไปจนตาย และถ้าคุณอยากสังกัดค่ายเพลงเพื่อเป็นศิลปินและต้องการจะรวยล่ะก็ มันหมดยุคแล้วครับ แถมการเป็นศิลปินในสังกัดจะทำให้คุณไม่ได้เล่นดนตรีในอย่างที่ชอบไปอีกหลายปีจนกว่าจะหมดสัญญา <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  ประสบการณ์ตรงของผมคือปลายปีศิลปินล้นตลาดแต่นักดนตรีนั้นกลับขาดแคลนซะแล้ว</p>
<p>ตัวอย่างของวงดนตรีที่มีส่วนผสมทาง ฝีมือดนตรี จะมีงานเล่นตลอด ไม่ว่าจะเล่นให้ตัวเองหรือเล่นให้กับคนอื่น เช่น Jetset&#8217;er ,Crescendo, ETC.</p>
</blockquote>
<h2>ทักษะทางด้านดนตรีที่ต้องพัฒนา</h2>
<h3>1. ฝีมือด้านการเล่นเครื่องดนตรี ( Musical Skill)</h3>
<p>แปลตรงตัวเลยครับ คือยิ่งเล่นเก่งยิ่งดีนั่นแหละ อันนี้ได้มาจากการ ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทักษะนี้ควบรวมถึงทุกอย่างที่คนที่เคยสอบเปียโนจะรู้จักครับ ทั้งทางหู ( Hearing ฟังแล้วเล่นเลย อันนี้ผมทำได้ค่อนข้างดี ) ทางตา (Sight Reading อ่านโน้ตแล้วเล่นเลย อันนี้ผมแย่มาก) และทางกล้ามเนื้อ ( ขึ้นกับการซ้อมและความสม่ำเสมอในการเล่นและการท้าทายตนเองระหว่างเล่น )</p>
<h3>2. ทักษะด้านการแสดง ( Perfomance Skill ) </h3>
<p>อันนี้เป็นทักษะที่ไม่มีสอนในบทเรียน อย่าลืมว่าคนฟังดนตรีทั่วไปนั้นไม่มีความรู้ทางดนตรีเท่าไหร่ครับ อาจจะลองจินตนาการว่าเราเล่นให้เด็กอนุบาลฟังก็เป็นได้ บางครั้งการเล่นโน้ตยากๆคนฟังไม่รู้แต่ถ้าทำหน้าตาประกอบไปด้วย อันนี้รู้แน่นอน เช่นมือกีต้าร์แจ๊สบางคนต้องทำหน้าปวดอึเวลาโซโล่เป็นต้น นอกจากหน้าตาแล้วบางคนก็มีท่าทางที่ทำให้คนสื่อถึงจังหวะได้ชัดเจนขึ้น บางคนใช้ความนิ่งเป็น Performance ก็มีนะครับ นอกจากนั้น Performance Skill ยังควบรวมไปถึงการเล่นดนตรีในโน้ตที่ถูกต้องอย่างถูกกาลเทศะด้วย ไม่จำเป็นต้องเล่นยากมาก เพียงเล่นให้เข้าใจง่ายๆก็เพียงพอ แต่การออกเสียงทุกเสียงจากเครื่องดนตรีต้องมีคุณภาพและความมั่นใจ ผมอยากเสริมว่าถ้านักดนตรีคนนั้นๆเป็น<strong>คนทะลึ่ง</strong> จะทำให้ Performance ดีขึ้นอีกมากครับ</p>
<p>ปล. <a href="http://www.ihearband.com/">iHearband</a> เป็นวงที่เน้น Performance เป็นหลัก ส่วนฝีมือนั้นเป็นรอง <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<h2><em>เส้นทางของนักดนตรีอาชีพ  ในไทย</em></h2>
<p>กลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันนั้น ถ้าจะอยู่ได้อย่างสบายจะมีเส้นทางให้ก้าวไปได้สองทางที่ผมเห็นนะครับ เพราะ วงที่เล่นประจำนั้นส่วนใหญ่ได้เงินไม่มาก ยกเว้น House Band ที่เป็นวงหุ้นส่วนร้านอาจรวยได้แต่ก็มีจำนวนน้อยมากจึงไม่นับ ไม่ว่าวงการเพลงหรือเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร โลกก็ยังต้องการดนตรีครับนักดนตรีกลุ่มนี้จึงสามารถอยู่ได้ ในขณะที่ศิลปินหรือค่ายเพลงอาจอยู่ไม่ได้ และอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อนักดนตรีบางประเภทด้วย เช่นนักดนตรีแจ๊สและคลาสสิคยิ่งแก่ยิ่งเก๋า เป็นต้น</p>
<h2>1.เป็นนักดนตรี Back Up ศิลปินและนักดนตรีห้องอัด</h2>
<p>นักดนตรีกลุ่มนี้ต้องทำงานอย่างมีความรับผิดชอบสูงทีเดียวเพราะ<strong>เป็นการเล่นดนตรีเพื่อคนอื่น</strong> บางครั้งสัดส่วนของการเป็นศิลปินนั้นยังค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆเช่นกัน คุณสมบัติของนักดนตรีที่ดีคือคุณสมบัติเดียวกับการเป็น Freelance ที่ดี นั่นคือความสามารถคงเส้นคงวา รู้จักคนเยอะ เข้ากับคนอื่นได้ดี มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา Add up Value ด้วยทักษะเฉพาะด้านที่ดี สิ่งที่ยากมากของการเป็นนักดนตรีที่ดีอยู่ที่การควบคุมความเป็นศิลปินในตนเองนั่นเอง อย่างน้อยการทำงานร่วมกับผู้อื่นในวงจะต้องทำลาย EGO ของตนลงหลายส่วนก่อนด้วยครับ ด้านความสามารถบอกได้ว่าเก่งถึงระดับหนึ่งนั้นเพียงพอแล้วเพราะเพลงที่มีอยู่ในไทยทั้งหมดไม่ได้ต้องการความสามารถนักดนตรีระดับเทพขนาดนั้น แต่ต้องการความสามารถในการทำงานเป็นทีมมากกว่าและความสามารถนี้เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าหายากที่สุดในหมู่นักดนตรี นั่นเพราะสังคมไทยเป็นเหตุนั่นเองครับ</p>
<p>สำหรับเส้นทางในการเป็นนักดนตรี back Up นั้นสามารถพัฒนาไปถึงการเป็น Producer หรือ Show Director/Manager ด้วยเช่นกัน เช่นเวลามีคอนเสิร์ตที่มีหลายช่วง ทาง Executive Producer อาจให้เงินนักดนตรีที่มีประสบการณ์มากๆคนหนึ่งมาบริหารเลือกเพลงสำหรับซ้อมและจ่ายเงินต่อให้นักดนตรีคนอื่นๆที่ตนจัดสรรมา และนักดนตรีห้องอัดจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องอุปกรณ์อยู่บ้าง เป็นคนฟังเพลงเยอะและสามารถเล่นดนตรีเพื่อตอบโจทย์ศิลปินได้ในเวลาที่กำหนด มีความเข้าใจองค์ประกอบของเพลงในเครื่องดนตรีทุกชี้นครับ อย่างไรก็ตามเนื่องจากวงการดนตรีตกต่ำลงดังนั้นนักดนตรีห้องอัดอาจมีจำนวนลดลงก็เป็นได้เพราะ Model Business อาจมีวันที่จะถึงจุดที่ไม่คุ้มต่อการจ้างนักดนตรีมาอัดเพลงก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม การโชว์ยังต้องมีอยู่ครับ</p>
<h3>การพัฒนาสู่การเป็นนักดนตรีอาชีพสาขานี้</h3>
<p>พัฒนาทักษะให้ถึงพร้อม โดยเฉพาะเรื่องทักษะทางการฟังแบบ Relative มีความเข้าใจในคอร์ดพื้นฐาน ฟังแล้วเล่นได้และการควบคุมลักษณะเสียงมืด-สว่าง ไม่ว่าจะเล่นเครื่องดนตรีชิ้นใดควรหัดเปียโนเล็กน้อยและอาจฝึก Percussion พอเข้าใจ ( นักดนตรีเก่งๆจะเล่นเปียโนเป็นกันแทบทุกคน เพราะมันเป็น Basic ในด้านความเข้าใจทาง Harmony ) หมั่นหาประสบการณ์ด้วยการไปดูนักดนตรีเล่นตามผับชื่อดัง มีความชอบและเข้าใจเพลงทุกแนว นอกจากนี้ให้ฝึกเข้าสังคมทั้งขณะเล่นโดยเล่นให้คนอื่นๆบนเวทีพอใจ และเข้าสังคมนักดนตรีนอกเวทีด้วยเช่นกัน มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเพราะอย่างไรเราก็ไม่ได้เก่งที่สุดในโลก ไม่เกี่ยงงานได้เงินเยอะหรือน้อยถ้ามีเวลาควรไปฝึกฝนหาประสบการณ์บนเวทีจริงบ่อยๆ หลีกเลี่ยงเรื่องทางการเมืองของวงการ ( มีทุกวงการ ) เราใช้ฝีมือและลอยตัวเล่นกับทุกคนที่ได้เงินและแฮปปี้จะดีกว่าครับ</p>
<p>นักดนตรีในกลุ่มนี้มักจะอยู่กันอย่างเป็นอิสระ ไม่ได้จับกันเป็นวง หรืออาจจับเป็นกลุ่มหลวมๆ แต่ละคนมีแนวทางของตนเองครับ เช่นมือกลองบางคนตีน้อยแต่ชัดและมีสำเนียงต่างประเทศ บางคนตีรายละเอียดเยอะฟังแล้วเพลงมีลูกเล่นสนุกดี บางคนตีออกร็อคดี บางคนตีงาน Unplug  ดีเป็นต้น แต่อย่างน้อยทุกคนก็สามารถแทนกันได้หมดเพราะเบสิคพร้อม เวลาเล่นก็จะสนุกเพราะได้เล่นที่ใหม่ๆกับศิลปินใหม่ๆสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ</p>
<h3>รายได้ของนักดนตรีในกลุ่มนี้</h3>
<p>ผมเป็นนักดนตรีในกลุ่มนี้อยู่บ้าง โดยรับงานไม่ได้ Full Time นักเพราะว่ามีงานของ TiGERiDEA ด้วยนั่นเอง แต่ถ้าพิจารณาเพื่อนๆผมทุกคนที่เป็นนักดนตรีอาชีพในกลุ่มนี้ถือว่ารายได้ดีมากอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะช่วง High Season ปลายปีนั้นรายได้เดือนละมากกว่าแสนทีเดียว ผมยกตัวอย่าง คอนเสิร์ตใหญ่ 1 คอนเสิร์ตนั้น นักดนตรีจะได้เงินประมาณไม่ตำ่กว่า 20,000 บาท ในขณะที่ Event ย่อยๆจะได้ประมาณ 5000 บาท และงานออกต่างจังหวัด จะ + ไปอีกประมาณ 30% ทุกงานรับเงินเร็วทั้งหมด เพื่อนๆรับถึง 3 คอนเสิร์ตใหญ่และอีเว้นท์ย่อยอีกมากมายอาทิตย์ละหลายอีเว้นท์ บางวันมีงานซ้อน 3 อีเว้นท์ต้องวิ่งรอก น่าแปลกที่เพื่อนๆส่วนใหญ่ในกลุ่มนักดนตรีสาย Back up นั้นไม่ได้เรียนดนตรีโดยตรงมากัน แต่ทุกคนจบอย่างน้อยปริญญาตรี</p>
<div id="attachment_4031" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/cheque-loveis-600x450.jpg" alt="ค่าเล่นดนตรี Concert DeeBoyd ผมเล่นเพียงวันเดียวได้เกือบสามหมื่น (หักภาษีเหลือเท่านี้) แต่เพื่อนในวงที่เล่นหลายเซ็ตกว่าอย่างพี่ตี้ได้สี่หมื่นครับ" title="cheque-loveis" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-4031" /><p class="wp-caption-text">ค่าเล่นดนตรี Concert DeeBoyd ผมเล่นเพียงวันเดียวได้เกือบสามหมื่น (หักภาษีเหลือเท่านี้) แต่เพื่อนในวงที่เล่นหลายเซ็ตกว่าอย่างพี่ตี้ได้สี่หมื่นครับ คุณคิดว่าถ้าทำเว็บราคาเท่านี้ต้องใช้เวลากี่วัน <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  </p></div>
<p>อย่างไรก็ตามเนื่องจากผมต้องการขจัดความเป็น<strong> Seasonal ของการเล่นดนตรี</strong>ออกไปจึงเริ่มจับตลาด <a href="http://www.ipattt.com/2009/วงดนตรี-งานแต่งงาน/">วงดนตรีงานแต่งงาน</a> ซึ่งจะกระจายการเล่นออกไปทั้งปี ทำให้ได้รายได้เสริมต่อเดือนเริ่มคงที่เป็นจำนวนหนึ่ง </p>
<h2>2.นักดนตรีที่มีความเชียวชาญเฉพาะด้านและเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย</h2>
<p>สำหรับคำว่าเฉพาะด้านนั้นผมจะจำกัดมาเป็นด้าน คลาสสิคและแจ๊ส เลยครับ การพัฒนาการด้านนี้คือ<strong>การพัฒนาการเล่นดนตรีเพื่อวงการดนตรี</strong> ดังนั้นเราจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ไปถึงจุดนี้ซึ่งอาจจะต้องทิ้งแนวเพลงทั่วไปเพื่อฝึกแต่แนวที่ตนเองต้องการมุ่งไปเช่นกัน แน่นอนว่าความเสี่ยงเยอะเพราะผู้ที่จะเป็นระดับนี้ได้นั้นมีไม่มากครับ อาจมีเพียง 1 ใน 5 ของประเภทที่ 1 ด้วยซ้ำ และแน่นอนต้องเรียนดนตรีโดยตรงด้วยเพื่อที่จะให้ได้วุฒิเป็นอาจารย์ส่วนหนึ่งและได้มีโอกาสหาความรู้เพิ่มเติมได้มากขึ้นอีกส่วน</p>
