<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร &#187; ธุรกิจทำเว็บ</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>บล็อครางวัลที่1ด้านธุรกิจของ พัชร TIGERiDEA Manager และผู้ถือหุ้น iSchool สำหรับผู้สนใจด้าน ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี  หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่งครับ :)</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 06:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง?</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/template-era/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/template-era/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 19:53:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9844</guid>
		<description><![CDATA[การทำเว็บทุกวันนี้เป้นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง</h2>
<div id="attachment_9846" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg" alt="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" title="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" width="550" height="383" class="size-full wp-image-9846" /></a><p class="wp-caption-text">ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale</p></div>
<p>การทำเว็บทุกวันนี้เป็นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า หรือประสาบริษัทที่ไปรับงานก็คือ ถ้าเรามี Templates + Knowhow จะได้ Solutions ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั่นเอง</p>
<p>นึกถึงยุคที่ยังไม่มี Template เปรียบเสมือนการซื้อเสื้อที่สมัยก่อนเราต้องสั่งตัดกัน ต้องไปเลือกผ้า ไปวัดตัว และให้ช่างทำการตัดทีละตัว ซึ่งเราก็จะได้เสื้อที่ดู Fit กับเรามากที่สุด ดูดีเหมาะกับสรีระ ผมเองเคยลองตัดเสื้อเนื่องในโอกาสพิเศษมาครั้งหนึ่งที่ร้าน DULY ซึ่งมีเพื่อนผมคนนึงแนะนำ (เค้าเป็นคนที่มี &#8220;เส้นรอบวงคอ&#8221; ใหญ่มากและไม่สามารถหาเสื้อในท้องตลาดพอดีคอได้เวลาต้องผู้เน็คไทร์) ปรากฎว่าเสื้อตัวดังกล่าวราคาถึง 5000 บาทครับ</p>
<p>แล้วปัจจุบันใครสั่งตัดเสื้อบ้างครับ? คนส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมจ่ายแพงเพื่อเสื้อ Custom made สำหรับตนเอง หลายๆคนอาจไปเลือกซื้อเสื้อที่ Lotus ที่ผลิตเป็นจำนวนมากและแน่นอนว่ามันมีขนาดเพียงหยาบๆ คือไซท์ S M L XL XXL และเราก็ยอมรับข้อจำกัดของมันคือมันอาจจะไม่ได้ใส่ได้พอดีมาก บางคนอาจจะแขนยาวไป หรือไหล่ไม่พอดี ฯลฯ บางคนก็อาจโชคดีแต่ก็แน่นอนว่ามันก็ไม่แตกต่างกับคนอื่นเท่าไหร่</p>
<h2>ต้นทุนของ ความอยากได้อะไรนอก template เพื่อจะได้ไม่เหมือนใคร</h2>
<p>ทีนี้ถ้าเราอยากแตกต่างจากคนอื่นก็จะเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนครับ เช่นเราซื้อเสื้อมาตัวนึงราคา 250 บาท แต่เราบอกโลตัสว่า &#8220;ช่วยติดกระเป๋าเสื้อโดยใช้ผ้าชนิดเดียวกันจากโรงงานให้หน่อย&#8221; เสื้อตัวนี้อาจมีราคากลายเป็น 25,000 บาทในทันที เพราะโลตัสต้องติดต่อผู้ผลิต หรือคุณต้องไปติดต่อผู้ผลิตที่เป็นเป็นโรงงานให้ยอมทำ Special Process หรือยอมหยุดสายการผลิตให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญคนนึงมาติดประเป๋าให้คุณ ซึ่งคุณก็จะได้กระเป๋าเสื้อมาตรฐานโรงงานเข้ากันเป๊ะ ราคา 24,750 บาท ในขณะที่เสื้อราคา 250 เท่านั้น </p>
<p>แน่นอนถ้าคุณเป็นคนขายเว็บก็อาจถูกโวยวายคล้ายๆกันเช่น &#8221; ทำไมทำโครงสร้างให้ทั้งเว็บราคาแค่ 50,000 แต่ช่วยแค่เพิ่มฟังก์ชั่น Search ภาษาไทยใน Catalog ราคากลายเป็น 500,000 หว่า&#8221; เพราะมันดูไม่สมเหตสมผลกับสิ่งที่ได้เพิ่มมา</p>
<p><strong>การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน </strong></p>
<p>แต่ Template บางอันก็ใช่ว่าจะถูกนะ เพราะ develope มากนานและมีขนาดใหญ่มาก การเลือกใช้เป็นการเลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็นมา Customize เช่นบางทีคุณเป็น Business ที่ไม่ต้องถึงกับต้องการความ Realtime ในการตัดสินใจแต่ไปมองหา SAP หรือเหมือนไปเลือก Template Solution การบริหารโรงแรมซึ่งทำครอบคลุมโรงแรมขนาดหลายร้อยห้องมาใช้กับโรงแรมบูติกขนาดยี่สิบห้อง ซึ่งแน่นอนว่าฟังก์ชั่นต่างๆต้องการเหมือนกันเป๊ะแต่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ</p>
<p>นอกจากนี้การมองว่าใช้ Template แล้วราคาจะถูกมันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณด้วยครับ เช่นถ้าคุณต้องการสร้างตลาดให้เกิดให้ได้ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">ต้นทุนส่วนใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่ Systems แล้ว แต่อยู่ที่การสร้าง Demand มากกว่า</a></p>
<p>ยุคของ template จึงสอนให้คุณหาความสมดุลระหว่างการ &#8220;เล็งผลเลิศ&#8221; และ การ&#8221;ปรับตัว&#8221; <strong>ทั้งนี้ขึ้นกับความคุ้มค่าใน Model Business ของคุณที่ต้องตีให้ออกครับ</strong></p>
<p>แถม : <a href="http://www.webhostingsearch.com/articles/best-shopping-carts-for-ecommerce-sites.php" rel="nofollow">review ระบบ e commerce สำเร็จรูป</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/template-era/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากทำโครงการออนไลน์ มีแต่ไอเดียและจ้างคนอื่นทำหมด เจ๊งนะ!</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 15:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9763</guid>
		<description><![CDATA[Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation การ  implementation เราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้า ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9768" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail-600x450.jpg" alt="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" title="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-9768" /></a><p class="wp-caption-text">หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15</p></div>
<h2>การทำโปรเจ็คเว็บไซต์ขนาดใหญ่ จ้างคนอื่นทำอย่างเดียวเจ๊ง ต้องมี in house ด้วย</h2>
<p>ที่ผ่านมาทางทีมงานได้ order หลากหลายจากลูกค้า โดยมีลูกค้าบางกลุ่มมีโมเดล business ทาง internet ในใจเช่นบางคนอยากเป็นศูนย์กลางการ​ซื้อขายของเฉพาะด้าน (Classified) หรือบางคนต้องการทำ<br />
ร้านค้าออนไลน์ครบวงจร (e-commerce) บางคนต้องการเป็นตลาด และมี social network ในตัวด้วย</p>
<p>จากนั้นลูกค้าก็จะเรียกบริษัททำระบบและทำเว็บเข้าไปคุย บางบริษัทก็เสนอราคาเป็นโปรเจ็ค บางบริษัทก็อาจเสนอราคาเป็น manday ซึ่งการเสนอราคาอย่างหลัง มักไม่ค่อยได้รับการจ้างเพราะลูกค้าเองไม่แน่ใจว่าตนเองจะต้องจ่ายรวมแล้วเท่าไหร่ แต่ท้ายที่สุด ลูกค้าที่เลือกจ่ายเป็นโปรเจ็คกลับมัปัญหาระหว่างผู้รับจ้างและผู้จ้างมากกว่าเพราะ requirement งอกออกมา ( การทำเว็บใหญ่แล้ว requirement เพิ่มขึ้นไม่แปลก มันเป็นกฎซะด้วยซ้ำ )</p>
<p><strong>ในขณะที่การจ้างทำโปรเจ็คใหญ่โดยที่ตัวลูกค้าเองนั้นมีเพียงไอเดีย และไม่มี business ที่เป็นจุดแข็งอยู่แล้วและต้องการนำ internet มาต่อยอด โครงการจะเจ๊งทุกรายครับ </strong></p>
<h2>เว็บไซต์เหมือนองค์กร ต้องพัฒนาต่อเนื่อง ต้องรื้อและทำใหม่ ไม่สามารถทำครั้งเดียวเสร็จ</h2>
<p>Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation ต่างหาก ( <a href="http://www.ipattt.com/2009/ผู้ประกอบการ/">วาทะ Guy Kawasaki ข้อ 8</a> ) หลายอย่างเกิดขึ้นโดยความบังเอิญ เช่นใครจะรู้ว่า Flickr ไม่ได้ต้องการเป็นเว็บ community ด้านรูปภาพ แต่กำเนิดจากการตั้งใจจะทำเกมส์ต่างหาก แต่ฟังก์ชั่นเก็บรูปได้รับความนิยมมากจึงถูกพัฒนาขึ้นมา (อ้างอิง @Jakrapong)</p>
<h3>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</h3>
<p>การ  implementation สำคัญเพราะเราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้าไปเรื่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ แม้แต่ facebook ก็ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเรื่อยๆ ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> คุณอาจเถียงว่าเว็บราชการก็จ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูปนี่นา แต่ผมก็ถามกลับได้ว่ามีเว็บราชการไหนที่ Work และมีคนใช้จำนวนมากตั้งแต่การสร้างครั้งแรกเสร็จเรียบร้อยบ้าง?</p>
<h2>แล้วจะแก้ไขหรือพัฒนาเว็บอย่างไรดี?</h2>
<h3>1. ธุรกิจของคุณ หรือตัวคุณต้องมีจุดแข็งสักอย่างก่อน </h3>
<p>ค้นหาจุดแข็ง แล้วพัฒนาให้จุดแข็งของคุณนั้นสามารถที่จะต่อเชื่อมกับ Model Business ของคุณได้ อย่าเล็งผลเลิศจากการสร้างระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว กรีณีนี้ผมเคยเขียนไว้ในบล็อก <a href="http://www.ipattt.com/2010/one2car/">One2Car ระบบต้องมาควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการบริการ</a> จะเห็นว่า one2car มีจุดแข็งที่&#8221;ช่างกล้องและการบริการจัดระเบียบถ่ายรูปรถ&#8221; และ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">การสร้างตลาด เริ่มด้วยการสร้าง Demand อาจง่ายกว่าเริ่มด้วยระบบ</a></p>
