<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร &#187; Business Tips</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/category/business-tips/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>บล็อครางวัลที่1ด้านธุรกิจของ พัชร TIGERiDEA Manager และผู้ถือหุ้น iSchool สำหรับผู้สนใจด้าน ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี  หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่งครับ :)</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 14:09:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>#FordNAIAS ตอน2 สัมภาษณ์ @ScottMonty Social Media @FORD</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 05:18:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9825</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับคุณ Scott Monty นั้นได้รับการดึงตัวจากฟอร์ดเข้ามาทำงาน และ CEO ของฟอร์ดให้สมญานามเขาว่าเป็น Visionary การสัมภาษณ์เป็นกันเอง ฟังง่าย น่าประทับใจดีครับ การพูดเพื่อลง YouTube แบบนี้คือการพูดในฐานะที่เป็นตัวแทนบริษัทระดับโลก ซึ่งเค้าตอบได้ค่อนข้างดีสำหรับการตอบกับ Bloggers ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/" rel="nofollow">ความเดิมจากตอนที่ 1 </a>ที่ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Ford Fantasy Camp และ North America International Auto Show โดย Ford Motor company เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อผูกมัดในการแสดงความเห็นหรือต้องเขียนบล็อกใดๆทั้งสิ้น </p>
<h2>ผู้บริหารระดับสูงด้าน Social Media ในบริษัทระดับโลก </h2>
<p>ณ วันแรกที่ทำกิจกรรม มีงานเปิดตัวของรถ Ford Fusion อย่างยิ่งใหญ่อลังการณ์ในสนามกีฬาฯ และ Bloggers ก็ถูกเชิญมาในงานนี้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน คนที่ๆไปยืนพูดคนแรกก่อน CEO ของฟอร์ด ก็คือ Mr.Scott Monty นี่เอง ซึ่งเค้าพูดได้ดีมากครับ พอวันต่อมาที่งาน North America International Auto Show ทางฟอร์ด ได้ทำบูทสำหรับ Online Influencer ไว้โดย Provide ทั้ง WIfi (ที่ช้าเพราะโดนคนแย่งกันอุตลุด) และปลั๊กไฟพร้อมรู USB power <strong>ซึ่งที่น่าประทับใจคือฟอร์ดให้ ฺBloggers เลือกสัมภาษณ์ผู้บริหารของฟอร์ดหลายๆคนแบบส่วนตัว</strong> แน่นอนว่าหลายคนก็สัมภาษณ์เรื่องรถยนต์และทิศทางในอนาคตกับ Head ทางด้านนู้นด้านนี้ ส่วนผมเลือกสัมภาษณ์กับคุณ Scott Monty ในแง่มุมมองด้าน Social Media ในบริษัทขนาดใหญ๋</p>
<p>สำหรับคุณ<a href="http://www.scottmonty.com/" rel="nofollow"> Scott Monty</a> นั้นได้รับการดึงตัวจากฟอร์ดเข้ามาทำงาน และ CEO ของฟอร์ดให้สมญานาม<a href="http://www.scottmonty.com/#about">เขาว่าเป็น a Visionary </a> การสัมภาษณ์เป็นกันเอง ฟังง่าย น่าประทับใจดีครับ การพูดเพื่อลง YouTube แบบนี้คือการพูดในฐานะที่เป็นตัวแทนบริษัทระดับโลก ซึ่งเค้าตอบได้ค่อนข้างดี สังเกตจากที่ผมถามเรื่อง Agency ก็ยังบอกว่าทำงานกับใครบ้าง (แต่ไม่ได้บอกลึกไปถึงรายละเอียดการทำงาน)</p>
<p>ในฐานะที่ฟอร์ด เป็นบริษัท Big3 ของ USA เจ้าเดียวซึ่งยังมีสัญญาณทางธุรกิจที่ดีกว่า GM และ Chrysler อยู่มาก ทำให้มีความน่าสนใจเรื่องนโยบายการตลาด และยังเป็นบริษัทแรกๆที่เชิญ Bloggers จากทั่วโลก (146 คน) ไปร่วมงาน Auto Show นี้ที่เมือง Detroit สหรัฐอเมริกาด้วย แน่นอนว่าต้องลงทุนมากกับการให้ความสำคัญกับ Online Influencer ผมจึงอยากสัมภาษณ์เค้าในจุดนี้โดยเน้นในสิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทในเมืองไทยไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากการเริ่มทำ Social Media Campaign นั่นคือ ทำอย่างไรให้ผู้บริหารเข้าใจ และเข้าถึงถึงปรัชญาของยุคสมัย เพื่อให้เกิดแรงผลักดันในองค์กรครับ</p>