<div id="attachment_4029" class="wp-caption alignnone" style="width: 326px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/den.jpg" alt="ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต" title="den" width="316" height="480" class="size-full wp-image-4029" /><p class="wp-caption-text">ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต</p></div>
<p>ลองดูประวัติอาจารย์เด่น จาก <a href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/733" rel="nofollow">http://www.bangkokjazzlife.com</a></p>
<h3>การพัฒนาสู่การเป็นนักดนตรีอาชีพสาขานี้</h3>
<p>การพัฒนาสู่ความเป็นนักดนตรีในส่วนนี้มีหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ซ้อมเพื่อให้เกิดปัญญาและความเข้าใจครับ นอกจากนั้นก็เป็นการศึกษาหาความรู้ทางดนตรี สะสมบารมีในฐานะผู้นำทางวงการแต่ก็อย่าลืมถ่อมตัวเพราะเราไม่ได้เก่งที่สุดในโลกเช่นกัน</p>
<h3>รายได้ของนักดนตรีในกลุ่มนี้</h3>
<p>โดยมากเงินเดือนของอาจารย์ซึ่งอยู่ในคณะพิเศษอย่าง ดุริยางคศิลป์มักเริ่มต้นที่ 30,000 บาทซึ่งยังไม่ได้รวมค่าตำแหน่ง โดยจะมีรายได้ส่วนเพิ่มอย่างอื่นได้แก่ค่าจิปาถะต่างๆทั้งจากการสอนพิเศษที่บ้าน การแสดงโชว์ใหญ่ๆโดยอาจร่วมกับศิลปินจากต่างประเทศ การได้รับเชิญไปโชว์ในที่ต่างๆซึ่งมักมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอยู่มาก ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อดูงานหรือ WorkShop หรือรับทุนไปศึกษาต่อ การมีเครดิตในการดีลงานดนตรีระดับ International และงานรับเหมาจัดดนตรีในโรงแรมหรือร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks เหนืออื่นใดคือการมีเกียรติและศักดิ์ศรีให้นักเรียนและนักดนตรีคนอื่นๆเกิดแรงบันดาลใจและเป็นที่กล่าวขานถึง ผมว่าอาจารย์มหาลัยที่สอนดนตรีเป็นส่วนผสมของความเท่ห์ของศิลปิน+นักดนตรีและความเป็นนักวิชาการได้มากกว่าอาจารย์ในสาขาวิชาอื่นอยู่แล้วครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  อย่างไรก็ตาม นักดนตรีที่เก่งสุดๆในไทยทางมหาวิทยาลัยก็จะทาบทามมาเป็นอาจารย์ด้วยอยู่ดีครับ หรือไม่ก็ไปเป็นผู้บริหารค่ายดนตรีชื่อดัง (ซึ่งมีจำนวนน้อยและจะลดลงเร่ือยๆ) อ้อ แถมนิดหน่อยตรงมีสิทธิที่จะเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ดนตรีแพงระยับมาประดับมหาวิทยาลัยด้วย <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_4030" class="wp-caption alignnone" style="width: 262px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/nu3.jpg" alt="อาจารย์ นุ วุฒิวิชัย ซึ่งผมเคยไปให้อาจารย์ติวเปียโนที่บ้าน 3 ครั้งครับ และมีผลต่อการเล่นเปียโนของผมในระยะหลังมากขึ้นเยอะ" title="nu3" width="252" height="359" class="size-full wp-image-4030" /><p class="wp-caption-text">อาจารย์ นุ วุฒิวิชัย ซึ่งผมเคยไปให้อาจารย์ติวเปียโนที่บ้าน 3 ครั้งครับ และมีผลต่อการเล่นเปียโนของผมในระยะหลังมากขึ้นเยอะ</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/thai-musician/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สายการบิน SGA-Nokmini / ปาย / กรณีศึกษาการย้าย Hub</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/sga-nokmini/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/sga-nokmini/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Dec 2009 21:19:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[News & Technology]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=3946</guid>
		<description><![CDATA[SGA คือสายการบินเล็กที่ก่อตั้งขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ด้วยความฝันของ อาจารย์เจน ชาญณรงค์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ภาคเครื่องกลของคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ ปัจจุบันประสบความสำเร็จในการทำ  “ ตราสัญลักษณ์ร่วม ” หรือ “Co-branding” จาก SGA เป็น Nok mini ผมไปปายก็ประทับใจครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fsga-nokmini%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fsga-nokmini%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เมื่อวันก่อนผมไปปายแบบ VIP มากโดยนั่งนกแอร์ที่เป็นตั๋วฟรีได้จากงาน #twitcm จากนั้นก็ยังได้นั่ง SGA Nokmini จากเชียงใหม่ไปปายฟรีด้วยเช่นกันโดยได้พร้อม Package พักที่โรงแรม <a href="http://www.yomahotel.com/">yomahotel</a> ฟรี (เป็นโรงแรมที่ TiGERiDEA ทำเว็บให้) จากการคุยกับเพื่อนที่ทำงานเป็นตำแหน่งใหญ่อยู่ในนั้นทำให้ได้ความรู้หลายอย่างมากครับ</p>
<div id="attachment_3991" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-3991" title="sant-sga" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/sant-sga.jpg" alt="สันต์ วิศวฯจุฬาฯรุ่น 79 ตอนนี้เป็น Assistant Vice President ของ SGA Nokmini" width="600" height="375" /><p class="wp-caption-text">สันต์ เพื่อนวิศวฯจุฬาฯรุ่น 79 ตอนนี้เป็น Assistant Vice President ของ SGA Nokmini</p></div>
<div id="attachment_3998" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-3998" title="sga-boardingpass" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/sga-boardingpass.jpg" alt="boarding pass ของ SGA Nok mini ออกที่เคาเตอร์นกแอร์สนามบินเชียงใหม่" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">boarding pass ของ SGA Nok mini ออกที่เคาเตอร์นกแอร์สนามบินเชียงใหม่</p></div>
<h2>สายการบิน SGA Nok Mini จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าประทับใจ</h2>
<p><a rel="nofollow" href="http://www.sga.co.th/main/index.php">สายการบิน SGA</a> (ปัจจุบันอยู่ระหว่าง Re-Brand เป็น Nok Mini) คือสายการบินเล็กที่ก่อตั้งขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ด้วยความฝันของ อาจารย์เจน ชาญณรงค์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ภาคเครื่องกลของคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ ผมยังจำได้ว่าเพื่อนๆภาคเครื่องกลอย่าง<a href="http://www.energythai.com">บอล</a>กับสันต์ยังต้องทำเครื่องร่อนกันอย่างสนุกสนานปนซีเรียสในวิชา Mech-Drawing เครื่องร่อนคนไหนร่อนได้ดีจะทำให้ทั้งกลุ่มได้คะแนนดีครับ</p>
<div id="attachment_3999" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="การไปปายนั้น สามารถขึ้นได้ที่ Gate 5 สนามบินเชียงใหม่"><img class="size-full wp-image-3999" title="Nok-mini-pai" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Nok-mini-pai.jpg" alt="การไปปายนั้น สามารถขึ้นได้ที่ Gate 5 สนามบินเชียงใหม่" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">การไปปายนั้น สามารถขึ้นได้ที่ Gate 5 สนามบินเชียงใหม่</p></div>
<div id="attachment_3990" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-3990" title="SGA-Nokmini" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/SGA-Nokmini.jpg" alt="SGA-Nokmini ขณะกำลัง ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานปาย คนที่อยู่ในภาพมาถ่ายทำรายการพอดี" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">SGA-Nokmini ขณะกำลัง ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานปาย คนที่อยู่ในภาพมาถ่ายทำรายการพอดี</p></div>
<blockquote><p>ประวัติคร่าวๆ ดร.เจน ชาญณรงค์ จาก <a rel="nofollow" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99_%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">wikipedia</a> : จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล สาขาวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ณ Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT และปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมการผลิต จากสถาบันเดียวกัน หลังจากนั้นเป็นอาจารย์สอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์เป็นคนที่เนิร์ดมากครับ เพื่อนที่ทำงานด้วยกันกับอาจารย์เล่าให้ฟังว่าเวลาอาจารย์จะบริฟจะเขียนกระดานอย่างรวดเร็วด้วยความอัจฉริยะ ต้องคอยดูแลอย่าให้หมึกหมดเพราะจะทำให้สมองไปก่อนมือและไม่ปะติดปะต่อทำให้หงุดหงิดได้</p></blockquote>
<p>ในที่สุดจากความพยายามหลายอย่าง ก็เกิดเป็นบริษัท SGA เป็นการร่วมหุ้นของกลุ่มคนรักเครื่องบินเล็ก เช่น กลุ่มเอี่ยมสกุลรัตน์ กลุ่มอัษฎาธร และกลุ่มไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น โดยมี อ. เจน ชาญณรงค์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และกรรมการผู้จัดการ ก่อตั้งเมื่อปี 2544 แต่เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นเวลาที่นำเครื่องบิน<a rel="nofollow" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cessna_208"> Cessna รุ่น 208B Grand Caravan</a> ราคา 70 ล้านบาท จากสหรัฐอเมริกาเข้ามา</p>
