<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร &#187; Business plactice</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/tag/business-plactice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>บล็อครางวัลที่1ด้านธุรกิจของ พัชร TIGERiDEA Manager และผู้ถือหุ้น iSchool สำหรับผู้สนใจด้าน ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี  หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่งครับ :)</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 06:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง?</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/template-era/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/template-era/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 19:53:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9844</guid>
		<description><![CDATA[การทำเว็บทุกวันนี้เป้นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง</h2>
<div id="attachment_9846" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg" alt="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" title="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" width="550" height="383" class="size-full wp-image-9846" /></a><p class="wp-caption-text">ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale</p></div>
<p>การทำเว็บทุกวันนี้เป็นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า หรือประสาบริษัทที่ไปรับงานก็คือ ถ้าเรามี Templates + Knowhow จะได้ Solutions ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั่นเอง</p>
<p>นึกถึงยุคที่ยังไม่มี Template เปรียบเสมือนการซื้อเสื้อที่สมัยก่อนเราต้องสั่งตัดกัน ต้องไปเลือกผ้า ไปวัดตัว และให้ช่างทำการตัดทีละตัว ซึ่งเราก็จะได้เสื้อที่ดู Fit กับเรามากที่สุด ดูดีเหมาะกับสรีระ ผมเองเคยลองตัดเสื้อเนื่องในโอกาสพิเศษมาครั้งหนึ่งที่ร้าน DULY ซึ่งมีเพื่อนผมคนนึงแนะนำ (เค้าเป็นคนที่มี &#8220;เส้นรอบวงคอ&#8221; ใหญ่มากและไม่สามารถหาเสื้อในท้องตลาดพอดีคอได้เวลาต้องผู้เน็คไทร์) ปรากฎว่าเสื้อตัวดังกล่าวราคาถึง 5000 บาทครับ</p>
<p>แล้วปัจจุบันใครสั่งตัดเสื้อบ้างครับ? คนส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมจ่ายแพงเพื่อเสื้อ Custom made สำหรับตนเอง หลายๆคนอาจไปเลือกซื้อเสื้อที่ Lotus ที่ผลิตเป็นจำนวนมากและแน่นอนว่ามันมีขนาดเพียงหยาบๆ คือไซท์ S M L XL XXL และเราก็ยอมรับข้อจำกัดของมันคือมันอาจจะไม่ได้ใส่ได้พอดีมาก บางคนอาจจะแขนยาวไป หรือไหล่ไม่พอดี ฯลฯ บางคนก็อาจโชคดีแต่ก็แน่นอนว่ามันก็ไม่แตกต่างกับคนอื่นเท่าไหร่</p>
<h2>ต้นทุนของ ความอยากได้อะไรนอก template เพื่อจะได้ไม่เหมือนใคร</h2>
<p>ทีนี้ถ้าเราอยากแตกต่างจากคนอื่นก็จะเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนครับ เช่นเราซื้อเสื้อมาตัวนึงราคา 250 บาท แต่เราบอกโลตัสว่า &#8220;ช่วยติดกระเป๋าเสื้อโดยใช้ผ้าชนิดเดียวกันจากโรงงานให้หน่อย&#8221; เสื้อตัวนี้อาจมีราคากลายเป็น 25,000 บาทในทันที เพราะโลตัสต้องติดต่อผู้ผลิต หรือคุณต้องไปติดต่อผู้ผลิตที่เป็นเป็นโรงงานให้ยอมทำ Special Process หรือยอมหยุดสายการผลิตให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญคนนึงมาติดประเป๋าให้คุณ ซึ่งคุณก็จะได้กระเป๋าเสื้อมาตรฐานโรงงานเข้ากันเป๊ะ ราคา 24,750 บาท ในขณะที่เสื้อราคา 250 เท่านั้น </p>
<p>แน่นอนถ้าคุณเป็นคนขายเว็บก็อาจถูกโวยวายคล้ายๆกันเช่น &#8221; ทำไมทำโครงสร้างให้ทั้งเว็บราคาแค่ 50,000 แต่ช่วยแค่เพิ่มฟังก์ชั่น Search ภาษาไทยใน Catalog ราคากลายเป็น 500,000 หว่า&#8221; เพราะมันดูไม่สมเหตสมผลกับสิ่งที่ได้เพิ่มมา</p>
<p><strong>การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน </strong></p>
<p>แต่ Template บางอันก็ใช่ว่าจะถูกนะ เพราะ develope มากนานและมีขนาดใหญ่มาก การเลือกใช้เป็นการเลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็นมา Customize เช่นบางทีคุณเป็น Business ที่ไม่ต้องถึงกับต้องการความ Realtime ในการตัดสินใจแต่ไปมองหา SAP หรือเหมือนไปเลือก Template Solution การบริหารโรงแรมซึ่งทำครอบคลุมโรงแรมขนาดหลายร้อยห้องมาใช้กับโรงแรมบูติกขนาดยี่สิบห้อง ซึ่งแน่นอนว่าฟังก์ชั่นต่างๆต้องการเหมือนกันเป๊ะแต่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ</p>
<p>นอกจากนี้การมองว่าใช้ Template แล้วราคาจะถูกมันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณด้วยครับ เช่นถ้าคุณต้องการสร้างตลาดให้เกิดให้ได้ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">ต้นทุนส่วนใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่ Systems แล้ว แต่อยู่ที่การสร้าง Demand มากกว่า</a></p>
<p>ยุคของ template จึงสอนให้คุณหาความสมดุลระหว่างการ &#8220;เล็งผลเลิศ&#8221; และ การ&#8221;ปรับตัว&#8221; <strong>ทั้งนี้ขึ้นกับความคุ้มค่าใน Model Business ของคุณที่ต้องตีให้ออกครับ</strong></p>
<p>แถม : <a href="http://www.webhostingsearch.com/articles/best-shopping-carts-for-ecommerce-sites.php" rel="nofollow">review ระบบ e commerce สำเร็จรูป</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/template-era/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมดยุคเว็บ portal รวมลิงก์ และการทำเว็บต้องมีการประชุมตัดออก</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Dec 2011 20:51:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9678</guid>
		<description><![CDATA[เว็บรัฐบาลในหลายประเทศนิยมทำเป็นเว็บ portal ตั้งแต่ยุดดอตคอมบูมเมื่อปี 1990 จนกระทั่งเว็บแบบนี้เริ่มล้มหายตายจากไปหมดแล้ว แต่ผ่านมา 20 ปีตอนนี้ประเทศไทยองค์กรต่างๆโดยเฉพาะราชการก็ยังนิยมทำเว็บ portal กันอยู่เลยครับ ทุกครั้งที่ผมเข้าไปประขุมเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆก็จะพบว่าแต่ละคนยากมากที่จะหาอะไรใน website องค์กรตัวเองเจอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9692" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/whitehouse.png"><img class="size-medium wp-image-9692" title="เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/whitehouse-600x360.png" alt="เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์" width="600" height="360" /></a><p class="wp-caption-text">เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์</p></div>
<h2>ไม่มีใครเข้าเว็บรวมลิงก์กันแล้ว ทุกคนใช้เซิร์ทเอาหมด</h2>
<p>เว็บรัฐบาลในหลายประเทศนิยมทำเป็นเว็บ portal ตั้งแต่ยุดดอตคอมบูมเมื่อปี 1990 จนกระทั่งเว็บรวมลิงก์แบบนี้เริ่มล้มหายตายจากไปหมดแล้ว แต่ผ่านมา 20 ปีตอนนี้ประเทศไทยองค์กรต่างๆโดยเฉพาะราชการก็ยังนิยมทำเว็บ portal รวมลิงก์กันอยู่เลยครับ ทุกครั้งที่ผมเข้าไปประขุมเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆก็จะพบว่าแต่ละคนยากมากที่จะหาอะไรใน website องค์กรตัวเองเจอ พอมาถามว่าปกติเราเข้าเว็บด้วยวิธีผ่าน portal หรือไม่ ทุกคนก็ตอบว่าใช้การ Search เกือบทั้งหมดครับ (ยกเว้นมัน Search ไม่เจอเอาซะจริงๆ)</p>
<p>ดังนั้นการดีไซน์เว็บสมัยนี้คือทำเว็บให้เรียบง่ายด้วย landing page ในเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ และพิจารณา keywords ให้ถูกต้องตามหลักการ แล้วก็ใช้ระบบ Search ของ google นี่แหละในการหาเอาครับ จะติดตั้ง googles search ในเว็บไซต์ก็ได้ ยังจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลเซิร์ทแถมถ้าผู้เข้าชมพิมพ์ผิด Googles ก็ยังคงหาผลลัพท์ให้ได้อีกด้วย</p>
<div id="attachment_9693" class="wp-caption alignnone" style="width: 237px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/google-custom.png"><img class="size-full wp-image-9693" title="ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/google-custom.png" alt="ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้" width="227" height="190" /></a><p class="wp-caption-text">ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้</p></div>
<h2>web portal ยุคใหม่เน้นระบบ Search แทน</h2>
<p>ลองดูต้นแบบเว็บ portal อย่างเว็บรัฐฯของอเมริกา <a href="http://www.usa.gov/" rel="nofollow">USA.gov</a> จะเห็นว่าตอนนี้เรียบง่ายมากๆและไปเน้นที่ระบบ Search แทน ลองใส่คำว่า Job ไปในช่วง Search จะเห็นว่ามี hint ผลการค้นหาออกมาเป็นจำนวนมากครับ</p>
<p>หรือเว็บที่รกขึ้นมานิดนึงก็ลองดูเว็บ<a href="http://australia.gov.au/" rel="nofollow">รัฐบาลของออสเตรเลีย</a> ก็ยังเน้นระบบ Search และช่อง search อันโดดเด่นอยู่ดี</p>
<p>เว็บรวมข้อมูลและ community ด้านสุขภาพที่เคยเป็นหนึ่งในโครงการที่<a href="http://www.ipattt.com/2009/wellnet-project/">ไทเกอร์ไอเดียทำร่วมกับบริษัทในซิลิกอนวัลเลย์</a>อย่าง <a href="http://www.wellsphere.com/home.s" rel="nofollow">Wellsphere</a> ก็ยังเหลือแค่ช่อง Search เท่านั้น</p>
<p>ทีนี้ลองมาดู<a href="http://www.thaigov.go.th/index.aspx" rel="nofollow">เว็บรัฐบาลไทย</a>สิครับ ตอนนี้ข้อมูลด้านในๆยังไม่อัพเดทเท่าไหร่เลย แม้แต่รัฐบาลประชาธิปปัตย์ที่ผ่านมายังไม่กล้าไปแตะต้องและต้องทำเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีต่างหากออกมาเอง และผมก็ไม่เคยเห็นเว็บรัฐบาลประเทศไหนมีหน้าคนอยู่เยอะขนาดนี้ด้วยครับ</p>
<p>ปล. คุณลองหาทางกดเข้าเว็บไซต์ดู กดปุ่ม &#8220;เข้าสู่เว็บไซต์&#8221;พบว่ามันวนอยู่แค่หน้าแรก &#8230;</p>
<h2>การประชุมจะเกิดการ Compromise ขึ้นเสมอ</h2>
<p>หลายๆครั้งที่เข้าไปรับงานด้านเว็บไซต์จากองค์กรใหญ่ๆและองค์กรราชการต่างๆ การประชุมมักจะเริ่มอย่างเป็นสเต็ปแบบนี้ครับ</p>
<ol>
<li>ประชุมจับผิด เว็บเดิมยุ่งยาก หาอะไรไม่เจอ ดูเชยและแย่มาก</li>
<li>คณะกรรมการจะพูดว่าอยากได้เว็บใหม่ที่ดูดี Clean และมี Look เป็นเว็บสมัยใหม่ กันเสียเกือบ 100%</li>
<li>ประชุมเพื่อพัฒนา requirement ให้หน้าเว็บต่างๆสมบูรณ์ขึ้น</li>
<li>ยังคงขอเพิ่มสิ่งต่างๆอยู่ทุกครั้งที่มีการประชุม (เริ่มหลงทาง ครั้งที่ 1)</li>
<li>มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาร่วมประชุม ทุกหน่วยงานอยากมีชื่อตนเองขึ้นหน้าแรก อย่างน้อยก็เป็นแบนเนอร์ ( หลงทาง 2)</li>
<li>เกิดการ Compromise ระหว่างหน่วยงานต่างๆมีชื่อขึ้นเว็บ (หลงทาง 3)</li>
<li>เกิด Variety ของการป้อนข้อมูลโดยทีมงานที่ไม่ยอมทำตามข้อตกลง ทำให้โครงสร้างที่ออกแบบไว้พัง ล้น หรือไม่สวย</li>
<li>เกิดการ Compromise โครงสร้างเว็บสำหรับการใส่ข้อมูลแบบ Variety (หลงทาง 4)</li>
<li>แก้ bug เกิดการ Compromise กับ Browser แบบต่างๆและ Server ขององค์กร (หลงทาง 5)</li>
<li>ในที่สุด Website ก็ออกมาเหมือนเดิม ไม่ได้ต่างจากเดิมครับ</li>
</ol>
<p>ลองดูบทความเก่า <a href="http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/">การประชุม ส่วนสำคัญที่ทำให้เว็บไม่น่าใช้</a></p>
<h2>เพิ่มวาระการประชุมเพื่อตัดออก</h2>
<p>ดังนั้นเมื่อลูกค้าต้องการเว็บไซต์ที่ใช้ง่าย และดูเป็นเว็บสมัยใหม่ สิ่งที่ควร make sure กันก่อนคือต้องมีวาระ &#8220;การประชุมเพื่อตัดออก&#8221; อยู่ด้วย เพื่อให้ได้เว็บที่ Clean ที่สุด และเมื่อเซ็ทเป็นการประชุมแล้ว มันจะสามารถช่วยดึงวิธีคิดของผู้เข้าประชุมให้คิดถึง Usability มากขึ้นครับ</p>
<p>วิธีโน้มน้าวคือให้ดูเว็บรัฐบาลของต่างประเทศเช่น <a href="http://www.whitehouse.gov/" rel="nofollow">http://www.whitehouse.gov/ </a> หรือ <a href="http://www.london.gov.uk/" rel="nofollow">http://www.london.gov.uk/</a> ซึ่งเป็นเว็บรัฐบาลยุคใหม่เหมือนกัน และจะเห็นได้ว่าเค้าไม่จำเป็นจะต้องใส่ลิงก์ของหน่วยงานอื่น จากนั้นลองดู sitemap ของเราเปรียบเทียบจำนวนลิงก์เพื่อตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เงินเดือนคุณได้มาตรฐานหรือไม่ ( เปรียบเทียบ 2012 และ 2010 )</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2011 09:14:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[open source]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[เงินเดือนคุณได้มาตรฐานหรือไม่  Adecco  ออกเอกสารสำรวจเงินเดือนไทย 2012 ความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆที่เป็น สายงานมาตรฐาน ส่วนใหญ่มีแนวโน้มคงที่ ยกเว้นสาย IT ยังคงเพิ่มขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>Adecco  ออกเอกสารสำรวจเงินเดือนไทย ประจำปี 2012 </h2>
<p>Adecco เป็นบริษัท recruitment ให้กับบริษัทหลายบริษัทโดยเฉพาะบริษัทญึ่ปุ่นครับ เลยไม่ต้องแปลกใจว่าในเอกสารมีเกี่ยวกับตำแหน่งที่ต้องการการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ดูที่มาของเอกสารเต็มๆได้ที่ <a href="http://www.adecco.co.th/Uploads/Knowledge-Center-Thought-Leadership/Thailand-Salary-Guide/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2012.pdf">http://www.adecco.co.th/Uploads/Knowledge-Center-Thought-Leadership/Thailand-Salary-Guide</a></p>
<div><object classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000" style="width:600px;height:700px" id="bd70d729-8f52-1b8c-cf56-a33a771f6fac" ><param name="movie" value="http://static.issuu.com/webembed/viewers/style1/v2/IssuuReader.swf?mode=mini&amp;viewMode=singlePage&amp;backgroundColor=%23222222&amp;documentId=111201050647-4c9096d974d44ff889cf0b5f07d61b59" /><param name="allowfullscreen" value="true"/><param name="menu" value="false"/><param name="wmode" value="transparent"/><embed src="http://static.issuu.com/webembed/viewers/style1/v2/IssuuReader.swf" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" menu="false" wmode="transparent" style="width:600px;height:700px" flashvars="mode=mini&amp;viewMode=singlePage&amp;backgroundColor=%23222222&amp;documentId=111201050647-4c9096d974d44ff889cf0b5f07d61b59" /></object>