<h3>2. ควรลงทุนกับพนักงานประจำเมื่อต้องทำโครงการใหญ่ </h3>
<p>ลองพิจารณาการทำโครงการให้ประสบความสำเร็จเพียง phase ที่ 1 อาจใช้ manday มากมายตั้งแต่ Art Director, System Analyst, Designer, Programmer ราคาก็แน่นอนว่าถ้าให้ถูกต้องตาม Business Model ของคนทำเว็บราคาน่าจะ 300,000 บาทขึ้นไปแน่นอนครับ และในจำนวน manday ที่แพงเหล่านี้ มีบางตำแหน่งที่เราใช้เค้าเพียงครั้งเดียวเช่น Art Diector ส่วนที่เราจะใช้ไปตลอดเพื่อปรับปรุงแก้ไขก็คือ Programmer</p>
<p>ดังนั้นตำแหน่งอย่างโปรแกรมเมอร์ควรเป็นตำแหน่งที่เจ้าของไอเดียควรจ้างไว้เป็นพนักงานประจำ เบื้องต้นอาจจะจ้างเพียงคนเดียวหรือให้เพื่อนร่วมหุ้นของคุณทำก็ได้ โดยเป็นตัวแทนของฝ่ายเจ้าของไอเดียในการช่วยคุยกับผูรับจ้างทำ และเป็นผู้ช่วยเก็บองค์ความรู้ในกรณีต้องเปลี่ยนผู้รับจ้างทำในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังช่วยประเมินความเสี่ยงให้คุณได้อีกด้วยครับ ลองพิจารณาเงินเดือนรวมของเค้าหนึ่งปีอาจน้อยกว่าราคาโปรเจ็คอยู่มากก็ได้</p>
<h3>3. การจ้างงานเป็น phase </h3>
<p>เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และเกิดการดีลกับ Supplier ได้ง่ายขึ้น phase แรกควรเป็น phase แห่งการเรียนรู้ของคุณเอง ตัวอย่างที่ทำได้ง่ายมากเช่นการติดตั้ง blog เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับ domain name ของคุณเอง เป็นการตัดการเสียโอกาสในการรอเว็บไหญ่ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือเปล่าด้วยการทำให้ website มีตัวตน ส่งผลด้าน SEO ที่ดี ณ วันที่ระบบใหญ่ถูกติดตั้ง</p>
<p>และเมื่อคุณได้ค้นคว้า Content ลึกลงไปใน keyword field ที่คุณเองต้องการทำธุรกิจ Community เล็กๆจะเกิดขึ้น และความเป็นตัวจริงของเราก็จะตามมาทั้งในมุมมองของคนภายนอก และตัวเราเองจริงๆครับ</p>
<p>ส่วน phase ต่อมาอาจเป็นการลง plugin สำเร็จรูปเพื่อทดลอง และหากลุ่มตัวอย่างหรือหน้าม้ามาอัด Content , การซื้อขายจำลองในเว็บไซต์เข้าไปเพื่อเรียก traffic ฯลฯ ก่อนจะรื้อและทำระบบที่ใกล้เคียงความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป ตามหลักการทำงานทางธุรกิจ เราควรจะลงทุนต่อยอดจากรายได้ที่เริ่มเข้ามา มากกว่าลงทุนตูมเดียวก้อนใหญ่ในครั้งแรก<strong> เพราะถ้า resource ไม่จำกัด model business ที่ถูกต้องจะไม่เกิด</strong></p>
<blockquote><p> สำหรับไทเกอร์ไอเดียนั้น มีให้บริการการทำงานสำหรับโปรเจ็คใหญ่ๆอยู่สองแบบครับคือ Design &#038; CSS editting ซึ่งขั้นตอนนี้ทางทีมงานจะวิเคราะห์ Business Model ก่อนหาระบบและ System Architecture ที่เหมาะสมให้พร้อมทั้ง Design โดยใช้ประสบการณ์ของ Art Director อย่าง @iMenn เป็นผู้ design first draft ก่อนจะแจกจ่ายให้ Designer และให้ @rabbitinblack ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญ CSS editting เป็นผู้ทำงานต่อจาก phase design ก่อนจะประสานงานกับ Programmer ฝั่งลูกค้าในการติดตั้งและ implementation ปรับปรุงต่อไปด้วยตนเองได้ ลองดูงานที่ผ่านมาใน  <a href="http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/">http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/<br />
</a> และ rate <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">ราคาแบบ manday ของไทเกอร์ไอเดีย</a><br />
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Information Architecture ในไทยนั้นมีน้อยมากครับ ผมแนะนำ @malimali หรือที่ blog <a href="http://iamia.wordpress.com/">http://iamia.wordpress.com/</a></p>
<h3>ตัวอย่างขั้นตอนการทำงานโครงการเว็บไซต์ขนาดใหญ่</h3>
<p>1. Website WireFrame โดย @malimali team ร่วมกับลูกค้าเจ้าของไอเดีย<br />
2. Web Design โดย TiGERiDEA<br />
3. CSS Editing โดย TiGERiDEA<br />
4. Systems Integration โดย in house ของลูกค้าเอง (ภายใต้การให้คำปรึกษาของไทเกอร์ไอเดีย)<br />
5. Review and Improvement</p>
<p>สำหรับเว็บไซต์ที่ลูกค้าล้วนมี in house programmer อยู่แล้วและเคยทำงานร่วมกับ TiGERiDEA ได้แก่ <a href="http://www.yellowpages.co.th/" rel="nofollow">Thailand YellowPages</a>, <a href="http://www.prakardproperty.com/" rel="nofollow">Prakard Property</a> , <a href="http://www.one2car.com/" rel="nofollow">One2Car</a> , <a href="http://www.digital2home.com/" rel="nofollow">digital2home</a> และ <a href="http://painaidii.com/" rel="nofollow">painaidii</a>
</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมดยุคเว็บ portal รวมลิงก์ และการทำเว็บต้องมีการประชุมตัดออก</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Dec 2011 20:51:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9678</guid>
		<description><![CDATA[เว็บรัฐบาลในหลายประเทศนิยมทำเป็นเว็บ portal ตั้งแต่ยุดดอตคอมบูมเมื่อปี 1990 จนกระทั่งเว็บแบบนี้เริ่มล้มหายตายจากไปหมดแล้ว แต่ผ่านมา 20 ปีตอนนี้ประเทศไทยองค์กรต่างๆโดยเฉพาะราชการก็ยังนิยมทำเว็บ portal กันอยู่เลยครับ ทุกครั้งที่ผมเข้าไปประขุมเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆก็จะพบว่าแต่ละคนยากมากที่จะหาอะไรใน website องค์กรตัวเองเจอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9692" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/whitehouse.png"><img class="size-medium wp-image-9692" title="เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/whitehouse-600x360.png" alt="เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์" width="600" height="360" /></a><p class="wp-caption-text">เว็บ whitehouse เป็นเว็บที่ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์และรัฐบาลเพื่อไทยพยายามใช้เป็นแบบอย่างในการดีไซน์</p></div>
<h2>ไม่มีใครเข้าเว็บรวมลิงก์กันแล้ว ทุกคนใช้เซิร์ทเอาหมด</h2>
<p>เว็บรัฐบาลในหลายประเทศนิยมทำเป็นเว็บ portal ตั้งแต่ยุดดอตคอมบูมเมื่อปี 1990 จนกระทั่งเว็บรวมลิงก์แบบนี้เริ่มล้มหายตายจากไปหมดแล้ว แต่ผ่านมา 20 ปีตอนนี้ประเทศไทยองค์กรต่างๆโดยเฉพาะราชการก็ยังนิยมทำเว็บ portal รวมลิงก์กันอยู่เลยครับ ทุกครั้งที่ผมเข้าไปประขุมเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆก็จะพบว่าแต่ละคนยากมากที่จะหาอะไรใน website องค์กรตัวเองเจอ พอมาถามว่าปกติเราเข้าเว็บด้วยวิธีผ่าน portal หรือไม่ ทุกคนก็ตอบว่าใช้การ Search เกือบทั้งหมดครับ (ยกเว้นมัน Search ไม่เจอเอาซะจริงๆ)</p>
<p>ดังนั้นการดีไซน์เว็บสมัยนี้คือทำเว็บให้เรียบง่ายด้วย landing page ในเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ และพิจารณา keywords ให้ถูกต้องตามหลักการ แล้วก็ใช้ระบบ Search ของ google นี่แหละในการหาเอาครับ จะติดตั้ง googles search ในเว็บไซต์ก็ได้ ยังจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลเซิร์ทแถมถ้าผู้เข้าชมพิมพ์ผิด Googles ก็ยังคงหาผลลัพท์ให้ได้อีกด้วย</p>
<div id="attachment_9693" class="wp-caption alignnone" style="width: 237px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/google-custom.png"><img class="size-full wp-image-9693" title="ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/google-custom.png" alt="ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้" width="227" height="190" /></a><p class="wp-caption-text">ติดตั้ง google custom search ในเว็บไซต์ของเราได้</p></div>
<h2>web portal ยุคใหม่เน้นระบบ Search แทน</h2>
<p>ลองดูต้นแบบเว็บ portal อย่างเว็บรัฐฯของอเมริกา <a href="http://www.usa.gov/" rel="nofollow">USA.gov</a> จะเห็นว่าตอนนี้เรียบง่ายมากๆและไปเน้นที่ระบบ Search แทน ลองใส่คำว่า Job ไปในช่วง Search จะเห็นว่ามี hint ผลการค้นหาออกมาเป็นจำนวนมากครับ</p>
<p>หรือเว็บที่รกขึ้นมานิดนึงก็ลองดูเว็บ<a href="http://australia.gov.au/" rel="nofollow">รัฐบาลของออสเตรเลีย</a> ก็ยังเน้นระบบ Search และช่อง search อันโดดเด่นอยู่ดี</p>
<p>เว็บรวมข้อมูลและ community ด้านสุขภาพที่เคยเป็นหนึ่งในโครงการที่<a href="http://www.ipattt.com/2009/wellnet-project/">ไทเกอร์ไอเดียทำร่วมกับบริษัทในซิลิกอนวัลเลย์</a>อย่าง <a href="http://www.wellsphere.com/home.s" rel="nofollow">Wellsphere</a> ก็ยังเหลือแค่ช่อง Search เท่านั้น</p>
<p>ทีนี้ลองมาดู<a href="http://www.thaigov.go.th/index.aspx" rel="nofollow">เว็บรัฐบาลไทย</a>สิครับ ตอนนี้ข้อมูลด้านในๆยังไม่อัพเดทเท่าไหร่เลย แม้แต่รัฐบาลประชาธิปปัตย์ที่ผ่านมายังไม่กล้าไปแตะต้องและต้องทำเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีต่างหากออกมาเอง และผมก็ไม่เคยเห็นเว็บรัฐบาลประเทศไหนมีหน้าคนอยู่เยอะขนาดนี้ด้วยครับ</p>
<p>ปล. คุณลองหาทางกดเข้าเว็บไซต์ดู กดปุ่ม &#8220;เข้าสู่เว็บไซต์&#8221;พบว่ามันวนอยู่แค่หน้าแรก &#8230;</p>
<h2>การประชุมจะเกิดการ Compromise ขึ้นเสมอ</h2>
<p>หลายๆครั้งที่เข้าไปรับงานด้านเว็บไซต์จากองค์กรใหญ่ๆและองค์กรราชการต่างๆ การประชุมมักจะเริ่มอย่างเป็นสเต็ปแบบนี้ครับ</p>
<ol>
<li>ประชุมจับผิด เว็บเดิมยุ่งยาก หาอะไรไม่เจอ ดูเชยและแย่มาก</li>
