<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>บล็อครางวัลที่1ด้านธุรกิจของ พัชร TIGERiDEA Manager และผู้ถือหุ้น iSchool สำหรับผู้สนใจด้าน ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี  หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่งครับ :)</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 06:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง?</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/template-era/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/template-era/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 19:53:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[open]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9844</guid>
		<description><![CDATA[การทำเว็บทุกวันนี้เป้นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ยุคของ template สอนอะไรเราบ้าง</h2>
<div id="attachment_9846" class="wp-caption alignnone" style="width: 560px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/02/cs-cart.jpg" alt="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" title="ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale" width="550" height="383" class="size-full wp-image-9846" /></a><p class="wp-caption-text">ยุคของของการนำของสำเร็จรูปมา Customize หรือถ้าคุณจะสร้างเองก็ต้องขายเยอะเพื่อให้เกิด Economic of scale</p></div>
<p>การทำเว็บทุกวันนี้เป็นยุคของ template คือการเลือกสิ่งที่คล้ายกับความตั้งใจของเรา แล้วปรับตัวของเราเข้าหากับสิ่งนั้น เพื่อที่เราจะได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ถูกกว่า หรือประสาบริษัทที่ไปรับงานก็คือ ถ้าเรามี Templates + Knowhow จะได้ Solutions ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั่นเอง</p>
<p>นึกถึงยุคที่ยังไม่มี Template เปรียบเสมือนการซื้อเสื้อที่สมัยก่อนเราต้องสั่งตัดกัน ต้องไปเลือกผ้า ไปวัดตัว และให้ช่างทำการตัดทีละตัว ซึ่งเราก็จะได้เสื้อที่ดู Fit กับเรามากที่สุด ดูดีเหมาะกับสรีระ ผมเองเคยลองตัดเสื้อเนื่องในโอกาสพิเศษมาครั้งหนึ่งที่ร้าน DULY ซึ่งมีเพื่อนผมคนนึงแนะนำ (เค้าเป็นคนที่มี &#8220;เส้นรอบวงคอ&#8221; ใหญ่มากและไม่สามารถหาเสื้อในท้องตลาดพอดีคอได้เวลาต้องผู้เน็คไทร์) ปรากฎว่าเสื้อตัวดังกล่าวราคาถึง 5000 บาทครับ</p>
<p>แล้วปัจจุบันใครสั่งตัดเสื้อบ้างครับ? คนส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมจ่ายแพงเพื่อเสื้อ Custom made สำหรับตนเอง หลายๆคนอาจไปเลือกซื้อเสื้อที่ Lotus ที่ผลิตเป็นจำนวนมากและแน่นอนว่ามันมีขนาดเพียงหยาบๆ คือไซท์ S M L XL XXL และเราก็ยอมรับข้อจำกัดของมันคือมันอาจจะไม่ได้ใส่ได้พอดีมาก บางคนอาจจะแขนยาวไป หรือไหล่ไม่พอดี ฯลฯ บางคนก็อาจโชคดีแต่ก็แน่นอนว่ามันก็ไม่แตกต่างกับคนอื่นเท่าไหร่</p>
<h2>ต้นทุนของ ความอยากได้อะไรนอก template เพื่อจะได้ไม่เหมือนใคร</h2>
<p>ทีนี้ถ้าเราอยากแตกต่างจากคนอื่นก็จะเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนครับ เช่นเราซื้อเสื้อมาตัวนึงราคา 250 บาท แต่เราบอกโลตัสว่า &#8220;ช่วยติดกระเป๋าเสื้อโดยใช้ผ้าชนิดเดียวกันจากโรงงานให้หน่อย&#8221; เสื้อตัวนี้อาจมีราคากลายเป็น 25,000 บาทในทันที เพราะโลตัสต้องติดต่อผู้ผลิต หรือคุณต้องไปติดต่อผู้ผลิตที่เป็นเป็นโรงงานให้ยอมทำ Special Process หรือยอมหยุดสายการผลิตให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญคนนึงมาติดประเป๋าให้คุณ ซึ่งคุณก็จะได้กระเป๋าเสื้อมาตรฐานโรงงานเข้ากันเป๊ะ ราคา 24,750 บาท ในขณะที่เสื้อราคา 250 เท่านั้น </p>
<p>แน่นอนถ้าคุณเป็นคนขายเว็บก็อาจถูกโวยวายคล้ายๆกันเช่น &#8221; ทำไมทำโครงสร้างให้ทั้งเว็บราคาแค่ 50,000 แต่ช่วยแค่เพิ่มฟังก์ชั่น Search ภาษาไทยใน Catalog ราคากลายเป็น 500,000 หว่า&#8221; เพราะมันดูไม่สมเหตสมผลกับสิ่งที่ได้เพิ่มมา</p>
<p><strong>การมองหา Plugin, framework สำเร็จรูป และยอมรับกับข้อจำกัดของมัน จึงเป็นทางออกสำหรับเจ้าของไอเดียครับ แต่ถ้าคุณต้องการจะแตกต่าง ต้นทุนของความแตกต่างรวมถึงการ research ระบบสำหรับเร็จรูปและดัดแปลงมันออกมาให้ได้ตามต้องการนั้นแพงแน่นอน </strong></p>
<p>แต่ Template บางอันก็ใช่ว่าจะถูกนะ เพราะ develope มากนานและมีขนาดใหญ่มาก การเลือกใช้เป็นการเลือกเฉพาะส่วนที่จำเป็นมา Customize เช่นบางทีคุณเป็น Business ที่ไม่ต้องถึงกับต้องการความ Realtime ในการตัดสินใจแต่ไปมองหา SAP หรือเหมือนไปเลือก Template Solution การบริหารโรงแรมซึ่งทำครอบคลุมโรงแรมขนาดหลายร้อยห้องมาใช้กับโรงแรมบูติกขนาดยี่สิบห้อง ซึ่งแน่นอนว่าฟังก์ชั่นต่างๆต้องการเหมือนกันเป๊ะแต่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ</p>
<p>นอกจากนี้การมองว่าใช้ Template แล้วราคาจะถูกมันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณด้วยครับ เช่นถ้าคุณต้องการสร้างตลาดให้เกิดให้ได้ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">ต้นทุนส่วนใหญ่มันไม่ได้อยู่ที่ Systems แล้ว แต่อยู่ที่การสร้าง Demand มากกว่า</a></p>
<p>ยุคของ template จึงสอนให้คุณหาความสมดุลระหว่างการ &#8220;เล็งผลเลิศ&#8221; และ การ&#8221;ปรับตัว&#8221; <strong>ทั้งนี้ขึ้นกับความคุ้มค่าใน Model Business ของคุณที่ต้องตีให้ออกครับ</strong></p>
<p>แถม : <a href="http://www.webhostingsearch.com/articles/best-shopping-carts-for-ecommerce-sites.php" rel="nofollow">review ระบบ e commerce สำเร็จรูป</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/template-era/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>#FordNAIAS ตอน2 สัมภาษณ์ @ScottMonty Social Media @FORD</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 05:18:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9825</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับคุณ Scott Monty นั้นได้รับการดึงตัวจากฟอร์ดเข้ามาทำงาน และ CEO ของฟอร์ดให้สมญานามเขาว่าเป็น Visionary การสัมภาษณ์เป็นกันเอง ฟังง่าย น่าประทับใจดีครับ การพูดเพื่อลง YouTube แบบนี้คือการพูดในฐานะที่เป็นตัวแทนบริษัทระดับโลก ซึ่งเค้าตอบได้ค่อนข้างดีสำหรับการตอบกับ Bloggers ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/" rel="nofollow">ความเดิมจากตอนที่ 1 </a>ที่ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Ford Fantasy Camp และ North America International Auto Show โดย Ford Motor company เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อผูกมัดในการแสดงความเห็นหรือต้องเขียนบล็อกใดๆทั้งสิ้น </p>
<h2>ผู้บริหารระดับสูงด้าน Social Media ในบริษัทระดับโลก </h2>