<div style="width:600px;text-align:left;"><a href="http://issuu.com/patcharaipattkerdsiri/docs/salary-guide-2012?mode=window&amp;backgroundColor=%23222222" target="_blank">Open publication</a> &#8211; Free <a href="http://issuu.com" target="_blank">publishing</a> &#8211; <a href="http://issuu.com/search?q=2012" target="_blank">More 2012</a></div>
</div>
<p>อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องฐานเงินเดือนจาก @macroart ถึงความน่าเชื่อถืออยู่บ้างครับ เช่นเงินเดือนของโปรแกรมเมอร์ในแต่ละภาษามีความแตกต่างกันมากเกินไป</p>
<h3> ทำไมบางคนเงินเดือนสูงมาก? </h3>
<p>คนที่ได้เงินเดือนสูงที่สุด มักเป็น &#8220;Keyman&#8221; ของบริษัทใหญ่นะครับ คือถ้าไม่มีคนนี้ บริษัทอาจลำบาก หรือถ้าเค้าถูกซื้อตัวโดยคู่แข่งบริษัทก็ลำบาก เช่น @trangs เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลรักษาหลุมขุดเจาะน้ำมันซึ่งมีน้อยคนมากๆ เงินเดือนก็จะสูงมากและบริษัทก็จะให้สวัสดิการสูงมาก </p>
<p>ในส่วนของบางตำแหน่งนั้นมี Commission ด้วย หรือบางตำแหน่งต้องจ่ายเงินเลี้ยงลุกค้าหรือต้องเสียเงินในการเดินทางมากก็อาจจะมีเงินเดือนสูงเช่นกันครับ</p>
<h2> เปรียบเทียบกับ ฐานเงินเดือนปี 2009-2010 โดยบริษัทเดียวกัน</h2>
<p><em>กด fullscreen ที่ embed ด้านล่างเพื่อดูเต็มจอได้</em></p>
<p>ที่มาของเอกสาร <a href="http://www.adecco.co.th/jobs/adecco-knowledge-center-detail.aspx?id=214&#038;c=10">เงินเดือนไทย 2009-2010 โดย Adecco </a> สำหรับผู้อยากได้ pdf ครับ</p>
<p><a title="View Adecco Thailand Salary Guide 2009 2010 on Scribd" href="http://www.scribd.com/doc/34887165/Adecco-Thailand-Salary-Guide-2009-2010" style="margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;">Adecco Thailand Salary Guide 2009 2010</a> <object id="doc_540501676369775" name="doc_540501676369775" height="500" width="100%" type="application/x-shockwave-flash" data="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" style="outline:none;" rel="media:document" resource="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list" xmlns:media="http://search.yahoo.com/searchmonkey/media/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" ><param name="movie" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf"><param name="wmode" value="opaque"><param name="bgcolor" value="#ffffff"><param name="allowFullScreen" value="true"><param name="allowScriptAccess" value="always"><param name="FlashVars" value="document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list"><embed id="doc_540501676369775" name="doc_540501676369775" src="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=34887165&#038;access_key=key-1wy3q4t4g8snvr13rzg1&#038;page=1&#038;viewMode=list" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" height="500" width="100%" wmode="opaque" bgcolor="#ffffff"></embed></object> </p>
<h2>ความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆมีแนวโน้มลดลง ยกเว้น IT ยังไปได้ดี </h2>
<p>ในเอกสารหน้านึง มีเอกสารแสดงความต้องการบุคลากรในสายงานต่างๆที่เป็น &#8220;สายงานมาตรฐาน&#8221; ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง ยกเว้นสาย IT ยังคงเพิ่มขึ้น (ส่วนด้านภาษาญี่ปุ่น อันนั้นทาง Adecco ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานเน้นลูกค้าญี่ปุ่นก็เลยนำมาแสดงครับ)</p>
<div id="attachment_6166" class="wp-caption alignnone" style="width: 557px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/it-demand.png" alt="ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง" title="ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง" width="547" height="524" class="size-full wp-image-6166" /><p class="wp-caption-text">ความต้องการบุคลากรด้าน IT ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้านอื่นๆตกลง</p></div>
<h2>ส่วนอันนี้ข้อมูลของปี 2008 </h2>
<p><a href="http://www.ce-kmitl.net/index.php?PHPSESSID=q55f027o2ikekbp05margn8gg6&amp;action=dlattach;topic=835.0;attach=2842/">ลองโหลดดูที่เอกสารนี้ -มาตรฐานเงินเดือนไทย</a></p>
<p>ที่มาเอกสารจากบริษัท <strong>Kellyservices</strong></p>
<p>ปล. ผมแอบสังเกตว่าคนขับรถผู้บริหาร เงินเดือนต่ำสุดคือ 10,000 บาท</p>
<p><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/05/salary-600x579.png" alt="salary" title="salary" width="600" height="579" class="alignnone size-medium wp-image-809"></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค่าแรงขั้นต่ำ คุณเห็นด้วยหรือไม่?</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2011 09:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม-การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ิbusiness]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9158</guid>
		<description><![CDATA[มีกระแสเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มเป็น 300บาท เฉพาะในกทม. และต้องผ่านการฝึกฝีมือแรงงานก่อนด้วย ผมเลยลองเสวนาไปในแวดงวง twitter พบว่าได้ข้อมูลน่าสนใจหลายอย่างครับ ต้องขอบคุณ tweeple ผู้ร่วมเสวนาทุกท่าน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2> ปัจจุบันเรามีค่าแรงขั้นต่ำเท่าไหร่อยู่ ? </h2>
<p>RT<strong> @spin9</strong> ปัจจุบัน (ปี 54) กทม. ขั้นต่ำ 215 บาทครับ ปรับขึ้นจาก ปี 53 ขึ้นมา 9 บาท และถ้าปีหน้าเป็น 300 จะถือว่าเพิ่มขึ้นอีก 39.5%<br />
RT <strong>@jerasak</strong>: ค่าจ้างขั้นต่ำ 2554 <a href="http://bit.ly/neRw3R" rel="nofollow">มีคนทำไว้เป็น PDF </a> จะเห็นว่า ภูเก็ตสูงสุดที่ 221 บาท รองลงมา กทม. 215</p>
<h3>ค่าจ้างขั้นต่ำ 2554 (บาท/วัน) </h3>
<p><strong>บาท / จังหวัด</strong><br />
221 ภูเก็ต<br />
215 กรุงเทพมหานคร,สมุทรสาคร,ปทุมธานี,นครปฐม,นนทบุรี, สมุทรปราการ<br />
196 ชลบุรี<br />
193 ฉะเชิงเทรา,สระบุรี<br />
190 พระนครศรีอยุธยา<br />
189 ระยอง<br />
186 พังงา<br />
185 ระนอง<br />
184 กระบี<br />
183 ปราจีนบุรี,นครราชสีมา<br />
182 ลพบุรี<br />
181 กาญจนบุรี<br />
180 ราชบุรี,เชียงใหม่<br />
179 จันทบุรี,เพชรบุรี<br />
176 สงขลา,สิงห์บุรี<br />
175 ตรัง<br />
174 นครศรีธรรมราช,อ่างทอง<br />
173 สตูล,พัทลุง,ชุมพร,สระแก้ว,เลย<br />
172 สุราษฎร์ธานี,ยะลา,สมุทรสงคราม,ประจวบคีรีขนธ์<br />
171 อุดรธานี,อุบลราชธานี,นราธิวาส<br />
170 ปัตตานี,นครนายก<br />
169 หนองคาย,ลําพูน,ตราด<br />
168 กําแพงเพชร,อุทยธานี<br />
167 ข่อนแก่น,กาฬสินธุ์,สุพรรณบุรี,ชัยนาท<br />
166 สกลนคร,ยโสธร,ร้อยเอ็ด,บุรีรัมย์,เชียงราย,เพชรบูรณ์,นครสวรรค์<br />
165 สุโขทัย,มุกดาหาร,หนองบัวลําภู,ลําปาง,ชัยภูมิ<br />
164 นครพนม<br />
163 พิจิตร,แพร่ ,อุตรดิตถ์,แม่ฮ่องสอน,พิษณุโลก,มหาสารคาม,อํานาจเจริญ<br />
162 สุรินทร์,ตาก<br />
161 น่าน<br />
160 ศรีษะเกศ<br />
159 พะเยา</p>
<p>ที่มาตั้งต้น <a href="http://datajournalism.in.th/2011/07/thailand-minimum-wage-2011/" rel="nofollow">วารสารข้อมูล </a> Spreadsheet ของ <a href="http://iamthan.com/">@Thanr</a></p>
<h2>ที่มากระแสเรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ</h2>
<p>วันนี้มีกระแสเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มเป็น 300บาท เฉพาะในกทม. และต้องผ่านการฝึกฝีมือแรงงานก่อนด้วย ผมเลยลองเสวนาไปในแวดงวง twitter พบว่าได้ข้อมูลน่าสนใจหลายอย่างครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  ประเด็นคือ คนที่ให้ความเห็นในเรื่องนี้มักเป็นคนมีเสียงในสังคมซึ่งเป็นคนที่ &#8220;พอมีพอกิน&#8221; แล้ว </p>
<p>ดังนั้นหากเป็นผู้ที่มองแบบเชียร์นโยบายนี้นิดหน่อย ก็จะใช้กรอบความคิดของตัวเองมาตัดสิน เช่นการมองอนาคตของเรา หรือการมีลูกเลี้ยงลูก ส่งเข้าโรงเรียน ซึ่งคนที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำไม่มีสิทธินี้เลย (ผมเองยังอดคิดไม่ได้ว่าสัตว์เลี้ยงในบ้านเพื่อนหลายคนใช้เงินเยอะกว่าค่าแรงขั้นต่ำต่อวันเสียอีก) หลายคนพูดถึงการสนับสนุนโอกาศในการเรียนมหาวิทยาลัย (ซึ่งแม่ผมบอกว่าเรายึดติดกับการเรียนมหาวิทยาลัยมากเกินไป และไม่มีมหาวิทยาลัยที่ไหนฟรี) แต่ผู้ที่ไม่ชอบนโยบายนี้จะมองในแง่เศรษฐศาสตร์เช่นจะทำให้ผู้จ้างทนต้นทุนไม่ได้ เลิกจ้าง เงินเฟ้อ คนตกงานมากขึ้น และปัญหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาแย่งงานแทน (RT @NochiPH: &#8220;ค่าแรง300บาท-เป็นไม่ได้เลย หากทำจริงจะเสียหายมาก ระบบพัง นักลงทุนหนีหายหมด&#8221; บุญชัย โชควัฒนา บอสใหญ่ เครือ สหพัฒน์)</p>
<p>อย่างไรก็ตามมีข้อเขียนของคุณ ปกป้อง จันวทย์ เรื่อง<a href="http://t.co/h8Hbvt1" rel="nofollow"> <strong>ค่าจ้างเพื่อชีวิต</strong></a> ที่แชร์โดย @fringer ได้กล่าวถึงแนวคิด&#8221;ค่าจ้างเพื่อชีวิต&#8221;ทำให้เกิดการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในอเมริกานั้นไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า, การจ้างงาน, และเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ แต่ @fringer ได้ชี้ว่า &#8220;เงื่อนไข&#8221; ที่จะให้ค่าจ้างเพื่อชีวิต &#8220;ได้ผล&#8221; ในบทความนั้นคือประเด็นที่สำคัญที่สุดครับ</p>
<blockquote>
<p>RT ( ความเห็นของหลายคน ) แรงงานไทยค่าแรงสูงขึ้นเป็น 300 คนน่าจะไปจ้างแรงงานต่างด้าวหมด ?</p>
<p>RT <strong>@kafaak</strong>: ขอแก้ความเข้าใจนิดนึงนะครับ แรงงานต่างด้าว ถ้ามาถูกกฎหมาย ค่าแรงขั้นต่ำเท่าคนไทยนะครับ</p>
<p>RT <strong>@malimali</strong>: ดูจากคนทำงานที่ได้ค่าแรงรายวันที่บ้าน ชีวิตทั่วไปส่วนใหญ่อยู่ได้ ที่บ้านจะช่วยเหลือด้านค่าเทอมลูก ค่ารักษาพยาบาลต่างๆให้  โดยสรุปรวมจากคนงานหลายสิบชีวิต ค่าแรงปัจจุบันใช้จ่ายในชีวิตประจำวันปรกติได้ แต่พอมีค่าพิเศษอะไรเขาจะไม่มีจ่ายละ</p>
<p>RT<strong> @RsmlP</strong>: คนงานที่บ้านได้เงินค่าแรงวันละ 250 ค่ากินตัวเองกับลูกก็เกิน 150 บาทต่อวัน ค่าเช่าบ้านเดือนละพัน ถ้าให้ตามค่าแรงขั้นต่ำจริงๆไม่พอแน่</p>
<p>RT <strong>@noname_8</strong>: อยากได้ยินว่า &#8220;เป็นธรรม รึไม่&#8221; จากทั้งสองมุมมองของ นายจ้าง และ ลูกจ้าง ในภาวะถ้าค่าครองชีพสูง ลูกจ้างต้องทนรายได้ต่ำ ให้นายจ้างรอด?</p>
<p>RT <strong>@Su9arP</strong>: เราว่าเหมือนคนบอกว่า ถ้าจ่าย300แล้วต้องเลือกแรงงานที่ดี ที่ไม่ดีก็เลิกจ้างไป ก็เหมือนใครว่า150ไม่พอก็ไปทำที่อื่น บางคนว่า 150ต้องเลี้ยงลูกเมียซื้อบ้านจ่ายค่าไฟ ลูกเยอะเลี้ยงเยอะ หมาแมวอีก ลืมไปรึว่าส่วนใหญ่มิใช่คนกรุงเทพ  ถ้าขึ้นแรงงานท้องถิ่นบ้านเกิดเขาสิเราว่าดี เขาซื้อบ้านได้ ตั้งรกรากได้ มีลูกหลานสืบทอด</p>
<p>RT <strong>@RITT41</strong>: ลองมองไปที่ค่าเงินที่หล่นลงไปกว่าครึ่ง ในรอบ 5 ปี นี้สิ  300 บาทวันนี้ มีค่าไม่ต่างจาก 150 บาท เมื่อ 5-6 ปีก่อน</p>
<p>RT <strong>@CometSunshine </strong></p>
<p>ผู้ที่คิด1ขั้น = ว้าว ค่าแรงเพิ่ม เงินเดือนเพิ่ม สบายแน่ๆ</p>
<p>ผู้ที่คิด2ขั้น = ค่าแรงสูงอย่างนี้ เดี๋ยวของก็แพง หมดอะดิ</p>
<p>ผุ้ที่คิด3ขั้น = แต่เค้ามีนโยบาย ลดภาษีนิติบุคคล จาก30 เหลือ﻿ 23เปอเซนต์ (เยอะนะ) ทำให้มีเงินส่วนนี้มาจ่ายค่าแรง ที่จะเพิ่มขึ้น</p>
<p>ผู้ที่คิด4ขั้น = พอค่าแรงเพิ่ม คนมีกำลังใช้จ่ายมากขึ้น เศรษฐกิจขยายตัว เพราะเป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจ</p>
<p>RT @iPattt ค่าแรงขั้นตํ่าผมว่าเอามาปนกับความหวังความฝันไม่น่าจะตรงจุดนะครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  น่าจะเป็นแรงงานของคนไม่มีฝีมือจริงๆ</p>
<p>RT @noppatjak: สรุปไว้ตอนหลังว่าไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นเรื่องพื้นฐานครับ คนไม่มีฝีมือก็ยังน่าจะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยได้ คือบ้านเราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นคนตั้งใจก็มีทางไป แต่ก็อยากให้ยกระดับขึ้นมาให้ทุกคนมีทางเลือก แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำไมไ่ด้? อยากให้เค้าไปเที่ยวเหมือนเอมมั่งนะ ให้เค้ากล้าคิดทำบ้าง คือจะบอกว่า เห็นใจ ว่าเค้าไม่มีโอกาสได้มากขึ้นแล้วจริงๆใช่ไหม?</p>
<p>RT @vow_vow: ถ้าเด็กไม่มีตังค์เรียนมหาลัย ควรจะแก้ไขที่การทำให้มหาลัยฟรี มากกว่าการเพิ่มรายได้ ที่ไม่ก่อให้เกิด purchasing power เพิ่ม  เพราะหากเกิด hyper-inflation แล้ว PPP เขาจะเท่าเดิม ศก.โดยรวมจะแย่ลงเพราะค.สามารถการแข่งขันกับต่างชาติลดลง, FDI ลดลง สรุปคือให้ 300 บาทก็คงไม่ยาก แต่ต้องดูว่าให้ไปแล้วเขา better off รึเปล่า แล้วรายได้เกษตรกรมันไม่ได้มีการันตีแบบนี้ คนที่จะมาเป็น entrepreneur แบบ SMEs จะลดลงโดยเฉพาะในสาขาเกษตร คนจะเป็นลูกจ้างมากขึ้น ส่งเสริม monopolization รึเปล่า?(entreprenuer ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเจ้าของธุรกิจใหญ่โตอะไรนะ ชาวนาที่ปลูกข้าวแล้วขายเองเราก็ถือว่าเขาเป็น entreprenuer) เราคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทำได้นะ แต่หากเฉียบพลันจะส่งผลกระทบวงกว้าง ตย.เช่น คุณยายแก่ๆ ที่เจอเงินเฟ้อแบบไม่ตั้งตัว  เราต้องแก้ไขค.เหลื่อมล้ำ แต่ต้องแก้ไขให้ถูกจุด แก้ที่สวัสดิการพื้นฐาน,โอกาสการศึกษา,ความเท่าเทียม ไม่ใช่โยนเงินอ่ะ </p>
<p>RT @iPattt ถ้าให้สวัสดิการสังคมอย่างเต็มที่โดยไม่ได้เน้นเรื่องให้เงินจำนวนมาก ลองพิจารณาดูมันก็เป็นระบอบสังคมนิยมเหมือนกันนะครับ</p>
</blockquote>
<h2> ลองสัมภาษณ์ผู้ที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำ โดยผมเอง</h2>
<h3>เด็กเสิร์พ รับค่าแรงขั้นต่ำ</h3>
<p>วันนี้ไปกินสเต๊คชื่อร้าน &#8220;โชคดีสเต็ค&#8221; ที่ฟอร์จูนมา พบว่ามีป้ายรับสมัครพนักงานหน้าร้านรายได้ 230-240 บาทต่อวันดังนี้</p>
<div id="attachment_9169" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/07/wage-thai.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/07/wage-thai.jpg" alt="ป้างรับสมัครพนักงานร้านอาหารที่ฟอร์จูน ด้วยค่าแรง 230-240บาทต่อวัน" title="ป้างรับสมัครพนักงานร้านอาหารที่ฟอร์จูน ด้วยค่าแรง 230-240บาทต่อวัน" width="600" height="448" class="size-full wp-image-9169" /></a><p class="wp-caption-text">ป้างรับสมัครพนักงานร้านอาหารที่ฟอร์จูน ด้วยค่าแรง 230-240บาทต่อวัน</p></div>