<li>คณะกรรมการจะพูดว่าอยากได้เว็บใหม่ที่ดูดี Clean และมี Look เป็นเว็บสมัยใหม่ กันเสียเกือบ 100%</li>
<li>ประชุมเพื่อพัฒนา requirement ให้หน้าเว็บต่างๆสมบูรณ์ขึ้น</li>
<li>ยังคงขอเพิ่มสิ่งต่างๆอยู่ทุกครั้งที่มีการประชุม (เริ่มหลงทาง ครั้งที่ 1)</li>
<li>มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาร่วมประชุม ทุกหน่วยงานอยากมีชื่อตนเองขึ้นหน้าแรก อย่างน้อยก็เป็นแบนเนอร์ ( หลงทาง 2)</li>
<li>เกิดการ Compromise ระหว่างหน่วยงานต่างๆมีชื่อขึ้นเว็บ (หลงทาง 3)</li>
<li>เกิด Variety ของการป้อนข้อมูลโดยทีมงานที่ไม่ยอมทำตามข้อตกลง ทำให้โครงสร้างที่ออกแบบไว้พัง ล้น หรือไม่สวย</li>
<li>เกิดการ Compromise โครงสร้างเว็บสำหรับการใส่ข้อมูลแบบ Variety (หลงทาง 4)</li>
<li>แก้ bug เกิดการ Compromise กับ Browser แบบต่างๆและ Server ขององค์กร (หลงทาง 5)</li>
<li>ในที่สุด Website ก็ออกมาเหมือนเดิม ไม่ได้ต่างจากเดิมครับ</li>
</ol>
<p>ลองดูบทความเก่า <a href="http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/">การประชุม ส่วนสำคัญที่ทำให้เว็บไม่น่าใช้</a></p>
<h2>เพิ่มวาระการประชุมเพื่อตัดออก</h2>
<p>ดังนั้นเมื่อลูกค้าต้องการเว็บไซต์ที่ใช้ง่าย และดูเป็นเว็บสมัยใหม่ สิ่งที่ควร make sure กันก่อนคือต้องมีวาระ &#8220;การประชุมเพื่อตัดออก&#8221; อยู่ด้วย เพื่อให้ได้เว็บที่ Clean ที่สุด และเมื่อเซ็ทเป็นการประชุมแล้ว มันจะสามารถช่วยดึงวิธีคิดของผู้เข้าประชุมให้คิดถึง Usability มากขึ้นครับ</p>
<p>วิธีโน้มน้าวคือให้ดูเว็บรัฐบาลของต่างประเทศเช่น <a href="http://www.whitehouse.gov/" rel="nofollow">http://www.whitehouse.gov/ </a> หรือ <a href="http://www.london.gov.uk/" rel="nofollow">http://www.london.gov.uk/</a> ซึ่งเป็นเว็บรัฐบาลยุคใหม่เหมือนกัน และจะเห็นได้ว่าเค้าไม่จำเป็นจะต้องใส่ลิงก์ของหน่วยงานอื่น จากนั้นลองดู sitemap ของเราเปรียบเทียบจำนวนลิงก์เพื่อตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/portal-ending/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 เทคนิคการทำให้เว็บมี Usability ที่ดี กับผลวิจัยที่น่าทึ่ง!</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/usability/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/usability/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2011 04:52:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[white hat SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9404</guid>
		<description><![CDATA[การทำเว็บให้ใช้ง่าย เข้าถึงข้อมูลได้เร็ว หรือมี Usability ที่ดีทวีความสำคัญขึ้นมากในยุคที่เว็บมีเป็นจำนวนมากและ Social media เป็น mainstream การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยบางครั้งก็ทำรายได้เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน คราวนี้มี 10 เทคนิคการทำให้เว็บมี Usability ที่ดี มาฝาก ที่สำคัญคือมีผลวิจัยรองรับด้วยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ่านเจอบทความจาก <a href="http://sixrevisions.com/usabilityaccessibility/10-usability-tips-based-on-research-studies/" rel="nofollow">10 Usability Tips Based on Research Studies</a> สรุปได้ดังนี้ครับ</p>
<h2>1. อย่าสับสนกับ &#8220;กฏสามคลิก&#8221;</h2>
<p>เว็บที่ถูกคลิก ยิ่งมาก ยิ่งแสดงว่าผู้ดูสนใจมาก และมีแนวโน้มที่ผู้ดูเว็บจะทำตามจุดประสงค์ที่เว็บนั้นออกแบบมา ตัวอย่างง่ายๆเช่นเวลาเราจะซื้อของ เราจะคลิกเปรียบเทียบและดูข้อมูลหน้านั้นหน้านี้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการทำเว็บให้น่าคลิกเพื่อค้นข้อมูลได้ง่าย และเมื่อคนคลิกเยอะจะประสบความสำเร็จสูงกว่าครับ ความเห็นผมเองคือการคลิกจะเหมือนเค้าอยู่ในเกมส์ที่เรากำหนด และเค้าสนุกกับมันนั่นเอง</p>
<p>ส่วนกฎสามคลิกที่พูดถึงนั้นมีความหมาย&#8221;คนละแบบกัน&#8221; คือถ้า User ไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้เข้าใจภายในสามคลิก เขาจะละทิ้งเว็บนั้นไปเลย ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดและพยายามทำให้คลิกน้อยแต่ทำให้การใช้งานง่ายและน่าคลิกหาสิ่งที่น่าสนใจจะตรงประเด็นมากกว่า</p>
<div id="attachment_9466" class="wp-caption alignnone" style="width: 460px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/3-click.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/3-click.jpg" alt="จำนวนคลิกที่มาก ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับความที่ผู้ใช้สามารถพบสิ่งที่เค้าต้องการ" title="จำนวนคลิกที่มาก ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับความที่ผู้ใช้สามารถพบสิ่งที่เค้าต้องการ" width="450" height="370" class="size-full wp-image-9466" /></a><p class="wp-caption-text">จำนวนคลิกที่มาก ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับความที่ผู้ใช้สามารถพบสิ่งที่เค้าต้องการ</p></div>
<p>ที่มา <a href="http://www.uie.com/articles/three_click_rule/" rel="nofollow">user interface engineer</a></p>
<h2>2. สร้างคอนเท้นท์ที่น่าอ่านในรูปแบบตัวอักษร F</h2>
<p>จากผลการวิจัยวิธีอ่านของผู้ใช้เว็บ 50 คน พบว่า จุดที่ผู้ใช้เว็บสนใจมากที่สุดอยู่ที่มุมบนด้านซ้าย และกวาดตาเป็นรูปตัวอักษร F ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้สำหรับ Copy writer และผู้วางคอนเท้นท์ที่สำคัญที่จะทำให้สื่อสารได้เร็วที่สุด</p>
<div id="attachment_9467" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/F-shape-pattern.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/F-shape-pattern.jpg" alt="F shape pattern บริเวณสีแดงคือบริเวณที่ตาของผู้ใช้กวาดไปและให้ความสำคัญมากที่สุด" title="F shape pattern บริเวณสีแดงคือบริเวณที่ตาของผู้ใช้กวาดไปและให้ความสำคัญมากที่สุด" width="550" height="245" class="size-full wp-image-9467" /></a><p class="wp-caption-text">F shape pattern บริเวณสีแดงคือบริเวณที่ตาของผู้ใช้กวาดไปและให้ความสำคัญมากที่สุด</p></div>
<p>ผลการทดลองจาก <a href="http://www.useit.com/alertbox/reading_pattern.html" rel="nofollow">AlertBox </a></p>
<div id="attachment_9468" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/google-golden-triangle.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/google-golden-triangle.jpg" alt="google golden triangle" title="google golden triangle" width="550" height="470" class="size-full wp-image-9468" /></a><p class="wp-caption-text">google golden triangle</p></div>
<p>ผลการทดลองจาก <a href="http://www.clickrmedia.com/services/sem/seo" rel="nofollow">Nielsen’s independent research</a></p>
<h2>3. เร่งความเร็วเว็บไซต์ อย่าให้ผู้ใช้ต้องรอ</h2>
<p>ผู้ใช้เว็บปัจจุบันเกลียดการรอคอยเนื่องจากมีทางเลือกเยอะแยะ มีผลการทดสอบด้านประสิทธิผลของเว็บกับเวลาในการรอคอยการแสดงผลด้วยเช่นกัน</p>
<p>Bing ได้ทำการทดสอบและพบว่า ถ้าเว็บไซต์แสดงผลช้าขึ้นเพียง 2วินาที จะทำให้ ความพึงพอใจผู้ใช้ลด 3.8% และทำให้สูญเสียรายได้ (revenue per user) 4.3% และลดการคลิกลง 4.3% ซึ่งในฐานะบริษัทอย่างไมโครซอฟท์ 4.5% หมายถึงกำไรหายไปหลายล้านดอลล่าห์เลยทีเดียว</p>
<p><div id="attachment_9470" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/bing_reduction.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/bing_reduction.jpg" alt="ผลการทดลอง bing เวลาที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรหดหายชัดเจน" title="ผลการทดลอง bing เวลาที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรหดหายชัดเจน" width="550" height="240" class="size-full wp-image-9470" /></a><p class="wp-caption-text">ผลการทดลอง bing เวลาที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรหดหายชัดเจน</p></div><br />
ที่มา <a href="http://radar.oreilly.com/2009/06/bing-and-google-agree-slow-pag.html" rel="nofollow">slow page lost user</a></p>
<p>นอกจากนี้ Google ยังให้ความสำคัญกับ speed และอันดับของเว็บด้วยตามลิงก์ <a href="http://googlewebmastercentral.blogspot.com/2010/04/using-site-speed-in-web-search-ranking.html" rel="nofollow">Google now factors page speed in their search ranking</a></p>
<p>สำหรับเรื่องความเร็วลองดู<a href="http://sixrevisions.com/tools/faster_web_page/" rel="nofollow"> 15 เครื่องมือที่ทำให้พัฒนาหน้าเว็บที่เร็วขึ้น</a> และลองใช้ <a href="http://sixrevisions.com/css/css-sprites-site-speed/" rel="nofollow">CSS Sprites</a> เพื่อทำให้ความเร็วมากขึ้น</p>
<h2>4. ทำให้คอนเท้นท์อ่านง่าย มีตัวอักษรเท่าที่จำเป็น</h2>
<p>มีผลการทดลองว่า คนส่วนใหญ่อ่านตัวอักษรบนหน้าเว็บเพียง 28% เท่านั้น และจะยิ่งอ่านน้อยลงไปอีกถ้ามีตัวอักษรมากกว่านั้น</p>