<p>ณ วันแรกที่ทำกิจกรรม มีงานเปิดตัวของรถ Ford Fusion อย่างยิ่งใหญ่อลังการณ์ในสนามกีฬาฯ และ Bloggers ก็ถูกเชิญมาในงานนี้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน คนที่ๆไปยืนพูดคนแรกก่อน CEO ของฟอร์ด ก็คือ Mr.Scott Monty นี่เอง ซึ่งเค้าพูดได้ดีมากครับ พอวันต่อมาที่งาน North America International Auto Show ทางฟอร์ด ได้ทำบูทสำหรับ Online Influencer ไว้โดย Provide ทั้ง WIfi (ที่ช้าเพราะโดนคนแย่งกันอุตลุด) และปลั๊กไฟพร้อมรู USB power <strong>ซึ่งที่น่าประทับใจคือฟอร์ดให้ ฺBloggers เลือกสัมภาษณ์ผู้บริหารของฟอร์ดหลายๆคนแบบส่วนตัว</strong> แน่นอนว่าหลายคนก็สัมภาษณ์เรื่องรถยนต์และทิศทางในอนาคตกับ Head ทางด้านนู้นด้านนี้ ส่วนผมเลือกสัมภาษณ์กับคุณ Scott Monty ในแง่มุมมองด้าน Social Media ในบริษัทขนาดใหญ๋</p>
<p>สำหรับคุณ<a href="http://www.scottmonty.com/" rel="nofollow"> Scott Monty</a> นั้นได้รับการดึงตัวจากฟอร์ดเข้ามาทำงาน และ CEO ของฟอร์ดให้สมญานาม<a href="http://www.scottmonty.com/#about">เขาว่าเป็น a Visionary </a> การสัมภาษณ์เป็นกันเอง ฟังง่าย น่าประทับใจดีครับ การพูดเพื่อลง YouTube แบบนี้คือการพูดในฐานะที่เป็นตัวแทนบริษัทระดับโลก ซึ่งเค้าตอบได้ค่อนข้างดี สังเกตจากที่ผมถามเรื่อง Agency ก็ยังบอกว่าทำงานกับใครบ้าง (แต่ไม่ได้บอกลึกไปถึงรายละเอียดการทำงาน)</p>
<p>ในฐานะที่ฟอร์ด เป็นบริษัท Big3 ของ USA เจ้าเดียวซึ่งยังมีสัญญาณทางธุรกิจที่ดีกว่า GM และ Chrysler อยู่มาก ทำให้มีความน่าสนใจเรื่องนโยบายการตลาด และยังเป็นบริษัทแรกๆที่เชิญ Bloggers จากทั่วโลก (146 คน) ไปร่วมงาน Auto Show นี้ที่เมือง Detroit สหรัฐอเมริกาด้วย แน่นอนว่าต้องลงทุนมากกับการให้ความสำคัญกับ Online Influencer ผมจึงอยากสัมภาษณ์เค้าในจุดนี้โดยเน้นในสิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทในเมืองไทยไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากการเริ่มทำ Social Media Campaign นั่นคือ ทำอย่างไรให้ผู้บริหารเข้าใจ และเข้าถึงถึงปรัชญาของยุคสมัย เพื่อให้เกิดแรงผลักดันในองค์กรครับ</p>
<h2>Interviewed @ScottMonty about Social Media perspective</h2>
<h3>สัมภาษณ์ @ScottMonty เรื่อง Social Media @FORD สัมภาษณ์โดย @iPattt @Booruball</h3>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/9HXv0peVmJ4?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>สำหรับการแปลนี้ ถ้าท่านไหนมีจุดที่จะแก้ไขหรือเพิ่มเติม comment ได้เลยครับ ขอบคุณมากครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<h2>ทำไมถึงตัดสินใจที่จะเอาจริงเอาจังทางด้าน Social Media </h2>
<p>กลับไปในยุคก่อน ผู้คนซื้อรถแล้วก็คุยกันถึงเรื่องรถของเขาในครอบครัว หรือในตลาด พวกเขามี Conversation ของเขา และมาถึงทุกวันนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากเรามี Conversation มากเหลือเกินบนโลก online และเราสามารสที่จะเรียนรู้ข้อเท็จจริงได้ทันทีว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบ <strong>คำถามก็คือ เราจะมีส่วนร่วมกับ Conversation เหล่านี้ได้อย่างไร? และนี่คือสิ่งที่แตกต่างอย่างมากจากการตลาดในยุคก่อนทั้งหมด</strong></p>
<p>เมื่อเราตั้งโปรแกรมเหล่านี้ขึ้นมา เราต้องทำงานอย่างมีหัวจิตหัวใจ (mentality) เราพูดคุยกับผู้คนทุกวัน เรามีเครื่องมือจำนวนหนึ่งที่ใช้ Monitor กระแสของ Conversation เหล่านี้ เช่น Google Alerts หรือใช้ตั้งแต่สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการ Search twitter ไปจนถึงโปรแกรมซับซ้อน Proprietary ซึ่งการใช้เครื่องมือเป็นพื้นฐาน และกเป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงจัด Event ใหญ่ขนาดนี้สำหรับ Influencer เรารู้ว่าเราเชิญใครมา และเรารู้ว่าเค้ามี Conversation กับกลุ่มไหน คีย์เวิร์ดใดซึ่งง่ายต่อการ Monitor ในวงของ Influencer กลุ่มนั้น และสามารถหา Feedback จากการเข้าถึงกลุ่มนั้นๆที่มีต่อบริษัท Ford ได้อย่างง่ายดาย</p>
<h2>การจะ Implement Social Media ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ผู้บริหารเปิดใจ ทำอย่างไร</h2>
<p>ผู้บริหารระดับสูงมักเป็นคนที่ยุ่งมากและเป็นพวกอนุรักษ์นิยม การที่เราจะประสบความสำเร็จใน Social Media ไม่ได้หมายความแค่เรามี CEO ที่ชอบ tweet และ Cheif marketing Officer ที่เขียนบล็อก หรือมีเครื่องมีอที่ดีในการปฎิบัติการ แต่<strong>มันเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ( Culture Change ) เราต้องมุ่งมั่นเข้าใจสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์</strong> ต้องเข้าใจลูกค้า เขาเหล่านั้นไม่ได้ต้องการการ Update facebook หรือ twitter จากทางบริษัท แต่เค้าต้องการเพียงแค่&#8221;ความจริง&#8221;</p>
<h2>How CEO or Executives levels are skeptical about Social Media?</h2>
<p>ตัวอย่างมาจากเหตการจริงคือ Chief Financial Officer นั้นมีความกังวลเกี่ยวกับ productivity ในการประชุมครั้งนั้น คุณ Scott เริ่มจากการตั้งคำถามใน ทวิตเตอร์ว่า &#8221; For the new vehicle that you buy , What the minimum level of Fuel economy you wanna see to make that a good purchase?&#8221; ก่อนประชุมกับระดับ executives หลังจากนั้นประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้กลับมาดูอีกครั้ง พบว่ามี 75 Mentions ในเรื่องนี้ และพบ Range ความต้องการกว้างมาก ตั้งแต่คนขับประเภท ไม่แคร์ว่าจะกินน้ำมันแต่อยากได้เครื่อง V8 ไปจนถึงอยากได้ความประหยัดระดับ 100 miles/gallon และพบ Range ที่เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดในช่วง 30-40 Mpg ซึ่งสรุปได้ว่าเราควรมุ่งทำธุรกิจกับกลุ่มนี้ (Projecting some business) ผลปรากฎว่า CFO ประหลาดใจและพึงพอใจมาก อีกทั้งยังคิดได้ว่า การเข้าถึง feedback จากลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ทุกวัน จะเกิดผลประโยชน์ต่อธุรกิจมากทีเดียว (ทีนี้ CFO ก็ชอบ Social Media แล้ว)</p>
<h2>เตรียมการสร้าง Social Network อย่างไรในฐานะ Global Company</h2>
<p>เราจำเป็นต้องมี ยุทธศาสตร์ และ วิสัยทัศน์ , แต่ในแง่วิธีการนั้นไม่สามารถจะบอกให้ทำได้อย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่และสถานการณ์ แต่บอกเป็น Guideline คร่าวๆตามปรัชญาของความเป็นมนุษย์ (Humanization) และในแง่ที่ Ford ต้องการมอบคุณค่า (Value) กับคนในยุคปัจจุบันที่อยู่ในภาวะรีบเร่ง ต้องการการตอบสนองได้ทุกอย่าง , ดังนั้น วิธีการ Execcution ผ่าน Social media เช่น Tactics, Programs ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง  Individual Marketing และอาศัยความสามารถด้านกลยุทธและแท็กติกของ Communications Manager หรือ Marketing Manager ของประเทศนั้นๆ</p>
<h2>Ford ทำงานกับ Marketing Agency อย่างไร</h2>
<p>ฟอร์ดนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับ WPP holding company ซึ่งมี Agency อยู่มากมายนับร้อยบริษัท ในด้านของ Social Media เราได้ทำงานกับ Ogilvy และ Team Detroit ใน USA ส่วนในยุโรปก็จะเป็น Blue Hive และยังมีหลายๆเอเจนซี่ในอีกหลายประเทศ ส่วนการทำงานก็มีการร่วมทำงานในวัตถุประสงค์ต่างๆ เอเจนซี่เหล่านี้มีคนที่มีความเชี่ยวชาญและฟอร์ดเองก็ไม่ได้มีคนเพียงพอที่จะทำเองทั้งหมด แต่การทำงานของเราถือว่าเป็นทีมที่มีความกลมเกลียวกันดี ( Blended Team ) อย่างงาน Blogger วันนี้มาจาก 1 ใน 4 ทีมที่ทำงานร่วมกันอยู่</p>