<p>ิร้านสเต็คที่ฟอร์จูนน้องคนเสิร์พอัธยาศัยดี ผมเลยลองถามน้องบอกได้ค่าแรง 230 บาทต่อวัน และทุกคนในร้านรู้เรื่องนโยบายค่าแรง 300 บาทดี ถามความคิดเห็นว่ารู้สึกอย่างไรกับค่าแรง300และกลัวคนจ้างเลิกจ้างหรือเปล่า น้องบอก &#8220;ก็ดีค่ะเพราะทุกวันนี้ไม่พอและไม่กลัวคนจ้างเลิกจ้าง&#8221; ผมถามต่อว่าทำไมไม่กลัวถูกเลิกจ้าง น้องบอกว่า &#8220;แล้วแต่ร้าน ร้านแบบนี้ต้องการคนไทยทำงาน และคนก็หายากอยู่แล้ว&#8221;</p>
<h3>คนอาชีพอื่น  ที่ไม่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำ</h3>
<p>ลองถามคนเข็นรถเข็นขายผลไม้ วันนึ่งเค้าได้ 600-700 บาท ซึ่งลบเป็นกำไรแล้วเหลือประมาณ 250 บาทต่อวัน ว่าอยากเปลี่ยนงานรับค่าแรง 300หรือไม่&#8230; คนเข็นผลไม้บอกมาว่า เขาไม่อยากเปลี่ยนงานหรอก ส่วนที่รัฐจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่วนตัวเค้ามองว่าเป็นการให้กำลังใจคนทำงานมากกว่า</p>
<p>อย่างไรผมจะทยอยลองถามเรื่อยๆนะครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<h2>การเสนอเรื่องค่าแรงขั้นในสังคม</h2>
<p>ที่ผ่านมาเครือข่ายแรงงานเสนอ 421บาท ต่อวันครับ <a href="http://bit.ly/ofZ9ou " rel="nofollow">ตามข่าวนี้</a> แต่คุณ @pasitt ให้ความเห็นน่าสนใจไว้ดังนี้</p>
<p>RT <strong>@pasitt</strong>: ตราบใดที่ประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆที่ยังมีการพูดถึงค่าแรงขั้นต่ำ ความเป็นธรรมย่อมไม่มี กฏหมายที่กำหนดก็มีไว้เอาเปรียบแรงงานเพราะกฏหมายไม่ได้เขียนด้วยฝ่ายแรงงานเท่านั้นยังมีฝ่ายนายจ้างและรัฐบาล แม้นว่ารัฐจะต้องการฐานเสียงจากแรงงานแต่รัฐฯก็เอนเอียงเข้าฝ่ายนายจ้างเล็กน้อย เหตุผลคือ GDPและการลงทุน โดยเฉพาะจากต่างชาติ ประเทศที่พึ่งการส่งออกเป็นหลัก และหวังการลงทุนจากต่างชาติมากเช่นประเทศไทย ไม่อาจปรับค่าแรงขั้นต่ำได้ตามแรงงานเรียกร้องเสมอ </p>
<p>ตัวอย่างที่ดีดูได้จาก ตัวเลขที่ฝ่ายแรงงาน และตัวเลขที่เสนอออกมาเป็นกฏหมายยังแตกต่างกันอยู่มาก ความเสียเปรียบของแรงงานไทยมีปัจจัยเรื่องของประสิทธิภาพเป็นตัวแปร ประกอบ กับ lifestyle ของคนไทยที่มีลักษณะ easy going นักลงทุนยอมจ่ายค่าแรงสูงหากได้ผลผลิตที่สูงเหมาะสม ไม่มีใครอยากสูญเสียแรงงานที่ดีและเก่งเพราะจะช่วยลดการลงทุนได้ นักลงทุนมีความคิดว่าการจ้างงานไม่ไดเป็นเพียงการจ้างงานเพื่อให้ได้แรงงาน แต่เป็นการลงทุนทางหนึ่งด้วยเพราะจะต้องพัฒนาทักษะตลอด</p>
<p>RT <strong>@kafaak</strong> <a href=" http://bit.ly/rnGTCY" rel="nofollow">แนะนำโพส การคำนวนค่าจ้าง ค่าแรง</a> นโยบายตามที่ได้โฆษณาเอาไว้ตอนหาเสียงคือ รายวัน 300 บาท/วัน ทั่วประเทศอัตราเดียว ส่วน ป.ตรีจบมาได้เงินเดือนเริ่มที่ 15,000 บาท ,จริงๆ นี่ไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวนะครับ หากย้อนไปดูให้ดีๆ แล้ว พรรคใหญ่ (พท ปชป) และ พรรคกลาง (ภท ฯลฯ) ก็ใช้, เพียงแต่ว่าจะโฆษณาไว้มากหรือน้อย เช่น ปชป ก็ยึดมั่นที่ ปรับขึ้น 25% &#8230; พท ก็ 300 /วัน &#8230; ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 350/วัน (ภายใน 3 ปี) </p>
<p>RT <strong>@kafaak</strong> จะเห็นได้ว่า รายได้ของคนจำนวนไม่น้อยที่ต่ำกว่า 9000 บาท/เดือน (FYI: ถ้าปรับค่าแรง 300/วัน คนรายเดือนจะต้องมีเงินเดือน 300&#215;30 ครับ) แนะนำอ่านบล็อก <a href="http://prakal.wordpress.com/2011/07/05/ถ้าค่าจ้างขั้นต่ำเป็น-300/">ถ้าค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง</a> เขียนได้ละเอียดดีมาก</p>
<p>RT <strong>@kafaak</strong> ภาระทางอ้อมในการปรับค่าแรง พนง คนอื่นๆ ในบริษัทเพื่อรักษา Gap เผลอๆ จะหนักกว่าภาระทางตรงอีก เพราะส่วนใหญ่ พนักงานเก่าจะเยอะกว่า ลองคิดว่า บริษัทมีพนักงาน 300 คน มีคนใหม่ 50 คนที่ต้องปรับค่าแรงขึ้น แต่เท่ากับบริษัทต้องไล่ปรับอีก 250 คนที่เหลือด้วย ซึ่งไม่น้อย ที่แน่ๆ คนที่เงินเดือนใกล้เคียง 9000 บาท ต้องอยากได้เงินเดือนขึ้น 2550 บาทด้วยแน่นอน สมมติมีซัก 150 คน ก็เท่ากับจ่ายเพิ่มเกือบ 4 แสน</p>
<h2> ปัจจุบัน ค่าแรงขั้นต่ำมีความเป็นธรรมหรือไม่? </h2>
<p>ผู้ที่มาตอบในจุดนี้ ตอนนี้ยังมีที่ชัดเจนเพียง <a href="http://prachatai.com/journal/2011/07/35942">นพ.ประเวศ กับแนวคิดค่าแรงขั้นต่ำ 150 บาทก็เพียงพอถ้ามีที่พักและอาหารพอเพียง</a> (ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง) แต่ใน twitter ยังไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้อย่างเด็ดขาดครับ เพราะวิธีการคิดน่าจะยากมาก ผมเองในครั้งแรกยังคิดเรื่องความสัมพันธ์ของค่าครองชีพกับค่าแรงโดยใช้ Big Mac index ที่ดูง่ายดี ( ราคา Burger ขายใน Mcdonald เป็น ดัชนีทางไฟแนนซ์ที่<a href="http://econ.st/qzDviP" rel="nofollow">ครั้งหนึ่งกล่าวกันว่าเที่ยงตรงระดับโลก </a> ) แต่ก็มีความเห็นน่าสนใจหลายอย่างตอบมาเช่น </p>
<blockquote>
<p>RT <strong>@3ty3</strong>: Fast Food Index is interesting but virtually inapplicable to Vietnam where there are very few such chain &#8220;restaurants&#8221; and NO MacDs!</p>
<p>RT <strong>@tonnellato</strong>: ไม่ได้โดยตรงครับ เพราะว่า Big Mac Index มีการรวมต้นทุนในการผลิต (ค่าครองชีพ)​ ภายในประเทศเข้าไปด้วย เช่น ราคาเนื้อ Big Mac Index ใช้เปรียบเทียบค่าครองชีพจะตรงตัวกว่า</p>
<h3>เปรียบเทียบค่าแรงขั้นต่ำในระดับโลก</h3>
<p>คุณ<strong> @warong </strong>บอกว่าน่าจะดู<strong> % of GDP per capita</strong> ซึ่งผมลองดูข้อมูลมีที่น่าพิจารณาดังนี้</p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_minimum_wages_by_country" rel="nofollow"<strong>>ตารางเปรียบเทียบค่าจ้างขั้นต่ำในระดับโลก</strong></a> ลอง clt+f search ประเทศไทยดูนะครับ </p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(PPP)_per_capita" rel="nofollow">List of countries by GDP (PPP) per capita</a> ซึ่ง GDP (PPP) per capita มาจาก<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Gross_domestic_product" rel="nofollow">ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ</a><br />
และ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Purchasing_power_parity" rel="nofollow">อำนาจการซื้อ</a> ซึ่งเป็นตัวที่บอกถึงคุณภาพชีวิต</p>
<div id="attachment_9161" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/07/Average_GDP_PPP_per_capita_2010.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/07/Average_GDP_PPP_per_capita_2010-600x264.png" alt="Average GDP PPP per capita 2010 สีฟ้าคือสูงกว่าค่าเฉลี่ย สีส้มคือต่ำกว่าซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มนี้" title="Average GDP PPP per capita 2010 สีฟ้าคือสูงกว่าค่าเฉลี่ย สีส้มคือต่ำกว่าซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มนี้" width="600" height="264" class="size-medium wp-image-9161" /></a><p class="wp-caption-text">Average GDP PPP per capita 2010 สีฟ้าคือสูงกว่าค่าเฉลี่ย สีส้มคือต่ำกว่าซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มนี้</p></div>
<p>และอีกตัวหนึ่งคือ <strong>GDP (nominal) per capita</strong> ลองดู <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)_per_capita" rel="nofollow">List of countries by GDP (nominal) per capita</a> ซึ่งตัวนี้มาจากผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อประชากร และคิดสัมพันธ์กับอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
</p></blockquote>
<p><em><strong>ประเด็นที่คนคิดว่าถ้าขึ้นค่าแรงขั้นต่าแล้วควรจะขึ้นค่าแรงของงานอื่นๆเป็นสัดส่วนที่เท่ากันหรือไม่ คำตอบคือไม่เท่ากันครับ แต่จะทำให้ช่องว่างระหว่างค่าแรง (Gap) ลดลงเรื่อยๆเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว</strong></em></p>
<p>RT <strong>@iPattt</strong> เสวนาใน twitter เรื่องค่าแรงมาตั้งแต่เช้า ยิ่งเห็นว่าเราให้ความสําคัญกับวุฒิการศึกษามากเกินไป จนมันเฟ้อไปแล้ว ผมคิดว่าเราเน้นที่วุฒิการศึกษามากกว่าการศึกษาจริง Academic Inflation </p>
<p>RT <strong>@noname_8</strong>: @iPattt ถ้า รายได้ไม่ขึ้นกับ วุฒิการศึกษามากนัก แต่มองที่ฟังก์ชั่นหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นสำคัญ คนไม่น้อยคงไม่ต้องไปลงทุนกับการศึกษามากนัก ที่ UK คนขับรถเมล์ อาจมีรายได้ถึง 24,000ปอนด์ ต่อปี  ใช่รายได้ดี แต่ความก้าวหน้าในการทำงานไม่มี (รายได้จะถึงจุดอิ่มตัวเร็วมาก)</p>
<p>RT <strong>@bluefrog_su</strong>:  ที่ UK ตอนนี้ เสริฟอาหารอย่างเดียวได้เงินเดือนเท่าโปรแกรมเมอร์เลย T_T /งี้แหละ อิสระกว่าด้วย</p>
<p>RT <strong>@Sonamsangbo</strong>: ที่มหาลัยในนอรเวย์ภารโรงเงินเดือนมากกว่าอาจารย์อีก เขาไม่สนว่าใครทำงานอะไร สนว่ารายได้ต้องเท่ากัน ประเทศทางสแกนฯ ไม่มีความเหลื่อมล้ำมากมายแบบบ้านเราเลยครับ ภารโรงก็มีบ้าน มีรถขับ ฯลฯ เหมือนหมอ ทนายความ เค้าก็อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีพอสมควรนะครับ วันเสาร์ไปเชียร์บอลได้ บ้านมีทีวีดู มีรถขับ เพิ่มค่าแรงกับพัฒนาคนคงจะต้องไปด้วยกันครับ คือค่าแรงต้องคุ้มกับงานที่ได้ เพิ่มค่าแรงคือเพิ่มคุณภาพงาน</p>
<p>RT <strong>@vow_vow</strong>:  US มี income gap สูงกว่า UK, มี migration เยอะ และมีปัญหาสังคมเยอะกว่ามาก ไม่มีระบบ free universal healthcare , US เป็นทุนนิยม แต่ถ้าไทยจะพยุงคนจนอย่างยั่งยืนต้องใช้ model ของยุโรป (welfare state-สแกนดิเนเวีย) มากกว่าเดินตาม US</p>
<p>RT <strong>@tonnellato</strong>: @vow_vow @ipattt ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้น US เลยเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหากจะดูที่ income distr อีกอย่างมันเป้นเรื่องวัฒนธรรมใครดีใครได้อีกด้วย  ว่าง่าย ๆ คนขยันต้องรวยกว่า นี่คือ american dream ทำให้อเมริกาไม่มี social welfare เท่าไหร่ ผมคิดว่าถ้าดู structure ของไทยเรา ณ เวลานี้มันใกล้เคียง US มากกว่ายุโรปนะ แต่มันต้องแก้ระดับถอนรากถอนโคนเลยทีเดียว</p>
<p>RT <strong>@ipattt</strong>: ใครมีข้อมูลหรือเปล่าครับว่าการขึ้นค่าแรงครั้งนี้ มีผลกระทบต่อแรงงานกี่คน ? คราวที่แล้วแจกเช็ค 2000 บาทให้ 8ล้านคนมีผลกระทบอะไรกับเงินเฟ้อหรือไม่  (หาคำตอบอยู่ครับ)</p>
<h2> ความเห็นเรื่องค่าแรงขั้นต่าใน facebook wall @narudom </h2>
<p>ขอบคุณ @mokin27 ที่แนะนำคุณ @Somchai Vantasin ครับ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะให้แชร์สามารถแจ้งได้นะครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>RT <strong>@narudom</strong> นโยบาย 300 บาท เริ่มจะสร้างปัญหาให้ผู้ประกอบก​าร และฐานเสียงของพรรคที่จะต้องตกง​านเพราะนายจ้างไม่มีปัญญาจ่าย ข้อมูลจากบริษัทก่อสร้างแห่​งหนึ่งครับ เตรียมลดการจ้างลูกจ้างคนไท​ยในกรณีที่รัฐบาลประกาศให้ข​ึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทจริง อีกอย่างเมื่อ No-Skill Labor ได้ 300 ลูกจ้างมีฝีมือต้องขยับหนีอ​ีกเท่าไร ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการอยาก​ลดต้นทุนผมคงลดการจ้างงานแร​งงานไทยที่ไม่มีฝีมือ ไปใช้แรงงานต่างด้าว สรุปก็แรงงานไทยตกงาน</p>
<p> รายที่สองที่บ่นเป็นซุปเปอร​์มาร์เก็ตแถววงเวียนใหญ่ ถ้าขึ้นค่าจ้างเป็น 300 จริงต้องจ่ายเงินเพิ่มต่อคน​เดือนละ 1800 จำนวน 36 คน เป็นเงิน 777,600 บาทต่อปี ที่ร้านกำไรอยู่ปีละ 2 ล้านกว่าบาท ให้ทายสิว่าเถ้าแก่จะทำยังไ​ง</p>
<p>RT <strong>@Somchai Vantasin</strong> ถ้าดูนโยบายโดยรวมแล้ว ทั้งสองพรรคที่บริหารประเทศ​ก็จะลงทุนใน Infrustructure เยอะมาก ซึ่งเป็นผลดีโดยรวมกับบริษั​ทฯก่อสร้างทั้งเล็กและใหญ่แ​ต่แน่นอนว่า บริษัทฯใหญ่ก็จะได้เปรียบมา​กกว่า หาก เป็นบริษัทฯเล็ก็คงต้องปรับตัวด้านการบริหารต้นทุน​ต่างๆเพราะคงไม่มีที่ไหนในโ​ลกที่จะให้ค่าจ้างในอัตราเด​ิมไปได้ตลอดเวลา อีกประการหนึ่ง ค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวในปร​ะเภทธุรกิจนี้สามารถจ้างแบบ​ผลงานได้ ถ้าศึกษากฎหมายแรงงานอย่างล​ะเอียด รวมถึงแรงงานข้ามชาติซึ่งเข​้ามาทำงานในไทย ก็เป็นปรากฏการณ์ที่เป็นปกต​ิอยู่แล้วของกระแสเศรษฐกิจใ​นโลกาภิวัฒน์</p>
<p>การมองนโยบายเช่นนี้แล้วบอก​ว่ากระทบรายย่อยนั้นคงไม่ถู​กต้อง เพราะถ้ามองให้กว้างและลึกจ​ะพบว่า บริษัทใหญ่ๆอาจจำเป็นต้อง job assign งานขนาดเล็กบางงานออกไปให้บ​ริษัทฯเล็กๆทำ ซึ่งนั้นหมายความว่า บริษัทเล็กและกลางจะได้ประโ​ยชน์ตรงนี้และเมื่อคนงานได้​รับค่าจ้างที่สูงขึ้น ก็จะสามารถต่อสู้กับภาวะเงิ​นเฟ้อได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า รัฐบาลใหม่จะมีวิธีการแก้ไข​ปัญหาสินค้าที่แพงขึ้นอย่าง​จริงๆได้เช่นไรยกตัวอย่างกา​รลดค่าครองชีพโดยผ่านการจัด​งานขายสินค้าราคาพิเศษให้มี​การจัดงานอย่างต่อเนื่องและ​ทั่วทุกประเทศ โดยรัฐจำเป็นต้องเข้าไป subsidise ในนโยบายราคาสินค้าที่จำเป็​นบางประเภท ซึ่งก็จะทำให้เกิดภาวะสมดุล​กันระหว่างค่าจ้างที่สูงขึ้​นกับอัตราเงินเฟ้อ</p>
<p>อัตราการว่างงานที่สูงขึ้นค​งไม่ใช่ปัญหาการขึ้นค่าแรง แต่เนื่องจากเราไม่มีระบบกา​รพัฒนาการเพิ่มทักษะของแรงง​านให้ดีมากขึ้น อีกทั้งการขยายตัวของธุรกิจ​ขนาดย่อมและขนาดกลางเติบโตช​้า นโยบายดังกล่าวเป็นการแก้ไข​ปัญหาในลักษณะ Down to Top ซึ่งเคยใช้ในญี่ป่นและเยอรมันและประสบผลสำ​เร็จมาแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือเมื่อกลุ่​มชนชั้นล่างมีเงินมากขึ้น เงินจะถูกใช้ไปในรูปการดำรง​ชีพ ขณะที่นิติบุคคชหรือบุคคลใน​กล่มชนชั้นสูงมีเงินมากขึ้น​ จะนำไปใช้ซื้อของฟุ่มเฟือยแ​ละทำให้ประเทศสูญเสียดุลการ​ค้า ลักษณะที่จะต้องเสริมเข้ามา​ในนโยบายนี้ก็คือการพัฒนาทั​กษะแรงงานฝีมือคนไทยอย่างจร​ิงจัง ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาจาก Top มาส่ Down พร้อมๆกัน ในเชิง Macro Economic ซึ่งเราจะแก้ไขได้ในภาพรวม ดังนั้นการขึ้นค่าแรงไม่ได้​ทำให้เราเสียเปรียบในเรื่อง​การแข่งขันแต่ประการใด แต่เอกชนก็ต้องพัฒนาคุณภาพข​องสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าขอ​งสินค้าตนเองในการขยายการตล​าดของตนเองด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ​ สิ่งทอ ซึ่งเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว สิ่งทอประเทศไทยไม่ได้รับคว​ามนิยมเพราะอ้างเรื่องค่าแร​ง ซึ่งขณะนั้นก็ต่ำมาก แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สิ่งทอเราไปจับตลาดล่างซึ่ง​ไม่เป็นที่นิยมของตลาดต่างป​ระเทศและตลาดที่มีมูลค่าเพิ​่มของสินค้าต่างหาก การแก้ไขปัญหาทั้งหมดจึงมิใ​ช่การพึ่งพารัฐแต่เพียงฝ่าย​เดียว เอกชนและทุกคนในประเทศนี้ก็​ต้องร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไ​ขปัญหาไปพร้อมๆกัน เพราะคงไม่มีผู้วิเศษที่ไหน​จะบันดาลให้ประเทศเจริญก้าว​หน้าโดยประชาชนไม่ทำอะไร</p>