<div id="attachment_9471" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/little_users_read.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/little_users_read.png" alt="เปอร์เซ็นของการอ่าน กับจำนวนตัวอักษร" title="เปอร์เซ็นของการอ่าน กับจำนวนตัวอักษร" width="550" height="442" class="size-full wp-image-9471" /></a><p class="wp-caption-text">เปอร์เซ็นของการอ่าน กับจำนวนตัวอักษร</p></div>
<p>ที่มา <a href="http://www.useit.com/alertbox/percent-text-read.html" rel="nofollow">การทดลองโดย Dr Nielsen</a></p>
<p>ดังนั้น ถ้าอยากให้ผู้ชมเว็บอ่านทุกอย่างในเว็บ ต้องทำให้อ่านง่าย ไฮไลท์คีย์เวิร์ด ใช้ heading เขียนย่อหน้าให้สั้น และปรับปรุงลิสต์</p>
<h2>5. การ scroll ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้รำคาญการอ่านเว็บ</h2>
<p>ลูกค้าหลายคนอาจกังวลว่าการออกแบบเว็บที่ยาวจนต้อง scroll down ลงมา อาจทำให้ผู้ชมไม่ชอบ แต่จากผลการวิจัยพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างเว็บที่ต้อง scroll หรือไม่ต้อง scroll</p>
<p><div id="attachment_9472" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/clicktale_fold.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/clicktale_fold.png" alt="เปอร์เซ็นของการ scroll web ต่อความสูงของเว็บเป็น pixel จะเห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน" title="เปอร์เซ็นของการ scroll web ต่อความสูงของเว็บเป็น pixel จะเห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน" width="500" height="333" class="size-full wp-image-9472" /></a><p class="wp-caption-text">เปอร์เซ็นของการ scroll web ต่อความสูงของเว็บเป็น pixel จะเห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน</p></div><br />
ที่มา <a href="http://blog.clicktale.com/2006/12/23/unfolding-the-fold/" rel="nofollow">Unfolding the Fold โดย Clicktale</a></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยอีกว่า ถ้าหน้าเพจด้านบนมี content อยู่น้อย จะสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ scroll เว็บลงมาด้านล่างเพื่อดูคอนเท้นท์อื่นๆได้ด้วย</p>
<div id="attachment_9473" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/cxpartners_results.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/cxpartners_results.jpg" alt="ถ้าด้านบนของเว็บมีคอนเท้นท์น้อย จะสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้เลื่อนลงมาดูด้านล่างได้" title="ถ้าด้านบนของเว็บมีคอนเท้นท์น้อย จะสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้เลื่อนลงมาดูด้านล่างได้" width="550" height="406" class="size-full wp-image-9473" /></a><p class="wp-caption-text">ถ้าด้านบนของเว็บมีคอนเท้นท์น้อย จะสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้เลื่อนลงมาดูด้านล่างได้</p></div>
<p>ที่มา <a href="http://www.cxpartners.co.uk/thoughts/the_myth_of_the_page_fold_evidence_from_user_testing.htm" rel="nofollow" class="broken_link">Why we don’t worry about the fold</a> : CXpartner</p>
<p>สิ่งที่จะสื่อในเรื่องนี้คือ ไม่จำเป็นต้องอัดสิ่งที่น่าสนใจไว้ด้านบนของเว็บทั้งหมดนั้นเอง</p>
<h2>6. เอาของสำคัญไว้ด้านซ้าย</h2>
<p>อันนี้ก็คล้ายๆกับ F shape ข้างต้นครับ มีผลการทดลองว่าคนจะใช้เวลาดูคอนเท้นท์ด้านซ้าย 69% ของการใช้เวลาทั้งหมด</p>
<div id="attachment_9474" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/left-significant.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/left-significant.png" alt="บริเวณจำนวน pixel ที่ 300-400 นับจากด้านซ้ายของเว็บเพจจะใช้เวลาดูมากสุด" title="บริเวณจำนวน pixel ที่ 300-400 นับจากด้านซ้ายของเว็บเพจจะใช้เวลาดูมากสุด" width="550" height="367" class="size-full wp-image-9474" /></a><p class="wp-caption-text">บริเวณจำนวน pixel ที่ 300-400 นับจากด้านซ้ายของเว็บเพจจะใช้เวลาดูมากสุด</p></div>
<p>ที่มา <a href="http://www.useit.com/alertbox/horizontal-attention.html" rel="nofollow">Jakob Nielsen s Alertbox</a></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผลนี้ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ แต่ภาษาส่วนใหญ่ในโลกก็อ่านจากด้านซ้ายจึงเป็นการดีที่จะคำนึงด้านซ้ายไว้ก่อนครับ</p>
<h2>7. พื้นที่ว่าง มีผลต่อการอ่านตัวอักษรและเวลาในการรับรู้ข้อความนั้น</h2>
<p>การเว้นพื้นที่ว่างรอบๆตัวอักษรทำให้ดึงดูดสายตามากขึ้น มีผลวิจัยโดยให้อาสาสมัครอ่านข้อความที่มีระยะห่างรอบๆ รวมถึงระยะระหว่างบรรทัดต่างๆกัน โดยถ้าระยะห่างระหว่างคำมีน้อย จะใช้เวลาอ่านได้เร็ว แต่ถ้ามีระยะห่างมาก ประโยคนั้นจะทำให้คนอ่านจับใจความและได้ความเข้าใจมากกว่า</p>
<div id="attachment_9481" class="wp-caption alignnone" style="width: 497px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/readability.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/readability.png" alt="ระยะวรรคและช่องไฟ มีผลต่อการอ่านได้เร็ว กับอ่านได้เข้าใจและรู้ประเด็น " title="ระยะวรรคและช่องไฟ มีผลต่อการอ่านได้เร็ว กับอ่านได้เข้าใจและรู้ประเด็น " width="487" height="555" class="size-full wp-image-9481" /></a><p class="wp-caption-text">ระยะวรรคและช่องไฟ มีผลต่อการอ่านได้เร็ว กับอ่านได้เข้าใจและรู้ประเด็น </p></div>
<p>ที่มา <a href="http://psychology.wichita.edu/surl/usabilitynews/121/" rel="nofollow">Software Usability Research Laboratory</a></p>
<p>ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ทุกยอ่างที่ประกอบกันเป็นเว็บ ทั้งระยะห่าง สีตัวอักษร เล้น มีผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ทั้งสิ้น บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมเช่นการ<a href="http://sixrevisions.com/web_design/a-basic-look-at-typography-in-web-design/" rel="nofollow">เลือกใช้ฟ้อนท์</a> และการจัดการ<a href="http://sixrevisions.com/web_design/negative-space-in-webpage-layouts-a-guide/" rel="nofollow">พื้นที่ว่างของเว็บที่ไม่ดี</a></p>
<h2>8. รายละเอียดเล็กๆน้อย อาจสร้างความแตกต่างในการใช้งานได่้มาก</h2>
<p>ในการทำเว็บใหญ่ๆ เรามักจะละเลยสิ่งเล็กน้อยในการใช้งานไป</p>
<p>มีเคสของการนำปุ่มออก และใส่คำอธิบายเกี่ยวกับ error ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหา user error ในขั้นตอนเช็คเอ้าท์ ปรากฎว่าเว็บสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง $300 ล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 45% จากยอดขายปกติในเดือนแรกที่มีการเปลี่ยนแปลง </p>
<div id="attachment_9483" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/design_instruct.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/09/design_instruct.png" alt="แทนที่ error 404 ด้วยคำเช่น Sorry และให้คำแนะนำต่อผู้ใช้" title="แทนที่ error 404 ด้วยคำเช่น Sorry และให้คำแนะนำต่อผู้ใช้" width="550" height="222" class="size-full wp-image-9483" /></a><p class="wp-caption-text">แทนที่ error 404 ด้วยคำเช่น Sorry และให้คำแนะนำต่อผู้ใช้</p></div>
<p>ด้านบนคือผลการ<a href="http://www.thinkflowinteractive.com/2009/02/16/250000-from-better-error-messages/" rel="nofollow">ปรับปรุงเว็บโดย flowinteractive</a> ซึ่งเปลี่ยนคำว่า Error occured: 404 &#8211; not found โดยใส่คำว่า &#8220;We&#8217;re sorry, we&#8217;ve had a problem processing your order. Your card hasn&#8217;t been charged yet. Please click checkout to try again.&#8221; ผลปรากฎว่า transaction รายเดือนสูงขึ้น </p>
<h2>9. navigation ที่ดี สำคัญกว่าระบบ Search ในเว็บมาก</h2>
<p>มีการทดสอบให้ทำ <a href="http://giraffeforum.com/wordpress/2010/04/25/navigation-is-more-important-than-search/" rel="nofollow">task test</a> บนเว็บ และพบว่า 70% ของอาสาสมัครทำการคลิกลิงก์เพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง มากกว่าจะไป Search ภายในเว็บ  </p>
<p>นอกจากนี้ยังมี<a href="http://www.uie.com/articles/always_search/" rel="nofollow">ผลทดสอบจาก UIE</a> ว่าผู้ใช้เว็บหากไม่สามารถหาลิงก์ไปถึงจุดที่เค้าต้องการในเว็บ เค้าจะไปพึ่ง Search engine ข้างนอกเว็บมากกว่า (และลูกค้ารายนั้นอาจจะหลุดไปเว็บอื่นเลย)</p>
<p>ผลสรุปก็คือ การจัดการคอนเท้นท์ให้ดีและหาง่าย มีโครงสร้างที่ดี ให้ผลที่ดีกว่าการไปพึ่งระบบ Search ภายในเว็บ</p>
<h2>10. Homepage ไม่ได้สำคัญอย่างที่คุณคิดนะ</h2>
<p>คนที่เข้ามาที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบที่จะเข้ามาที่ Homepage โดย Search engine เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้าถึงหน้าที่ให้ข้อมูลโดยตรงเช่นเดียวกับเว็บอื่นๆที่จะลิงก์มาที่คุณโดยตรงเช่นกัน </p>
<p>จากผลการวิเคราะห์ของ  Gerry McGovern และ <a href="http://giraffeforum.com/wordpress/2010/04/18/the-decline-of-the-homepage/" rel="nofollow">The decline of homepage</a> แสดงให้เห็นว่า การเข้าไปยัง page อื่นของเว็บโดยผ่านหน้าแรกของเว็บนั้นลดลงอย่างมาก ในปี 2003 นั้นคนเข้าเว็บจากหน้าแรก 39% แต่ปัจจุบันเข้าหน้าแรกเพียง 2% ! โดยในปี 2009-2011 ลดลงถึงปีละครึ่งหนึ่ง </p>