<div id="attachment_3992" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-3992" title="SGA-Mokmini-2" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/SGA-Mokmini-2.jpg" alt="Cessna รุ่น 208B Grand Caravan ของ SGA Nokmini เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมขนมอยู่" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">Cessna รุ่น 208B Grand Caravan ของ SGA Nokmini เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมขนมอยู่</p></div>
<p><strong>Bush Airline</strong> เป็นการบินตรงเพื่อไปลงยังสถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าหรือพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก นอกจากนี้ยังเป็นการบินเพื่อชมธรรมชาติและสภาพภูมิประเทศในมุมสูงแบบ bird-eye-view ทำให้การบินเช่นนี้กลายเป็นทางเลือกที่นิยมไปทั่วโลกในหมู่ผู้รักการท่องเที่ยวผจญภัย</p>
<div id="attachment_3993" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-3993" title="Nokmini-captain" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Nokmini-captain.jpg" alt="เนื่องจากเครื่องบินเล็กไม่มีแอร์โฮสเตส นักบินจึงรับหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่อธิบายวิธีใส่เข็มขัดนิรภัยให้ผู้โดยสารจนถึงเป็นไกด์อธิบายธรรมชาติด้านล่างระหว่างที่บิน แต่ก็เป็นกันเองมาก" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">เนื่องจากเครื่องบินเล็กไม่มีแอร์โฮสเตส นักบินจึงรับหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่อธิบายวิธีใส่เข็มขัดนิรภัยให้ผู้โดยสารจนถึงเป็นไกด์พูดอธิบายธรรมชาติด้านล่างระหว่างที่บิน แต่ก็เป็นกันเองและได้ประสบการณ์ที่แตกต่างมากสำหรับคนไทย อ้อ คนที่เป็นกัปตันคือคนนั่งซ้ายนะครับ</p></div>
<p>ในเวลาไล่เลี่ยกัน บริษัท SGA ก็เปิดกิจการอู่ซ่อมเครื่องบินเล็ก Cessna ควบคู่ไป แต่ทว่ากิจการอู่ไม่โตเท่าที่ควร เนื่องจากคนไทยยังใช้เครื่องบินเล็กกันน้อยอยู่ ฉะนั้นรายได้หลักจึงมาจากธุรกิจการบินขนส่ง</p>
<p><strong>อ.เจน</strong>เริ่มจากการทำสายการบินเป็น &#8220;แท็กซี่ลอยฟ้า&#8221; หรือเครื่องบินเช่าเหมาลำ จนมาถึงปัจจุบัน เมืองไทยมีอะไรใหม่ๆ เยอะ โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) จึงเปลี่ยนเป็น &#8220;รถตู้ลอยฟ้า&#8221; หรือสายการบินแบบ Bush Airline ทั้งนี้ เพราะการเช่าเหมาลำ แพงเกินกว่าที่คนส่วนใหญ่จะรับไหว ( รถตู้นั้นมี Route ที่แน่นอนและมีความยืดหยุ่นเรื่องจำนวนคนโดยสาร-เวลา )</p>
<div id="attachment_3997" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="ขณะเตรียม Landing ที่ปาย เห็นภูเขาอยู่ด้านหน้า ผู้โดยสารสามารถเห็นการทำงานได้ชัดเจน"><img class="size-full wp-image-3997" title="Cessna-208B-cabin" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Cessna-208B-cabin.jpg" alt="ขณะเตรียม Landing ที่ปาย เห็นภูเขาอยู่ด้านหน้า ผู้โดยสารสามารถเห็นการทำงานได้ชัดเจน" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">ขณะเตรียม Landing ที่ปาย เห็นภูเขาอยู่ด้านหน้า ผู้โดยสารสามารถเห็นการทำงานได้ชัดเจน</p></div>
<p>อ.เจนกล่าวแก่ Bangkokbiz ว่าธุรกิจของสายการบินเอสจีเอในช่วง 3 ปีที่ผ่านมารายได้ยังไม่สูงมากนักแต่ถือว่ายังอยู่ได้<strong> เนื่องจากเป็นสายการบินขนาดเล็กจึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น </strong>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงสะสมประสบการณ์ในเส้นทางธุรกิจเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ต้องการให้ธุรกิจเติบโตจึงได้ระดมทุนและปรับเปลี่ยนขนาดองค์กรใหม่แต่เป้าหมายและผลกำไรในอนาคตไม่ได้คาดหวังมาก เพราะสถานการณ์ในธุรกิจปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา</p>
<h2>Route แรกๆของ SGA</h2>
<p>ในครั้งแรก สายการบิน SGA เริ่มบินกรุงเทพฯ หัวหินก่อน บางคนอาจคิดว่าหัวหินอยู่ใกล้และไปง่ายๆทำไมจึงคิด Route นี้ขึ้นมา? คำตอบมาจากสถิติในการเช่าเหมาลำที่มีไปหัวหินเป็นจำนวนมาก ทำให้ กทม-หัวหินกลายเป็น Route ประจำที่เดียวอันแรกของ SGA</p>
<h3>สำหรับสาเหตุที่มีคนใช้เส้นทางนี้เยอะเป็นเพราะ</h3>
<ol>
<li>การท่องเที่ยวภาคใต้เสื่อมลงชั่วคราวจากสึนามิทำให้คนเที่ยวใต้ร่นขึ้นมาที่หัวหิน</li>
<li>ฝรั่งยุโรปนั่งเครื่องบินมาประเทศไทยแล้ว 12 ชั่วโมง ดังนั้นถึงแม้จะต้องนั่งรถไปหัวหินอีก 2 ขั่วโมงก็อาจเหนื่อยเกินไปจึงต้องการการเดินทางแบบต่อเนื่อง Seamlessly</li>
</ol>
<h2>SGA Nok Mini กับการเปลี่ยน Hub สู่เชียงใหม่</h2>
<p>กรณีการเปลี่ยน Hub จาก กทม สู่เชียงใหม่และยกเลิก Route หัวหินนั้นก็มีที่มาที่น่าสนใจครับ</p>
<h3>1. การย้ายสนามบินหลักจากดอนเมืองสู่สุวรรณภูมิ</h3>
<p>SGA ในขณะนั้นมีเครื่องบินเพียงลำเดียวแต่ต้องไปเช่าพื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นห้องที่จอด เช่า ออฟฟิศ Land site, Air Site ต้องมีห้องช่าง ( ระหว่าง Land site กับ Air site ต้องมี Security สูงมากไม่งั้นจะเกิดเหตุการณ์จี้เครื่องบินหรือแอบบินไปประเทศอื่นได้ ) ทำให้มีต้นทุนสูงมากๆถ้าเทียบกับ Business Model ที่สำคัญราคาที่แพงนั้นยังไม่เท่าไหร่ถ้าได้รับ Service ที่ดีแต่เนื่องจากสายการบินนั้นเล็กจนแทบไม่มีคนรู้จักจึงทำให้ทางสุวรรณภูมิไม่ค่อยใส่ใจด้วย มาตรฐานการบริการก็ต่างกัน เวลาเลือกห้องก็ต้องรอเลือกจนเป็นสายการบินสุดท้ายทำให้บางครั้งได้ทำเลไม่เหมาะสม เนื่องจากสายการบินใช้เครื่องบินเล็กจึงต้องไปจอดไกลสุด แทบจะริมสนามบิน (ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย) สนามบินดอนเมืองนั้นมีความกว้าง 2&#215;4 กม. แต่สุวรรณภูมิมีความกว้างถึง 4&#215;8 กม การเดินทางภายในสนามบินจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญของผู้โดยสารขึ้นมาและกลายเป็น Cost ของการเดินทางระหว่าง Site  เมื่อCost สูงผู้โดยสารน้อย จึงต้องหา Cash Cow ตัวใหม่ ( ตัวอย่าง Cost ที่พวกเรานึกไม่ถึงเช่น การประกาศขึ้นเครื่องหรือประกาศเรียกผู้โดยสารแต่ละครั้งออกลำโพงทั่วสนามบินนั้นมีค่าใช้จ่ายเรียกเก็บจากสนามบินซึ่งไม่คุ้มกับสายการบินเล็ก เป็นต้น )</p>
<h3>2. การเดินทางไปหัวหินเริ่มสะดวกขึ้น</h3>
<p>ถนนไปหัวหินที่ทำมานานเริ่มเสร็จ และมี Taxi ชูป้ายไปหัวหินที่สนามบินเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ตลอดจนการเรียนรู้ว่าสายการบินเล็กไม่ได้เปรียบด้าน&#8221;ความยากลำบากในการเดินทางสู่ภูมิประเทศ&#8221;ของภาคกลางและภาคใต้แล้ว</p>
<h3>3.เปลี่ยน Model การเดินทางเป็นแบบ Bush Airline</h3>
<p>ทีมผู้บริหารได้กางแผนที่ประเทศไทยเพื่อเลือกทำเลสำหรับการเป็น Hub ใหม่ จากการตัดสินใจที่จะให้สายการบินได้เปรียบรถยนต์นั้นจะต้องไปลงยังสถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าหรือพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก จึงย้ายมาทำ Hub ที่เชียงใหม่เพราะจากเชียงใหม่สามารถบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้มากและยังเป็นสนามบินนานาชาติที่มีสายการบินระหว่างประเทศมาลงด้วยเช่นกัน เครื่องบินเล็กนั้นถ้าแข่งกับเครื่องบินใหญ่ที่มีไปลงยังที่ต่างๆอยู่แล้วจะแพ้ แต่ถ้าแข่งกับรถนั้นพอยังได้ เครื่องบินใบพัดนั้นถึงจะบินด้วยความเร็ว 300 km/h แต่เมื่ออยู่บนฟ้าอย่างไรผู้โดยสารก็รู้สึกช้าอยู่ดี จึงเลือก Route ไม่ไกลมากไปยังภูเขาเช่นที่ปาย  จากนั้นจึงมาวิเคราะห์ว่าสนามบินเป็นอย่างไรคนเดินทางอย่างไร การท่องเที่ยวมี Season เปรียบต่างมากหรือไม่ ชาวต่างชาติไปเที่ยวมากหรือไม่ ช่วง Peak ค่าตั๋วต้อง match กับกลุ่มเป้าหมายที่จะเดินทางไม่ใช่ว่าบางอำเภอมี Demand การเดินทางเยอะแต่ไม่มีกำลังจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเป็นต้น</p>
<div id="attachment_4001" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-4001" title="road-to-pai" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/road-to-pai.jpg" alt="ภาพถ่ายจากเครื่องบิน ถนนไปปายนั้นวกวนมาก นั่งเครื่องบินซื้อเวลาได้1วันรวมเวลาพักผ่อนเมื่อถึง" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">ภาพถ่ายจากเครื่องบิน ถนนไปปายนั้นวกวนมาก นั่งเครื่องบินซื้อเวลาได้1วันรวมเวลาพักผ่อนเมื่อถึงจุดหมาย</p></div>
<div id="attachment_4002" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-4002" title="Pai-runway-airport" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Pai-runway-airport.jpg" alt="RunWay ที่ปาย เครื่องบินจะตีวงหนึ่งรอบ เห็นวิวสวยๆแบบใกล้ชิดหนึ่งรอบก่อน Landing" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">RunWay ที่ปาย เครื่องบินจะตีวงหนึ่งรอบ เห็นวิวสวยๆแบบใกล้ชิดก่อน Landing ดึ๋งๆๆ</p></div>
<h2>Route ปัจจุบันของ SGA Nok mini จากเชียงใหม่ มีดังต่อไปนี้</h2>
<ul>
<li>แม่ฮ่องสอน</li>
<li>เชียงราย</li>
<li>ปาย</li>
<li>น่าน</li>