<p>RT <strong>@Kanok Leelahakriengkrai</strong> ขอตอบเชิงวิชาการก่อนนะคร​ับ การคาดคะเนผมว่าไม่ผิดหลักว​ิชาการครับ อาจารย์ของผมที่ Kellogg ก็สอนการคาดคะเนโดยหลักวิชา​เหมือนกันครับ ปัญหาบ้านเมืองเราตอนนี้เป็​นการแทรกแทรงของรัฐเรื่องค่​าแรง ทำให้เกิด Supply Shift อละในเชิงเศรษฐศาสตร์จุลภาค​ Demand ก็จะค่อยๆ ปรับไปด้านซ้าย คือมีความต้องการจ้างที่น้อ​ยลง คราวนี้เรมาพิจารณาด้านการจ​้างงาน คุณสมชายพูดถูกครับ คือการศึกษาหรือทักษะทำให้เ​กิดการจ้างงานในราคามที่สูง​ขึ้น แต่กรณีเป็นการแทรกแซงของภา​ครัฐเพื่อดันค่าแรงตามประชา​นิยม ทำให้ผู้ประกอบการมีตัวเลือ​กได้มากขึ้นในขณะที่คนที่ไม​่ถูกเลือกจะตกงานครับ เพราะเขามองว่าไม่คุ้มกับกา​รจ้าง และที่ Demand Shift ไปด้านซ้ายก็เพราะเขาจะจ้าง​น้อยลงแต่ต้องการประสิทธิภา​พเท่าเดิมหรือสูงขึ้น ความยั่งยืนต้องพิจารณาองค์​รวม คือ GDP, การจ้างงาน, อัตราดอกเบี้ย, อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง​ประเทศ ที่ผมโพสไปอันต้นๆ ก็พูดไว้หมดแล้วถึงความเกี่​ยวข้องกันครับ</p>
<p>คราวนี้พูดถึงภาพเล็กบ้างคื​อผมเองในฐานะผู้ประกอบการ ต่อให้ค่าแรงขึ้น 300 ผมก็ไม่ปลดพนักงานระดับลูกจ​้างครับ เพราะบริษัทผม Outsource มานานแล้ว จุดแข็งของผระเทศไทยไม่ใช่ส​ิ่งทอครับ แต้่เป็น Design ครับ ผมจึงทำ Marketing &#038; Branding ไม้่ใช่ Manufacturing ซึ่งถ้ายัง Manufacturing แรงๆ สัดส่วนสูงๆ ผมว่าผมไปนานแล้วครับ แต่โครงสร้างราคากระทบแน่ๆ คือต้นทุนสูงขึ้น ของต้องแพงขึ้น แต่คนก็มีเงินมากขึ้นก็ซื้อ​ได้ ทำให้ผมบอกว่าจะเกิดเงินเฟ้​อในระดับสูงครับ ไม่เชื่อลองดูซิครับ ดูอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตร​ระยะยาว 10 ปี ก็ได้ จะกระทบก่อนเลยครับ ดอกเบี้ยจะได้เห็นระดับ 7-9% แน่ๆ แล้วอะไรๆ ก็จะตามมาอีกเยอะ เงินจะไหลเข้ามาก การลงทุนต่างชาติจะเข้ามา ค่าเงินจะอ่อนสลับแข็งค่อนไ​ปทางแข็งขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้ที่ผมบอกไงครับ ถ้าความได้เปรียบเชิงการแข่​งขันของเราไม่ ok เราเดี้ยงครับ และยาวด้วยครับ เพราะถ้าไม่มีความได้เปรียบ​ที่แท้จริง เศรษฐกิจจะเป็นฟองสบู่และบุ​ม!</p>
<p>ฉะนั้น การรักษาความเติบโตที่ยั่งย​ืนจึงต้องทำ 2 สิ่งคือ 1. เพิ่มการลงทุนจริงจังในทุกๆ​ ภาคส่วน และ 2. เพิ่ม Productivity ของประเทศ คือเน้นเรื่อง R&#038;D, Education, Long-term people investment และอีกมากมาย เพราะ&#8230;เพียงเราเพิ่ม Productivity ของภาพรวมของประเทศแค่ 1% อีก 70 ปีข้างหน้า GDP ของประเทศจะกลายเป็น 2 เท่าครับ อันนี้ไม่ใช่ความคิดผม ให้ไปอ่านหนังสือ &#8220;Growth Accelerations&#8221; ของ Hausmann, Pritchett, and Rodrick ครับ</p>
<p>RT <strong>@Somchai Vantasin</strong> ผมยังยืนยันว่า การเกิดเงินเฟ้อในภาพเล็ก (Micro-inflation)ไม่ใช่มาจ​ากค่าแรงขั้นต่ำที่ Shift ขึ้นมา แต่เพียงประการเดียว ผมจะตอบในเชิงข้อเท็จจริงที​่เกิดขึ้นเช่น น้ำมันปาลม์ ที่เราเคยซื้อบริโภคขวดละไม​่เกิน 25.0 บาท แต่ปัจจุบันน้ำมันปาล์มราคา​ 47 บาท ไม่ใช่เพราะค่าแรงที่ถูกปรั​บขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เป็นเพราะ มีกลุ่มผู้ผลิตและนักการเมื​องบางคนรู้ว่าน้ำมันปาล์มจะ​ขาดตลาด และขาดมากกว่าทุกปี จึงมีการนำเข้าแฝง จากประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่ง​ออกกลับไปเพื่อให้ขาดแคลนหน​ักขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตที่ต้องการก​อบโกยก็สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ​ไว้เป็นจำนวนมาก และเมื่อต่อมาฝ่ายการเมืองป​ล่อยให้มีการขึ้นราคาขายปลี​ก ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ น้ำมันปาล์มสำเร็จจึงทะลักอ​อกมาในตลาดประเภทไม่น่าเชื่​อได้เลยว่าวันเดียวจะผลิตได​้เป็นแสนเป็นล้านขวด ในทางทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ รัฐจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง​ราคาและกลไกตลาดของอุปสงค์อ​ุปทานบางประเภท แต่ต้องเข้าใจว่า ไม่ว่าจะเป็นอจ.ที่ Kellog หรือ ที่ Columbia (ซึ่งมีอจ.เศรษฐศาสตร์ระดับ​ Nobel price) ยังยอมรับว่า สิ่งที่สอนนั้นถูก limited ไว้ด้วยตัวแปรที่เราทำให้ไม​่เปลี่ยนแปลงเช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบาย การเข้าถึงสินค้าของผู้บริโ​ภคในทุกระดับ การแข่งขันที่เป็นธรรม เหล่านี้เป็นตัวแปรที่ไม่ได​้ใช้มาสอนในห้องเรียน ที่เห็นชัดก็คือ รัฐเองก็พยายามแก้ไข (ซึ่งก็ปลายเหตุ) โดยการออกพันธบัตรชดเชยเงิน​เฟ้อ เพื่อดูดซับสภาพคล่อง ซึ่งมาตราการนี้เป็นมาตรากา​รในการชะลอภาวะเงินเฟ้อ ผมยังยืนยันว่า นโยบายการขึ้นค่าแรงเป็นวัน​ละ 300 บาทเป็นนโยบายที่อย่างไรเสี​ยก็ต้องทำ เพียงแต่เป็นเรื่องของ timing เท่านั้น</p>
<p>อีกประเด็นก็คือ การที่เงินทุนต่างชาติไหลเข​้ามานั้น ปัจจัยใหญ่ๆ ก็คือ การที่ตลาดทุนของเรายังมีคว​ามน่าสนใจอยู่มากกว่าประเทศ​อื่นในภูมิภาคนี้ ซึ่งฝรั่งเรียกเงินนี้ว่า Hot Fund นั่นก็คือเข้ามาเร็วและออกเ​ร็ว การใช้การควบคุมอัตราแลกเปล​ี่ยนเป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะชะลอความร้อนแรง​ของการไหลเข้า แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และไม่ผลีผลามเหมือนที่เคยใ​ช้ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ แต่ต้องผ่านหน้าต่างเงิน และเครื่องมือการดำรงเสถียร​ภาพเงิน นอกจากนั้น ผมยังยืนว่า ประเทศไทยไม่เคยก้าวข้ามผ่า​น การติดบ่วงแร้วของการใช้แรง​งานราคาถูกอยู่ซึ่งนี่เป็นป​ัญหาของประเทศมามากกว่า 40 ปี ทั้งๆที่เรามีตัวอย่างที่ดี​มากๆ และองค์กรต่างๆซึ่งมีเพียงแ​ค่ไม่ถึง 10% ที่จะมีงบในการพัฒนา R&#038;D เพราะเมื่อมีกำไรก็ทำอยู่สอ​งสิ่ง คึอจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น และนำไปขยายกิจการในสิ่งที่​ตนเองไม่ถนัด</p>
<h2>มุมมองของค่าแรงขั้นต่ำและคุณภาพแรงงาน</h2>
</h3>
<p> คุณคิดว่า ณ ขณะนี้ แรงงานขาดแคลนหรือล้นตลาด ? </h3>
<p>คำถามนี้มีหลายคำตอบน่าสนใจครับ ตัวผมเองมองอยู่สองมุมก็คือ<strong> แรงงานที่ไร้ฝีมือนี้แหละที่ควรจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ ในขณะที่แรงงานมีฝีมือไม่น่าจะเข้ากฏเกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำนี้ </strong>ดังนั้นแนวคิดของการเพิ่มค่าแรงเป็น 300บาทต่อวัน ยังมีความกำกวมเล็กน้อยระหว่างความเป็นแรงงานมีฝีมือและไร้ฝีมืออยู่บ้าง (ซึ่งตรงกับความคิดเห็นของ @jerasak )</p>
<blockquote>
<h3>คำตอบต่อเรื่องแรงงานขาดแคลนหรือล้นตลาด?</h3>
<p>RT <strong>@Pa_Tok</strong>: ทั้งสองแบบนะ แต่คนละอาชีพ</p>
<p>RT <strong>@SoraidaSalwala</strong>: คิดว่าแรงงานมีแต่เขาเลือกงานค่ะ เลยดูเหมือนขาด</p>
<p>RT <strong>@sweetiejeep</strong>: ขาดแคลนอย่างมากมายค่ะ</p>
<p>RT <strong>@Nok77</strong>: แรงงานที่ขาดฝีมือ ความตั้งใจและความซื่อสัตยืล้นตลาด ส่วนแรงงานที่มีฝีมือ ความตั้งใจและความซื่อสัตย์ขาดแคลนมากๆ</p>
<p>RT <strong>@iamgooodview</strong>:  แรงงานมีฝีมือขาดแคลน ส่วนพวกคุณภาพไม่ถึงแต่จะเอาค่าแรงสูงๆ นายจ้างก็เลยไปจ้างต่างด้าวดีกว่า ฝีมือเท่ากันแต่ถูกกว่า</p>
<p>RT <strong>@Shaiwat</strong>: แรงงานไร้ฝีมือมีมากกว่าแรงงานมีฝีมือเฉพาะทางเยอะมากครับ</p>
<p>RT <strong>@l3oRToR</strong>: คิดว่าแรงงานธรรมดาล้นตลาด แต่แรงงานมีฝีมือขาดตลาดค่ะ และเลือกงานกันมากขึ้น</p>
<p>RT <strong>@lingjaidee</strong>: ขาดแคลนแรงงานคุณภาพ ทั้งในแง่ฝีมือ และความมุ่งมั่น
</p></blockquote>
<h3>ความเห็นเรื่องฝีมือแรงงานกับค่าแรงขั้นต่ำ</h3>
<p>RT <strong>@malimali</strong>: บางทีก็พูดยากเหมือนกันค่ะ อยู่ที่การปรับทัศนคติในการทำงานของผู้ใช้แรงงานด้วย จำนวนมากแค่ขอมีงานทำๆ จะห่วยก็ไม่สน ขอให้ได้เงิน อย่างคนงานก่อสร้าง มาทำงาน ก็ไม่มี skill ทำๆไปเบี้ยวๆมั่งอะไรมั่ง เดี๋ยวๆก็กลับไปทำนาบ้างอะไรบ้างละ กลับมางานห่วยเหมือนเดิม</p>
<p>RT <strong>@Shaiwat</strong>: ส่วนตัวผม ควรจำเป็นต้องแยกเกรดและทักษะของแรงงานออกมา แล้วประเมินค่าแรง ไม่ใช่ยกทั้งระบบครับ คำว่าคนไทยตกงาน ต้องไปดูเลยว่าตอนนี้สถิติภาคแรงงานประเทศเราขาดแคลนขนาดไหน สถิติลดลงเรื่อยๆทุกปี ไม่ใช่ไม่ต้องการ แต่ไม่มีคนสมัครต่างหาก สาเหตุให้อุตสาหกรรมบ้านเรา ต้องหันไปพึ่งบริการแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ยอมรับว่ามันถูกกว่าคุ้มกว่าจ้างคนไทยจริงๆ แต่เป็นคนไทยเองนี่แหละ ที่เอาตัวเองออกจากการเป็นผู้ใช้แรงงาน ต่อให้อัตราจ้างว่าง คนไทยก็ไม่ทำ สรุปคนไทยชอบงานสบายครับ</p>
<p>RT <strong>@jerasak</strong>: ค่าแรง300บ.: เป็นได้ว่า รบ.ปู อาจเลี่ยงให้แรงงานเข้าอบรมเพื่อรับ <a href="http://bit.ly/rjKKpf" rel="nofollow">อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน11สาขา </a>สำหรับแรงงานฝีมือ11สาขา จะเริ่มมีผล 28กค.54 ส่วนใหญ่เกิน 300บ./วัน *แต่ไม่ใช่ค่าแรงขั้นต่ำ* ที่ พท.อ้างจะได้ค่าแรง300บ./วัน ต้องเข้าอบรมก่อน ที่แท้คงอิงมาตรฐานฝีมือแรงงานที่มีอยู่แล้ว อาจเข้าข่ายหลอกลวง</p>
<h3>คลิป &#8220;ค่าแรงที่เป็นธรรม&#8221; จาก @Jerasak ล่าสุดขอที่ 441บ./วัน</h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Pqh2pEnKFgQ?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Pqh2pEnKFgQ?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>* เดี๋ยวมาเขียนต่อครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>instagram กับการสร้างรายได้แบบ Creative !! กรณีศึกษา @iNattt #iHear</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jun 2011 20:41:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9040</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนอาจงงว่า instagram ซึ่งเป็น Social  photo sharing app สุดฮอตของ iPhone นั้น ช่วยในการทำธุรกิจส่งออกกาฮองของ @iNattt ได้อย่างไร คำตอบคือการติดตามรูปภาพของผู้ใช้ instagram นั้น " ไร้พรมแดน "ยิ่งกว่า twitter ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>instagram กับสถิติอันน่ามหัศจรรย์</h2>
<div id="attachment_9045" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/kevin-systrom-and-mike-krieger.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/kevin-systrom-and-mike-krieger.jpg" alt="Kevin Systrom และ Mike Krieger" title="Kevin Systrom และ Mike Krieger" width="400" height="300" class="size-full wp-image-9045" /></a><p class="wp-caption-text">Kevin Systrom และ Mike Krieger</p></div>
<p>หลายๆคนอาจงงว่า instagram ซึ่งเป็น Social  photo sharing app สุดฮอตของ iPhone นั้นมีที่มาอย่างไร ลองอ่าน <a href="http://www.businessinsider.com/instagram-revenue-2011-6" rel="nofollow">instagram&#8217;s Growth Is Amazing, Business Model</a> และ <strong>instagram ปัจจุบันมีผู้ใช้ 5 ล้านคน มีภาพรวม 95 ล้านภาพ เเต่มีพนักงานเเค่ 4 คน! จากการ launch มาแค่ 8 เดือน !</strong> <a href="http://www.businessinsider.com/instagram-5-million-users-2011-6" rel="nofollow">http://www.businessinsider.com/instagram-5-million-users-2011-6</a></p>
<p>ผมเองก็ชอบ instagram มากเพราะ App นี้ถูกสร้างมาอย่างตั้งใจเพื่อที่จะให้คนได้เรียนรู้หนทางสู่ความเป็นนักสร้างสรรค์ภาพตัวยง พิสูจน์ได้จากน้องสาวผมเอง @k_kung ไม่เคย &#8220;อิน&#8221; กับ social media ตัวใดมาก่อนเลย เพิ่งซื้อ iPhone ได้ไม่นานก็ติด instagram มาก อัพเดททุกวันและยังเสียตังค์ให้กับ App ที่ใช้ถ่ายรูปมากมาย (เช่น <a href="http://itunes.apple.com/us/app/pro-hdr/id347104281?mt=8" rel="nofollow">Pro HDR</a>) เพื่อทำให้ instagram timeline ของตนเองน่าสนใจและมีคน Like มากขึ้น </p>
<h3>instagram มียอดแชร์สูงขึ้นใน twitter </h3>
<p><a href="http://gigaom.com/2011/07/05/on-twitter-and-elsewhere-instagram-growth-zooms/" rel="nofollow">จากบทความนี้</a> จะพบว่ายอดแชร์รูปใน twitter นั้น มาจาก instagram ถึง 10.49% แล้ว โดยมี twitpic (46.68%) และ yfrog (42.20%) ซึ่งเป็นยอดแชร์ที่ค่อนข้างสำคัญมากกับ Service ที่มีความจริงจังใน process การดำเนินการ และนี่คือสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้ง instagram ครับ</p>
<p><script src="http://player.ooyala.com/player.js?video_pcode=1ibGg6TBmDG3H5AnDrP2747_rPtP&#038;width=600&#038;view=channel&#038;deepLinkEmbedCode=U0MmhlMjo3pCmD1RQ3q6oQsBq4iHq7L2&#038;embedCode=U0MmhlMjo3pCmD1RQ3q6oQsBq4iHq7L2&#038;height=336"></script></p>
<h2> กรณีศึกษา Business Reality Show ของธุรกิจขายกาฮองโดยใช้ instagram </h2>
<p>@iNattt เองมี account<strong> instagram</strong> อยู่เช่นกันและช่วงที่เริ่มเล่นก็ใช้นโยบายแบบเดียวกับ twitter คือ follow แหลก และมีคน follow กลับจำนวนมากเช่นกัน และเน่ืองจากความที่ตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นฝึกฝนการเล่นกาฮอง (cajon) เพื่อมาเล่นร่วมกับผมมาตั้งแต่ประมาณสองปีก่อน นัทจึงโพสภาพการเล่นกาฮองกับวง #iHear เป็นประจำครับ ( <a href="http://www.inattt.com/2011/คาฮอง-cajon-kajon-กาฮอง/">อ่านที่มาของ cajon เครื่องดนตรีจากเปรูได้ที่บล็อก iNattt</a> )</p>
<div id="attachment_9047" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/art-cajon.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/art-cajon-533x800.jpg" alt="โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback" title="โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9047" /></a><p class="wp-caption-text">โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback</p></div>