<p>ข้อมูลนี้บอกได้ว่าปัจจุบันเรามีทางเข้าถึงข้อมูลโดยตรงมากมายทั้ง Search engine และ  Social media ดังนั้นควรไปโฟกัสที่ landing page มากกว่า Home page จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่ามากครับ</p>
<blockquote>
<h3>ช่วงโฆษณา</h3>
<p> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
<a href="http://www.ipattt.com/2009/วงดนตรี-งานแต่งงาน/">วงดนตรี งานแต่งงาน</a></p>
<div id="attachment_7130" class="wp-caption alignnone" style="width: 109px"><a rel="nofollow" href="http://www.facebook.com/iPatttFB"><img class="size-full wp-image-7130" title="facebook like" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/DownloadedFile.jpeg" alt="" width="99" height="52" /></a><p class="wp-caption-text">หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ โปรดให้กำลังใจด้วยการกด Like ที่หน้า facebook page ผมนะครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p></div>
<div id="attachment_5676" class="wp-caption alignnone" style="width: 126px"><a rel="nofollow" href="https://twitter.com/ipattt"><img class="size-full wp-image-5676" title="follow @ipattt" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/05/follow.jpeg" alt="follow @ipattt" width="116" height="116" /></a><p class="wp-caption-text">follow @ipattt</p></div></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/usability/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาทำเว็บแบบรายเดือนและบริหาร content รายเดือนกันเถอะ #TiGERiDEA</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2011 08:03:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8963</guid>
		<description><![CDATA[ การทำเว็บนั้นไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบครับ คนจะสนใจเว็บที่มีชีวิตและมีคอนเท้นท์ที่น่าสนใจออกมาอย่างสม่ำเสมอมากกว่าเว็บที่หยุดนิ่งเหมือนตายแล้ว  เว็บรายเดือนมีสิทธิที่จะจบงานได้ด้วยราคาที่ถูก โดยต้องเผื่อเวลาของการ Approve งานของลูกค้าไว้ตามสมควรด้วยเช่นกัน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><div id="attachment_8976" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/unfinished-project.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/unfinished-project.jpg" alt="สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ" title="สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ" width="600" height="384" class="size-full wp-image-8976" /></a><p class="wp-caption-text">สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ</p></div><br />
( <em>ภาพป้ายโฆษณา Lowe&#8217;s จาก</em> <a href="http://www.funnycommercialsworld.com/lowes-unfinished-projects-255.html" rel="nofollow"><em>http://www.funnycommercialsworld.com/lowes</em></a> )</p>
<p>ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่การทำเว็บนั้นไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบครับ คนจะสนใจเว็บที่มีชีวิตและมีคอนเท้นท์ที่น่าสนใจออกมาอย่างสม่ำเสมอมากกว่าเว็บที่หยุดนิ่งเหมือนตายแล้ว ดังนั้นวิธีการคิดราคาเว็บไซต์ก็ควรเปลี่ยนไป อีกทั้ง Solution หลายอย่างก็ช่วยให้ต้นทุนการทำเว็บแบบดั้งเดิมลดลงและต้นทุนการทำ Content กลับทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆแทน</p>
<p>อย่างไรก็ตามเว็บองค์กรจะมี Mind set ที่ต้องการทำจบแล้วจบเลยอยู่ แต่เราสามารถนำวิธีคิดเบื้องต้นไป Convince ให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นเว็บรายเดือนแทนครับ ไทเกอร์ไอเดียมีความตั้งใจในการทำเว็บรายเดือนมาระยะหนึ่งจากบล็อก <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">Rate ราคา manday ไทเกอร์ไอเดีย</a>ที่เขียนมาระยะหนึ่งและเมื่อมีลูกค้ารายใหม่เข้ามา ผมจะส่งให้ลูกค้าดูก่อนเสมอ และ<a href="http://www.ipattt.com/2011/web-scg/">ตัวอย่างลูกค้าบริษัทใหญ่ (แต่เว็บไม่ใหญ่) อย่าง SCG ได้ทำมาแล้ว</a></p>
<h2>ปัญหาของการทำเว็บแบบเหมาโปรเจ็คคือคาดเวลาจบงานได้ยากในทางปฎิบัติ</h2>
<p>ที่ผ่านมาคนที่รับทำเว็บไซต์หรือระบบต่างๆน่าจะเคยประสบปัญหากันคือเรื่อง cash flow หรือกระแสเงินสดครับ เนื่องจากการทำเว็บบางทีไม่สามารถกำหนดวันเสร็จได้อย่างชัดเจนเหมือนกับงานสิ่งพิมพ์หรืองาน presentation เพราะเว็บเปรียบเสมือนองค์กรที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการวางแผนกระแสเงินสดในบริษัทจะทำใด้ยากและมักมีปัญหาตามมา</p>
<p>ลูกค้าหลายคนตอนเริ่มทำเว็บก็มักไม่มีไอเดีย ซึ่งไอเดียจะมาเกิดต่อเมื่อเห็นหน้าตาเว็บแล้ว ทำให้เค้าอยากจะปรับปรุงไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจอกันอยู่เสมอกับ Product ที่มีความซับซ้อนและต้องมีการ educate ลูกค้าระหว่างการทำเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ ลองอ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2010/understanding-customer/">ปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาโปรเจ็คคือความเข้าใจตัวเอง</a></p>
<h2>การทำเว็บรายเดือน สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้</h2>
<p>เมื่อลูกค้ามีความต้องการมากขึ้นในภายหลัง หรือพูดง่ายๆว่า requirement เพิ่มเติมในภายหลัง หนทางที่ fair ที่สุดในการดีลงานคือเค้าควรจะจ่ายเพิ่มให้เราด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นการทำเว็บรายเดือนจึงตอบปัญหาในจุดนี้ได้และ<a href="http://www.ipattt.com/2009/disaster-designer/">การ์ตูนล้อ Web Designer ตัวนี้คงไม่เจ็บปวดขนาดนั้น</a>เพราะ designer อย่างน้อยยังได้เงินตลอด ข้อแลกเปลี่ยนคือ การทำงานของบริษัทที่รับทำเว็บรายเดือน ต้องมีแผนการทำงานที่ชัดเจนและต้องสามารถทำได้ตามแผนนั้น <strong>หากลูกค้ามีความต้องการที่จะจ่ายน้อยและงานเสร็จเร็ว ตัวลูกค้าเองต้องมีความชัดเจนตั้งแต่แรก</strong> แต่หากลูกค้าไม่ชัดเจน เค้าสามารถจ่ายเพิ่มภายหลังได้เช่นกันเพื่อพัฒนาเว็บจนกว่าเค้าจะพอใจครับ</p>
<p>สำหรับกรณี SCG ทั้งสองเว็บที่ทำอยู่ ลูกค้าเลยเตรียมตัวเรื่องข้อมูลกันดีมากๆเพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการตัดสินใจระหว่างการทำเอง เพราะถ้าลูกค้าตัดสินใจนาน ผลเสียจะตกอยู่ที่ลูกค้าเองตรงที่เวลา Man day นั้นเดินไปเรื่อยๆครับ</p>
<h2>ทำอย่างไรลูกค้าจึงจะตัดสินใจเลือกทำเว็บรายเดือน ?</h2>
<h3><strong>อันดับแรกคือ เว็บรายเดือนมีสิทธิที่จะจบงานได้ด้วยราคาที่ถูก</strong></h3>
<p>สาเหตเพราะเราไม่ต้องคิดเผื่อ <em>ต้นทุนความเสี่ยงจากการทำงานที่ไม่เสร็จสักที</em> กับ<em>ต้นทุนการหมุนกระแสเงินสด</em>ครับ ทำให้คิดราคาได้ถูกลงมากโดยสามารถคิดได้จากค่าแรงของพนักงานคูณกับตัวแปรด้านโสหุ้ยตรงๆนั่นเอง สมมติว่าทำเว็บรายเดือนๆละ 30,000 บาท ถ้าสามารถทำให้จบได้ในเดือนเดียวก็จะมีราคาเพียง 30,000 บาทเท่านั้น</p>
<p>ตัวอย่าง (จริงๆ) ที่กำลังทำอยู่ขณะนี้คือลูกค้าบริษัทมหาชนเจ้าหนึ่งต้องการทำเว็บให้องค์กรมหาชนของเขา ซึ่งมีเว็บ cataloque อยู่ด้วย ( เว็บนี้ซับซ้อนกว่าของ SCG ) จึงให้หัวหน้าฝ่าย IT ติดต่อทาง TiGERiDEA เพื่อประเมินราคาร่วมกับบริษัทอื่นๆ ในครั้งแรกผมเองได้เสนอ Solution เว็บรายเดือนไปแต่ทางบริษัทยังยอมรับได้ยากเพราะผู้บริหารใช้เหตผลที่ว่า &#8221; บริษัทของเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราจะทำเสร็จตามกำหนดจริงๆภายใต้คุณภาพที่เขาพอใจ&#8221; ดังนั้นผมจึงเสนอไปสองราคาดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>Quotation ตัวที่ 1 เสนอราคาเหมาทั้งโปรเจ็คที่ 300,000 บาท ใช้เวลาทำงานไม่เกิน 3 เดือน</li>
<li>Quotation ตัวที่ 2 เสนอราคารายเดือน เดือนละ 40,000 บาท ใช้เวลาทำงานตาม requirement ประมาณให้ 4 เดือน ( รวมสี่เดือน 160,000 บาท )</li>
</ul>
<p>จากราคาทำให้ Quotation ตัวที่ 2 มีความโดดเด่นเหนือบริษัทที่มาร่วม pitch งานด้วยกันอย่างมากและราคาถูกกว่า Quotation ตัวที่ 1 ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวครับ ทำให้ทีมงานต้องกลับมาพิจารณา ถึงแม้งานจะยังไม่เสร็จ ก็ไม่น่าจะเลทเกิน 1 เดือนรวมแล้ว 200,000 และเมื่อดูความคุ้มค่าแล้วจึงตัดสินใจทำเว็บด้วย Quotation ตัวที่สอง</p>
<h3><strong>อันดับที่สอง ทำอย่างไรจะให้ลูกค้าแน่ใจว่าเราจะทำเสร็จจริงๆ</strong></h3>
<div id="attachment_8974" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/plan-website.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/plan-website.jpg" alt="ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า" title="ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า" width="600" height="268" class="size-full wp-image-8974" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า</p></div>