<li>อุดรธานี</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม Route เชียงใหม่ ไปยังจังหวัดข้างเคียงนั้นก่อนที่จะทำได้ในปัจจุบันต้องให้การบินไทยถอนตัวออกไปก่อน ซึ่งจัดว่าเป็นเคสประวัติศาสตร์วงการบินทีเดียวเพราะการบินไทยมีปัญหาหลายอย่างมากๆเกี่ยวกับการถอน Route ภายในประเทศเช่นแม่ฮ่องสอน (รูทนี้มีความจำเป็นมากสำหรับคนทำงานมากเพราะการเดินทางไปแม่ฮ่องสอนด้วยรถยนต์นั้นจัดได้ว่าลำบากทีเดียว) และปัจจุบันยังมีปัญหากับการถอน Route อุบลราชธานีด้วยลองอ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2009/thai-airways/">ทำไมการบินไทยจึงขาดทุน</a> และบางครั้งการวิเคราะห์ Route อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจ ลองอ่าน <a rel="nofollow" href="http://www.hflight.net/MT/news/2007/06/200706001850.shtml">กรณียกเลิก Route เชียงใหม่-แพร่ของ SGA เมื่อปี 50</a> เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารไม่เพียงพอ มีข้อสังเกตข้อความที่ว่า <em>&#8220;กลุ่มข้าราชการก็ไม่ใช้บริการ ถึงแม้จะสามารถเบิกจ่ายได้แต่ต้องผ่าน ขั้นตอนมาก และยากต่อการอนุมัติเบิกจ่าย&#8221; </em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ( เพราะไปเทียบกับการบินไทยที่เบิกง่ายมาก )</p>
<p>ส่วนผู้ที่ไม่ทราบว่าจำนวนสนามบินในประเทศไทยนั้นมีเยอะแค่ไหน ลองดูที่<a rel="nofollow" href="http://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อท่าอากาศยานในประเทศไทย"> รายชื่อสนามบินในประเทศไทยและสังกัด</a>ครับ จะเห็นว่าสายการบินเล็กอย่าง SGA นั้นไม่จำเป็นต้องไปสร้างสนามบินเองในที่ๆไปยาก เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากภาคการทหารนั่นเองเพราะการส่งกำลังบำรุงทางอากาศจะต้องทั่วถึงในไทยทำให้เรามีท่าอากาศยานอยู่แทบทุกพื้นที่ในเขตยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงยากครับ ขนาดแม่ฮ่องสอนเองยังมีสนามบินหลายจุดทั้ง สนามบินขุนยวม สนามบินแม่สะเรียง ท่าอากาศยานปาย และ ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน</p>
<div id="attachment_4006" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-4006" title="pai-airport" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/pai-airport.jpg" alt="@booruball ที่ท่าอากาศยานปาย ซึ่งมีอุปกรณ์ด้าน Security ครบครันตามมาตรฐาน" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">@booruball ที่ท่าอากาศยานปาย ถึงจะเล็กแต่ก็มีอุปกรณ์ด้าน Security ครบครันตามมาตรฐาน</p></div>
<p>สาเหตุที่ทาง SGA Nok mini ไม่ได้ทำตลาด Route ประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่เริ่มแรกเพราะว่าการปรับเปลี่ยนจากสายการบินภายในประเทศเป็นระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องใหญ่จนถือว่าเป็นคนละสเกลกันเลยทีเดียวครับ เพราะถ้าเราสามารถข้ามน่านฟ้าประเทศไทยได้แล้วก็เท่ากับว่าเราไปได้ทั่วโลกแล้วจึงต้องมีการจัดการเพื่อเติมในหลายๆเรื่องมาก </p>
<blockquote><p>ขณะนี้ Route ต่างประเทศอันแรก ระหว่างเชียงใหม่ &#8211; เชียงราย &#8211; จิ่งหง คาดจะเริ่มทำการบินได้ราวกลางปี 2553โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล ความเป็นไปได้ จำนวนผู้โดยสาร ฯลฯ ร่วมทั้งเจรจากับไชน่าอีสเพื่อดำเนินธุรกิจร่วมกัน ( ที่มา : <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20090924/78629/SGA-ลงขันนกแอร์-ผุด-นกเล็ก-รุกตลาดการบิน.html" rel="nofollow">bangkokbiz</a> ) </p></blockquote>
<h2>กรณีการ Re-Branding กับสายการบิน Nok Air</h2>
<p>SGA เป็นสายการบินขนาดเล็ก ดังนั้นการทำการตลาดแบบ Mass เพื่อสร้าง Brand จึงไม่คุ้ม ถ้าต้องการผลักดันให้ชื่อ SGA ดังและได้รับความเชื่อถือจึงจัดว่าเป็นงานที่ใหญ่เกินไปสำหรับ Business Model ระดับนี้ ทางผู้บริหารจึงตัดสินใจหาแนวร่วมและก็ประสบความสำเร็จในการทำ  “ ตราสัญลักษณ์ร่วม ” หรือ “Co-branding” จาก SGA เป็น Nok mini ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงธุรกิจการบินครั้งแรกในประเทศไทยกับนกแอร์ ตั๋วของ SGA สามารถที่จะจองผ่านเว็บไซต์ของ NokAir ได้โดยตรงด้วย</p>
<p>SGA จะทำการบินโดยเช่าเครื่อง SAAB 340B ขนาด 33 ที่นั่งจำนวน 2 ลำ พร้อมขยายเส้นทางบิน และใช้ชื่อในการบินใหม่ว่า NOK MINI เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ NOK Air ( การบินไทยถือหุ้นอยู่ 39% ) NOK Air ให้ SGA ใช้ สีและลาย พร้อม LOGO เครื่องบินเป็นแบบเดียวกับ NOK Air โดยไม่คิดมูลค่า ( เปลี่ยนจากรูป ผึ้ง เป็น นก โดยส่งไปทำสีที่ออสเตรเลีย ) เพียงมีชื่อว่า NOK MINI ให้เห็นความแตกต่าง โดย NOK MINI จะทำการบินเป็น feeder route และเป็น sub brand ให้กับ Nok Air ( ที่มา <a rel="nofollow" href="http://www.bangkokpost.com/business/aviation/25532/sga-rebrands-as-nok-mini-leases-larger-aircraft">Bangkokpost 13/10/2009</a> )</p>
<div id="attachment_4005" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-4005" title="Nok-Mini-dara" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Nok-Mini-dara.jpg" alt="ถ้านั่ง SGA ไปปายอาจได้กระทบใหล่ดาราและศิลปินเพราะนิยมใช้กันมาก" width="400" height="600" /><p class="wp-caption-text">ถ้านั่ง SGA ไปปายอาจได้กระทบใหล่ดาราและศิลปินเพราะนิยมใช้กันมาก</p></div>
<h2>ปัญหาคนไทยไม่ชอบเครื่องบินเล็ก</h2>
<p>ถ้ามีสายการบิน 2 สายที่ Route เหมือนกัน มักจะไม่มีใครขึ้นสายการบินที่มีเครื่องเล็ก เพราะคนไทยไม่ชินกับเครื่องบินเล็กเหมือนต่างประเทศ</p>
<div id="attachment_4016" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/small-plane-600x399.jpg" alt="ในต่างประเทศนิยมใช้เครื่องบินเล็กกันมาก ตอนผมไป Vancouver เครื่องบินเล็กบินกันว่อนเลยครับ" title="small-plane" width="600" height="399" class="size-medium wp-image-4016" /><p class="wp-caption-text">ในต่างประเทศนิยมใช้เครื่องบินเล็กกันมาก ตอนผมไป Vancouver เครื่องบินเล็กบินกันว่อนเลยครับ</p></div>
<p> <strong>SGA ต้องต่อสู้และตอบคำถามเดียวมา 3 ปีคือเครื่องเล็กปลอดภัยมั้ย ?</strong> ในกรณีนี้ อ.เจนได้ตอบว่าเครื่องบินใหญ่กับเครื่องบินเล็ก สัดส่วนน้ำหนัก พื้นที่ใต้ปีกเป็นสัดส่วนเดียวกับเครื่องจัมโบ้จึงมีความสมดุลเรื่องแรงยกเหมือนกัน และความรู้เพิ่มเติมของผมพบว่าเครื่องบินเล็กมีสิทธิ์ที่จะร่อนลงได้ในกรณีเครื่องดับ ใช้พื้นที่ RunWay น้อย และยังปรับมุมใบพัดเพื่อลดแรงต้านในกรณีต้องการร่อนได้ด้วยครับ (ในขณะที่เครื่องใหญ่ถ้าเครื่องดับหมดความน่าจะเป็นในการร่อนลงจะยากมากหรือแทบไม่มี) สำหรับประสบการณ์ผมในการนั่งไปปายนั้น เครื่องบินบินนิ่มมากครับ และมีการเพิ่มระดับเพดานบินอย่างนุ่มนวลกว่าเครื่องใหญ่ๆมาก พิสูจน์จาก @booruball ซึ่งมักปวดหูเวลานั่งเครื่องใหญ่แต่กลับไม่มีอาการนี้กับเครื่องบินเล็กขนาด 12 ที่นั่งของ SGA เลย สรุปแล้วผมชอบนั่งเครื่องบินเล็กครับ สนุกมาก วิวสวยด้วย <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_4003" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a href="คันบังคับของ Cessna 208B Grand Caravan"><img class="size-full wp-image-4003" title="Cessna-208B-Grand-Caravan-control" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/Cessna-208B-Grand-Caravan-control-.jpg" alt="คันบังคับของ Cessna 208B Grand Caravan" width="400" height="600" /></a><p class="wp-caption-text">คันบังคับของ Cessna 208B Grand Caravan</p></div>
<blockquote><p>
<em><strong>แถม</strong></em></p>
<h2>เรื่องเล่าความเก่งกาจของกัปตันรุ่นเก่ามือเก๋า</h2>
<p>เพื่อนของผมเล่าให้ฟังว่า เคยไปนั่งเครื่องบินเล็กสำหรับขนส่งของ<strong>องค์กรราชการแห่งหนึ่ง</strong>ซึ่งเป็น  Cessna รุ่น 208B เช่นกัน เครื่องบินลำนั้นไม่มีแม้ที่นั่งผู้โดยสารทำให้ต้องนั่งบนพื้นแล้วจับเก้าอี้กัปตันไว้ โดยหน่วยงานนั้นได้นำเครื่องออกทดสอบแต่ไม่ได้บอกว่าทดสอบอะไรแต่เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นในฐานะวิศวกรเครื่องบินจึงขอขึ้นไปดูด้วย</p>
<p>ตอน  Take Off ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแต่พอเครื่องบินขึ้นไปสักพักเพื่อนผมก็สังเกตเห็นว่า<strong>ใบพัดของเครื่องบินที่อยู่ด้านหน้าและมีเพียงอันเดียวนั้นค่อยๆหมุนช้าลงและหยุดหมุนไปต่อหน้าต่อตา ! </strong>ด้วยความตกตะลึงเค้าจึงถามกัปตัน<em> </em></p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8221; เอ่อ&#8230; พี่ครับ ใบพัดมันหยุดหมุนหรือเปล่าน่ะครับ &#8220;</em></p>
<p>กัปตันก็ตอบมาอย่างใจเย็นว่า<em> </em></p>
<p style="padding-left: 30px;"><em>&#8221; เห็นแล้ว กำลังแก้อยู่</em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  &#8220;</p>
<p>สักพักพอเครื่องสูญเสียแรงยกก็ค่อยๆเบนเอียงไปทางด้านข้างและเพื่อนผมก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งความ&#8221;ไร้น้ำหนัก&#8221; เพราะก้นลอยเหนือพื้นเครื่องบิน และได้ยินเสียง อ๊อด ๆๆ อันเป็นสัญญาณเตือนว่าเครื่องบินสูญเสียแรงยกก็ดังขึ้น <strong>( Stall Warning ) </strong>เครื่องบินลดระดับมาลงสักพักใบพัดก็เริ่มค่อยๆหมุนทำงานต่อและเครื่องบินก็เริ่มทะยานขึ้นไปรักษาระดับใหม่ เป็นอย่างนี้ 3 รอบ ที่แท้กัปตันนำเครื่องขึ้นไปทดสอบ ระบบเตือนการสูญเสียแรงยกหรือ Stall Warning ว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่นั่นเอง !! เพราะการทดสอบ Stall Warning ต้องทำในสถานการณ์จริงและถ้าระบบนี้ไม่ทำงานจะเป็นอันตรายต่อการบินมากเพราะกัปตันอาจไม่รู้ว่าเครื่องบินกำลังลดระดับลงอย่างเป็นอันตรายในสภาวะมีหมอกหรือตอนกลางคืน</p>