<h3>โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback</h3>
<p>จากความเป็นคนช่างคิดช่วงประดิษฐ์ @iNattt ได้ลองทำกาฮองขึ้นมาและทำแบรนด์ของตนเอง พร้อมกับถ่ายรูปขึ้น instagram ทุกขั้นตอน มีหลายคนเริ่มสนใจในช่วงแรกจาก Blog ส่วนตัวของเขาก่อน พอลูกค้ามารับก็มีการถ่ายรูปอัพ instagram สร้างความน่าเชื่อถือ และเมื่อมี order มากขึ้นก็ตัดสินใจเปิดโรงงานกันเลยทีเดียว</p>
<div id="attachment_9048" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-customer.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-customer-533x800.jpg" alt="โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง" title="โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9048" /></a><p class="wp-caption-text">โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง</p></div>
<h3>โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง</h3>
<div id="attachment_9053" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-industry.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-industry-533x800.jpg" alt="โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้" title="โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9053" /></a><p class="wp-caption-text">โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้</p></div>
<h3>โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้</h3>
<p>การโพส instagram ของ @iNattt นั้น<strong>ทำเหมือน Business Reality Show</strong> คือเมื่อคนมาเห็น timeline จะสามารถติดตาม Product ของตนเองได้ตลอดตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ ติดตามการเข้ามาของวัสดุต่างๆได้ และยังติดตามการใช้งานจริงจาก @iNattt ซึ่งเปลี่ยนกาฮองไปเรื่อยๆเวลาไปเล่นกับวง #iHear ในทุกอาทิตย์และมักจะเป็น &#8220;จุดส่งมอบกาฮอง&#8221; อยู่เป็นประจำ</p>
<p><div id="attachment_9049" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-ind-maple.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-ind-maple-533x800.jpg" alt="วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที" title="วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9049" /></a><p class="wp-caption-text">วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที</p></div><br />
วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที</h3>
<div id="attachment_9050" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/inter-cajon.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/inter-cajon-533x800.jpg" alt="ลูกค้าชาวต่างชาติสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขายทันที" title="ลูกค้าชาวต่างชาติสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขายทันที" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9050" /></a><p class="wp-caption-text">ลูกค้าสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขาย</p></div>
<h3>ลูกค้าสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขาย</h3>
<div id="attachment_9055" class="wp-caption alignnone" style="width: 316px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-spain.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-spain.jpg" alt="ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน" title="ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน" width="306" height="306" class="size-full wp-image-9055" /></a><p class="wp-caption-text">ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน</p></div>
<div id="attachment_9052" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-port.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-port-533x800.jpg" alt="นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ" title="นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9052" /></a><p class="wp-caption-text">นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ</p></div>
<h3>นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ</h3>
<h2> instagram สร้างตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นกับสเปนให้กับ @iNattt </h2>
<p>Social Tools โดยทั่วไปเช่นการเป็น facebook friend เราก็จะติดตามเพื่อนและคนรู้จักส่วนการ follow twitter เรามักติดตามเพื่อน หรือคนดังที่จำกัดอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ในขณะที่<strong>การ follow instagram นั้นจะเป็นการติดตามที่ไม่จำกัดแค่คนไทย เพราะรูปภาพเป็นภาษาสากล</strong> ใครที่ถ่ายรูปสวยมากคนที่เล่น instagram มักจะ follow กันเยอะ</p>
<p>และคนญี่ปุ่นเองชื่นชอบ instagram เป็นอย่างมากครับ ทำให้ @iNattt ได้รับ Order จากญี่ปุ่นให้ส่งกาฮองไป และยังได้รับ Order จากสเปนด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมการเล่นดนตรีของชาวสเปน และสเปนก็ติดอันดับ Top 10 ผู้ใช้ instagram เช่นกัน ส่วนชาวสิงคโปร์นั้นกำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นครับ</p>
<div id="attachment_9051" class="wp-caption alignnone" style="width: 561px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/japan-cajon.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/japan-cajon.png" alt="@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ" title="@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ" width="551" height="231" class="size-full wp-image-9051" /></a><p class="wp-caption-text">@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ</p></div>
<h2>สถิติผู้ใช้ instagram สิงคโปร์อันดับ 1 ตามด้วย ญี่ปุ่นอันดับ 2</h2>
<div id="attachment_9043" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/instagram-interest-worldwide1.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/instagram-interest-worldwide1-600x226.jpg" alt="สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง" title="สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง" width="600" height="226" class="size-medium wp-image-9043" /></a><p class="wp-caption-text">สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง</p></div>
<p>ข้อมูลมาจาก <a href="http://www.nuwomb.com/instagram-search/" rel="nofollow">สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ instagram ทั่วโลก</a></p>
<h3> ระบบ hashtag ของ instagram ทำให้ผู้คนทั่วโลกค้นพบเครื่องดนตรีชนิดนี้ </h3>
<p>ระบบ hashtag ของ instagram เพียงแค่เราใส่ชื่อเครื่องดนตรีอย่างเช่นกาฮอง #cajon เข้าไป ภาพกาฮองจากทั่วโลกก็จะหลั่งไหลเข้ามา และนั่นคือช่องทางจัดจำหน่ายให้กับคนที่สนใจ ลองคิดดูว่าคน 5ล้านที่ใช้ instagram ซึ่งมีนักดนตรีหัวศิลป์จำนวนมากก็จะมีโอกาสเจอครับ</p>
<p>ลองเชิร์ทใน http://web.stagram.com/cajon หรือกด #cajon App จะรวบรวมรูปออกมาดังภาพ</p>
<div id="attachment_9044" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-instagram.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-instagram-533x800.jpg" alt="ภาพ cajon ใน instagram" title="ภาพ cajon ใน instagram" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9044" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพ cajon ใน instagram</p></div>
<p>สรุปได้ก็คือ ถ้าเราสามารถพลิกแพลง Social Tools ต่างๆให้เหมาะกับธุรกิจตนเองได้ก็สามารถใช้เป็นช่องทางสร้างแฟนคลับและความไว้วางใจได้เสมอครับ โดยเฉพาะ instagram จะเหมาะกับช่องทางด้านศิลปะและดนตรีมากเป็นพิเศษ ทั้งยังมีความไร้พรมแดนต่างจาก twitter และ facebook อีกด้วย @iNattt เองปัจจุบันสามารถขายกาฮองส่งออกได้วันละหลายตัวโดยมีราคาเฉลี่ยที่ 5000 &#8211; 10000 บาทอย่างสบายครับ</p>
<h2>น่าสนใจเกี่ยวกับ instagram</h2>
<p><a href="http://instagramers.com/destacados/instagram-5-0-english-how-to-become-most-popular-in-instagram/" rel="nofollow">How to become the most popular in Instagram</a><br />
<a href="http://thenextweb.com/apps/2011/02/24/instagram-opens-its-api-for-a-more-connected-and-transparent-world/" rel="nofollow">Instagram opens a realtime API for a more connected and transparent world</a><br />
<a href="http://www.nuwomb.com/instagram/" rel="nofollow">รวมเว็บให้บริการภาพที่น่าสนใจสร้างโดยเชื่อม API instagram</a> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>TMB กับการ rebranding แบบนุ่มๆ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/tmb/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/tmb/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 22:01:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8602</guid>
		<description><![CDATA[การตลาดในยุคปัจจบันค่อนข้างซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคสื่อ Social เป็นผู้ที่แสดงความไม่พอใจได้ง่ายและ Sensitive มากขึ้น แต่จาก Campaign ที่ผ่านมาก็ยอมรับครับว่าธนาคารทหารไทยมีภาพลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิมบ้างแล้ว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ใครผ่าน TMB หรือเห็นป้ายโฆษณาสีน้ำเงินที่มีคุณ สัญญา คุณากร ยืนถือธนบัตรต่างๆพร้อมข้อความที่เราน่าจะจำได้อย่าง <strong>0% ค่าธรรมเนียม</strong> ลองย้อนกลับไปมองอีกครั้งว่าก่อนหน้านั้นสักสองปี TMB ยังมีภาพลักษณ์เป็นแบ๊งค์ทหารเก่ากึ๊กอยู่เลยนะครับ</p>
<div id="attachment_8617" class="wp-caption alignnone" style="width: 337px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/sanya-tmb.png" alt="คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB" title="คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB" width="327" height="373" class="size-full wp-image-8617" /><p class="wp-caption-text">คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB</p></div>
<p>TMB เริ่ม rebranding มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ( หลังจากมีกระแสกดดันเรื่องแบ๊งค์ต่างๆ rebranding กันยกใหญ่ แถมแบ๊งค์ที่ใช้โทนสีน้ำเงินฟ้ามีอยู่ 3 แบ๊งค์ต้องช่วงชิงพื้นที่กัน ) โดยเอเจนซี่ค่อนข้างมีความเข้าใจจุดขายของการเป็นธนาคารที่สนับสนุนโดยรัฐฯ ( <a href="http://www.tmbbank.com/ir/share-info/major-shareholders.php" rel="nofollow">กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่</a> ) นั่นคือความได้เปรียบในเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆนั่นเอง</p>
<p>TIGERiDEA เองก็มีโอกาสได้ทำโปรเจ็ค TMB ในช่วง Rebranding นี้พอดีเช่นกัน โดยการดีไซน์เว็บในส่วนหนึ่งของคุณเม่นถือได้ว่า &#8220;นำร่อง&#8221; หรือทำก่อนโมดูลอื่นๆอยู่เป็นระยะหนึ่ง และมีการปรับให้เข้ากับเว็บใหญ่ระหว่างที่ทำครับ ถึงแม้ว่าการจบโปรเจ็คจะยากพอสมควรแต่ก็จะได้เล่าในโอกาสต่อไป</p>
<div id="attachment_8611" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/tmb-template.jpg" alt="template module" title="template module" width="600" height="315" class="size-full wp-image-8611" /><p class="wp-caption-text">template module by TiGERiDEA</p></div>
<p>สำหรับเว็บ tmb เอง การใช้ชื่อ tmbbank.com ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ธนาคารทหารไทยตั้งมาโดยจอมพลสฤษดิ์ซึ่งมี<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/สฤษดิ์_ธนะรัชต์" rel="nofollow">ประวัติที่น่าสนใจ</a> โดยเบื้องต้นเป็นธนาคารที่ตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริหารทางการเงินแก่หน่วยงานทหาร ต่อมาจึงได้ขยายเป็นธนาคารรองรับลูกค้ามาตรฐาน</p>
<p>ด้านล่างเป็นหน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน มีหลายคนได้ลองไปใช้ ebanking ของ TMB ก็มีคนชอบพอสมควรเลยนะครับ</p>
<div id="attachment_8615" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/tmb-web-600x305.png" alt="หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน" title="หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน" width="600" height="305" class="size-medium wp-image-8615" /><p class="wp-caption-text">หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน</p></div>
<p>แคมเปญพวกที่ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่เอเจนซี่หยิบยกขึ้นมาพูดได้อย่างค่อนข้างเหมาะเจาะเพราะเป็นความได้เปรียบของแบ๊งค์ด้วยจริงๆ และกิจกรรมเชิงมาร์เก็ตติ้งนั้นก็ทยอยกันออกมาเป็นกองทัพ Social Media เหมือนกัน</p>
<h2>แคมเปญ TMB Social Marketing</h2>
<h3>“Make THE Difference – พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น”</h3>
<p>ตามที่ผมได้ศึกษามา TMB ขยายแนวคิดมาจาก key หลักคือ “Make THE Difference – พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น” และแนวคิดการบริหารโดยลูกค้าเป็นศูนย์กลางหรือ &#8221; Cutomer Centric&#8221;  ทำให้ธนาคารต้องพยายามจะสร้างความแตกต่างในทุกอย่างที่ลูกค้าได้เข้าไปสัมผัส</p>
<blockquote><p>
Theme : การนำเสนอของธนาคารเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการ กล้าที่จะคิดและทำสิ่งที่ แตกต่าง สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และหลุดออกจากกรอบของความคิด เปลี่ยนคำว่าเป็นไปไม่ได้ ให้มีแต่คำว่า เป็นไปได้ อยู่เสมอ จากจุดเปลี่ยนความคิดเพียงเท่านี้ ทุกคนก็จะสามารถเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีขึ้นได้       </p></blockquote>
<div id="attachment_8621" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/TMB-3D-600x245.png" alt="การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D" title="การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D" width="600" height="245" class="size-medium wp-image-8621" /><p class="wp-caption-text">การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D</p></div>