<h2>ทำไมจึงเชิญ Live Style Bloggers มาเยอะกว่า Automotive Bloggers</h2>
<p>การเชิญ 146 bloggers <strong>มาครั้งนี้ Ford ต้องการเข้าถึงให้มากกว่าผู้นำเสนอสือด้านรถยนต์</strong> &#8220;move beyond Traditional automotive journalists&#8221; ซึ่งปกติต้องปรากฎในงานนี้อยู่แล้ว และคนกลุ่มรถยนต์นี้มี relationship ที่ดีกับบริษัท Ford อยู่แล้ว , แต่ต้องการโฟกัสไปยังกลุ่มที่เป็นกลุ่มทั่วๆไป non-traditional target เช่นกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green) , กลุ่ม Lifestyles, กลุ่ม Design เราต้องการรู้ว่าคนรู้สึกยังไงกับเรา ไม่ใช่เรารู้สึกยังไงกับเค้า และวิธีที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีคือฟังคนทุกคนในแง่มุมต่างๆพูดถึงรถยนต์ หลายๆครั้งเราอยากได้คำแนะนำด้านรถจากคนที่คล้ายๆเรา ฟอร์ดเองอยากจะลงไปยังกลุ่มเฉพาะด้านที่เล็กลงเรื่อยๆเช่นกลุ่มชอบฟังเพลงก็น่าจะพูดถึงระบบเสียงที่ดีในรถยนต์ เป็นต้น</p>
<h2>แล้วจะ Monitoring ผลของงานนี้อย่างไร</h2>
<p>มันง่ายมาก เพียง Tracking Twitter account , Blogs , youtube, และได้ขอให้ใช้ #FordNAIAS ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ Track ง่ายขึ้นอีก ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่ Quick hit report ทุกๆ วัน ไม่ต่างกับ การสรุป Major Show Report ที่เราทำสำหรับงาน Event นี้</p>
<p><em>ขอขอบคุณ Ford Motor Company และคุณ Scott Monty ครับ</em></p>
<div id="attachment_9829" class="wp-caption alignnone" style="width: 250px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/scottmonty.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/scottmonty.jpg" alt="@Booruball กับ @ScottMonty ด้านหน้า Ford Fusion ใหม่" title="@Booruball กับ @ScottMonty ด้านหน้า Ford Fusion ใหม่" width="240" height="320" class="size-full wp-image-9829" /></a><p class="wp-caption-text">@Booruball กับ @ScottMonty ถ่ายรูปด้านหน้า Ford Fusion ใหม่</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Protected: อนันต์ อัศวโภคิน เสวนาเปิดใจ #intaniaLeaderShip และ Terminal 21</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/terminal-21/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/terminal-21/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 06:51:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9813</guid>
		<description><![CDATA[There is no excerpt because this is a protected post.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<form action="http://www.ipattt.com/wp-pass.php" method="post">
<p>This post is password protected. To view it please enter your password below:</p>
<p><label for="pwbox-9813">Password:<br />
<input name="post_password" id="pwbox-9813" type="password" size="20" /></label><br />
<input type="submit" name="Submit" value="Submit" /></p></form>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/terminal-21/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กู้ข้อมูล iPhone ด้วยโปรแกรม Back up file Extractor ในเครื่องคอมพ์</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/iphone-back-up-files/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/iphone-back-up-files/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 01:34:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9801</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานนี้ต้องจดบันทีกไว้ว่าเป็นวันที่ผมเกือบแย่ เนื่องจากเผลอไป Sync ข้อมูลและอัพเดทในโทรศัพท์ iPhone 2G รุ่นเก๋ากึ๊กที่ลืมไปว่า Jailbreak มาจากมาบุญครองเมื่อนานมาแล้วแบบไม่ได้ตั้งใจ คือแค่เสียบกับ mac แล้วกด ok ตามใจ iTunes ไปครั้งเดียว! จากความเคยชินด้วยการใช้ iPhone 4 แบบปกติที่ไม่ได้ jailbreak มานานมากกว่าหนึ่งปีครับ คือนึกไม่ออกซะด้วยซ้ำว่าเครื่องนี้ Jail มา ตอนแรกยังจะเอาไปให้ศุนย์ DTAC sync ให้ซึ่งแน่นอนว่ามันทำไม่ได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ปัญหายุคก่อน iCloud สำหรับคนที่ iPhone ใช้ไม่ได้จากการ Sync หรือหาย และต้องการกู้ข้อมูลภายใน</h2>
<p>เมื่อวานนี้ต้องจดบันทีกไว้ว่าเป็นวันที่ผมเกือบแย่ เนื่องจากเผลอไป Sync ข้อมูลและอัพเดทในโทรศัพท์ iPhone 2G รุ่นเก๋ากึ๊กที่ลืมไปว่า Jailbreak มาจากมาบุญครองเมื่อนานมาแล้วแบบไม่ได้ตั้งใจ คือแค่เสียบกับ mac แล้วกด ok ตามใจ iTunes ไปครั้งเดียว! จากความเคยชินด้วยการใช้ iPhone 4 แบบปกติที่ไม่ได้ jailbreak มานานมากกว่าหนึ่งปีครับ คือนึกไม่ออกซะด้วยซ้ำว่าเครื่องนี้ Jail มา ตอนแรกยังจะเอาไปให้ศุนย์ DTAC sync ให้ซึ่งแน่นอนว่ามันทำไม่ได้</p>
<div id="attachment_9811" class="wp-caption alignnone" style="width: 460px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iPhone-bricked.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iPhone-bricked.jpg" alt="อาการหลัง Sync เป็นแบบนี้ครับ และพอเสียบเข้า iTune ก็บอกว่า sim ไม่ถูกต้อง" title="อาการหลัง Sync เป็นแบบนี้ครับ และพอเสียบเข้า iTune ก็บอกว่า sim ไม่ถูกต้อง" width="450" height="600" class="size-full wp-image-9811" /></a><p class="wp-caption-text">อาการหลัง Sync เป็นแบบนี้ครับ และพอเสียบเข้า iTune ก็บอกว่า sim ไม่ถูกต้อง</p></div>
<p>ปรากฏว่า Sync เสร็จ ชิปเป๋ง! iPhone 2G เจ๊ง เข้าไม่ได้เลย กลายเป็นรูปสาย USB ให้ต่อ iTune ตลอดเวลาที่ฝรั่งเค้าเรียกว่ามันกลายเป็นก้อนอิฐ (bricked iphone ) ซึ่งพอต่อแล้วมันก็จะขึ้นประโยคว่า (แต่เพิ่งค้นพบว่ามันยังโทรออกและรับสายได้แบบโทรศัพท์บ้านรุ่นโบราณที่ไม่มี phonebook) ซึ่งมารู้ภายหลัง (อีกแล้ว) ว่า Apple ได้เปลี่ยน policy ในช่วงปลายปี 2010 ว่าโทรศัทพ์ที่ Jailbreak มาถ้าอัพเป็น firmware 3.1.2 จะเจ๊งไปเลย (หรือต้อง recovery ด้วยการ Jailbreak ใหม่ซึ่งทำให้ข้อมูลหายหมด) +_+ นับเป็นความซวยของผมโดยแท้ครับ แค่เสียบแล้วกดปุ่มเดียวเองนะเนี่ย</p>
<blockquote><p>มันขึ้นว่า : The SIM card inserted in this Iphone does not appear to be supported.  Only compatible SIM cards from a supported Carrier may be used to activate Iphone. Please insert SIM card that came with your iPhone or visit a support carrier&#8217;s store to receive a replacement SIM card. </p></blockquote>
<h2>นั่ง research กู้ iPhone ทั้งคืน </h2>