<p><strong>สรุปกัปตันตั้งใจดับเครื่อง โอ้ ! อะไรจะเก๋าขนาดนั้น</strong></p>
</blockquote>
<div id="attachment_4007" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-4007" title="SGA-Captain-2" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/SGA-Captain-2.jpg" alt="กัปตันมือเก๋าคนนี้เคยเล่นละครทีวีเรื่อง สงครามนางฟ้า ประกบกับก้องนูโวด้วยนะ" width="600" height="400" /><p class="wp-caption-text">กัปตันมือเก๋าคนนี้เคยเล่นละครทีวีเรื่อง สงครามนางฟ้า ประกบกับก้องนูโวด้วยนะ</p></div>
<div id="attachment_4004" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="รันเวย์สนามบินเชียงใหม่ขณะกำลัง Landing สนามบินดูใหญ่ไปเลยถ้าเทียบกับขนาดเครื่องบิน"><img class="size-full wp-image-4004" title="SGA-landing" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/SGA-landing.jpg" alt="รันเวย์สนามบินเชียงใหม่ขณะกำลัง Landing สนามบินดูใหญ่ไปเลยถ้าเทียบกับขนาดเครื่องบิน" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">รันเวย์สนามบินเชียงใหม่ขณะกำลัง Landing สนามบินดูใหญ่ไปเลยถ้าเทียบกับขนาดเครื่องบิน</p></div>
<div id="attachment_4371" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/nokmini-udon-600x399.jpg" alt="นกมินิ เริ่มบินเส้นทางเชียงใหม่-อุดรแล้วเมื่อวันที่ 17 มกรา (เมื่อวานที่ผ่านมา) ด้วยเครื่องบิน Saab340 มีการจัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์กันที่อุดร " title="nokmini-udon" width="600" height="399" class="size-medium wp-image-4371" /><p class="wp-caption-text">นกมินิ เริ่มบินเส้นทางเชียงใหม่-อุดรแล้วเมื่อวันที่ 17 มกรา (เมื่อวานที่ผ่านมา) ด้วยเครื่องบิน Saab340 มีการจัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์กันที่อุดร </p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/sga-nokmini/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การ์ตูนล้อ  Web Designer</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/disaster-designer/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/disaster-designer/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Dec 2009 20:48:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[คุณซาบซึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=3945</guid>
		<description><![CDATA[ก๊อปมาให้ดูกันตรงๆเลยครับ นี่มันแทงใจดำเว็บดีไซน์เนอร์จริงๆ :D ตอนเริ่มต้น อะไรๆก็ดี ลูกค้าโชว์เว็บปัจจุบัน ทั้งคู่หัวเราะร่วมกัน ดีไซน์เก่าถือเป็นอาชญากรรมแห่งมนุษยชาติ จากนั้นคุณก็ดีไซน์ให้เรียบร้อย มันดูดีและใช้งานได้ดี แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ในเวลาต่อมา
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fdisaster-designer%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fdisaster-designer%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ก๊อปมาให้ดูกันตรงๆเลยครับ นี่มันแทงใจดำเว็บดีไซน์เนอร์จริงๆ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' />  เห็น <a href="http://www.imenn.com">@imenn</a> RT ใครคนแรกนะไม่แน่ใจ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_confused.gif' alt=':?' class='wp-smiley' /><br />
นำมาจาก<br />
<a href="http://theoatmeal.com/comics/design_hell">http://theoatmeal.com/comics/design_hell</a></p>
<h2>ตอนเริ่มต้น อะไรๆก็ดี</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/1.png" alt="" /></p>
<h2>ลูกค้าโชว์เว็บปัจจุบัน ทั้งคู่หัวเราะร่วมกัน ดีไซน์เก่าถือเป็นอาชญากรรมแห่งมนุษยชาติ</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/2.jpg" alt="" /></p>
<h2>คุณก็ดีไซน์ให้เรียบร้อย มันดูดีและใช้งานได้ดี</h2>
<p><a rel="facebox" href="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/boyds_toast.jpg"><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/3.jpg" alt="" /></a></p>
<h2>ดูดีนะครับ แต่ผมว่ามีอะไรต้องปรับแค่ &#8220;นิดหน่อย&#8221;</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/4.png" alt="" /></p>
<h2>ที่ว่าปรับปรุงนิดหน่อยเริ่มเยอะขึ้นแล้ว มีเพิ่มนู่นเพิ่มนี่</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/5.png" alt="" /></p>
<h2>ลูกค้าเริ่มดึงคนอื่นและคนรู้จักมาคอมเม้นท์ โอ้ววว</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/6.png" alt="" /></p>
<h2>ความหวังพังทลาย คุณเริ่มสงสัยในอาชีพตัวเอง</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/7.png" alt="" /></p>
<h2>คุณไม่ใช่เว็บดีไซเน่อร์แล้วตอนนี้ เพราะลูกค้าควบคุมและสั่งให้คุณทำโน่นทำนี่แทบทุกอย่าง</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/8.png" alt="" /></p>
<h2>ลูกค้าลืมไปเรียบร้อยว่าได้จ้างคุณมาในฐานะ เว็บดีไซเน่อร์ ที่จะคิดสิ่งที่ดีที่สุดให้เค้า</h2>
<p><img src="http://theoatmeal.com/img/comics/design_hell/9.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/disaster-designer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมการบินไทยถึงขาดทุน</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/thai-airways/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/thai-airways/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Dec 2009 19:42:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>
		<category><![CDATA[คุณซาบซึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม-การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมการเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=3939</guid>
		<description><![CDATA[โครงสร้างที่ผูกติดกับการเมืองระดับประเทศ, การเมืองจากบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมทั้งจากพนักงานและผู้บริหารเองทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้ ,ความเป็นองค์กรเอกชนที่มีโครงสร้างแบบรัฐวิสาหกิจที่ไร้แรงผลักดันทางธุรกิจ, ความไร้เหตุผลของการไม่แก้ไขปัญหา คือปัจจัย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fthai-airways%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fthai-airways%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<h2> ความรู้ทั่วไปของสายการบิน </h2>
<p>ก่อนอื่นต้องมาดู Load Facters / Cabin Facters ก่อนครับ นั่นคือถ้าเป็น 100% = เต็มทุกที่นั่งในการบิน ซึ่งจะต้องพิจารณาจากราคาและปัจจัยอื่นๆ โดยต้องวิจัยค่าที่ทำให้เกิดการ Maximize ของกำไร เช่นถ้าตั๋วถูกไปคนนั่งเต็มแต่อาจจะได้กำไรน้อยกว่าตั่วแพงขึ้นมาหน่อยแต่คนนั่ง 80% เป็นต้น จากนั้นมาพิจารณาถึงปัจจัยในการที่คนจะเลือกขึ้นเครื่องของสายการบินใดๆมีอยู่เพียง 3อย่างดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li>เวลา หมายถึงเวลาที่เหมาะสมในการบิน เช่นคนที่อยากไปทำงานต่อที่ยุโรปในวันนั้นส่วนใหญ่ก็ต้องการขึ้นเครื่องบินและนอนเลย ตื่นเช้าขึ้นมาก็ถึงที่หมายไปทำงานต่อได้เลย และอาจประหยัดค่าโรงแรมได้ด้วย ประเด็นนี้การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติจะได้เปรียบเพราะผูกขาดเรื่องการควบคุมเวลามานานและได้สิทธิเลือกเวลาก่อนคนอื่นครับ</li>
<li>ราคา การบินไทยมักมีคนบ่นว่าแพง ซึ่งมาจากหลายปัจจัยและกลยุทธของ Loading facters ด้วยครับ</li>
<li>สิทธิพิเศษ และ แบรนด์ สายการบินไหนมีโปรโมชั่นบ่อย หรือมีการทำการตลาดที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผู้คนที่บินก็จะให้ความสำคัญต่อปัจจัยนี้เช่นเดียวกัน</li>
</ol>
<h2>ปัจจัยที่ทำให้ขาดทุนของการบินไทย</h2>
<p>ทำไมการบินไทยถึงขาดทุนจาก Route ภายในประเทศแต่ได้กำไรบาง Route ภายนอกประเทศเช่นยุโรป ? อันนี้เป็นตัวชี้วัดชัดเจนถึงโครงสร้างขององค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยทั่วไปว่า ถ้าไปแข่งระดับโลกคงจะแย่กันหมดแน่ๆครับ ทุกคนควรจะรู้ว่า ที่องค์กรของตนเองอยู่ได้เป็นเพราะโมเดลพิเศษที่ไม่เป็นไปตามหลักทุนนิยมหรือเพราะความสามารถจริงๆกันแน่ ( ลองอ่าน <a href="http://tinyurl.com/yata84c " rel="nofollow">การทำธุรกิจในประเทศไทย</a> )</p>
<p>1.โครงสร้างที่ผูกติดกับการเมืองระดับประเทศ แม้ว่าการบินไทยจะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่การบริหารจัดการยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ขึ้นอยู่กับเจ้ากระทรวงที่ดูแล กรรมการบางส่วนอภิสิทธิ์ตามโควตาการเมือง และกรรมการโดยตำแหน่ง รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นเก้าอี้อภิสิทธิ์เที่ใครๆ ก็ต้องการ อ่านต่อได้ที่บทความของ <a rel="nofollow" href="http://www.wiseknow.com/blog/2009/02/26/1979/">คุณบุญลาภ ภูสุวรรณ</a></p>