<p>ในขั้นตอนนี้ต้องอยู่ที่การวางแผนในการทำเว็บด้วยเวลาที่เหมาะสมครับ และต้องเผื่อเวลาของการ Approve งานของลูกค้าไว้ตามสมควรด้วยเช่นกัน โดยขั้นตอนที่มีความเสี่ยงต่อการ Revise มากที่สุดคือขั้นตอนการดีไซน์นี่เอง เนื่องจากเป็นเรื่องของรสนิยม ดังนั้นการคุยเรื่อง reference งานก่อน หรือเว็บไซต์ที่ลูกค้าชอบก่อนเป็นเรื่องสำคัญครับ จากนั้นจึงวางแผนการตามลำดับดังนี้</p>
<ul>
<li><a rel="nofollow" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Website_wireframe">Wireframe หรือโครงร่างหลักของเว็บ</a> เป็นขั้นตอนการรวบรวมลำดับความสำคัญในการนำเสนอเว็บไซต์ ตัว wireframe จะไม่มีสีสันใดๆมารบกวนทำให้การมองโครงสร้างของเว็บและ User interface นั้นตรงไปตรงมามากขึ้น สำหรับเว็บองค์กรโดยทั่วไปอาจใช้เวลาไม่ถึงเดือน แต่ถ้าเป็นเว็บ e-commerce หรือเว็บ social deal อาจจะใช้เวลานานมากหลายเดือนถ้าลูกค้ายังไม่ชัดเจนเรื่อง function การทำงานในแต่ละหน้า</li>
<li>Design ทำการ design mood and tone ตาม requirement และ reference ของลุกค้า ผมมีข้อแนะนำว่าอย่าใช้วิธีคิดเชิง Agency มากเกินไปในการดีไซน์เว็บเพราะเว็บมีความ Dynamics มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์หรือ presentation ที่เราสามารถกำหนด environment ได้ โดยของไทเกอร์ไอเดียจะดีไซน์หน้าแรกก่อน เมื่อ Approve แล้วจึงเริ่มดีไซน์หน้าต่อไป</li>
<li>จากนั้นจึงเป็นขั้นตอน Architecture ตัด CSS , HTML, testing ฯลฯ ตามลำดับซึ่งแล้วแต่นโยบายการเผื่อ Man day ของแต่ละบริษัทครับ</li>
</ul>
<h2>เว็บรายเดือน กับการเผื่อเวลา error และ delay</h2>
<p>การวางแผนข้างต้นควรมีเผื่อเวลา Approve กับลูกค้าไว้ด้วยครับ( แล้วแต่ policy ) โดยอาจบอกลูกค้าไว้ก่อนว่าใช้เวลา  Approve ไม่เกิน 1 วันและเราทำเสร็จก่อนหน้านั้น ของไทเกอร์ไอเดียเองช่วงเวลาทั้งหมดที่ Plan ไว้กับการดีไซน์จะเผื่อแก้ไขด้วยประมาณ 2-3 revision แต่ถ้าหากลูกค้าจะแก้เกินกว่านั้น ทางเราจะบอกลูกค้าว่าการแก้ไขจะกระทบเวลารวมของโปรเจ็ค และลูกค้าอาจต้องจ่ายเงินซื้อเวลาเพิ่มเติมในเดือนต่อไปครับ</p>
<h2>เว็บรายเดือนกับความเข้าใจเรื่อง Man day เป็นเรื่องสำคัญ : กรณีศึกษาที่ล้มเหลว</h2>
<p>ในช่วงแรกๆที่ไทเกอร์ทำงานแบบรายเดือน (ประมาณปีก่อน) ก็มีลูกค้าไม่พอใจอยู่บ้างเช่นกันถึงขั้นทางไทเกอร์คืนเงินลูกค้า ซึ่งความผิดพลาดของไทเกอร์คือการวางแผนที่ไม่ได้เผื่อเวลา error และเมื่อมีการแก้ไขทำให้ทำงานไม่ได้ตามแผน นอกจากนี้ Customer support ของไทเกอร์ยังไม่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะ Service ได้อย่างใจลูกค้าในขณะนั้น</p>
<p>ในแง่ลูกค้าหากลูกค้าไม่เข้าใจเรื่อง Man day ก็อาจมีปัญหาเช่นกัน ลูกค้าหลายเจ้าอยู่บริษัทใหญ่ที่มี Agency ซึ่งได้ Agency fee หลายแสนหลายล้านบาทต่อเดือนและมีการบริการที่ดีมากเนื่องจาก Agency เหล่านั้นได้บวก Man day ไว้ใน Agency Fee แล้ว แต่พอมาทำเว็บราคาไม่แพงก็ยังต้องการบริการแบบเดียวกันเช่นกันทำให้บางคน โทรศัพท์หา AE ของไทเกอร์ทั้งวัน หรือใช้เวลาตอบเมล์แบบลงดีเทลลึกมากโดย AE ต้องใช้เวลาตอบเมล์นึงถึงครึ่งวัน ดังนั้นหากพบลูกค้าดังกล่าวทางบริษัทควรทำ Package การบริการที่ต่างกันให้เลือกตั้งแต่แรก และการจัด package จะทำให้ลูกค้าเข้าใจโดยธรรมชาติครับ</p>
<h3>ตัวอย่างการจัด Package ให้ลูกค้าแบบทำแล้วจบงานเลย</h3>
<ul>
<li>Package ที่ 1 ทำงานเดือนละ 25,000 ต่อเดือน ตาม requirement เริ่มแรก น่าจะทำเสร็จใน 4 เดือน และโทรศัพท์ติดต่อได้ในวันธรรมดาเวลา 13:00-14:30 เท่านั้น</li>
<li>Package ที่ 2 ทำงานเดือนละ 40000 บาทต่อเดือน (โปรเจ็คเดียวกัน) ตาม requirement เริ่มแรก น่าจะทำเสร็จใน 2 เดือน โทรศัพท์ติดต่อได้ทั้งวัน เป็นต้น</li>
</ul>
<p>ซึ่งลูกค้าเห็นราคาแล้วจะเข้าใจทันทีว่า ที่ Package ที่ 1 ราคาถูกกว่าเพราะเราจัด Man day ให้โปรเจ็คน้อยกว่าจึงทำให้เสร็จช้ากว่า</p>
<h3>ตัวอย่างการจัด Package ให้ลูกค้าแบบทำเว็บเสร็จบริหาร Content ต่อ</h3>
<ul>
<li>เดือนที่ 1-2 Wireframe and Design</li>
<li>เดือนที่ 3 CSS HTML</li>
<li>เดือนที่ 4 &#8211; 12 Blog and Social Media implementation</li>
</ul>
<h2> โปรเจ็คใหญ่มากก็สามารถคิดแบบรายเดือนได้ </h2>
<p>โปรเจ็คประเภทเว็บ System หรือ Social Commerce ขนาดใหญ่ก็สามารถทำเว็บรายเดือนได้เช่นกัน โดยเป็นลักษณะการจัดสรร Resource ตาม Rate Card ที่ลูกค้าซื้อครับ ลองดูที่ <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">Rate ราคา manday ไทเกอร์ไอเดีย</a> ด้านล่างสมมติว่าลูกค้าซื้อเวลาทั้งหมด 60000 บาทต่อเดือน จะสามารถจัดสรร System Analyst, Programmer, Art Director ลงไปได้ตามส่วนครับ และเดือนต่อๆไปก็สามารถนำเวลาทั้ง 60000 บาทไปลงกับ Content Copywriter แทนได้เช่นกัน</p>
<h2>ทำไมผมถึงนำวิธีการทำเว็บรายเดือนมาแชร์ ?</h2>
<p>เพราะว่าผมเองคิดว่า วิธีการทำงานแบบนี้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งลูกค้าและบริษัททำเว็บครับ Business การทำเว็บและการบริหารข้อมูล เป็น Business แบบพิเศษจริงๆ การทำงานแบบดั้งเดิมเองผมคิดว่าเป็นวิธีที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับงานที่ Dynamics และต้องก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลาของเว็บไซต์ เลยอยากให้เพื่อนๆบริษัททำเว็บและฟรีแลนส์ ลองพิจารณาดูเพื่อร่วมสร้างมาตรฐานใหม่กันครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Case Study SCG ปูนซิเมนท์ไทย : ดีลทำเว็บแบบใหม่โดย #TiGERiDEA</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/web-scg/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/web-scg/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2011 05:20:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8958</guid>
		<description><![CDATA[Mile stone ช่วงที่ผ่านมาของผมคือพยายามเปลี่ยนลูกค้าที่ทำเว็บเชิงโปรเจ็คให้เป็นรายเดือนให้หมด ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าบริษัท SME หรือลูกค้ารายเล็กๆผมจะสามารถ Convince ได้ แต่ลูกค้ารายใหญ่ๆการทำเว็บให้ SCG เครือกระดาษถือว่าสำเร็จเป็นรายแรกๆครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Mile stone ช่วงที่ผ่านมาของผมคือพยายามเปลี่ยนลูกค้าที่ทำเว็บเชิงโปรเจ็คให้เป็นรายเดือนให้หมด (อ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/">มาทำเว็บรายเดือนกันเถอะ</a>) ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าบริษัท SME หรือลูกค้ารายเล็กๆผมจะสามารถ Convince ได้ แต่ลูกค้ารายใหญ่ๆอย่างบริษัทมหาชนยังทำได้ยากอยู่ครับ แต่ในที่สุดก็ผลักดันได้หลายที่แล้ว</p>
<h2>การทำเว็บไซต์กลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษของ SCG ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการทำเว็บองค์กร</h2>
<div id="attachment_8960" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://tupi.co.th/"><img class="size-full wp-image-8960" title="เว็บไซต์ SCG TUPI" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/SCG-TUPI.jpg" alt="เว็บไซต์ SCG TUPI" width="600" height="324"></a><p class="wp-caption-text">เว็บไซต์ SCG TUPI คลิกที่รูปเข้าชมเว็บ</p></div>
<p>ที่ต้องยก case study เรื่องนี้มาเพราะว่าต้องถือว่าการดีลทำเว็บไซต์ที่ไม่ซับซ้อนให้แก่องค์กรขนาดใหญ่ที่มีมาตรฐานสูงอย่าง SCG ด้วยโปรเจ็ครายเดือน และราคาที่ถือว่า &#8220;ต่ำมากสำหรับเว็บในองค์กรระดับนี้&#8221; ( ประมาณ 80,000 บาท ) และยังถือว่า &#8220;ทำเสร็จได้เร็ว&#8221; ต้องถือว่าเป็นมิติใหม่จริงๆในหลายเรื่องครับ ต้องยอมรับทีมงานและผู้บริหารที่เปิดกว้างในเรื่องนี้อย่างมากในหลายเรื่องเช่นกัน</p>
<ul>
<li>มีการเตรียมความพร้อมด้านเนื้อหาอย่างสมบูรณ์มากก่อน Kick off project ทีมงานแบ่ง text และรูปลง folder ที่ตั้งชื่อตามเมนูของ site map อย่างชัดเจนก่อนส่งให้ TiGERiDEA</li>
<li>ด้านการดีไซน์ มีการดีไซน์คร่าวๆผ่าน powerpoint เพื่อให้ผู้บริหารอนุมัติ mood and tone ก่อน 1 ครั้ง ก่อนที่จะส่งให้ TIGERiDEA ดีไซน์</li>
<li>เปิดโอกาสให้ TIGERiDEA ได้ใช้ hosting นอกองค์กรที่มีสเป็คที่เปิดกว้างกว่า และใช้ WordPress ในการบริหารข้อมูลทั้งหมด</li>
</ul>
<h3>ลูกค้าประทับใจในวิธีการทำงานแบบเว็บรายเดือน</h3>
<p>ขออนุญาต โฆษณาบริษัทเล็กน้อยด้วยคลิปรีวิวนี้ครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><object width="610" height="368"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/aXU8aS37L4Y?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/aXU8aS37L4Y?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="368" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>ขณะนี้ทาง SCG สนใจที่จะทำเว็บไซต์ลักษณะนี้ขึ้นมากและทางไทเกอร์กำลังทำเว็บของบริษัทย่อย SCG อยู่หลายโปรเจ็คเช่นกัน ต้องขอบคุณคุณมดที่แนะนำต่อให้บริษัทในเครืออื่นๆรู้จักด้วยครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/web-scg/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ให้สัมภาษณ์สกูป #ThaiPBS เรื่องราคาเว็บกับการเลือกตั้ง</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/thaipbs-web-pric/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/thaipbs-web-pric/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 May 2011 17:45:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม-การเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8936</guid>