<p>ผมไม่รู้จะทำไงก็ต้องพึ่งทักษะการ search google ไปเรื่อยๆ หาคนที่มีปัญหาเหมือนกันทั่วโลกครับ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็มุ่งไปที่การแก้ไข iPhone ที่ใช้ไม่ได้กันอยู่ ผมเองหลังจากดูข้อมูลมาจนเพลียตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเกือบเช้าก็ได้ข้อสรุปว่ามันไม่น่าจะไปกู้ข้อมูลจากเครื่องได้ เพราะต้อง recovry เครื่องใหม่กันหมดเพื่อ Jailbreak ครั้งใหม่</p>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/5H4La0ukGHM?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<h2>ตั้งโจทย์ใหม่ iPhone สำคัญกว่าข้อมูล หรือข้อมูลสำคัญกว่า iPhone? </h2>
<p>สิ่งที่สำคัญที่อยู่ใน iPhone เครื่องเก่านี้คือ Notes จำนวนมากของเจ้าของเครื่อง แต่เนื่องจาก iPhone ทำระบบ security ที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่เก็บเครื่องได้เอาข้อมูลไปใช้ มันจึงแน่นอนว่าเราไม่สามารถดึงข้อมูลเครื่องที่ล็อกออกมาได้ วิธีที่ทำได้วิธีสุดท้ายคือเราต้องเปลี่ยนโฟกัสจากการค้นข้อมูลใน iPhone มาเป็นการค้นข้อมูล Back up ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสุดท้ายที่ Sync แล้วมีปัญหาแทนครับ พอตั้งโจทย์แบบนี้วิธีการ search google เพื่อหาข้อมูลก็เปลี่ยนไปเป็นต้นหาข้อมูลใน Computer แทน ซึ่งก็พบว่ามีโปรแกรมไม่มากเท่าไหร่ที่สามารถดึงข้อมูลออกมาได้ทั้ง Windows และ Mac</p>
<p>โปรแกรมแรกที่ลองคือ <a href="http://www.iphonebackupextractor.com/" rel="nofollow">http://www.iphonebackupextractor.com/</a> ซึ่งเป็นโปรแกรม base บน Windows ใช้กับ Mac ได้ด้วยโดยต้องลง <a href="http://www.go-mono.com/mono-downloads/download.html" rel="nofollow">Mono framework </a>ก่อน และต้องสั่งให้ run ด้วย terminal แต่ผมใช้ Terminal ไม่เป็น +_+ เลยต้องปิดไป โปรแกรมนี้ต้องซื้อด้วยครับ แต่มีข้อดีคือไฟล์ที่ Extract ออกมาอยู่ในรูปที่อ่านได้เลย เช่น Notes ใน Iphone ก็จะออกมาเป็น HTML เลย</p>
<p>โปรแกรมที่ลองตัวที่สองคือ <a href="http://supercrazyawesome.com/">iPhone &#038; iPod touch Back up Extractor for Mac </a> และตัวนี้นี่แหละที่ช่วยชีวิตผมไว้ครับ มันโหลดได้ฟรีด้วย และยังใช้ง่ายเพียงแค่กดให้มัน read back up จากนั้นจะมีชื่อ iPhone ต่างๆที่เราเคย back up ไว้โผล่ขึ้นมาให้กดเลือก ถ้าจะ back up notes ออกมาก็กดที่ iOS files แล้ว Extract ครับ </p>
<div id="attachment_9807" class="wp-caption alignnone" style="width: 388px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphone-backup.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphone-backup.png" alt="iphone backup  จะถามชื่อ iPhone ที่เราเคย Sync กับเครื่องนี้ครั้ง ก็คือเครื่องคอมพ์สุดท้ายที่ Sync แล้วมีปัญหาน่ะแหละครับ" title="iphone backup  จะถามชื่อ iPhone ที่เราเคย Sync กับเครื่องนี้ครั้ง ก็คือเครื่องคอมพ์สุดท้ายที่ Sync แล้วมีปัญหาน่ะแหละครับ" width="378" height="380" class="size-full wp-image-9807" /></a><p class="wp-caption-text">iphone backup  จะถามชื่อ iPhone ที่เราเคย Sync กับเครื่องนี้ครั้ง ก็คือเครื่องคอมพ์สุดท้ายที่ Sync แล้วมีปัญหาน่ะแหละครับ</p></div>
<div id="attachment_9808" class="wp-caption alignnone" style="width: 385px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphone-backup-2.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphone-backup-2.png" alt="โปรแกรมสามารถดึงข้อมูลได้หลายอย่าง ถ้า Notes จะอยู่ใน iOS Files แล้วจะได้ไฟล์ฟอร์แมท .dl" title="โปรแกรมสามารถดึงข้อมูลได้หลายอย่าง ถ้า Notes จะอยู่ใน iOS Files แล้วจะได้ไฟล์ฟอร์แมท .dl" width="375" height="381" class="size-full wp-image-9808" /></a><p class="wp-caption-text">โปรแกรมสามารถดึงข้อมูลได้หลายอย่าง ถ้า Notes จะอยู่ใน iOS Files แล้วจะได้ไฟล์ฟอร์แมท .dl</p></div>
<p>ทีนี้ปัญหาคือเวลา Extract แล้วมันจะเป็น format ที่เราดูได้ไม่สะดวกเช่น .dl ผมก็ต้องโหลด<a href="http://apps.v1ru8.net/include/other/iphonenotes.old.html">โปรแกรมสำหรับดู Notes ใน Mac</a> มาด้วย และก็เปิดไฟล์ .dl ออกมาได้อย่างสวยงามในที่สุด <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_9809" class="wp-caption alignnone" style="width: 224px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphonenotes.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/iphonenotes.png" alt="โปรแกรม iPhoneNotes สำหรับ Sync และเปิดไฟล์ .dl เพื่อดู Notes ในคอมพ์" title="โปรแกรม iPhoneNotes สำหรับ Sync และเปิดไฟล์ .dl เพื่อดู Notes ในคอมพ์" width="214" height="178" class="size-full wp-image-9809" /></a><p class="wp-caption-text">โปรแกรม iPhoneNotes สำหรับ Sync และเปิดไฟล์ .dl เพื่อดู Notes ในคอมพ์</p></div>
<p>เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าทำอะไรให้ถูกต้องแต่แรกจะสบาย และการแก้ปัญหาในยุคที่มันผ่านพ้นไปแล้วนี่ยากมากครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/iphone-back-up-files/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาร่วมงาน #FordNAIAS Ford fantasy camp และ #NAIAS ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 14:44:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9785</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งที่ผมอยากมาดูที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีของฟอร์ดหรือมอเตอร์โชว์ แต่อยากดูว่าทำไมฟอร์ดถึงตัดสินใจลงทุนกับ Influencer ขนาดนี้ ผมลองคำนวนดูแล้วคนหนึ่งไม่ตำกว่าแสนครับ ทั้งอาหารฟรีทุกมื้อ ค่าโรงแรมที่ค่อนข้างหรูมาก และค่าใช้จ่ายต่างๆในโรงแรมก็ฟรีโดยให้ลงที่ฟอร์ด และแน่นอนค่าเครื่องบิน $2300 หรือประมาณเกือบเจ็ดหมื่นบาทไปยัง Michigan เมือง Detroit ขอบบนของ USA]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Ford ส่งจดหมายเชิญให้ไปร่วมงาน Ford Fantasy Camp โดยคุณโอ๋จาก Hill &#038; Knowlton Thailand เป็นผู้ติดต่อประสานงานมาก่อน</p>
<div id="attachment_9786" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/blogger.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/blogger-600x450.jpg" alt="งาน blogger เปิดตัวรถ Fusion เป็นครั้งแรก ยิ่งใหญ่อลังการ ณ Detroit Michigan" title="งาน blogger เปิดตัวรถ Fusion เป็นครั้งแรก ยิ่งใหญ่อลังการ ณ Detroit Michigan" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-9786" /></a><p class="wp-caption-text">งาน blogger เปิดตัวรถ Fusion เป็นครั้งแรก ยิ่งใหญ่อลังการ ณ Detroit Michigan</p></div>
<blockquote><p>
Invitation letter to The North American International Auto Show Event (NAIAS) in Detroit, Michigan between 8-12 January 2012</p>
<p>Please note that this is the opportunity to meet with Ford’s major designers as well as experience Ford design’s process (more details as attached file) in addition to the discussion with bloggers from several countries.<br />