<p>2. การเมืองจากบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมทั้งจากพนักงานและผู้บริหารเองทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้ ตอนนี้หลายๆคนอาจจะได้ยินข่าวการบินไทยเกี่ยวกับปัญหาการยกเลิก Route ที่ดังๆ  และขาดทุน Route ในประเทศ พยายามจะยกเลิก Route หลาย Route แต่เจอการเมือง​ ที่มาจากคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการบินโดยตรงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้  (ผู้ที่บินฟรีเช่น พนง การบินไทย ญาติพี่น้อง ข้าราชการการเมือง ฯลฯ) ลองดู<a href="http://www.kmt.co.th/catalog.php?idp=1758" rel="nofollow">กรณีประท้วงยกเลิก Route อุบลราชธานี</a></p>
<blockquote><p>Route ที่บินไปยุโรปนั้นพอจะได้กำไรจากปัจจัยเวลา และความเป็นศูนย์กลางการบิน แต่ Route ที่บินภายในประเทศเมื่อใช้วิธีบริหารจัดการแบบ Route ต่างประเทศก็จะทำให้ต้นทุนสูงมาก จึงขาดทุน นอกจากนี้ยังมีการถูกรบกวน Load Facter ด้วยสิทธิพิเศษในการนั่งฟรีของญาติพี่น้องของพนักงานการบินไทยที่มักเดินทางในประเทศอีกด้วย</p></blockquote>
<p>อ้างอิงเรื่อง<a href="http://www.jjthai.net/articles/1948" rel="nofollow">สิทธิประโยชน์ในการบินฟรีของพนักงานการบินไทย </a></p>
<blockquote><p>  สิทธิประโยชน์ที่กรรมการและอดีตกรรมการการบินไทยได้รับในปัจจุบันมีหลายเรื่อง เช่น ได้รับบัตรโดยสารเฟิสต์คลาสปีละ 30 ใบ แบ่งเป็นเส้นทางบินระหว่างประเทศ 15 ใบ และเส้นทางบินในประเทศ 15 ใบ โดยสิทธิประโยชน์นี้รวมไปถึงบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตามด้วย<br />
ด้านอดีตกรรมการบริษัทจะได้รับบัตรโดยสารที่มีส่วนลด 75% ของค่าโดยสารปกติ โดยเส้นทางบินระหว่างประเทศจะได้รับปีละ 12 ใบ ส่วนเส้นทางบินในประเทศจะได้รับปีละ 6 ใบ ขณะที่บุคคลในครอบครัวของอดีตกรรมการและผู้ติดตามจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับอดีตกรรมการ สำหรับพนักงานการบินไทยได้รับสิทธิประโยชน์ด้านตั๋วโดยสาร โดยพนักงานที่มีอายุงานไม่ถึง 10 ปี จะได้รับตั๋วโดยสารฟรีปีละ 2 ใบ เป็นเส้นทางระหว่างประเทศ 1 ใบ และเส้นทางในประเทศ 1 ใบ แต่ถ้าอายุงานเกิน 10 ปี จะได้รับเพิ่มเป็นปีละ 4 ใบ เป็นเส้นทางระหว่างประเทศ 2 ใบ และเส้นทางในประเทศ 2 ใบ ฯลฯ </p></blockquote>
<p>3.ความเป็นองค์กรเอกชนที่มีโครงสร้างแบบรัฐวิสาหกิจที่ไร้แรงผลักดันทางธุรกิจ แต่กลับต้องแข่งขันในระดับโลก ลองอ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2009/โกงกิน-ประสิทธิภาพ/">โพสเรื่อง ความไร้ประสิทธิภาพ </a></p>
<p>4.ความไร้เหตุผลของการไม่แก้ไขปัญหา จาก<a rel="nofollow" href="http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=42EF973E319C68FB1307432F3CD04FE7&amp;query=4qTDp8rD6dKnvNnpttfNy9jpuQ==">การแถลงข่าวนี้</a>จะเห็นว่ามีประโยคที่ไม่น่าจะใช้เป็นเหตุผลของบริษัทเอกชนได้เช่น <em>การบินไทยได้เจรจาเลื่อนการรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A380 ออกไปเป็นเดือนธันวาคม 2553 ถึงแม้ว่าประธานบริหารบริษัทต้องการยกเลิกการสั่งซื้อทั้งหมด เพราะอุตสากรรมการบินจะยังไม่สามารถฟื้นตัวภายในปีสองปีนี้ แต่เนื่องจากมีข้อผูกมัดทางกฎหมายและ<em>ต้องการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ</em> จึงไม่สามารถยกเลิกการสั่งซื้อได้ </em></p>
<p>หรือ<a rel="nofollow" href="http://www.boybdream.com/manager-news-content2.php?newid=21796">จากหัวข้อข่าวนี้</a></p>
<p><em>&#8220;ยอมรับว่ามีบางเส้นทางที่ขาดทุนเช่น พิษณุโลก ซึ่งบริษัทยังคงต้องทำการบินต่อไป เพราะเป็นหน้าที่ และข้อบังคับในการเป็นสายการบินแห่งชาติที่ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&#8221;</em></p>
<p><em>การจะให้การบินไทยโอนเส้นทางบินภายในประเทศให้นกแอร์ เป็นการแทรกแซงการบริหารงานภายในมากเกินไป เพราะการจะโอนเส้นทางใดให้นกแอร์จะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน และปัจจุบันการบินไทย ถือหุ้นในนกแอร์เพียง 39% ไม่มีอำนาจในการบริหารนกแอร์ จึงไม่ใช้บริษัทแม่ที่แท้จริง นโยบายดังกล่าวทำให้การบินไทยเสียประโยชน์</em></p>
<p>อันสุดท้ายนี้ต้องอ่าน<a href="http://www.ipattt.com/2009/กระทู้การใช้เหตุผล/">โพสเรื่องเหตุผลวิบัติ</a>จะเข้าใจวิธีการพูดครับ</p>
<h2>วิธีการบริหารแบบ Low Cost Air Line</h2>
<p>แล้วทำไมนกแอร์หรือ Low Cost Airline อื่นๆจึงมีสิทธิได้กำไรจาก Route ในประเทศถ้าไปรับช่วงต่อจากการบินไทย ?</p>
<ul>
<li>high seating density and load factors การบริหารให้ที่นั่งเต็มและการจัดเลย์เอาท์เครื่อง</li>
<li>uniform aircraft types ลดต้นทุนการ Maintenance เช่น Nok Air นั้นใช้เครื่องบิน Type เดียวเท่านั้นคือ Boeing 737 -400 แบบเดียว ดังนั้นการ stock อะไหล่และการใช้ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะรุ่นเดียวจะทำให้ลดต้นทุนได้มาก และเนื่องจากจำนวนคนนั่งต่างๆมีความเท่ากันในแต่ละเครื่องจึงสามารถโอนโยกเครื่องบินได้อย่างสะดวก</li>
<li>direct booking (internet/call centre &#8211; no sales commissions) ลดต้นทุนการขาย</li>
<li>no frills such as “free” food/drinks, lounges or ‘air miles’ ไม่มีต้นทุนจิปาถะเช่นอาหาร,เล้าจ์ หรือการสะสมไมล์ ลดคนบริหารจัดการ</li>
<li>simple systems of yield management (pricing) การตั้งราคาที่ยืดหยุ่นได้ ราคาถูกเมื่อซื้อล่วงหน้านานๆทำให้ความเสี่ยงลดลง</li>
<li>secondary airports to cut charges and turnaround times ใช้สนามบินรอง ที่ราคาถูก ลดค่าชาร์จต่างๆ</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/thai-airways/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุยกับ พี่เล้ง CEO แห่ง MFEC</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/mfec/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/mfec/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Dec 2009 21:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=3749</guid>
		<description><![CDATA[พี่เล้ง ( ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ) จบสวนกุหลาบรุ่น 105 และ วิศวฯจุฬาฯ รุ่น 70 ห่างจากผมประมาณ 9 ปี เป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ซึ่งบมจ.เอ็ม เอฟ อี ซี เป็นบริษัทให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ข้อคิดที่น่าในใจหลายอย่างครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fmfec%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Fmfec%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<div id="attachment_3751" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/mfec-ceo.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/mfec-ceo.jpg" alt="พี่เล้ง ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร  CEO แห่ง MFEC" title="mfec-ceo" width="600" height="450" class="size-full wp-image-3751" /></a><p class="wp-caption-text">พี่เล้ง ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร  CEO แห่ง MFEC</p></div>
<p>พี่เล้ง ( <strong>ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร </strong>) จบสวนกุหลาบรุ่น 105 และ วิศวฯจุฬาฯ รุ่น 70 ห่างจากผมประมาณ 9 ปี เป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง<a href="http://www.mfec.co.th/" rel="nofollow">บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) </a>หรือ MFEC ซึ่งบมจ.เอ็ม เอฟ อี ซี เป็นบริษัทให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่  ชื่อ บมจ.เอ็มเอฟอีซี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูของผู้คนทั่วไป แต่ถ้าในแวดวงไอทีโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่นั้นถือว่าเป็นบริษัทไอทีสัญชาติไทยระดับแถวหน้า โดยที่มีฐานลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอส, ดีแทค รวมทั้งสถาบันการเงินอีกหลายแห่งครับ</p>
<p>ก่อนหน้าที่พี่เล้งจะต้องบริษัท MFEC ก็เคยทำธุรกิจกับเพื่อนๆมาก่อน แต่ยังไม่ Break Though จึงตั้งบริษัทขึ้นมาเอง และในขณะนั้นช่วงต้นปี 2541 เกิดฟองสบู่แตกพอดี พี่เล้งจึงมองหาธุรกิจที่น่าจะไปได้ดีและยังเหลืออีกไม่มาก นั่นคือธุรกิจ Telecom นั่นเอง พี่เล้งตัดสินใจทำ Service Package และได้ดีลกับ AIS จากนั้นจึงเติบโตแบบก้าวกระโดดมาพร้อมๆกับ AIS จากพนักงาน 40 คน สู่ 850 คน และทั้งหมดล้วนเป็นวิศวกรชั้นนำของเมืองไทย ( เพื่อนๆที่จบเกียรตินิยมของผมหลายคนไปอยู่ที่นี่ ) </p>
<h2>สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ  IT</h2>
<h3>การบริหาร Star </h3>
<p>เพื่อนๆผมหลายคนที่ทำงานที่นั่น พี่เล้งจำได้ทุกคน นั่นเป็นเพราะว่า พนักงานที่เป็น&#8221;ดาว&#8221;ประจำบริษัท คือมีฝีมือดีมากๆนั้นจะใช้การบริหารจาก Culture ของบริษัทไม่ค่อยเหมาะ แต่ต้องบริหารด้วยเจ้าของบริษัทหรือ CEO นั่นเอง พนักงานเหล่านั้นจะรู้สึกว่าตนเองพิเศษและไม่งอแงในขณะที่พนักงานปกติก็จะไม่รู้ว่าพนักงานเหล่านี้ได้อะไรมากกว่าตนเองหรือไม่นั่นเอง  ( ปัจจุบันบริษัทได้พยายามแก้ปัญหาวิศวกรฝีมือดีถูก <a href="http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&#038;file=article&#038;sid=2274" rel="nofollow">Head Hunter ดึงตัวไป ดูรายละเอียดที่นี่</a> )</p>
<h3>ธุรกิจต้องมีความชำนาญเฉพาะด้าน</h3>