<h3> นำเสนอเว็บ makeTHEdifference.org </h3>
<p>จากความคิดเบื้องต้น เนื่องจากธนาคารเองไม่สามารถทำได้ในเว็บที่เป็นทางการของธนาคาร เลยพยายามนำเสนอเว็บ www.makeTHEdifference.org และสร้าง campaign ให้คนแชร์เรื่องราวของนักบอลกลุ่มนี้ (หลายๆคนคงเคยเห็นบนทีวีใน BTS) ให้มากสุด ใครแชร์มากสุดได้รางวัล ( รับตั๋วบินรอบโลก มูลค่า 500,000 บาท หมดเขต 31 มีนาคม นี้ )   แน่นอนว่าการตลาดเป็น<a href="http://iamia.wordpress.com/2010/08/28/intrusively-permission-marketing/" >แบบ Intrusive</a> พอควรครับ แต่ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของผู้บริโภคกับเพื่อนๆของผู้บริโภคนะ</p>
<h3> กิจกรรมบน fanpage และ twitter </h3>
<p> มี fanpage แชร์เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ และคำคมต่างๆ  ที่ <a href="http://www.facebook.com/TMBMakeTHEDifference" rel="nofollow">http://www.facebook.com/TMBMakeTHEDifference</a> และยังมีกิจกรรมร่วมรับรางวัลจากเมเจอร์ซีนีเพล็คถ้า RT <a href="http://twitter.com/tmb_mtd" rel="nofollow">@TMB_MTD</a> อีกด้วย และปิดท้ายด้วย hashtag ยาววว อย่าง #MakeTHEDifference ซึ่งถ้าทวีตโดยมี hashtag นี้ก็ยังมีรางวัลให้วันละ 3 รางวัลอีกด้วย</p>
<div id="attachment_8620" class="wp-caption alignnone" style="width: 389px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/@TMB_MTD.png" alt="@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ" title="@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ" width="379" height="324" class="size-full wp-image-8620" /><p class="wp-caption-text">@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ</p></div>
<h3> VDO บน YouTube และรูปบน Flickr </h3>
<p>VDO ตัวนี้เป็น series ให้คนติดตามครับ ดูแล้วบางคนก็เกิดความรู้สึกที่ดีได้เช่นกัน ( ในแบบไทยๆนะ ) ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าบางทีจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่พอมีอายุนิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่ฉายคนก็ดูสนใจดีแบบไม่ถูกกระตุ้นให้เหนื่อยมากเกินไป</p>
<h3><em>ตอนที่1 ปั้นฝัน</em> </h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/BCMUPt1hRVA?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/BCMUPt1hRVA?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่2 ปลุกพลัง</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/xseS4MYYiVU?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/xseS4MYYiVU?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่3 เป็นไปได้</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/uS6Z-FdnWyg?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/uS6Z-FdnWyg?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่ 4 เปลี่ยนโลก</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/znQWTlsUP34?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/znQWTlsUP34?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>สำหรับ VDO ทั้งสี่ตัวทำได้อารมณ์ที่แตกต่างดี แต่มีจุดย้อนแย้งเล็กน้อยสำหรับผม คือเนื่องจากเด็กเก่งโดยใช้จุดแข็งจากการเล่นบนลานที่มีตะปูและถอดรองเท้า หลังจากไปแข่งประสบความสำเร็จแล้วมีสนามคราวนี้จะเก่งน้อยลงหรือเปล่าน่ะสิ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>และยังมีช่องทาง Flickr สำหรับคนอยากดูหรือโหลดรูปได้ด้วย ถึงแม้ว่า Flickr จะไม่ถึงกับได้รับความนิยมมากในไทยแต่ก็เรียกว่าทำไว้ครอบคลุมทั้งหมดได้ดีครับ <a href="http://www.flickr.com/tmbmakethedifference" rel="nofollow">http://www.flickr.com/tmbmakethedifference</a></p>
<h2> บทสรุป TMB แคมเปญครั้งนี้ </h2>
<p>การพัฒนาองค์กรและภาพลักษณืระดับนี้ค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องพัฒนาหลายๆส่วนพร้อมกัน รวมทั้งองค์กรภายในด้วย ( ซึ่งองค์กรภายในน่าจะทำได้ยากกว่ามาก ) ในส่วนของการทำ Campaign นั้นมีพื้นฐานวิธีคิดจากเอเจนซี่ในแบบคลาสสิคและมีตัว Content หลักที่ไปในทางช่วยให้แรงบันดาลใจซึ่งค่อนข้างจัดว่า &#8221; นุ่มนวล &#8221; สำหรับสังคมไทย อาจทำให้การ Viral ไม่ถึงกับแรงมากในกลุ่มผู้ใช้ Social ทีเดียวนัก ( เพราะพวกนี้ถูกกระตุ้นทุกวันจนเริ่มชิน ) แต่น่าจะไป impact ในกลุ่มที่เสพสื่อกระแสหลักมากกว่า </p>
<p>ในส่วนของ Social Media นั้น ความจริงการใช้วิธีทาง Social ในลักษณะ intrusive มีกระแสวิพากย์วิจารณ์กันพอสมควรในช่วงที่ผ่านมาก แต่กระแสของ TMB ยังไม่ถึงกับแรงมาก ซึ่งก็แลกมาด้วยความนุ่มนวลของความรู้สึกของ influencer และอาจจะส่งผลต่อความรู้สึกดีของกลุ่มเป้าหมายได้บ้างครับ</p>
<p>การตลาดในยุคปัจจบันค่อนข้างซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคสื่อ Social เป็นผู้ที่แสดงความไม่พอใจได้ง่ายและ Sensitive มากขึ้น แต่จาก Campaign ที่ผ่านมาก็ยอมรับครับว่าธนาคารทหารไทยมีภาพลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิมบ้างแล้ว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/tmb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Foursquare Marketing Campaign ของ Kbank : Case Study</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/4sq-kbank/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/4sq-kbank/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2011 08:29:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[foursquare]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7649</guid>
		<description><![CDATA[เช็คอินด้วยสมาร์ทโฟนที่สาขาของ Kbank ที่กำหนด 10,000 คนแรก สามารถมาแลกหมอนเมเยอร์ได้ทันทีถึงวันที่ 28 กพ  ธนาคารกสิกรไทย เพิ่ม Promotion กับลุกค้าที่ใช้บริการโฟร์สแควร์ (Foursquare)  จุดประสงค์เพื่อเน้นความสะดวกให้สืบค้นสาขาทั่วประเทศด้วยสมาร์ทโฟน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_7655" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-medium wp-image-7655" title="หมอน kbank mayor" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/Pillow_kbank_Mayor-600x356.jpg" alt="ผู้ที่เข้ามา Check in ณ สาขาที่กำหนด จะได้รับของที่ระลึก เป็นหมอน KBank-Mayor ฟรี 1 ใบ Check-in ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2554 หรือจนกว่าของจะหมด " width="600" height="356"><p class="wp-caption-text">ผู้ที่เข้ามา Check in ณ สาขาที่กำหนด จะได้รับของที่ระลึก เป็นหมอน KBank-Mayor ฟรี 1 ใบ Check-in วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2554 หรือจนกว่าของจะหมด </p></div>
<h2>เมื่อ Location Base จับต้องได้</h2>
<p>นับเป็นครั้งแรกของการดึง Location Base Social tools อย่าง <strong><a href="http://www.ipattt.com/2010/foursquare/">Foursquare </a></strong>ลงมาแตะองค์กรใหญ่อย่าง<strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong> เป็นการ sync กันระหว่าง Retail เชิงพื้นที่และโลก Online โดยการให้ผู้ใช้ F<strong>oursquare Check-in เพียงครั้งเดียว แล้วทาง Kbank จะแจกหมอน Mayor </strong></p>
<div id="attachment_7650" class="wp-caption alignnone" style="width: 514px"><img class="size-full wp-image-7650" title="เช็คอิน FourAquare ที่สาขาต่างๆของ Kbank แล้วรับหมอนเมเยอร์ 10,000 คนแรก" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/4SQ_kbank.png" alt="เช็คอิน FourAquare ที่สาขาต่างๆของ Kbank แล้วรับหมอนเมเยอร์ 10000 คนแรก" width="504" height="710"><p class="wp-caption-text">เช็คอิน FourAquare ที่สาขาต่างๆของ Kbank แล้วรับหมอนเมเยอร์ 10000 คนแรก</p></div>
<p><strong>เช็คอินด้วยสมาร์ทโฟนที่สาขาของ Kbank ที่กำหนด 10,000 คนแรก สามารถมาแลกหมอนเมเยอร์ได้ทันที ถึง 28 กพ</strong></p>
<h2>Kbank สาขาที่ร่วมโครงการ Foursquare</h2>
<p>1)    สาขามาบุญครองเซ็นเตอร์<br />
2)    สาขาสยามแสควร์<br />
3)    สาขาสยามพารากอน<br />
4)    สาขาเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์<br />
5)    สาขาเซ็นทรัลเวิร์ด<br />
6)    สาขาเซ็นทรัล ชิดลม<br />
7)    สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' />    สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า<br />
9)    สาขาเซ็นทรัล บางนา 2<br />
10) สาขาเซ็นทรัล รามอินทรา<br />
11)  สาขาเซ็นทรัล พระรามที่ 2<br />
12)  สาขาเซ็นทรัล พระรามที่ 3<br />
13)  สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว**<br />
14)  สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ<br />
15)  สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์งาน<br />
16)  สาขาเดอะมอลล์ ท่าพระ<br />
17)  สาขาเดอะมอลล์ บางแค<br />
18)  สาขาท๊อป มาร์เก็ต เพลส สีลม<br />
19)  สาขาฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต<br />
20)  สาขาดิ อเวนิว รัชโยธิน</p>
<div id="attachment_7653" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-medium wp-image-7653" title="คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ Promotion FourSquare Kbank" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/KBank_Foursquare-600x399.jpg" alt="คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ Promotion FourSquare Kbank" width="600" height="399"><p class="wp-caption-text">คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ Promotion FourSquare Kbank</p></div>
<h2>Marketing ด้วย Niche market ทว่า Viral ทรงพลัง</h2>
<p>Marketing ดังกล่าวเป็นการดึง Awareness ด้านความทันสมัยของลูกค้าที่ใช้ Smart phone อย่างเร่งด่วน ให้มีความผูกพันธ์กับ Brand และสถานที่ตั้งมากขึ้น และการได้รับแจกของที่น่ารักยังเป็นการทำให้เกิดการถ่ายภาพและเกิดกระแส viral ออกไปอย่างกว้างขวาง</p>
<div id="attachment_7662" class="wp-caption alignnone" style="width: 382px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/mayer-kbank.png" alt="รูปใน facebook ของ @Aircoolsa" title="รูปใน facebook ของ @Aircoolsa" width="372" height="498" class="size-full wp-image-7662"><p class="wp-caption-text">รูปใน facebook ของ @Aircoolsa </p></div>
<p>เมื่อกลับมาที่ปรัชญาพื้นฐาน การตลาดเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน เนื่องจากเป็นยุคที่คนแต่ละระดับของสังคมได้เข้ามาสู่กระแส Social Network และเกิดความตื่นเต้นเมื่อได้สัมผัสกับการสื่อสารกระแสใหม่ๆ</p>
<blockquote><p><a href="http://www.isriya.com/">@Markpeak</a> ได้เล่าว่าเวลานัดสัมภาษณ์ VIP อย่าง @Korbsak หรือ @Apirak_bangkok ลองนัดทาง twitter จะนัดได้ง่ายมากครับ เพราะท่านจะกระตือรือร้นต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆและช่องทางการติดต่อใหม่ๆ</p></blockquote>
<p>นอกจากนี้การที่คนจำนวนหนึ่งที่เล่น foursquare ซึ่งเทียบกันแล้วอาจจะยังน้อยถ้าเทียบกับผู้เล่น twitter หรือ facebook ดังนั้นเมื่อมีกิจกรรมที่ตนเองน่าจะได้รับประโยชน์ก็จะพุ่งเข้าไปหามันทันที ( เช่นเดียวกับผู้ที่ใช้รถยี่ห้อที่หายากผู้ใช้มักจะแต่งรถเป็น % ค่อนข้างสูง ถ้ามีร้านรับแต่งตรงรุ่นชัดเจน ) และไม่รอช้าที่จะแชร์ให้ผู้อื่นได้เห็นเมื่อตนเองได้รับผลประโยชน์นั้นๆเพื่อแสดงถึงรสนิยมที่ดี</p>
<p>ทั้งหมดดูเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกองค์กรน่าจะทำ แต่การทำ Campaign marketing ทุกอย่างมีต้นทุนของมันอยู่ครับ ดังนั้นการรุกลงทุนในสิ่งใหม่ๆจึงขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นอย่างมาก ผู้บริหารต้องลงมีอศึกษาหรือเข้าใจปรากฎการณ์ใหม่ หรือมิเช่นนั้นก็ต้องวางใจใน Agency ที่เสนอโครงการให้เป็นอย่างดี หรือระดับ Kbank อาจซื้อ Package Social Marketing จาก Agency ก็จะไม่ต้องคิดมากเรื่องนี่ก็เป็นไปได้ครับ</p>
<div id="attachment_7654" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-medium wp-image-7654" title="คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ ลูกค้าที่ได้รับหมอนที่สาขา สยามสแควร์" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/KBank_Foursquare_Customer-600x399.jpg" alt="คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ ลูกค้าที่ได้รับหมอนที่สาขา สยามสแควร์" width="600" height="399"><p class="wp-caption-text">คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ กับ ลูกค้าที่ได้รับหมอนที่สาขา สยามสแควร์</p></div>
<h2>ประมาณการความคุ้มค่าของ Campaign Kbank Foursquare</h2>
<p>โปรโมชั่นนี้มีการแจกหมอน 10,000 ใบ สมมติถ้าคิดต้นทุนว่าหมอนใบละ 50 บาท ( สมมตินะ ผมไม่ทราบว่าของจริงเท่าไหร่ ) เท่ากับลงทุน 500,000 บาท พร้อมกับ Campaign Art Director อีกนิดหน่อยเช่น 50,000 บาท เท่ากับลงทุน 550,000 บาท แต่จะทำให้มีคนมาผูกพันธ์กับธนาคารในแบบ Location Base ถึงอย่างน้อยหมื่นคน ( ซึ่งมีการบันทึก account โดยอัตโนมัติไว้ใน Foursquare ของ Kbank แต่ละสาขา แต่ยังไม่ทราบว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตหรือไม่ ) คนหมื่นคนมีการ Check in และลิงก์กับ twitter และ facebook สมมติว่าแต่ละคนมีเพื่อนคนละ 100 คน เท่ากับมีโอกาสที่จะมีคนเห็น Viral ของ Kbank ทั้งหมด 1,000,000 คนในชั้นแรก และแน่นอนว่าคนที่เล่น Foursquare นั้นเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญกับ Social Network ในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามการประมาณการของผมด้านบนยังได้ในแง่ Awareness ของ Brand ต่อ Social network เท่านั้น แต่ในแง่ของการติดต่อสื่อสาร Foursquare ของของ Kbank แต่ละสาขา จะเป็นตัวปล่อยข่าวสารโปรโมขั่นแต่ละสาขาได้เป็นอย่างดีในอนาคต</p>