Ford will be responsible for your air travel, hotel expenses, meals and all ground transfers
</p></blockquote>
<p>ด้วยความสงสัยจึงถามไปครับว่าทำไมจึงเชิญผม คุณโอ๋บอกว่าทาง Ford inter ได้ลิสต์ว่าผมเป็นหนึ่งใน Social Influencer ที่รวมด้านรถด้วยของไทย แล้วลิสต์มาให้คนเดียว ผมก็ค่อนข้างแปลกใจเพราะไม่ค่อยได้ Blog เรื่องรถเลย ผมเองถึงจะรู้เรื่องรถเพราะชอบเป็นการส่วนตัวแต่ก็คิดว่าไ่ม่ได้โฟกัสด้านนี้ครับเลยไม่ได้เขียนบล็อกเท่าไหร่ นอกจากเขีย<a href="http://www.ipattt.com/tag/ford-focus-2-0-tdci/">นบล็อกเรื่องรถฟอร์ดของตัวเอง</a>แล้วคีย์เวิร์ดการเซิร์ทขึ้นเป็นอันดับแรกๆของ Focus TDCi และการเขียนก็เขียนทั้งด้านดีและไม่ดีของศูนย์บริการด้วยเช่นกัน (ในภายหลังจึงได้ทราบแนวคิดของฟอร์ดว่าทำไมจึงเลือกคนเขียน Personal Blog มากกว่าคนเขียน Blog รถยนต์เฉพาะทาง หรือทำไมไม่เลือก influencer ด้านรถยนต์คนสำคัญในไทยอย่างคุณ จิมมี่ Headlightmag ต้องติดตามตอนต่อไปครับ)</p>
<p>ข้อเสนอให้ไปอเมริกาฟรีมันก็ยากที่จะปฎิเสธในที่สุดก็เคลียร์งานได้ (ตอนแรกเสนอให้ @Muenue ไปแทนและผมจะสนับสนุน RT แต่คุณโอ๋แนะนำว่าเราไม่รู้ว่า policy ของ Ford inter ว่าจะสามารถให้ไปแทนได้หรือเปล่า ไม่งั้นเขาอาจจะ cancel ไปเลยก็เป็นได้) และสิ่งที่ผมอยากมาดูที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีของฟอร์ดหรือมอเตอร์โชว์ แต่อยากดูว่าทำไมฟอร์ดถึงตัดสินใจลงทุนกับ Influencer ขนาดนี้ โดยผมลองคำนวนดูแล้วคนหนึ่งไม่ตำกว่าแสน ทั้งอาหารฟรีทุกมื้อ ค่าโรงแรมที่ค่อนข้างหรูมาก และค่าใช้จ่ายต่างๆในโรงแรมก็ฟรีโดยให้ลงที่ฟอร์ด และแน่นอนค่าเครื่องบิน $2300 หรือประมาณเกือบเจ็ดหมื่นบาทไปยัง Michigan เมือง Detroit ขอบด้านบนของ USA โดยที่ไม่ได้มีข้อผูกมัดในการเขียนบล็อกใดๆทั้งสิ้น และทั้งหมดที่ผมเขียนมาจากความคิดเห็นส่วนตัวครับ</p>
<p>หลังจากรวบรวมเอกสารทั้งหมดคุณโอ๋ให้ส่งเอกสารให้คนจากโอกิลวี่ USA และทางคุณ @punnajit ก็แอบเชียร์อยู่ด้วย ในขั้นตอนลงทะเบียนผมเลยแนะนำว่า @booruball น่าจะไปกับผมด้วยได้อีกคนปรากฎว่าเค้าก็อนุมัติด้วยเช่นกัน ต้องขอขอบคุณทีมงานฟอร์ดไว้ ณ ที่นี้</p>
<p>อย่างไรลองติดตามได้ที่ทวิตเตอร์หรือรูปที่ <a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150465142542862.371935.594652861&#038;type=1" rel="nofollow">North America international Autoshow </a><br />
และ<br />
<a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150472780827862.373006.594652861&#038;type=1" rel="nofollow">ชมและร่วมกิจกรรม Product Development Center และ Research and Innovation Center</a></p>
<p>จบตอนที่ 1</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟอร์ด โฟกัส TDCi ตอนที่ 7 เกียร์มีปัญหา สาเหตุจากไฟอ่อน</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/powershift-problem/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/powershift-problem/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2012 07:22:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[Ford Focus 2.0 TDCi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9753</guid>
		<description><![CDATA[หลังจอดรถไว้ 1 อาทิตย์ พอสตาร์ทรถ พบว่ารอบเดินเบาขึ้นไปที่  1100 รอบ จากปกติจะอยู่ที่ 800 รอบคงที่ พอขับออกไปเล็กน้อยพบว่ามีความผิดปกติในการเปลี่ยนเกียร์คือเกียร์ 1 เปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูงกว่าเดิม และพอขับเกียร์สองไปได้ระยะหนึ่ง เกียร์กลับหลุดกลับมาเข้าเกียร์หนึ่งและรอบตีขึ้นไปถึง 4000 รอบ และมีอาการกระตุกในบางครั้ง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2> เกียร์มีปัญหา </h2>
<p>เมื่อประมาณสองอาิทตย์ก่อน (ต้นเดือน ธค) หลังจากผมทิ้งรถไว้ช่วงน้ำท่วมมานานประมาณสามอาทิตย์เพราะไม่ค่อยได้ขับ (แต่น้ำไม่ได้ท่วมบ้านนะครับ) พอสตาร์ทรถ พบว่ารอบเดินเบาขึ้นไปที่  1100 รอบ จากปกติจะอยู่ที่ 800 รอบคงที่ พอขับออกไปเล็กน้อยพบว่ามีความผิดปกติในการเปลี่ยนเกียร์คือเกียร์ 1 เปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูงกว่าเดิม และพอขับเกียร์สองไปได้ระยะหนึ่ง เกียร์กลับหลุดกลับมาเข้าเกียร์หนึ่งและรอบตีขึ้นไปถึง 4000 รอบ (เกือบถึง red line ของรถดีเซล) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเกียร์อื่นต่อไป</p>
<p>ผมเลยลองนำรถเข้าจอดหลังจากขับไปได้ประมาณ 1 กิโลเมคร ดับเครื่องและสตาร์ทใหม่ ปรากฎว่าอาการหายไป รอบเครื่องกลับมาที่ 800 รอบเหมือนเดิมครับ</p>
<p>อาทิตย์ต่อมา มีอาการดังกล่าวอีก โดยตอนนั้นขับรถไปตามถนนรัชดาเพื่อไปเล่นดนตรีที่โรงแรมย่านอโศก ผมลองใช้แผนเดิมโดยการดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่ ผลปรากฎว่าไม่ได้ผล รอบเครื่องยังมากกว่า 1000 รอบเหมือนเดิม และจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นมีการกระชาก แต่ก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับตอนเปลี่ยนเกียร์ลง รถมีอาการกระตุกเบรครุนแรง (เหมือนขับๆอยู่แล้วไปเข้า P ) จนมอเตอร์ไซคืที่ตามมาเกือบชนก้นเข้าให้ ผมตกใจมากเลยตัดสินใจเข้า M แล้วเข้าเกียร์ 1 เพื่อไม่ให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นลงเองและลากไปจนถึงแยกอโศก โชคดีที่รถม่ติดมากครับ</p>
<p>วันต่อมาสตาร์ทแล้วเป็นปกติอีกครั้งแต่ผมไม่รอช้ารีบขับไปศูนย์ฟอร์ดมหานคร รัตนาธิเบตร เพื่อให้เช็ค แต่ไม่ลืมย้ำอาการอย่างละเอียดเพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะสตาร์ทแล้วบังเอิญเช็คไม่เจอ คีย์เวืร์ดคือต้องจอดทิ้งไว้ใสองสามวันแล้วค่อยสตาร์ทครับ</p>
<h2>เจ้าหน้าที่เช็คเจอ คาดว่าปัญหาเกียร์กระตุก เกิดจากแบ็ตเตอรี่ไฟอ่อน</h2>
<div id="attachment_9779" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/ford-problem.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/ford-problem.jpg" alt="เกียร์ทำงานไม่ปกติถ้ากำลังไฟอ่อน จึงตัดสินใจเปลี่่ยนแบ็ตเตอรี่ใหม่ด้วยราคา 2950 บาท" title="เกียร์ทำงานไม่ปกติถ้ากำลังไฟอ่อน จึงตัดสินใจเปลี่่ยนแบ็ตเตอรี่ใหม่ด้วยราคา 2950 บาท" width="600" height="448" class="size-full wp-image-9779" /></a><p class="wp-caption-text">เกียร์ทำงานไม่ปกติถ้ากำลังไฟอ่อน จึงตัดสินใจเปลี่่ยนแบ็ตเตอรี่ใหม่ด้วยราคา 2950 บาท</p></div>
<p>อาทิตย์ต่อมาเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า <strong>สาเหตุน่าจะเกิดจากแบ็ตเตอรี่ไฟอ่อน ทำให้การเปลี่ยนเกียร์มีปัญหาและสมองกลรวนครับ</strong> ประกอบกับน้ำกลั่นค่อนข้างแห้งทางเจ้าเน้าที่จึงทำการเติมน้ำกลั่นให้ ส่วนผมมาลองนึกๆดูพบว่ารถคันนี้สองปีกว่าแล้ว และยังไม่รวมเวลาที่นำขึ้นเรือมาจากฟิลิปปินส์ แบ็ตเตอรี่อาจจะเสี่อมแล้วจริงๆ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนเลยตัดสินใจเปลี่ยนแบ็ตเตอรี่เลยครับ ด้วยราคา 3800 บาท แบ็ตเตอรี่รถดีเซลจะใหญ่กว่ารถเบนซินเพราะต้องออกแรงหมุนตอนสตาร์ทมากกว่าจากกำลังอัดที่สูงกว่าทำให้ราคาแบ็ตสูงกว่าไปด้วย</p>