		<description><![CDATA[ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์ทำสกูปจาก @mink_TPBS ครับ หัวข้อคือเรื่องราคาเว็บกับการเลือกตั้ง  ถ้า กกต จะตรวจสอบจริง ทางพรรคก็จะต้องทำรายการด้านโครงสร้างของผู้จัดการสื่ออย่างละเอียด และค่อยแปลงเวลาเป็นเงิน หรือ Man-Day ในภายหลังครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้รับการติดต่อขอสัมภาษณ์ทำสกูปจาก @mink_TPBS ครับ หัวข้อคือเรื่องราคาเว็บกับการเลือกตั้ง น่าจะฉายวันจันทร์ช่วงรายการข่าวเช้าไทยพีบีเอส สาเหตมาจาก กกต. ได้กำหนดค่าใช้จ่ายให้ผู้สมัครแต่ละคนเป็นเงิน 1.5ล้านบาทในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์</p>
<div id="attachment_8937" class="wp-caption alignnone" style="width: 488px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/05/tpbs.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/05/tpbs.jpg" alt="@Mink_TPBS รอสัมภาษณ์" title="@Mink_TPBS รอสัมภาษณ์" width="478" height="640" class="size-full wp-image-8937" /></a><p class="wp-caption-text">@Mink_TPBS รอสัมภาษณ์</p></div>
<h2>ประเด็นราคาเว็บการเมือง</h2>
<p>เว็บเป็นส่วนสำคัญในการ Archive สื่อ Social Media เก็บไว้ และเป็นตัวที่บอกว่าสื่อ Social Media ตัวไหนเป็น Official ของพรรคนี้หรือคนนี้ครับ ผมได้แบ่งค่าใช้จ่ายใหญ่ๆในการทำโครงการเว็บไซต์และสื่อ Social เป็นสามส่วน</p>
<h3>1. Creative and Super Vision</h3>
<p>พูดได้ง่ายๆคือค่าที่ปรึกษาว่าคุณควรทำเว็บแบบไหน ทำ Social Media ชนิดใด และการวางกลยุทธ ผมได้เคยเขียนบล็อกไปแล้วอย่างละเอียดเรื่อง <a href="http://www.ipattt.com/2010/super-vision/">Super Vision ในธุรกิจทำเว็บ ต้นทุนที่สูงและอธิบายได้ยากที่สุด</a></p>
<p><em>ซึ่งทางคุณ @Mink_TPBS ได้ให้ผมประมาณราคาคร่าวๆของ Creative and Super Vision ผมจึงบอกว่ามันน่าจะอยู่ประมาณ 1xx,xxx &#8211; 3xx,xxx บาทครับ</em></p>
<h3> 2. Web Development </h3>
<p>ขั้นนี้ก็คือการทำเว็บนั่นเอง ซึ่งเราสามารถใช้ CMS ในการทำเว็บยุคปัจจุบันซึ่งเป็นเว็บการเมืองได้เป็นอย่างดี เพราะมี Security ที่ได้รับการ update ตลอดเวลา การทำเว็บยังรวมไปถึงการจัดการข้อมูลต่างๆเพื่อเอาขึ้นอีกด้วย ซึ่งผมเคยเขียนไว้นานแล้วที่ <a href="www.ipattt.com/2009/quotation/">การคิดราคาเว็บ : ว่าด้วยความหมายใน Quotation/เปรียบเว็บกับบ้าน </a>และในส่วนนี้<strong>จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆหากทำโดยใช้ Social Tools</strong> เช่น facebook fanpage แต่จะไปเพิ่มในข้อต่อไปแทน</p>
<p><em>ประมาณราคาคร่าวๆในจุดนี้สำหรับเว็บไซต์ผมคิดว่า 6x,xxx &#8211; 2xx,xxx น่าจะเป็นตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับสเกลระดับพรรคการเมือง ส่วนการใช้ Social media นั้นถ้าเป็น facebook twitter youtube ก็ฟรีครับ แต่ถ้าเป็นบางตัวเช่น flickr จะอยู่แค่หลักร้อยบาทต่อปี</em></p>
<h3>3. Content Management </h3>
<p>ส่วนนี้คือส่วน critical ที่แพงที่สุด เนื่องการผู้ที่จะนำ Content online ต้องทำตัวคล้ายนักข่าวประจำตัวนักการเมือง ผมยกตัวอย่างเช่นการทวีตหรือโพส facebook ในนามของพรรคการเมืองนั้นมีความรับผิดชอบที่สูงมาก โดนโจมตีง่ายมาก ไม่ใช่ใครจะมาเป็นทีมงานทำได้ง่ายๆ ท้งนี้ต้องการแผนการตลาด รวมถึงกิมมิค และตอบโต้ข้อกล่าวหาได้ทันท่วงทีด้วย ดังนั้นค่าตัวไม่ถูกแน่นอน</p>
<p><em>ประมาณราคาคร่าวๆในส่วนนี้ผมว่าแตะล้าน 1,xxx,xxx แล้วครับ</em></p>
<h2> ประเด็นสำคัญไม่ใช่เงินทำเว็บ </h2>
<p>แต่ควรตีความเป็นอย่างอื่นเช่น manday ของจำนวนสมาชิก ในทางปฎิบัต กกต จะเข้าในค่าใช้จ่ายในจุดนี้ยากมาก เพราะพรรคบางพรรค ก็มี campaign ระดมคนรุ่นใหม่มาช่วย ซึ่งทุกคนช่วยฟรีจึงไม่แน่ใจว่าจะคิดเงินได้อย่างไร และ กกต. ยังต้องมีวิธีรับมือและประเมินกับ fanclub ด้วย ซึ่งผมคิดว่าในยุค web 2.0 user generate content เองได้ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะคิด cost ได้ง่ายนักครับ</p>
<p>ดังนั้นถ้า กกต จะตรวจสอบจริง ทางพรรคก็จะต้องทำรายการด้านโครงสร้างของผู้จัดการสื่ออย่างละเอียด และค่อยแปลงเวลาเป็นเงิน หรือ Man-Day ในภายหลังครับ</p>
<h2> update ล่าสุด กสทช. บอกว่าคิดแค่ค่าเน็ต </h2>
<p>RT @mxint: &#8220;คิดเฉพาะค่าเน็ต&#8221; กสทช. ยันหยิบโซเชียลฯ หาเสียงเลือกตั้งได้ <a href="http://bit.ly/jL1mVy" rel="nofollow" >http://bit.ly/jL1mVy</a> แบบนี้ Agency รวยแน่ครับ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/thaipbs-web-pric/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่างคุย ตอน web design โดย @iMenn</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/imenn-web-design/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/imenn-web-design/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Mar 2011 05:02:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7148</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้ @iMenn ให้สัมภาษณ์ไว้นานแล้ว คิดว่าเป็นประโยชน์มากกับคนทำธุรกิจรับทำเว็บ เลยมาเก็บไว้ให้ดูกันครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อันนี้ @iMenn ให้สัมภาษณ์ไว้นานแล้วในรายการช่างคุย คิดว่าเป็นประโยชน์มากกับคนทำธุรกิจรับทำเว็บ เลยมาเก็บไว้ให้ดูกันครับ</p>
<p><object width="560" height="340"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/S60Ry539rbw?fs=1&amp;hl=en_US&amp;color1=0x402061&amp;color2=0x9461ca"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/S60Ry539rbw?fs=1&amp;hl=en_US&amp;color1=0x402061&amp;color2=0x9461ca" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="560" height="340"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/imenn-web-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาโปรเจ็คคือความเข้าใจตัวเอง</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/understanding-customer/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/understanding-customer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Dec 2010 04:41:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7157</guid>
		<description><![CDATA[คุณเม่นกับคุณจ๋งเองหลังจากทำงานมาระยะหนึ่งก็พบกว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดอันเป็นอุปสรรคที่ทำให้โปรเจ็คไม่สำเร็จและยืดเยื้อเป็นเรื่อง ความเข้าใจตัวเองของลูกค้าครับ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_7159" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/12/understand_yourself.jpg" alt="คุณเข้าใจตัวเองหรือไม่" title="คุณเข้าใจตัวเองหรือไม่" width="300" height="300" class="size-full wp-image-7159"><p class="wp-caption-text">คุณเข้าใจตัวเองหรือไม่</p></div>
<p>เมื่อลูกค้าต้องการทำโครงการมักจะคิดเรื่องราคาเว็บนี้เท่าไหร่ดีถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งคุณเม่นได้แจกแจงรายละเอียดไว้เป็นอย่างดีใน <a href="http://www.imenn.com/2010/10/brainstorming-web-design-estimate/">ระดมสมองคิดว่าเว็บน่าจะราคาเท่าไร่ดี</a> แต่คุณเม่นกับ<a href="http://www.jongblog.com">คุณจ๋ง</a>เองหลังจากทำงานมาระยะหนึ่งก็พบกว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดอันเป็นอุปสรรคที่ทำให้โปรเจ็คไม่สำเร็จและยืดเยื้อเป็นเรื่อง<strong>ความเข้าใจตัวเองของลูกค้าครับ </strong></p>
<h2>1.ถ้าลูกค้าเข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจเรื่อง IT</h2>
<p>( รู้ว่าจะสร้างถนนไปที่ไหน แต่ไม่รู้ว่าถนนสร้างยังไง )</p>
<p>กรณีนี้ทีม Develop ก็ยังต้องพยายามทำความเข้าใจให้ตรงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบการณ์ของทีม Developer ด้วยเช่นกันในการเจอลูกค้าหรือธุรกิจมาหลายประเภท เช่นคุณเม่นเคยทำงาน Consult ระบบมาก่อน ผมเคยทำงานด้านระบบคุณภาพและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาดมาก่อน และ ไทเกอร์ไอเดียเคยทำงานด้าน Organizer มาก่อน จึงจะพอเข้าใจลูกค้าและแนะนำระบบที่เหมาะสมให้ลูกค้าได้ครับ หรือถ้าลูกค้ามีความไว้วางใจและชัดเจนเรื่อง Reference หรือ Best Practice ในตลาด เมื่อส่งให้ Developer ทีมเก่งๆทีมไหนก็สามารถทำได้เช่นกัน</p>
<p><em>กรณีนี้ลูกค้าถ้าต้องการจ้างงานเป็น Project ต้องมี Cost ด้าน Systems Analyst<a href="http://www.ipattt.com/2010/super-vision/">, Information Architecture และ Super vision</a> และทีม Project Development </em> หรืออาจจ้างงานแบบ Man -hour แทนก็ได้ครับ</p>
<h2>2. ลูกค้าเข้าใจตัวเอง และเข้าใจเรื่อง IT ด้วย</h2>
<p>( รู้ว่าสร้างถนนไปที่ไหน และรู้ว่าสร้างถนนยังไง )</p>