<p>สำหรับ <strong>Brand Love</strong> ( หัวข้อย่อยหนึ่งของ Brand Awareness ) คราวนี้จะมีการร่วมมือกันจากการเช็คอินที่ Kbank สาขา Siam Square โดยมีการทำบัตรเดบิท ( Electronic ) K-My Debit Card Foursquare Limited Edition เพื่อให้ผู้ที่มาเช็คอิน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเมืองไทย แต่มีจำนวนบัตรเพียง 50 ใบเท่านั้น ( และน่าจะหมดไปแล้ว ) ซึ่งผู้ที่ใช้ Foursquare เมื่อรวม Brand กับ Kbank จะทำให้เกิดความพึงพอใจและเกิดความรู้สึก Privilage &#8220;ในใจ&#8221; ขึ้นเป็นอย่างมาก</p>
<h2>ข้อแนะนำสำหรับ Campaign Foursquare Kbank</h2>
<p>ข้อพิจารณาสำหรับผมนอกจากเรื่องของ Brand Kbank เองมีอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่เล่นอินเตอร์เน็ทจะมีความผูกพันธ์กับสาขาของ Kbank แล้วได้ value มากเพียงใด ? เนื่องจากในยุคปัจจบันผู้ใช้อินเตอร์เน็ทเองก็ทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ท ผมเองก็ไม่เคยไปสาขา Kbank ที่ตนเองเปิดบัญชีไว้มามากกว่า 3 ปีแล้ว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ( แถมยังทำสมุดบัญชีหายไปตั้งนานแล้ว ) ดังนั้นผมเองคิดว่าการทำ Marketing Campaign ในระยะต่อไปน่าจะมีการทำธุรกรรมพ่วงกับบริษัทที่อยู่ในระแวกของ Kbank สาขาต่างๆเพิ่มกว่านี้  เพราะบริษัทยังมี Value ต่อสาขาอย่างเป็นรูปธรรมอยู่ เช่นผู้บริหารบริษัทที่มี Foursquare บริษัทอยู่ใกล้เคียง Kbank สามารถมา Joint Foursquare ร่วมกันได้ด้วย Promotion อะไรสักอย่างหนึ่งครับ</p>
<p>สำหรับการเตรียมการก่อนทำ  Campaign นี้ก็ต้องมีเช่นกัน ถ้าเราลองเข้า FourSquare จะเห็นว่าในแต่ละสถานที่จะสามารถที่จะ Claim เป็นเจ้าของสถานที่ได้ ดังนั้น Kbank ควรจะต้องเข้าไปทำการ Claim ความเป็นเจ้าของสถานที่ก่อน (ซึ่งน่าจะยังไม่ครบ) เพื่อที่จะอัพเดทหน้า FourSquare และใส่ข้อมูลข่าวสารต่างๆอันจะเป็นประโยชน์ก่อนที่จะมีผู้มาเช็คอินได้ และเมื่อมีการเช็คอินก็จะเกิด Viral ลิงก์ที่ประกอบด้วยข่าวสารนั้นออกไป</p>
<p>ส่วนข้อแนะนำอันสุดท้าย ลองดูคอมเม้นท์ของ @muenue ด้านล่างสุดได้ครับ</p>
<blockquote>
<h2>เนื้อข่าว Foursquare Marketing Campaign ของ Kbank</h2>
<h3>กสิกรบุกเครือข่ายสังคม “โฟร์สแควร์” หนุนลูกค้าสืบค้นสาขาผ่านสมาร์ทโฟน</h3>
<p>ธนาคารกสิกรไทย จับเทคโนโลยีใกล้ตัวลูกค้า เพิ่มบริการผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โฟร์สแควร์ (Foursquare) ยกระดับบริการ เน้นความสะดวกให้สืบค้นสาขาทั่วประเทศด้วยสมารทโฟน เสริมกิจกรรมสุดเก๋ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ พร้อมออกบัตรใหม่ “เค มาย เดบิต โฟร์สแควร์ ลิมิเตดอิดิชั่น( K-My Debit Card Foursquare Limited Edition)”</p>
<p>ธนาคารกสิกรไทยมุ่งหวังการให้บริการลูกค้าอย่างดีเลิศรอบด้าน ดังนั้นเมื่อปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีจากสมาร์ทโฟน ซึ่งลูกค้าสามารถพกพาไปได้ทุกที่ ธนาคารกสิกรไทย ผู้นำในโลกดิจิตอล แบงค์กิ้งของไทย จึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการให้ตอบสนองความต้องการของลุกค้า โดยหนึ่งในแอพพลิเคชั่นที่กำลังมาแรงในขณะนี้คือ “โฟร์สแควร์” (Foursquare) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถแสดงตำแหน่งสถานที่ของผู้ใช้งาน หรือ Location-Based Service (LBS) และให้ผู้ใช้สามารถ Check in แสดงสถานที่ที่ตนเองอยู่ รวมถึงสามารถเขียนข้อความไว้ในสถานที่เหล่านั้นบนโปรแกรมโฟร์สแควร์เหมือนเว็บบอร์ด และยังสามารถแชร์โลเคชั่นของตนผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ทเวิร์คอย่าง Facebook และ Twitter ได้ด้วยนั้น มีการเติบโตและมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการถึง 6,000,000 รายทั่วโลก และมีผู้ใช้มากกว่า 100,000 รายในประเทศไทย</p>
<p>นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น โฟร์สแควร์ ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของตลาดสมารท์โฟน ดังนั้นทางธนาคารจึงได้เปิดตัว เค แบ็งก์ โฟร์สแควร์ (KBank Foursquare) ของธนาคารขึ้น โดยมีการเพิ่มสาขาของธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ ลงในแอพพลิเคชั่น  โฟร์สแควร์ ซึ่งจะมีรายละเอียดที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกับสาขา และในอนาคตอันใกล้นี้ ลูกค้าจะสามารถหาตู้ เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย ผ่านทางแอพพลิเคชั่น โฟร์สแควร์ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสามารถมาติดต่อกับทางธนาคาร ได้ง่ายขึ้น ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเอง ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน ก็จะสามารถรู้ได้ว่าตำแหน่งของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาที่ใกล้ที่สุดอยู่จุดใด</p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคารยังจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเปิดตัว เค แบ็งก์ โฟร์สแควร์ โดยผู้ที่ใช้ โฟร์สแควร์ สามารถแวะเข้ามา เชค-อิน ได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย 20 สาขา ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพมหานคร อาทิ สาขาสยามแสควร์ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิล์ด เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลพระราม 2 เพื่อรับของที่ระลึก “หมอน KBank Mayor” สุด cool ฟรี 1 ใบ โดยกิจกรรมจะมีขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2554 นี้</p>
<p>นายศีลวัตกล่าวเพิ่มเติมว่าในโอกาสนี้ ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ K-My Debit Card Foursquare Limited Edition สำหรับกิจกรรมพิเศษนี้โดยเฉพาะ พร้อมให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมบัตรเป็นพิเศษ จาก 150 บาท เหลือเพียง 100 บาท สามารถสมัครหรือเปลี่ยนบัตรได้เฉพาะสาขาสยามสแควร์ จำนวนจำกัดเพียง 50 ใบเท่านั้น</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมดังกล่าว สามารถเข้าร่วมกิจกรรม ได้เข้าร่วม เชค-อิน ที่สาขา หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ KBank Live <a rel="nofollow" href="http://www.facebook.com/kbanklive">http://www.facebook.com/kbanklive</a></p></blockquote>
<h2> ความก้าวหน้าของ Kbank ในการพยายามเป็นผู้นำด้าน Internet banking</h2>
<p>ที่ผ่านมา Kbank มักเป็นเจ้าแรกๆในการพยายามทำให้ Brand เป็นผู้นำด้าน Internet Banking มาตลอด ทั้งด้าน Kcyber และ Kbiznet ที่ทำได้ค่อนข้างเวิร์คกว่าคนอื่น และครั้งหนึ่งผมเคยไป Kbank สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ปรากฎว่าพนักงานที่สาขาเข้ามาถามและจับลง App iPhone ของ Kbank +คอนเฟิร์มรหัสทางตู้ Atm ให้เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นการรุกถึงกลุ่มเป้าหมายที่ Aggressive จริงๆ</p>
<p>ส่วน kbank โปรโมชั่นกับคนที่คุ้นเคยก็เช่นกับ tarad.com นี่เอง <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_7656" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/KBank_TARAD1-600x398.jpg" alt="Kbank เมื่อครั้งมีโปรโมชั่น free ค่าธรรมเนียมกับ tarad.com" title="Kbank เมื่อครั้งมีโปรโมชั่น free ค่าธรรมเนียมกับ tarad.com" width="600" height="398" class="size-medium wp-image-7656"><p class="wp-caption-text">คุณศีลวัต กับ พี่ภาวุธ เมื่อครั้งมีโปรโมชั่น free ค่าธรรมเนียมกับ tarad.com</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/4sq-kbank/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GROUPON คืออะไร</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/groupon/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/groupon/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Jan 2011 09:43:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[News & Technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7444</guid>
		<description><![CDATA[GROUPON มีจุดขายที่ Social Commerce และ Geographic Market หน้าที่หลักคือ <strong>รวบรวมกำลังซื้อของคน</strong> อย่างสนุกและเกิดการบอกต่อตามสไตล์ Social Viral เพื่อที่จะหาส่วนลดของ Local Business ในเมืองต่างๆ หรือ Collective Buying Power  เพื่อให้เกิด   Deal-for-the-Day  อันน่าตื่นใจ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_7453" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/01/groupon-iphone-600x426.png" alt="groupon บน iphone" title="groupon บน iphone" width="600" height="426" class="size-medium wp-image-7453"><p class="wp-caption-text">groupon บน iphone</p></div>
<h2>GROUPON คืออะไร</h2>
<p>คำว่า <a href="http://www.groupon.com/" rel="nofollow">Groupon</a> ผสมมาจาก Group กับ Coupon ก่อตั้งโดยโดย <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Andrew_Mason_(CEO)" rel="nofollow">Andrew Mason</a>  วัย 29 ปี ซึ่งตอนนี้บริษัทมีพนักงาน 3,000 คน  มีจุดขายที่ Social Commerce และ Geographic Market หน้าที่หลักคือ <strong>รวบรวมกำลังซื้อของคน</strong> ( อย่างสนุกและเกิดการบอกต่อตามสไตล์ Social ) เพื่อที่จะหาส่วนลดของ Local Business ในเมืองต่างๆ หรือ <strong>Collective Buying Power</strong> เพื่อให้เกิด  &#8220;Deal-for-the-Day&#8221; อันน่าตื่นใจ  ลูกค้าของ Groupon เป็นผู้หญิง 64% และอายุ 18-34 ซึ่งชอบช็อปปิ้งและตาไวกับ Promotion มากๆ</p>
<div id="attachment_7455" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/01/groupon-chicago-600x337.jpg" alt="GROUPON  Head office ที่ Chicago" title="GROUPON  Head office ที่ Chicago" width="600" height="337" class="size-medium wp-image-7455"><p class="wp-caption-text">GROUPON  Head office ที่ Chicago</p></div>
<p>[Photo credit: <a href="http://www.theaustralian.com.au/business/news/google-abandons-multi-billion-dollar-bid-for-groupon/story-e6frg90x-1225965619623" rel="nofollow">The Australian</a>]</p>
<p>GROUPON เป็นบริษัทที่โตเร็วที่สุดในโลกเพราะใช้เวลาไม่นาน (ตั้งในปี 2551) ก็สามารถมีรายได้ต่อปี 500ล้านเหรียญสหรัฐได้ซึ่งแน่นอนว่าเร็วกว่า google และ amazon มาก ข่าวใหญ่ปลายปีก่อนคือ Google ขอซื้อ Groupon ด้วยมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ( แพงที่สุดเท่าที่ Google เคยขอซื้อ ) แต่ Andrew Mason  ได้<strong><a rel="nofollow" href="http://www.smh.com.au/technology/technology-news/the-amazing-mind-of-andrew-mason-the-joker-who-said-no-deal-to-googles-6b-20101207-18npp.html">ปฏิเสธข้อเสนอ</a></strong>ของ Google ไป</p>
<p>ปัจจุบัน GROUPON มีสาขาอยู่ที่ประเทศ  USA, แคนาดา, บราซิล, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ,  อิตาลี, โปรตุเกส, สเปน, ญี่ปุ่น, โปแลนด์, ตุรกี, เม็กซิโก, ชิลีและ โรมาเนีย รวมแล้วมีสมาชิก 35 ล้านคน</p>
<blockquote><p>นำเสนอส่วนลดที่ Groupon เองสนใจและต้องการซื้อ โดยไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ หรือที่เรียกว่า Deep Discount”<br />
ใช้ “เวลา” ที่จำกัด และ “ราคา” ที่ดึงดูด ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ<br />
1.Get it รับดีลพิเศษ โดยปกติมอบส่วนลด 50-90% ผ่าน Facebook, Twitter และอีเมล เพียงวันละ 1 ดีลเท่านั้น<br />
2.Share it นำดีลที่น่าสนใจไปบอกต่อกับเพื่อนๆ ผ่านทาง Social Media ต่างๆ (การแนะนำเพื่อนให้มาเป็นสมาชิกจะได้รับคูปองมูลค่า 10 เหรียญสหรัฐ) หากได้จำนวนตามที่ต้องการ (Critical Mass) แล้วก็จะถือว่าเป็น Group Buying หรือ Collective Buying สามารถใช้สิทธิ์ตามดีลนั้นได้ เป็นการเล่นกับ Economy of Scale ได้อย่างชาญฉลาด ภายในระยะเวลาที่จำกัด เช่น 24 ชั่วโมง</p>
<div id="attachment_7451" class="wp-caption alignnone" style="width: 250px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/01/groupon-limited.png" alt="การจำกัดเวลาของ GROUPON ให้ดีลสำเร็จ" title="การจำกัดเวลาของ GROUPON ให้ดีลสำเร็จ" width="240" height="261" class="size-full wp-image-7451"><p class="wp-caption-text">การจำกัดเวลาของ GROUPON ให้ดีลสำเร็จ</p></div>
<p>3.Enjoy it สั่งพิมพ์ดีลนั้นหรือดาวน์โหลดผ่านสมาร์ทโฟนและนำไปแสดงที่ร้านค้านั้นๆ เพื่อรับดีลพิเศษ หลังจากจ่ายเงินซื้อดีลนั้นแล้วทางบัตรเครดิต การันตีว่าเกิดการซื้อขึ้นจริง</p>
<p>อ่าน Case study <a rel="nofollow" href="http://www.positioningmag.com/Resources/BrandDetails.aspx?id=31423#ixzz1C1KiKrp5">ต่อที่ positioningmag.com</a></p></blockquote>
<h2>Andrew Mason , CEO ผู้จบดนตรี</h2>
<div id="attachment_7447" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-7447" title="คนเอาขาพาดโต๊ะคือ Andrew Mason และ Chief Technology Officer :Ken Pelletier" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/01/Andrew-groupon.jpeg" alt="คนเอาขาพาดโต๊ะคือ Andrew Mason และ Chief Technology Officer :Ken Pelletier" width="600" height="325"><p class="wp-caption-text">คนเอาขาพาดโต๊ะคือ Andrew Mason และ Chief Technology Officer :Ken Pelletier</p></div>
<p>น่าสนใจตรงคุณ <a rel="nofollow" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Andrew_Mason_(CEO)">Andrew Mason</a> เนี่ย จบดนตรีจาก Northwestern University ครับ ! พอจบแล้วก็ไปทำงานด้านเว็บดีไซน์ที่ชิคาโกแป๊ปนึง เสร็จแล้วก็มาได้ทุนเรียนที่ University of Chicago&#8217;s Harris School of Public Policy และระหว่างนั้นก็ฝึกงานที่ห้องอัด Recording Studio ชื่อ  <a rel="nofollow" href="http://www.electrical.com/">Electrical Audio </a>โดยมีพี่เลี้ยงคือ recording engineer ชื่อ  <a rel="nofollow" href="http://www.soundonsound.com/sos/sep05/articles/albini.htm">Steve Albini</a> ห้องอัดเป็นที่เงียบสงบมากเวลาไม่มีคนและที่นี่เป็นที่ๆเขาได้แรงบันดาลใจในการทำ GROUPON</p>
<p>แหมในไทยเด็กวิศวะจบแล้วไป<a href="http://www.plajazz.com">เอาดีทางดนตรีกันหลายคน</a> สลับกันเลยนะเนี่ย <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_7448" class="wp-caption alignnone" style="width: 367px"><img class="size-full wp-image-7448" title="ตอนวัยรุ่น แต่คีย์บอร์ดเก่าจัง" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/01/music.jpg" alt="ตอนวัยรุ่น แต่คีย์บอร์ดเก่าจัง" width="357" height="356"><p class="wp-caption-text">ตอนวัยรุ่น แต่คีย์บอร์ดเก่าจัง</p></div>