<h2> สรุป รถฟอร์ดที่ใช้ระบบเกียร์ power shift ต้องระวังเรื่องระบบไฟ </h2>
<p>พอผมเปลี่ย่นแบ็ตเตอรี่ปั๊ปปัญหาดังกล่าวก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ คิดกว่าการยกคลัชท์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ของระบบเกียร์ powershift นั้นต้องใช้กำลังไฟที่สมบูรณ์ประกอบกับเกียร์ตัวนี้มีขดลวดโซลินอยด์ถึง 9 ตัว จึงต้องมั่นใจในกำลังไฟฟ้าของรถว่าจะไม่ต่ำกว่ามาตรฐานครับ <strong>ใครที่ขับรถมาแล้วเกินสองปีแรกหลังจากซื้ออย่างไรถ้ามีอาการเกียร์กระตุก คาดว่าเป็นจากสาเหตแบ็ตเตอรี่ไฟอ่อนแน่นอนครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลอะไรมาก</strong></p>
<p>เกียร์ลูกนี้ถ้าดูราคาแล้วจะตกใจเพราะมีราคาถึง 350,000 บาท แพงกว่าพวก CVT ที่ราคาประมาณ 250,000 บาท แต่เมื่อดูการทำงานแล้ว ตัวกลไกของเกียร์นั้นคงทนเหมือนเกียร์ธรรมดาด้วยระบบคล้ายๆกันทำให้ไม่น่าห่วงครับ ถ้าจะมีการเสียมักเกิดจากขดลวดโซลินอยด์ตัวใดตัวหนึ่งในทั้ง 9 ตัวนั้นทำงานไม่ปกติมากกว่า ซึ่งราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ ปกติเกียร์ไม่เสียกันง่ายๆครับและช่างก็เริ่มมีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆแล้วเพราะรุ่นเฟียตต้าที่ใช้ระบบเกียร์แบบเดียวกัน (แต่คนละลูก) ขายดีมากจึงวางใจได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รถน่าจะมีระบบเตือนกำลังไฟอ่อนที่ cover กำลังไฟที่เพียงพอต่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วยเช่นกัน ฟอร์ดน่าจะลองปรับปรุงในจุดนี้ดูครับ เข้าใจว่าก่อนที่จะใช้เกียร์ระบบนี้กำลังไฟที่ลดลงประมาณนี้ไม่เป็นปัญหามาก่อน <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/powershift-problem/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากทำโครงการออนไลน์ มีแต่ไอเดียและจ้างคนอื่นทำหมด เจ๊งนะ!</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 15:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9763</guid>
		<description><![CDATA[Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation การ  implementation เราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้า ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9768" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail-600x450.jpg" alt="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" title="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-9768" /></a><p class="wp-caption-text">หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15</p></div>
<h2>การทำโปรเจ็คเว็บไซต์ขนาดใหญ่ จ้างคนอื่นทำอย่างเดียวเจ๊ง ต้องมี in house ด้วย</h2>
<p>ที่ผ่านมาทางทีมงานได้ order หลากหลายจากลูกค้า โดยมีลูกค้าบางกลุ่มมีโมเดล business ทาง internet ในใจเช่นบางคนอยากเป็นศูนย์กลางการ​ซื้อขายของเฉพาะด้าน (Classified) หรือบางคนต้องการทำ<br />
ร้านค้าออนไลน์ครบวงจร (e-commerce) บางคนต้องการเป็นตลาด และมี social network ในตัวด้วย</p>
<p>จากนั้นลูกค้าก็จะเรียกบริษัททำระบบและทำเว็บเข้าไปคุย บางบริษัทก็เสนอราคาเป็นโปรเจ็ค บางบริษัทก็อาจเสนอราคาเป็น manday ซึ่งการเสนอราคาอย่างหลัง มักไม่ค่อยได้รับการจ้างเพราะลูกค้าเองไม่แน่ใจว่าตนเองจะต้องจ่ายรวมแล้วเท่าไหร่ แต่ท้ายที่สุด ลูกค้าที่เลือกจ่ายเป็นโปรเจ็คกลับมัปัญหาระหว่างผู้รับจ้างและผู้จ้างมากกว่าเพราะ requirement งอกออกมา ( การทำเว็บใหญ่แล้ว requirement เพิ่มขึ้นไม่แปลก มันเป็นกฎซะด้วยซ้ำ )</p>
<p><strong>ในขณะที่การจ้างทำโปรเจ็คใหญ่โดยที่ตัวลูกค้าเองนั้นมีเพียงไอเดีย และไม่มี business ที่เป็นจุดแข็งอยู่แล้วและต้องการนำ internet มาต่อยอด โครงการจะเจ๊งทุกรายครับ </strong></p>
<h2>เว็บไซต์เหมือนองค์กร ต้องพัฒนาต่อเนื่อง ต้องรื้อและทำใหม่ ไม่สามารถทำครั้งเดียวเสร็จ</h2>
<p>Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation ต่างหาก ( <a href="http://www.ipattt.com/2009/ผู้ประกอบการ/">วาทะ Guy Kawasaki ข้อ 8</a> ) หลายอย่างเกิดขึ้นโดยความบังเอิญ เช่นใครจะรู้ว่า Flickr ไม่ได้ต้องการเป็นเว็บ community ด้านรูปภาพ แต่กำเนิดจากการตั้งใจจะทำเกมส์ต่างหาก แต่ฟังก์ชั่นเก็บรูปได้รับความนิยมมากจึงถูกพัฒนาขึ้นมา (อ้างอิง @Jakrapong)</p>
<h3>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</h3>
<p>การ  implementation สำคัญเพราะเราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้าไปเรื่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ แม้แต่ facebook ก็ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเรื่อยๆ ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> คุณอาจเถียงว่าเว็บราชการก็จ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูปนี่นา แต่ผมก็ถามกลับได้ว่ามีเว็บราชการไหนที่ Work และมีคนใช้จำนวนมากตั้งแต่การสร้างครั้งแรกเสร็จเรียบร้อยบ้าง?</p>
<h2>แล้วจะแก้ไขหรือพัฒนาเว็บอย่างไรดี?</h2>
<h3>1. ธุรกิจของคุณ หรือตัวคุณต้องมีจุดแข็งสักอย่างก่อน </h3>
<p>ค้นหาจุดแข็ง แล้วพัฒนาให้จุดแข็งของคุณนั้นสามารถที่จะต่อเชื่อมกับ Model Business ของคุณได้ อย่าเล็งผลเลิศจากการสร้างระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว กรีณีนี้ผมเคยเขียนไว้ในบล็อก <a href="http://www.ipattt.com/2010/one2car/">One2Car ระบบต้องมาควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการบริการ</a> จะเห็นว่า one2car มีจุดแข็งที่&#8221;ช่างกล้องและการบริการจัดระเบียบถ่ายรูปรถ&#8221; และ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">การสร้างตลาด เริ่มด้วยการสร้าง Demand อาจง่ายกว่าเริ่มด้วยระบบ</a></p>
<h3>2. ควรลงทุนกับพนักงานประจำเมื่อต้องทำโครงการใหญ่ </h3>
<p>ลองพิจารณาการทำโครงการให้ประสบความสำเร็จเพียง phase ที่ 1 อาจใช้ manday มากมายตั้งแต่ Art Director, System Analyst, Designer, Programmer ราคาก็แน่นอนว่าถ้าให้ถูกต้องตาม Business Model ของคนทำเว็บราคาน่าจะ 300,000 บาทขึ้นไปแน่นอนครับ และในจำนวน manday ที่แพงเหล่านี้ มีบางตำแหน่งที่เราใช้เค้าเพียงครั้งเดียวเช่น Art Diector ส่วนที่เราจะใช้ไปตลอดเพื่อปรับปรุงแก้ไขก็คือ Programmer</p>
<p>ดังนั้นตำแหน่งอย่างโปรแกรมเมอร์ควรเป็นตำแหน่งที่เจ้าของไอเดียควรจ้างไว้เป็นพนักงานประจำ เบื้องต้นอาจจะจ้างเพียงคนเดียวหรือให้เพื่อนร่วมหุ้นของคุณทำก็ได้ โดยเป็นตัวแทนของฝ่ายเจ้าของไอเดียในการช่วยคุยกับผูรับจ้างทำ และเป็นผู้ช่วยเก็บองค์ความรู้ในกรณีต้องเปลี่ยนผู้รับจ้างทำในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังช่วยประเมินความเสี่ยงให้คุณได้อีกด้วยครับ ลองพิจารณาเงินเดือนรวมของเค้าหนึ่งปีอาจน้อยกว่าราคาโปรเจ็คอยู่มากก็ได้</p>
<h3>3. การจ้างงานเป็น phase </h3>