<p>คนไทยชอบทำธุรกิจแนวตั้ง หมายความว่ามีอะไรก็ชอบทำด้วยตนเองหมด เช่นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ก็ทำทั้งตัวถัง ล้อ อุปกรณ์ต่างๆ แทนที่จะเน้นไปที่อย่างเดียว เช่น ไฟท้ายรถ ดังนั้นบริษัท IT ถ้าต้องการเติบโตและมี Repeat Order ซึ่งก็คือผลกำไร ควรพิจารณาระดับในการทำงานเป็นส่วนๆย่อยให้ชำนาญไปนั่นคือธุรกิจแนวนอนนั่นเอง และลองมองความยืนยาวของธุรกิจ หากประสบความสำเร็จไปแล้วเมื่อถึง 70% ของความคาดหวังให้ลองกลับมาคิดค้นพิจารณา Business อื่นต่อไป</p>
<h3>มองหาอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่น่าจะ Growth แล้วไปด้วยกัน</h3>
<p>สืบเนื่องจากแนวทางการทำธุรกิจแบบแนวนอนดังนั้นถ้าเราสามารถหาอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตได้และเราสามารถเกาะไปได้ในฐานะ Service หนึ่งในนั้น ( แบบ MFEC กับ AIS ในช่วงแรก ซึ่งทำให้พี่เล้งมีแนวคิดหลักๆไปในทางนี้ ) จะทำให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ถึงแม้ปัจจุบันจะมาองหาได้ยากเล็กน้อยแต่ก็มีตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน สำหรับ MFEC เมื่อตลาด TELECOM เริ่มคงที่ในขณะนี้จึงเริ่มมาจับตลาด banking เนื่องจากในตลาดแบงก์กิ้งจะมีการลงทุนด้านไอทีมากขึ้น เพราะข้อบังคับจากการที่มีกฏกติกาใหม่จากแบงก์ชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบาเซิล II และวิธีการลงบัญชีแบบใหม่ IAS39 </p>
<h2>ข้อคิดเรื่องคน</h2>
<h3>คนที่ทำงานได้ดีจะมีสองแบบ ต้องผสมผสานกัน</h3>
<p>แบบที่ 1 เป็นผู้ที่ว่องไว คิดตลอด และเซิร์ทหาข้อมูลตลอดเมื่อสงสัย คนพวกนี้สมองจะมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถทำงานได้รวดเร็วและหาทางออกได้เสมอ ส่วนข้อเสียก็คือสมาธินั้นยังด้อยและยากที่จะคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนตกผลึกได้</p>
<p>แบบที่ 2 คนชอบอ่านหนังสือ พวกนี้จะมีความคิดลึกซึ้งแต่ไม่เร็วเท่าใดนัก ในการคิดสรุปกลยุทธ์ต่างๆ จะทำได้ดีมากเพราะคิดจนหาทางออกและรูปแบบได้รอบด้านหลายมิติ ถ้ามีผู้บริหารซักคนที่เป็นลักษณะนี้ ต้องให้เค้าลองคิดดูครับ ( รู้สึก TiGERiDEA จะไม่มีแฮะ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  )</p>
<h3>การบริหารเปลี่ยนจาก ทุนนิยม มาเป็น สังคมนิยม</h3>
<p><a href="http://www.efinancethai.net/lifestyle/management.asp?name=l_frontpage_siriwat" rel="nofollow">พี่เล้งได้ให้สัมภาษณ์ไว้ที่นี่</a></p>
<blockquote><p>
เมื่อก่อนใช้หลักการบริหารงานแบบทุนนิยม  เน้นที่กำไร-ขาดทุนเป็นอันดับหนึ่ง เราต้องมีการเติบโตสูง วัดกันที่ผลประกอบการ ซึ่งก็ได้ผลดี เรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด  แต่ก็เลยรู้สึกว่า พนักงานทำงานกันจนไม่มีเวลาส่วนตัว ไม่มีเวลาให้ครอบครัว เพื่อน หรือว่าคนรัก เค้าขาดคำที่เรียกว่า ส่วนตัว ออกไป และอีกอย่างในเรื่องของสุขภาพร่างกายที่ไม่พร้อมนักกับการทำงานแต่ละวัน เนื่องจากว่าทำงานหนักมาก จนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือว่าออกกำลังกาย  และที่สำคัญคือ เวลาที่เรารับพนักงานเข้ามาทำงาน จะมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น แล้วโดย<strong>ธรรมชาติของคนเก่งจะไม่ค่อยมีน้ำใจ จะนึกถึงแต่ตัวเองก่อนเป็นหลัก ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง และคนรอบข้าง</strong></p>
<p>เราก็เริ่มมานั่งคิดว่า เราควรเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานทุนนิยม เปลี่ยนมาเป็นสังคมนิยมจะดีกว่า  เราเริ่มมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว  เน้นการบริหารงานเป็นสังคมมากขึ้น จะทำอย่างไรให้พนักงานที่เข้ามาทำงาน นอกจากเป็นคนเก่งแล้ว เค้าต้องเป็นคนดีด้วย ไม่มุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว แต่ว่ามุ่งเน้นที่ทีมงาน บริษัท และสังคมด้วย นี่เป็นโจทย์หลักของเรา
</p></blockquote>
<h3>มองดู Environment ว่าคนที่ทำด้วยกันมีความคล้ายกันเกินไปหรือไม่</h3>
<p>การที่คนที่มีความคิดคล้ายกัน หรือเรียนมาแบบเดียวกันมาทำงานด้วยกันจะทำให้ไม่เห็นข้อบกพร่องของการทำงานหรือการคิดแผนธุรกิจต่างๆ การเดินไปพร้อมกันในระนาบเดียวกันก็จะทำให้ไม่มีใครเห็นว่ามีคนใดคนหนึ่ง กำลังหัวแตกอยู่หรือไม่</p>
<h3> ถ้าบริษัทมีหลายคน ต้องพิจารณา  value และความสามารถแต่ละคน </h3>
<p>เมื่อพิจารณาแล้วจึงจัดให้อยู่ถูกงาน ผู้บริหารควรจะใช้เวลาในการคิดให้มากที่สุดและต้องกระจายงานใช้แรงงานประเภทหาลูกค้า,ทำเอกสาร,ตามเงินหรือแม้แต่ส่งของ ออกไปให้ได้ พี่เล้งเล่าว่านอกจากเลขาแล้วพี่เล้งยังมีพนักงานช่วยเช็คอีเมล์ให้อีกด้วยซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้ถึง 2 ชัวโมงต่อวัน </p>
<h3> คนเราสามารถทำงานหนักในขณะที่ความสามารถพร้อมได้  8 ปีเท่านั้น คืออายุ 30- 38</h3>
<p>สภาพแวดล้อมในตอนอายุ 30 ปกติจะเป็นเวลาทองของการทำงานและเติบโตเนื่องจากคนหลายคนมีความพร้อมด้านความรู้ความสามารถในเชิงกว้าง แต่อย่างไรก็ตามต้องวางแผนไว้ชัดเจนด้วยเพราะเราจะไม่สามารถทำงานอย่างงี้ได้ตลอดไป ทุกๆคนจะต้องทำงานน้อยลงในขณะที่ต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้น ในช่วง 8 ปีเป็นเวลาทองแห่งการทำงานหนักให้เต็มที่และพยายามให้ธุรกิจ stable ในปีที่เรามีอายุใกล้ 40 จากนั้นขึ้นอยู่กับ Value ของเราว่าสร้างมาเพียงพอแค่ไหนที่จะอยู่ต่อไปอย่างสบายและทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าเป็นในแง่บริษัทใหญ่ก็คือต้องมีคนรับช่วงใช้แรงงานต่อจากเราให้ได้</p>
<h2>คำแนะนำในการตั้งบริษัทของมือใหม่</h2>
<p>อ้างอิงจาก <a href="http://www.wiseknow.com/blog/2008/07/24/564/" rel="nofollow">wiseknow.com</a></p>
<p>1.อย่าลงทุนเปิดบริษัทกับเพื่อน ยิ่งหุ้นกันเกิน 3 คนยิ่งอย่าทำ เพราะช่วงวัยทำงานจะเห็นเงินเป็นเรื่องสำคัญ และเงินจะทำให้เสียเพื่อน นอกจากนั้นทุกคนจะชิงกันเป็นผู้นำเพราะเชื่อว่าสมองเท่ากัน ซึ่งบริษัทจะเติบโตได้ต้องมีผู้นำที่ตัดสินใจเด็ดขาด ( ข้อนี้ถือว่า TiGERiDEA โชคดีที่เราไม่มีปัญหานี้กันเท่าไหร่ แสดงว่ามีข้อยกเว้นครับ )</p>
<p>2.ไม่ควรพึ่งหรือยึดติดกับคนเก่ง บริษัทไม่ควรอยู่ได้เพราะคนคนเดียว สิ่งที่สำคัญในการบริหารงาน คือ ผู้นำ ซึ่งหลายๆ แห่งไม่ใช่ “นักไอที” แต่เป็นคนที่สามารถทำให้ทุกคนในบริษัททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะธรรมชาติของมนุษย์เวลามาทำงานร่วมกันจะทำงานน้อยกว่าศักยภาพจริง</p>
<p>3.อยากหวังพึ่งโชคชะตาปล่อยไปตามยถากรรม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม เมื่อบริษัทมีเป้าหมายมีแผนงานแล้วต้องมุ่งไปให้ได้ ถ้าเจอปัญหาแล้วค่อยแก้ไข</p>
<h2>มุมมองแวดวงธุรกิจ IT </h2>
<p>พี่เล้งตั้งข้อสังเกตว่า ในตระกูลที่รวยติดอันดับต้นๆของเมืองไทยนั้น ไม่มีตระกูลไหนทำธุรกิจ IT เพราะประเทศไทยยังมีวัฒนธรรมที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมแรงงานมากกว่า ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆมีตระกูลดังๆอยู่กันครบเช่นพรประภากับอุตสาหกรรมรถยนต์ เจียรวนนท์กับอุตสาหกรรมอาหาร ฯลฯ บริษัท IT ในไทยจำนวน 800 กว่าบริษัทนั้น มีเพียง 20 บริษัทใหญ่เท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ดีและน่าจะอยู่ยาวจากโมเดลธุรกิจที่ดี ธุรกิจ IT นั้นยังไม่ใหญ่พอที่จะรวมตัวสร้าง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bargaining_power" rel="nofollow">Bargaining Power</a> ได้เหมือนกับธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยธุรกิจ IT ในไทยนั้นมี Drive จาก Vender ต่างชาติแทบทั้งสิ้นเช่น IBM SUN Oracle  การที่ตัวใหญ่ไม่รวมกลุ่มกันทำให้ต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนเช่นกัน (อินเดีย เวียดนาม) พี่เล้งตั้งเป้าหมายว่าตนเองจะต้องถึงจุดที่สามารถตั้งกลุ่ม IT ที่มีพลังของไทยให้ได้ โดยขั้นแรกจะพยายามเข้าไปอยู่ใน Top 100 ของตลาดหลักทรัพย์ของธุรกิจบริการในไทยให้ได้ก่อน เมื่อเข้าไปได้ต่างชาติที่ต้องการเข้ามาจะต้องคำนึงถึง MFEC ก่อนที่ตนเองจะบุกตลาดไทย</p>
<p>MFEC นั้นเคยทำงานรัฐบาลมาพักหนึ่งแต่ไม่ค่อยถูกใจเนื่องจากการทำงานราชการใช้ Connection เป็นหลัก ( เช่นกรณีงานขาดทุนจากการทำ SSO ให้กรมสรรพากร ) จึงหันมาจับงานเอกชนแทน โดยพี่เล้งต้องการต้องการเซ็ตเทรนด์ใหม่ให้กับสังคมไทยไปในทิศทางที่ถูกต้องเช่นเดียวกับประเทศอย่างสิงคโปร์ อเมริกา ฟินแลนด์ ที่เจาะตลาดเอกชนเนื่องจากบริษัทภาคเอกชนเหล่านี้จะพิจารณาเรื่องของคุณาภาพสินค้าและบริการมากกว่าเรื่องของคอนเนกชั่น เมื่อเอ็มเอฟอีซีสามารถทำตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี ย่อมได้รับความเชื่อถือมากยิ่งขึ้น จนทำให้องค์กรต่างๆ หันมาให้บริการของเอ็มเอฟอีซีในที่สุด </p>
<p>ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=55478" rel="nofollow">เอ็มเอฟอีซีผ่านการเป็นสมาชิกของ TRACE </a>ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่วัดผลด้านจริยธรรมความโปร่งใส เน้นเรื่องการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของสหรัฐอเมริกา</p>
<p>หรือบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมจาก <a href="http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=59452">adslthailand.com</a></p>