<h2>GROUPON ลุยเมืองไทย ?</h2>
<blockquote><p>สื่อจีนระบุ Groupon – บริษัท Social Commerce ที่ร้อนแรงที่สุดในนาทีนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อตั้งบริษัทธุรกิจร่วมค้าใหม่กับ Tencent ในจีน ขณะเดียวกัน thumbsup สืบทราบเพิ่มเติมมีบริษัท “กรุ๊ปปอง จำกัด”  Groupon.co.th ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทในไทยแล้ว</p></blockquote>
<p>อ่านต่อที่ thumbsup : <a href="http://thumbsup.in.th/2011/01/groupon-tencent-asia/">Groupon จับมือ Tencent ลุยเอเชีย ล่าสุดดอดจดโดเมนเมืองไทยแล้ว?</a></p>
<h2>ความจริงแนวคิด GROUPON มีมาโดยตลอด ตัวอย่างในไทย</h2>
<p>@pawoot ได้เขียนบล็อก<a rel="nofollow" href="http://pawoot.wordpress.com/2010/12/09/วิเคราะห์โมเดลของธุรกิ/">รวม tweet ของตนเองไว้ #morninggreentea ( ขอยืม @jakrapong เล่าเรื่องนี้ )  และยังรวมเว็บไทยที่มีแนวคิด GROUPON ไว้น่าสนใจครับ ลองดูที่นี่</a></p>
<h3>GROUPON : ผมขอคัดบางทวีตของ @pawoot มาไว้ที่นี่ครับ</h3>
<ul>
<li>คำตอบคือดีครับ เพราะเว็บลักษณะ Group Buying คือรวมกันซื้อในราคาถูก เป็นรูปแบบหนึ่งของ E-Commerce จะทำให้คนไทยเริ่มใช้มากขึ้น</li>
<li>ดังนั้นโมเดลของ Groupon เลยเข้ามาถูกจังหวะในเรื่องของ “ราคา” และความแปลก เลยทำให้ Groupon โตอย่างรวดเร็ว</li>
<li>แต่ หาก Groupon ทำได้สำเร็จ จะเป็นการเปลี่ยนแนวความคิดคนทำเว็บอเมริกาทันที จากเดิมทำเว็บเพื่อขาย มาเป็นทำเว็บเพื่อเข้าตลาด</li>
<li>สิ่งที่ดีของ Groupon Clone ในไทยคือจะทำให้ E-Commerce ไทยเติบโตขึ้นอีกมากคนไทยที่กล้าซื้อของออนไลน์จะกล้าซื้อชิ้นอื่นๆต่อไป</li>
</ul>
<h2>ความเห็นผม ต่อ GROUPON</h2>
<p>แน่นอนว่าหลัง Google ซื้อ GROUPON ไม่ได้ก็มีข่าวว่า Google จะมีโปรดักซ์ชื่อ<a href="http://www.blognone.com/news/21255" rel="nofollow"> Google Offer ออกมา</a> และ Amazon ก็มีการ<a href="http://www.blognone.com/news/20293">ลงทุนใน  LivingSocial </a>คู่แข่งของ GROUPON ซึ่งก็ต้องดูกัน</p>
<p>GROUPON อาจต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาคทั้งคนและ Local Business อย่างมากด้วยเช่นกันครับ ( ในไทยคงฮือฮาถ้ามีคนรวมตัวไปถล่มสถานบันเทิงด้วยราคาถูกสุดๆ )</p>
<p>GROUPON จะถูกโค่นได้ถ้าคู่แข่งสามารถทำ Engine ที่ทำให้เกิดการดีลโดยอัตโนมัติระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้ดี แต่จากความเห็นของผม &#8221; การดีล &#8221; เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนและอาจต้องมี &#8221; ผู้ที่เข้าใจ Business &#8221; เป็นตัวกลางอยู่บ้าง จึงจะทำให้สำเร็จครับ ( ตัวอย่างการดีลจากผู้บริโภคล้วนอาจไม่เกิดเช่น คนอยากซื้อกระเป๋าหลุยส์ราคา 100 บาท แม้ว่าจะมีคนมารวบรวมชื่อได้ถึง 100000 คนก็ไม่เกิดดีล​ ) ดังนั้น GROUPON จึงทำหน้าที่นี้ได้ดี ถ้า Google จะทำเลียนแบบเท่ากับว่า Google ต้องเร่งสร้าง Business ใหม่ที่อาจไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับ Business เดิมซึ่งจะเสียเปรียบในสภาวะอัตราเร่งขนาดนี้</p>
<p>จากเว็บของ @pawoot ด้านบนจะเห็นว่ามีบริษัทและคนไทยเคยคิดเรื่องนี้กัน และทำเว็บไว้รองรับธุรกิจการสะสมกำลังซื้อเช่นกัน แต่สิ่งที่เป็น Core Business เรามักจะลืมนึกถึงครับ จากจำนวนพนักงาน 3000 คนจะเห็นว่าเว็บ GROUPON ความจริงมีเว็บเป็นองค์ประกอบที่ดี แต่ Run ด้วย Service ที่ใช้ &#8220;คน&#8221; เช่นเดียวกับ One2Car หรือ Digital2home  ในไทยนั้นเองครับ  และยังมีการแพร่กระจายข่าวสารของ Groupon ต้องใช้ Copywriter ถึง 70 คนที่เชี่ยวชาญในการเขียนข้อความที่ดึงดูดใจ</p>
<p>ถ้าเราจะทำให้สำเร็จเหมือน GROUPON สิ่งที่เราต้องลงทุนและลงแรงมากคือเซลล์หรือทีมงานในการวิ่งหา Promotion ในระยะแรก ซึ่งอาจจะต้องทำเป็นระยะเวลานับปีก่อนที่เว็บไซต์จะติด ในกรณี GROUPON นั้นได้ผู้ร่วมก่อตั้ง Thepoint.com ชื่อ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Eric_Lefkofsky" rel="nofollow">Eric Lefkofsky</a> มาเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนสำหรับ Implyment idea เริ่มแรก 1ล้านเหรียญสหรัฐ และนี่คือสิ่งที่ยากยิ่งสำหรับเมืองไทยที่จะมีใครมากล้าลงทุนกับเด็ก IT ขนาดนั้น ในมุมกลับก็คือเด็ก IT เราก็ไม่ได้เข้าใจ Business ขนาดที่คนอื่นจะมาลงทุนได้อย่างสัมฤทธิ์ผล</p>
<p>เมื่อบริษัททำรายได้ได้ระดับหนึ่ง เจ้าของก็จะไม่ได้เห็นผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญมากขนาดนั้น แต่มองความก้าวหน้าของบริษัทหรือการไม่ถูกขัดจังหวะของการดำเนินการตาม Vision ของตัวเองมากกว่า ดังนั้นการไม่รับข้อเสนอของ Google ก็มาจากสาเหตนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นผม ผมเองก็ไม่อยากให้มีใครมาครอบงำเหมือนกันครับ</p>
<p>ในกรณีประเทศไทย บริษัทที่ทำคล้ายๆกับ GROUPON คงจะเร่งทำตนเองให้มีศักยภาพพอที่ GROUPON จะเข้ามาซื้อได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/groupon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรณีศึกษาภาษี : บริษัทข้ามชาติอย่าง Google และ MS ประหยัดภาษีได้มาก</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/google-tax/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/google-tax/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Jan 2011 17:59:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7432</guid>
		<description><![CDATA[บริษัทข้ามชาติสามารถโยกย้ายรายได้ไปประเทศต่างๆที่เก็บภาษีน้อยได้ ทำให้จ่ายภาษีน้อยมาก เช่น Google นั้นจ่ายเพียง 2.4% Corporate Tax เท่านั้้น จะเห็นว่าในกระบวนการทางธุรกิจ นักบัญชี และนักกฏหมายด้านภาษีสามารถทำเงินได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิศวกรเลยทีเดียว  ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>@bact</em></strong> tweet มาน่าสนใจ เลยเอามาแปะไว้ที่นี่ครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2371335,00.asp" rel="nofollow">Google, Like Microsoft, Saves Billions Through Tax Havens</a></p>
<h2>บริษัทข้ามชาติสามารถประหยัดภาษีบริษัทได้มาก จากการโยกเงินไปไว้ในประเทศต่างๆ</h2>
<p>บริษัทข้ามชาติสามารถโยกย้ายรายได้ไปประเทศต่างๆที่เก็บภาษีน้อยได้ ทำให้จ่ายภาษีน้อยมาก เช่น Google นั้นจ่ายเพียง 2.4% Corporate Tax เท่านั้้น</p>
<h3>ตัวอย่างการจัดการภาษีเช่นกรณีของ Google</h3>
<p>รายได้จากการที่มีลูกค้าซื้อ ads Google ทั้งในยุโรป, ไล่เรื่อยผ่าน Middle Ease ลงมาถึง Africa นั้นจะโยกเป็นรายได้ของ Google Ireland ( Corporate Tax 12.5% ) และเงินจำนวนนั้นก็ไม่อยู่ให้เสียภาษีด้วยการส่งจ่ายไปยัง Google Netherlands ที่ซึ่งมีการคิด <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Corporate_Tax_in_the_Netherlands" rel="nofollow">Corporate tax ที่มีช่องที่น่าสนใจ</a> จากนั้น Google Netherlands ก็ส่ง 99.8% ของเงินจำนวนนี้เป็นรายจ่ายให้กับ <strong>เบอร์มิวดา</strong> ซึ่งเป็นปรารถนาสำหรับบริษัทที่จ่ายภาษี</p>
<h2>แผนที่ของบริเวณที่จ่ายภาษีบริษัทน้อยมากบนโลกนี้</h2>
<p><iframe src="http://maps.thefullwiki.org/map.php?t=Tax_haven" width="500px" height="500px" frameborder="0" scrolling="no" marginheight="0" marginwidth="0"></iframe><br />
Source: <a href="http://maps.thefullwiki.org/Tax_haven">Tax haven map</a> at <a href="http://www.thefullwiki.org">The Full Wiki</a></p>
<p>จากกรณี Google จะเห็นว่าในกระบวนการทางธุรกิจ นักบัญชี และนักกฏหมายด้านภาษีสามารถทำเงินได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิศวกรเลยทีเดียว ( ไม่รวมประเทศไทยซึ่งนักกฏหมายทำเงินสูงที่สุดอาชีพหนึ่งเมื่อปีก่อน ) <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ส่วนผู้มีรายได้น้อย ไม่สามารถหาคนมาบริหารภาษีได้อย่างคุ้มค่า ก็จ่ายกันเต็มๆ ต่อไปครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/google-tax/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมล์ถาม iTunesStoreSupport เคลมตังค์คืนได้ในเวลา 1 วัน</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/itunesstoresupport/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/itunesstoresupport/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Dec 2010 10:50:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7179</guid>
		<description><![CDATA[บังเอิญผมโหลด Need for speed สำหรับ iPad มาก่อนแล้วค่อยโหลดเข้า iPhone 4 ปรากฎว่าเสียตังค์ 2 ครั้งเลยลองเมล์ไปถามดูสั้นๆ ความจริงมันราคาไม่ถึง 30 บาท แต่ด้วยความอยากลอง Customer Support ครับ ผลคือตอบได้ดีและได้ตังค์คืนด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> บังเอิญผมโหลด <strong>Need for speed สำหรับ iPad</strong> มาก่อน ( มันส์มากกก ) แล้วค่อยโหลดเข้า iPhone 4 ปรากฎว่าเสียตังค์ 2 ครั้งเลยลองเมล์ไปถามดูสั้นๆ ความจริงมันราคาไม่ถึง 30 บาท แต่ด้วยความอยากลอง Customer Support ปรากฏว่าเค้าตอบได้น่าประทับใจมากภายในวันเดียวทั้งๆที่น่าจะมีคนส่งเรื่องไปเยอะ ผมลองเอาข้อความของเค้าไปหาใน google เพื่อดูว่าเป็น template หรือเปล่าปรากฎว่าก็ไม่เจอด้วย </p>
<p>สรุปคือเค้าคืนตังค์ให้ผม $0.99 ผมคำนวนดูแล้วแค่การใช้เวลาตอบของเค้าก็เกิน 1 เหรียญไปไกลแล้ว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<h2>Need for speed hot pursuit for iPad</h2>
<p><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/12/need-for-speed-hot-pursuit-ipad.jpg" alt="need-for-speed-hot-pursuit-ipad" title="need-for-speed-hot-pursuit-ipad" width="600" height="484" class="alignnone size-full wp-image-7185" /></p>
<h2>ผมเขียนไปถาม เขียน download ผิดด้วยนะ</h2>
<p>i bought one on my iPad with my account and donwload again for my iPhone4 , Do i have to pay again ?</p>
<h2>ข้อความอัตโนมัติตอบกลับมาทันที</h2>
<p>Follow-Up: 130505666</p>
<p>Hello again,</p>
<p>I wanted to send a quick note to see if you are still experiencing any difficulties with the iTunes Store. Resolving your issue is important to me, so please don&#8217;t hesitate to reply if you need any further assistance.<br />
- Show quoted text -</p>
<h2>ตอบโดย iTunesStoreSupport@apple.com ในวันต่อมา </h2>
<p>Dear Patchara,</p>
<p>Greetings from iTunes Store Support. My name is Thenmozhi and I am glad to assist you today.</p>
<p>I understand that you are concerned about charges for the application you recently purchased for your iPad and iPhone. I realize how confusing this could be for you. Rest assured, I will do my level best to resolve this issue for you.</p>
<p>Patchara, I checked your account and found that you have downloaded the application titled &#8220;Need for Speed™ Hot Pursuit for iPad (World)&#8221; for your iPad and &#8220;Need for Speed™ Hot Pursuit (World)&#8221; for your iPhone. As both the version of the applications you have downloaded are different, you have been charged twice. You can also review your purchase history to confirm the same.</p>
<p>To review your iTunes Store account&#8217;s purchase history, follow the steps in this article:</p>
<p>Seeing your iTunes Store purchase history and order numbers</p>
<p>http://support.apple.com/kb/HT2727</p>
<p>However resolving your issue is important for me, so I have reversed the charge for &#8220;Need for Speed™ Hot Pursuit (World),&#8221; which I understand you purchased unintentionally.</p>
<p>In three to five business days, a credit of $0.99 should be posted to the credit card that appears on the receipt for that purchase.</p>
<p>Please note that this is a one-time exception, as the iTunes Store Terms and Conditions state that all sales are final.</p>
<p>The iTunes Store provides a warning message that asks if you are sure that you want to buy an item. This warning can be turned off. If you would like to make sure that this warning is on, you can reset the warnings in the iTunes Store by following the instructions in this article:</p>
<p>Resetting iTunes Store warnings</p>
<p>http://support.apple.com/xxxxx</p>
<p>Resetting iPod and iPhone warnings</p>
<p>http://support.apple.com/xxxxxx</p>
<p>Thank you for your understanding and for being a valued iTunes Store customer, Patchara. If you have further queries regarding this issue, please reply back to this email, I am more than happy to assist you.</p>
<p>Have a nice day!</p>
<p>Sincerely,</p>
<p>Thenmozhi<br />
iTunes Store Customer Support</p>
<p>Please Note: I work on Sunday, Monday, Wednesday, Thursday and Friday 10:00 AM &#8211; 08:00 PM CST</p>
<p>Thank you for allowing me the opportunity to assist you. You may receive an AppleCare survey email; any feedback you provide would be greatly appreciated.</p>
<p>Customer First Name : Patchara<br />
Customer Last Name : Kerdsiri<br />
email : kpatchara@gmail.com<br />
Web Order # : MGT40G1SLD<br />
Support Subject : I have another purchase or download-related question.<br />
Sub Issue : Other Question<br />
Comments : iTunes Account Name: kpatchara@gmail.com<br />
Platform : iTunes-iPhone/4.1 (4; 16GB)<br />
Item Name : Need for Speed™ Hot Pursuit (World)<br />
Comments:<br />
i bought one on my iPad with my account and donwload again for my iPhone4 , Do i have to pay again ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/itunesstoresupport/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