<p>เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และเกิดการดีลกับ Supplier ได้ง่ายขึ้น phase แรกควรเป็น phase แห่งการเรียนรู้ของคุณเอง ตัวอย่างที่ทำได้ง่ายมากเช่นการติดตั้ง blog เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับ domain name ของคุณเอง เป็นการตัดการเสียโอกาสในการรอเว็บไหญ่ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือเปล่าด้วยการทำให้ website มีตัวตน ส่งผลด้าน SEO ที่ดี ณ วันที่ระบบใหญ่ถูกติดตั้ง</p>
<p>และเมื่อคุณได้ค้นคว้า Content ลึกลงไปใน keyword field ที่คุณเองต้องการทำธุรกิจ Community เล็กๆจะเกิดขึ้น และความเป็นตัวจริงของเราก็จะตามมาทั้งในมุมมองของคนภายนอก และตัวเราเองจริงๆครับ</p>
<p>ส่วน phase ต่อมาอาจเป็นการลง plugin สำเร็จรูปเพื่อทดลอง และหากลุ่มตัวอย่างหรือหน้าม้ามาอัด Content , การซื้อขายจำลองในเว็บไซต์เข้าไปเพื่อเรียก traffic ฯลฯ ก่อนจะรื้อและทำระบบที่ใกล้เคียงความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป ตามหลักการทำงานทางธุรกิจ เราควรจะลงทุนต่อยอดจากรายได้ที่เริ่มเข้ามา มากกว่าลงทุนตูมเดียวก้อนใหญ่ในครั้งแรก<strong> เพราะถ้า resource ไม่จำกัด model business ที่ถูกต้องจะไม่เกิด</strong></p>
<blockquote><p> สำหรับไทเกอร์ไอเดียนั้น มีให้บริการการทำงานสำหรับโปรเจ็คใหญ่ๆอยู่สองแบบครับคือ Design &#038; CSS editting ซึ่งขั้นตอนนี้ทางทีมงานจะวิเคราะห์ Business Model ก่อนหาระบบและ System Architecture ที่เหมาะสมให้พร้อมทั้ง Design โดยใช้ประสบการณ์ของ Art Director อย่าง @iMenn เป็นผู้ design first draft ก่อนจะแจกจ่ายให้ Designer และให้ @rabbitinblack ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญ CSS editting เป็นผู้ทำงานต่อจาก phase design ก่อนจะประสานงานกับ Programmer ฝั่งลูกค้าในการติดตั้งและ implementation ปรับปรุงต่อไปด้วยตนเองได้ ลองดูงานที่ผ่านมาใน  <a href="http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/">http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/<br />
</a> และ rate <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">ราคาแบบ manday ของไทเกอร์ไอเดีย</a><br />
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Information Architecture ในไทยนั้นมีน้อยมากครับ ผมแนะนำ @malimali หรือที่ blog <a href="http://iamia.wordpress.com/">http://iamia.wordpress.com/</a></p>
<h3>ตัวอย่างขั้นตอนการทำงานโครงการเว็บไซต์ขนาดใหญ่</h3>
<p>1. Website WireFrame โดย @malimali team ร่วมกับลูกค้าเจ้าของไอเดีย<br />
2. Web Design โดย TiGERiDEA<br />
3. CSS Editing โดย TiGERiDEA<br />
4. Systems Integration โดย in house ของลูกค้าเอง (ภายใต้การให้คำปรึกษาของไทเกอร์ไอเดีย)<br />
5. Review and Improvement</p>
<p>สำหรับเว็บไซต์ที่ลูกค้าล้วนมี in house programmer อยู่แล้วและเคยทำงานร่วมกับ TiGERiDEA ได้แก่ <a href="http://www.yellowpages.co.th/" rel="nofollow">Thailand YellowPages</a>, <a href="http://www.prakardproperty.com/" rel="nofollow">Prakard Property</a> , <a href="http://www.one2car.com/" rel="nofollow">One2Car</a> , <a href="http://www.digital2home.com/" rel="nofollow">digital2home</a> และ <a href="http://painaidii.com/" rel="nofollow">painaidii</a>
</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 19:56:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9758</guid>
		<description><![CDATA[โดยทั่วไปละครนี้ดีและน่าจะตรงใจกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่เข้าไปดูครับ เพราะคนเข้าไปดูได้น่าจะต้องเป็นคนชั้นกลางจนถึงคนชั้นกลางสูง ซึ่งก็คือตรงสถานะของตัวแม่พลอยนั่นเอง เราจะอินกับเนื้อเรื่องและรู้สึกถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อสังคมไทยอย่างมาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ได้ไปดูสี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัลมา พร้อมกับน้องสาว @k_kung ที่ได้บัตรฟรีมาเรื่อยตามประสาหมอๆ พบว่าได้นั่งแถวที่สามจากด้านหน้าเลยครับ แถมที่นั่งไปทางกลางๆเวทีด้วย สำหรับผมนี่คือตำแหน่งที่ดีที่สุดแล้วครับเพราะได้อรรถรสจากการชมใกล้ชิดเต็มที่ และได้ความรู้สึกจาก effect การเคลื่อนที่ของเวที แต่ก็ต้องหันคอไปมาเนื่องจากเวทีใหญ่ และละครยาวมากเริ่มอย่างตรงเวลาตั้งแต่ 19:30 ถึง 23:00 โดยมีพักครึ่ง (แบบตรงเวลามากเช่นกัน) 15 นาที</p>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/oT89_3enesU?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<h2>ด้านเทคนิค</h2>
<p>เทคนิคการทำละครเวทีสมัยนี้และฝีมือการกำกับและการนำเสนอที่ดีทำให้ละครดูแล้วไม่น่าเบื่อไม่ต้องปีนบันไดดู ผมเองกินข้าวแกงกระหนี่ไปอิ่มมากจนง่วงก่อนจะเข้าไปดูด้วยซ้ำพอไปดูก็ไม่ค่อยง่วงเลย ซึ่งการนำเสนอในแบบละครสมัยใหม่ที่กระตุ้นอารมณ์ได้อยู่เรื่อยๆนี้ทำให้ต่างจากละครคลาสสิคอยู่มากเหมือนกันครับ คิดว่าคอละครคลาสสิกไม่น่าชอบ ( ผมเคยไปดูละครเวทีที่น่าจะเป็นเรื่องคลาสสิกอย่าง <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/สู่ฝันอันยิ่งใหญ่" rel="nofollow">สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ </a> จากการเชิญของวรงค์มาแล้ว ดีไม่ดีไม่รู้ รู้แต่มันจะ&#8221;หนัก&#8221;กว่าชัดเจนครับ</p>
<p>วิธีการอัดเสียงตัวละครก็ใช้ไมค์แบบสีเนื้อสวมไว้ที่หู ซึ่งคนที่อยู่ไกลๆอาจจะมองแทบไม่เห็นเลยครับ และเวลาตัวละครสองคนพูดใกล้ๆกันจะได้ยินเสียง phaser อยู่บ้างเนื่องจากเสียงคนนึงไปเข้าไมค์ของอีกคนด้วย</p>
<p>ส่วนของดนตรีก็มีการเล่นสดใต้เวทีโดยคอนดักเตอร์จะโผล่หัวขึ้นมาดูการเล่นละครด้านบนด้วย ด้านล่างก็มีหัวหน้าวงคนเก่งคือพี่ปิติและมีจอมอนิเตอร์ถ่ายการแสดงด้านบนไว้ให้นักดนตรีใต้เวทีได้ดู ตอนจบงานผมไปดูนักดนตรีใต้เวทีพบว่ากลองทำคอกกันเสียงรั่วออกมาเข้าไมค์เครื่องอคูสติกต่างไว้เป็นอย่างดี แต่คอนดักเตอร์มีปัญหาปวดหลังมากเพราะยืนนานหลายชั่วโมงจริงๆ</p>
<p>ด้านเวทีก็ทันสมัยมาก เดี๋ยวนี้สามารถเปลี่ยนฉากกันแบบไม่ต้องดับไฟเลย แถมสามารถเปลี่ยนโดยตัวละครยังแสดงอยู่ได้ด้วยการหมุนเวทีขนาดใหญ่ออกมาด้วยคอนเซ็ป turntable ซึ่งแปลกใหม่ในสายตาของผมมาก คุณถกลเกียรติผู้กำกับใช้เทคนิกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจริงๆ และผู้ออกแบบฉาก (ศศวัต บุษยพันธ์และทีมงาน)ก็ถือว่าทำได้ดีมากครับ สวยงามครับ</p>
<h2> ด้านนักแสดง </h2>
<p>ถ้าเป็นเรื่องการร้องเพลง ผมว่าคุณพลอยตอนเด็กคือน้องณัฐนิช the trainner เป็นคนที่ร้องเพลงได้ดีที่สุดในโชว์เลยครับ แม้แต่ the star ยังสู้ไม่ได้เลย ส่วนคุณสินจัยก็แสดงดีมากอยู่แล้วครับ การ casting ตัวละครก็ดูเหมาะสมดี แต่เรื่องการร้องเพลงไม่สามารถเทียบกับละครฝรั่งได้หรอกครับ ของเราเหมือนมือสมัครเล่นในการจะใช้ชื่อ Musical ด้วยซ้ำครับ ในส่วนคุณเปรมตอนหนุ่ม (นภัทร the star) ก็มีรัศมีเปล่งประกายมากบนเวที ผู้ชมหญิงวัยประมาณ 40 ที่นั่งใกล้ๆผมอินมากเลยเวลาเขาแสดง</p>