<blockquote><p>
เอ็มเอฟอีซีต้องการเป็นบริษัทคนรุ่นใหม่ที่ทำธุรกิจแบบใหม่ ทำธุรกิจแบบโปร่งใส และต้อง การสังคมมาสนับสนุนคัลเจอร์ตรงนี้ เพราะไม่เช่นนั้นถ้าผมพัฒนาคนคุณภาพ คนมีความสามารถ แต่การทำตลาดราชการในประเทศไทยเขาไม่ได้วัดกันที่ความสามารถ ผมก็จบ </p>
<p>เหมือนกับว่าคำตอบของเอ็มเอฟอีซีไม่ตรงโจทย์ ถ้าเราลงทุนด้วยการจ้างล็อบบี้ยิสต์ 2-3 คนวิ่งเพื่อให้ได้งานอาจจะง่ายกว่า เร็วกว่า </p>
<p>ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาครัฐทุกอย่างมันเดินช้ากว่าที่โปรเจ็กต์จะคลอดออกมา และอีกอย่างคือการทำโปรเจ็กต์ภาครัฐต้องยอมรับว่าต้องใช้เรื่องคอนเน็กชั่นด้วย ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นไม่ได้เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะว่ามันเป็นธรรมเนียมอย่างนี้ ถ้าจะเข้าประมูลภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นไอที ก่อสร้างอะไรเหล่านี้ก็รู้กันว่าต้องมีใต้โต๊ะ จะไปโทษพ่อค้าว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง เพราะว่าในสังคมราชการเป็นแบบนี้ </p></blockquote>
<h2>แนวคิดเรื่อง Open Source ในไทย</h2>
<p>Opensource ถือว่าน่าสนใจสำหรับประเทศไทยในอนาคต มีหลายอย่างที่คนไทยน่าจะสามารถทำได้โดยการเพิ่ม Value บริการที่เป็นเอกลักษณ์บางอย่างของคนไทยเข้าไป ปัจจุบันตลาดได้ขยายตัวไปทั่วโลกแล้วถ้ามี Model Business ที่ดีก็น่าจะไปได้ เพียงแต่การเอามาใช้เพื่อสร้าง Enterprise ใหญ่โตนั้นยังต้อง Define Value ให้ชัดเจนขึ้น</p>
<h2>ความคิดเห็น พี่เล้งและผู้บริหารระดับสูงด้านเทคนิคต่อ ไทเกอร์ไอเดีย และ ไอ สคูล</h2>
<p>สำหรับ ไทเกอร์ไอเดียเนื่องจากส่วนผสมของผมและคุณเม่นซึ่งเป็น ครีเอทีพในคราบวิศวะนั้นค่อนข้างโดดเด่นและมีคนลักษณะนี้ไม่มาก ดังนั้นการทำธุรกิจด้าน UI และ Widget Design ร่วมกับบริษัทอย่าง MFEC (หรือว่าบริษัทอื่นๆที่กำลังโตด้าน Service ) ถือว่าน่าสนใจ แต่  MFEC ถามว่า ถ้าเป็นไปได้ทั้ง 5 คนเข้ามาทั่งทำงานที่นี่เลยได้หรือไม่ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ซึ่งเราต้องไปคิดกันต่อถึง Model Business  (MFEC ใจร้อนจริงๆ!) ในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่นั้นอยากได้คนมา Cut Project ออกไปอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการบริหารหรือให้ Direction คนของบริษัทนั้นด้วยครับ</p>
<p>ส่วน iSchool เป็นธุรกิจที่ดีอยู่แล้วและก็จะได้กำไรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามต้องทำ Repeat Order ให้ได้หรือใช้เทคโนโลยีอื่นๆมาจับด้วยความถนัดของ TiGERiDEA เช่นการเรียนและประเมินผลทางไกลเป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/mfec/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่มาของการ Live #iHear ที่ #wawee</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2009/live-ihear-wawee-support/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2009/live-ihear-wawee-support/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Dec 2009 07:28:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ihear]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[open source]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=3743</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆท่านอาจจะไม่รู้ที่มาว่า การถ่ายทอดสดที่วาวีเกิดขึ้นได้อย่างไร พี่ @hongsok  ได้เขียนไว้เรียบร้อยแล้วครับ สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ครับ ในส่วนของด้านเทคนิคเสียง สามารถอ่านได้ที่บล็อกของ @simplywit เขียนไว้ดีมากครับ นี่นับเป็นงานที่เกิดจากการรวมพลังกันทาง Social Network อย่างแท้จริงครับ ไม่มีใครได้ตังค์ แต่จะได้ชื่อหรือเปล่าขึ้นกับสิ่งที่ทำร่วมกันนั่นเอง
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Flive-ihear-wawee-support%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2009%2Flive-ihear-wawee-support%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>การถ่ายทอดสด #iHear ที่ #wawee นั้นอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 2 แล้วนะครับ หลายๆท่านอาจจะไม่รู้ที่มาว่า การถ่ายทอดสดที่วาวีเกิดขึ้นได้อย่างไร พี่ @hongsok  ได้เขียนไว้เรียบร้อยแล้วครับ สามารถอ่านได้ที่ลิงก์นี้ครับ</p>
<p><a href="http://changkhui.wordpress.com/2009/12/02/๒๑-ปรากฏการณ์-ihear-ที่วาวี-อา/">ปรากฏการณ์ ihear ที่วาวี</a></p>
<p>ในส่วนของด้านเทคนิคเสียง สามารถอ่านได้ที่บล็อกของ @simplywit เขียนไว้ดีมากครับ<br />
<a href="http://www.polypink.com/2009/11/live-broadcasting-with-presonus-studiolive">Live broadcasting with Presonus StudioLive</a></p>
<p>#iHear ได้ทำให้ #wawee เป็นที่รวมของเหล่า tweeple และ facebook หลายคน และยังเป็นลักษณะการรวมกลุ่มแบบทุกอาทิตย์โดย Defaults อีกด้วย ( ผมเป็นผู้ใช้  tag #wawee คนแรกๆ ) ตาม<a href="http://www.ipattt.com/2009/ccsalon-creative-commons/">เจตนารมณ์ที่เคยบอกไว้ในงาน ccSalon</a> เกี่ยวกับการสร้างชุมชนดนตรี OpenSource ขึ้นมาก็ถือว่า ประสบความสำเร็จบ้างครับ สำหรับพี่ @hongsyok นั้นก็มีความคิดที่จะทำ Live เพื่อทดสอบ function ของหน่วยงานพี่เค้าเช่นกัน การระดมพลังจึงเกิดขึ้น</p>
<div id="attachment_3744" class="wp-caption alignnone" style="width: 487px"><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/sets/72157622854905522/"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/12/iannnnn-ihear.png" alt="รูปที่วาวีจาก @iannnnn คลิกที่รูปเข้า flickr @iannnnn" title="iannnnn-ihear" width="477" height="392" class="size-full wp-image-3744" /></a><p class="wp-caption-text">รูปที่วาวีจาก @iannnnn คลิกที่รูปเข้า flickr @iannnnn</p></div>
<blockquote><p>
บันทึกของ @hongsyok</p>
<p>ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ผมก็ได้รับ Tweet จากพัชร ชวนมาบันทึกรายการ โดยมีวิทย์(@Simplywit) น้องคนที่ช่วยเหลือผมหลายๆครั้งในการบันทึกเสียง ได้รับ tweet นี้ด้วย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพัชรและวิทย์รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี และวิทย์เป็นคนช่วยบันทึกวิดีโอแทนผมในงาน CC Salon ที่พัชรก็ไปด้วยนั่นเอง ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไปแบบมีอะไรทำด้วย เพราะถ้าไปฟังเพลงเฉยๆ ผมก็นึกไม่ออกว่า ผมจะนั่งได้นานขนาดไหน เพราะผมไม่รู้จักใคร และทำท่าว่า ทุกคนจะรู้จักกันอยู่แล้ว</p>
<h3>งานถ่ายทอดมีส่วนประกอบทั้งหมด ๕ ส่วน คือ</h3>
<p>งานเสียง (เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดคอนเสิร์ต งานเสียงจึงประณีตและแยกออกมาเป็น production ต่างหาก)<br />
งานวิดีโอ<br />
สัญญาณอินเตอร์เน็ท<br />
การทำ Streaming<br />
การทำหน้าเว็บถ่ายทอด</p></blockquote>
<p>นอกจากทีม Live ของ @hongsyok แล้ว นอกจากนั้นก็ได้รับการสนับสนุนอีกมากมายครับ ในการ Live ครั้งแรกได้ทีมงานของ @davedawcomm มาช่วยถ่ายวีดีโอด้วย OB (อุปกรณ์ตัดต่อ)ชุดใหญ่พร้อมตากล้อง 2 คน คนตัดอีก 1 คนซึ่งน่าปลื้มใจมาก รวมทั้งการสนับสนุนอุปกรณ์ด้านเสียงจากร้านดังสองร้าน ,น้องวิทย์ที่มาช่วยอย่างเต็มที่จริงๆ ,คุณตุลล์ซึ่งเป็น ซาวส์เอ็นจ์จาก Love iS ,  ร้านกาแฟวาวีที่เอื้อเฟื้อสถานที่และยังเป็นตัวแทนโดน Complain จากบ้านข้างๆว่าเสียงดังอีกด้วย สุดท้ายคือสมาชิก #iHear และ tweeple ทุกคนที่ช่วยกันจนงานเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะขลุกขลักเพราะแต่ละคนยังไม่ถึงกับชำนาญกันมาก และยังมี @fordantitrust มาช่วยหลายอย่างรวมทั้งถ่ายรูปด้วย นี่นับเป็นงานที่เกิดจากการรวมพลังกันทาง Social Network และ Opensource Events อย่างแท้จริงครับ ไม่มีใครได้ตังค์ แต่จะได้ชื่อหรือเปล่าขึ้นกับสิ่งที่ทำร่วมกันนั่นเอง</p>
<p>ในครั้งที่สอง ทีมถ่ายทอด เปลี่ยนเป็นทาง DuoCore ด้วยครับ ต้องขอบคุณทีมงานด้วย </p>
<h2>ทีมผู้สนับสนุน iHear Live</h2>
<p><a href="http://www.uih.co.th">http://www.uih.co.th</a><br />
<a href="http://www.music2home.com">http://www.music2home.com</a><br />
 <a href="http://www.beenets.com ">http://www.beenets.com </a><br />
<a href="http://www.polypink.com">http://www.polypink.com</a><br />
<a href=" http://www.wawee.co.th "> http://www.wawee.co.th </a><br />
<a href="http://www.ihearband.com ">http://www.ihearband.com </a><br />
<a href="http://www.dawcomm.blogspot.com ">http://www.dawcomm.blogspot.com </a><br />
<a href="http://www.thaithinkpad.com">http://www.thaithinkpad.com</a><br />
<a href="http://www.proplugin.com">http://www.proplugin.com</a><br />
<a href="http://www.duocore.tv/">http://www.duocore.tv</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2009/live-ihear-wawee-support/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/


Served from: www.ipattt.com @ 2010-09-06 12:02:23 -->