<p>ลูกค้าเหล่านี้มีไม่เยอะมากเพราะส่วนใหญ่ลูกค้าอาจจะอยากทำโครงการนี้เสียเอง เว้นแต่โปรเจ็คเยอะและไม่มีเวลาก็สามารถมาจ้างทีม Developer ได้ครับ ที่คนพูดกันว่าเว็บราคา<strong> 2-3 หมื่นเกิดได้ ต้องมีลูกค้าแบบนี้เท่านั้น</strong> ลูกค้าแนวนี้จะเป็นลูกค้าที่เข้าใจ Business ของทีม Developer ด้วยดังนั้นการทำงานจะแฟร์ทั้งสองฝ่ายและคุยกันได้ เด็กจบใหม่ถ้าต้องการทำเว็บต้องเจอกับลูกค้าแบบนี้งานถึงจะจบครับ</p>
<p><em>กรณีนี้ลูกค้ามี Cost ด้าน Developer เท่านั้น</em></p>
<div id="attachment_7160" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/12/Road-Building-A2-600x450.jpg" alt="การสร้างถนนมีความยากในตัวมัน แต่จะแย่ยิ่งกว่าหากไม่รู้แม้แต่จุดหมายหรือวัตถุประสงค์ในการสร้างที่ชัด" title="การสร้างถนนมีความยากในตัวมัน แต่จะแย่ยิ่งกว่าหากไม่รู้แม้แต่จุดหมายหรือวัตถุประสงค์ในการสร้างที่ชัด" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-7160"><p class="wp-caption-text">การสร้างถนนมีความยากในตัวมัน แต่จะแย่กว่าหากไม่รู้แม้แต่จุดหมายหรือวัตถุประสงค์ในการสร้างที่ชัด</p></div>
<h2>3. ลูกค้าไม่เข้าใจตัวเอง และไม่เข้าใจ IT ด้วย</h2>
<p>( ต้องการถนน ไม่รู้ว่าจะสร้างถนนไปที่ไหน และไม่รู้วิธีสร้าง )</p>
<p>อันนี้มีมากในผู้ที่ต้องการลงทุนทำอะไรสักอย่างเมื่อมีเงินเก็บมาระยะหนึ่ง ดังนั้นอาจเกิดการทดลองทำงานไปเรื่อยๆเนื่องจากตนเองยังไม่เข้าใจว่าผลลัพท์ที่ออกมานั้นจะมีประโยชน์ต่อ Business Model อย่างไร หรือผลลัพท์ที่คิดคร่าวๆในหัวนั้นมีความสัมพันธ์กับ Business Model อย่างไร หรือบางคนไม่มีแม้แต่ Business Model ( เช่น ช่วยทำเว็บแบบ facebook หรือ ebay ให้หน่อย แล้วผมจะขายแบนเน่อร์นะ หรือช่วยทำเว็บรถมือสองให้คนเข้ามาโพสแล้วผมจะเก็บส่วนต่างซึ่งแรงจูงใจในการโพสยังไม่มี ) และเมื่อ Systems Analyst คิดระบบมาให้ ก็ไม่สามารถตัดสินใจโด้ โดยมากต้องขอให้ &#8220;ลองทำก่อน&#8221;</p>
<p>( แต่ที่ร้ายกว่านั้นคืองานราชการทั่วไปที่ต้องมีการเขียนโครงการประจำปี บางทีงานนั้นไม่มีคนเข้าใจอะไรสักอย่าง และยังไม่ต้องการผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย เปรียบเหมือน &#8221; <strong>ไม่รู้ว่าจะสร้างถนนไปไหน ไม่รู้ว่าสร้างอย่างไร และความจริงแล้วสิ่งที่ต้องการไม่ใช่ถนน</strong> &#8221; ) <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>กรณีนี้โปรเจ็คจะสำเร็จได้ยากมาก<em> สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ Partner ด้านปฎิบัติการ หรือเป็น Venture Capital ให้คนที่กำลังพัฒนาระบบ</em>ด้านที่ตัวลูกค้าเองสนใจอยู่จะสำเร็จได้มากกว่าครับ หรือไม่ก็ต้องจ้าง Business Analyst มาประกบด้วยเพื่อวิเคราะห์ธุรกิจก่อนส่งต่อให้ System Analyst คือต้องมีตัวแทนฝ่ายลูกค้าเองด้วยมิเช่นนั้นจะไม่สามารถตัดสินงานได้ว่าเสร็จหรือไม่</p>
<h2>4. ลูกค้าไม่เข้าใจตัวเอง แต่เข้าใจ IT</h2>
<p>( ไม่รู้ว่าสร้างถนนไปที่ไหน แต่รู้ว่าสร้างถนนอย่างไร )</p>
<p>กรณีนี้อาจทำให้เกิดการลองทำงานก่อนโดยไกด์แนวที่ตนเองคิดว่าผลลัพท์น่าจะใช่สู่ทีม Developer พอทำแล้วก็จะพบว่าต้องมีฟังก์ชั่นนู่นนี่เพิ่มหรือระบบไม่ก่อให้เกิดรายได้จึงต้องการสิ่งปลีกย่อยเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ หรือรื้อระบบทำใหม่กลางคันอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการทำงานยังสามารถอธิบายถึงผลลัพท์ได้ก่อนที่ผลลัพท์จริงจะเสร็จอยู่ และลูกค้าน่าจะเข้าใจโครงสร้างราคาของโครงการอยู่</p>
<p>ส่วนคำว่า &#8220;เข้าใจ IT&#8221; ถ้าไม่ถ่องแท้จริงๆอาจทำให้เกิดปัญหาได้มากมายเช่นกัน เช่นการไปกำหนดวิธีพัฒนาให้ Developer เพราะตนเองคิดว่าใช้ระบบนี้แล้วดี ในขณะที่ Developer ถนัดอีกแบบหนึ่งซึ่งอาจให้ผลลัพท์เหมือนกันก็ได้</p>
<p><em>กรณีนี้ลูกค้าควรดีลกับทีมงาน Developer แบบ Man &#8211; Hour</em> คือจ้างทำงานไปเรื่อยๆแบบ trial and error และต้องมีค่าตอบแทนที่จูงใจ Developer ในระยะยาวด้วยเช่นกันเนื่องจากงานจะค่อนข้างไม่ท้าทายถ้าเวลาผ่านไปแล้วโปรเจ็คยังไม่สามารถก่อให้เกิดรายได้ได้ นอกจากนั้นยังอาจต้องการ Business Partner ที่ชัดเจน</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ในข้อเท็จจริงคือ เมื่อคุณต้องการสร้างโปรเจ็คขนาดใหญ่ที่ใช้เวลานาน Requirement นั้นอาจจะยืดหยุ่นไปเรื่อยๆตามสภาพธุรกิจ IT ในตอนนั้น ดังนั้นยากที่จะมีใครเข้าใจปลายทางอย่างถ่องแท้ แต่อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจทิศทางในการสร้าง และสิ่งที่ผู้ลงทุนต้องการคือ Partner เท่านั้นครับ ผมเองยังไม่เห็นใครที่สร้างโปรเจ็คใหญ่ด้าน IT สำเร็จโดยไม่มีส่วนในการทำด้วยตนเองหรือ developer ไม่มีส่วนในการเป็นเจ้าของเลยสักราย !</p>
<p>บทความอื่นที่น่าสนใจลองดูในหมวด ธุรกิจทำเว็บ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/understanding-customer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควรมีอะไรในเว็บไซต์กิจการ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/organization-website/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/organization-website/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Oct 2010 11:11:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=6673</guid>
		<description><![CDATA[ผู้บริโภคอยากได้อะไรจากเว็บไซต์ของกิจการ ? ส่วนใหญ่ถ้าเจ้าของกิจการอยากทำเว็บไซต์ถ้าไม่ไว้วางใจผู้ทำเว็บไซต์จริงๆ จะทำให้กลายเป็น "เจ้าของเว็บไซต์อยากได้อะไรจากเว็บไซต์ของกิจการ" มากกว่าที่ผู้บริโภคจะได้ครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คำตอบสั้นๆคือ &#8220;ควรมีสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ&#8221; !&nbsp;</p>
<p>เจอมาครับ ของ INCquity ดีทีเดียว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<blockquote><p>
ไม่มีประโยชน์อันใดเลยที่จะนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ตามความต้องการของตนเองตราบใดที่ผู้บริโภคคือผู้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย เพราะที่สุดแล้วการออกแบบเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จนั้นคณะกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวทีก็ยังคงเป็น &#8220;ผู้บริโภค&#8221; อยู่วันยังค่ำในที่สุด</p></blockquote>
<p><a href="http://incquity.com/articles/tech/what-people-want-your-website">ผู้บริโภคอยากได้อะไรจากเว็บไซต์ของกิจการ</a></p>
<p>ที่ยากก็คือ ส่วนใหญ่ถ้าเจ้าของกิจการอยากทำเว็บไซต์ถ้าไม่ไว้วางใจผู้ทำเว็บไซต์จริงๆ จะทำให้กลายเป็น &#8220;เจ้าของเว็บไซต์อยากได้อะไรจากเว็บไซต์ของกิจการ&#8221; มากกว่าที่ผู้บริโภคจะได้ครับ</p>
<div id="attachment_6680" class="wp-caption alignnone" style="width: 455px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/10/scan-website.gif" alt="คนอ่าน อยากดูเพียงสาระสำคัญ" title="คนอ่าน อยากดูเพียงสาระสำคัญ" width="445" height="233" class="size-full wp-image-6680"><p class="wp-caption-text">คนอ่าน อยากดูเพียงสาระสำคัญ</p></div>
<h3>ยกตัวอย่างสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างความต้องการของเจ้าของเว็บกับผู้บริโภค</h3>
<p>1.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้แบบ &#8220;ครบครัน&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภคอยากได้แค่ &#8220;สาระสำคัญ&#8221;<br />
2.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้แบบ &#8220;หวือหวา&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภคอยากได้แค่ &#8220;โหลดเร็ว&#8221;<br />
3.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้แบบ &#8220;ปลอดภัยมาก&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค &#8220;ไม่มีแรงจูงใจให้โจมตี&#8221;<br />
4.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้ &#8220;flash&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภคเป้าหมายบางคนใช้ &#8220;iPad&#8221;<br />
5.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากให้ &#8220;register ยาววว&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค  &#8220;ไม่มีแรงจูงใจให้กรอก&#8221;<br />
ุ6.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้ &#8220;webboard&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค  &#8220;ไม่มีแรงจูงใจให้เข้าร่วม&#8221;ึ<br />
7.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้ &#8220;Gallery กิจกรรม&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค  &#8220;ไม่รู้จะดูทำไม&#8221;<br />
8.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้ &#8220;โครงสร้างองค์กร&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค &#8220;ไม่รู้จะดูทำไม&#8221;<br />
9.ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยากได้ &#8221; e-catalog&#8221; ในขณะที่ผู้บริโภค &#8220;อยากดูของจริงก่อน&#8221;</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>แนะนำโพส<a href="http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/"> การประชุม : ส่วนสำคัญที่ทำให้เว็บไม่น่าใช้</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/organization-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