<p>ส่วนอั้นก็แสดงได้ดีเช่นกัน โดยบทของเขาจะค่อนข้างสร้างความหมั่นใส้ให้คนดูอยู่บ้างเล็กน้อยครับ และบททีฮาและทำได้ดีก็คือคุณช้อย ซึ่งแสดงโดยคุณรัตเกล้า ส่วนบทของอ๊อด ผมยังไม่เข้าใจความรักแม่ในเชิงออกไปทางหนุ่มสาวขนาดนั้นครับ</p>
<p>ตัวผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเลยขอพูดตามอารมณ์ความรู้สึกแต่เพียงเท่านี้ครับ</p>
<div id="attachment_9759" class="wp-caption alignnone" style="width: 160px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/muangthai-rachadalai.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/muangthai-rachadalai-150x150.jpg" alt="บัตร สี่แผ่นดิน" title="บัตร สี่แผ่นดิน" width="150" height="150" class="size-thumbnail wp-image-9759" /></a><p class="wp-caption-text">บัตร สี่แผ่นดิน</p></div>
<h2> ความเห็นต่อ สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล </h2>
<p>โดยทั่วไปละครนี้ดีและน่าจะตรงใจกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่เข้าไปดูครับ เพราะคนเข้าไปดูได้ด้วยบัตรราคาขนาดนี้น่าจะต้องเป็นคนชั้นกลางจนถึงคนชั้นกลางสูง ซึ่งก็คือตรงสถานะของตัวแม่พลอยนั่นเอง(แม้ว่าละครจะพยายามทำให้แม่พลอยเป็นคนธรรมดามากที่สุด) ทำให้เมื่อแม่พลอยเล่าเรื่อง เราจะอินกับเนื้อเรื่องและรู้สึกถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อสังคมไทยอย่างมาก และรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆสู่วิถีประชาธิปไตยดูเหมือนไม่ได้ทำให้ชีวิตตนเองดีขึ้น ตรงกันข้ามกับมีความทุกข์และมีปัญหาครอบครัวกันมาก</p>
<p>แต่ถ้าเรามองภาพสังคมอย่างกว้างๆ จะพบว่าสังคมนั้นคนชั้นกลาง-ล่างจะมีสิทธิมากขึ้นเรื่อยๆ ลองพิจารณาในขณะที่แม่พลอยมีชีวิตที่สุขสงบนั้นก็เพราะอยู่ใกล้ชิดรั้ววัง แต่สังคมภายนอกอาจไม่มีความสุขขนาดนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโดยคณะราษฎรแน่นอนว่ามันก็ขยายสิทธิจากชนชั้นบนลงมาด้านล่างเพิ่มขึ้นอีกหน่อยเช่นกันครับ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่แม่พลอยซึ่งสบายอยู่แล้วจะรู้สึกแย่ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แถมยังไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรอีกด้วย มีบทความพันทิพย์อันนึงแสดงความ<a href="http://www3.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C11445996/C11445996.html" rel="nofollow">เสียใจต่อมุมมองของคนทำละครที่มีต่อคณะราษฎรและคุณอั้นด้วยครับ</a> ผมเองยังสงสัยเลยว่าละครแบบนี้ เกาหลีเหนือน่าจะมีเยอะนะ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ในส่วนของละครผมชอบข้อคิดของคุณเปรมที่ว่าการมองปัจจุบันอย่างเข้าใจคือสิ่งที่สวยงามที่สุด และไม่มีสิ่งไหนสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน จากฉากที่ครอบครัวมาถ่ายรูปกันทั้งที่ท่าเรือยังไม่เสร็จ แต่หลังจากนั้นแทบไม่มีโอกาสได้ถ่ายรุปด้วยกันอีกแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Saab ล้มละลายแล้ว</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/saab-bankruptcy/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/saab-bankruptcy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 05:18:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9755</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานทราบข่าวจาก @Chaiyosart ว่า Saab ล้มละลาย โดยก่อนหน้านี้ช่วงเดือน กย SAAB ได้ยื่นขอคำสั่งศาลสวีเดนคุ้มครองชั่วคราวเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ หรือจริงๆ แล้วก็เป็นการซื้อเวลาเพื่อรอเงินทุนจากจีน แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถ reorganized ได้สำเร็จ และผู้ร่วมลงทุนชาวจีนยังหามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท Saab ได้ไม่กระจ่างเพียงพอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9756" class="wp-caption alignnone" style="width: 160px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/Saab-Tombstone2.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/Saab-Tombstone2-150x150.jpg" alt="Saab ล้มละลาย" title="Saab ล้มละลาย" width="150" height="150" class="size-thumbnail wp-image-9756" /></a><p class="wp-caption-text">Saab ล้มละลาย</p></div>
<p>เมื่อวานทราบข่าวจาก @Chaiyosart ว่า Saab ล้มละลาย โดยก่อนหน้านี้ช่วงเดือน กย SAAB ได้ยื่นขอคำสั่งศาลสวีเดนคุ้มครองชั่วคราวเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ หรือจริงๆ แล้วก็เป็นการซื้อเวลาเพื่อรอเงินทุนจากจีน แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถ reorganized ได้สำเร็จ และผู้ร่วมลงทุนชาวจีนยังหามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท Saab ได้ไม่กระจ่างเพียงพอ ลองดูเอกสาร <a href="http://media.saab.com/press-releases/2011-12-19/saab-automobile-files-bankruptcy" rel="nofollow">Saab Automobile Files for Bankruptcy</a> โดยการล้มละลายมีผลพวงมาจาก <a href="http://www.lifewithsaab.com/2011/12/saab-died-three-years-ago.html" rel="nofollow">GM จะเข้าข่ายล้มละลายตั้งแต่ปี 2008 </a>ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ลองดู<a href="http://www.saab-scot.com/saab/history.asp" rel="nofollow" >ประวัติของ Saab</a> จะพบว่า Saab เป็นรถยนต์เจ้าแรกที่ริเริ่มติดตั้ง Turbo และที่ผ่านมา Saab เป็นรถยนต์ที่ดี แต่รถยนต์ที่จะขายได้ในปัจจุบันต้องมีอะไรมากกว่านั้นครับ สำหรับประเทศไทยเราไม่ค่อยได้เห็น Saab กันมาก และไม่ได้ผลิตในไทย คงไม่อินกับข่าวเท่าไหร่ </p>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/Bc7l2pe0LjA?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/EZNABgwEMbE?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/saab-bankruptcy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 05:25:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9713</guid>
		<description><![CDATA[สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ น่าสนใจเผื่อใช้อธิบายกับลูกค้าได้ครับ นำมาจาก http://www.marketingtechblog.com/colors/ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ น่าสนใจเผื่อใช้อธิบายกับลูกค้าได้ครับ<br />
<div id="attachment_9714" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/color-purchases.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/color-purchases-600x2835.png" alt="สีสันและพฤติกรรมการซื้อ" title="สีสันและพฤติกรรมการซื้อ" width="600" height="2835" class="size-medium wp-image-9714" /></a><p class="wp-caption-text">สีสันและพฤติกรรมการซื้อ</p></div></p>
<p>นำมาจาก <a href="http://www.marketingtechblog.com/colors/" rel="nofollow">http://www.marketingtechblog.com/colors/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