<h2>Interviewed @ScottMonty about Social Media perspective</h2>
<h3>สัมภาษณ์ @ScottMonty เรื่อง Social Media @FORD สัมภาษณ์โดย @iPattt @Booruball</h3>
<p><iframe width="610" height="343" src="http://www.youtube.com/embed/9HXv0peVmJ4?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>สำหรับการแปลนี้ ถ้าท่านไหนมีจุดที่จะแก้ไขหรือเพิ่มเติม comment ได้เลยครับ ขอบคุณมากครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<h2>ทำไมถึงตัดสินใจที่จะเอาจริงเอาจังทางด้าน Social Media </h2>
<p>กลับไปในยุคก่อน ผู้คนซื้อรถแล้วก็คุยกันถึงเรื่องรถของเขาในครอบครัว หรือในตลาด พวกเขามี Conversation ของเขา และมาถึงทุกวันนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากเรามี Conversation มากเหลือเกินบนโลก online และเราสามารสที่จะเรียนรู้ข้อเท็จจริงได้ทันทีว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบ <strong>คำถามก็คือ เราจะมีส่วนร่วมกับ Conversation เหล่านี้ได้อย่างไร? และนี่คือสิ่งที่แตกต่างอย่างมากจากการตลาดในยุคก่อนทั้งหมด</strong></p>
<p>เมื่อเราตั้งโปรแกรมเหล่านี้ขึ้นมา เราต้องทำงานอย่างมีหัวจิตหัวใจ (mentality) เราพูดคุยกับผู้คนทุกวัน เรามีเครื่องมือจำนวนหนึ่งที่ใช้ Monitor กระแสของ Conversation เหล่านี้ เช่น Google Alerts หรือใช้ตั้งแต่สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการ Search twitter ไปจนถึงโปรแกรมซับซ้อน Proprietary ซึ่งการใช้เครื่องมือเป็นพื้นฐาน และกเป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงจัด Event ใหญ่ขนาดนี้สำหรับ Influencer เรารู้ว่าเราเชิญใครมา และเรารู้ว่าเค้ามี Conversation กับกลุ่มไหน คีย์เวิร์ดใดซึ่งง่ายต่อการ Monitor ในวงของ Influencer กลุ่มนั้น และสามารถหา Feedback จากการเข้าถึงกลุ่มนั้นๆที่มีต่อบริษัท Ford ได้อย่างง่ายดาย</p>
<h2>การจะ Implement Social Media ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ผู้บริหารเปิดใจ ทำอย่างไร</h2>
<p>ผู้บริหารระดับสูงมักเป็นคนที่ยุ่งมากและเป็นพวกอนุรักษ์นิยม การที่เราจะประสบความสำเร็จใน Social Media ไม่ได้หมายความแค่เรามี CEO ที่ชอบ tweet และ Cheif marketing Officer ที่เขียนบล็อก หรือมีเครื่องมีอที่ดีในการปฎิบัติการ แต่<strong>มันเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ( Culture Change ) เราต้องมุ่งมั่นเข้าใจสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์</strong> ต้องเข้าใจลูกค้า เขาเหล่านั้นไม่ได้ต้องการการ Update facebook หรือ twitter จากทางบริษัท แต่เค้าต้องการเพียงแค่&#8221;ความจริง&#8221;</p>
<h2>How CEO or Executives levels are skeptical about Social Media?</h2>
<p>ตัวอย่างมาจากเหตการจริงคือ Chief Financial Officer นั้นมีความกังวลเกี่ยวกับ productivity ในการประชุมครั้งนั้น คุณ Scott เริ่มจากการตั้งคำถามใน ทวิตเตอร์ว่า &#8221; For the new vehicle that you buy , What the minimum level of Fuel economy you wanna see to make that a good purchase?&#8221; ก่อนประชุมกับระดับ executives หลังจากนั้นประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้กลับมาดูอีกครั้ง พบว่ามี 75 Mentions ในเรื่องนี้ และพบ Range ความต้องการกว้างมาก ตั้งแต่คนขับประเภท ไม่แคร์ว่าจะกินน้ำมันแต่อยากได้เครื่อง V8 ไปจนถึงอยากได้ความประหยัดระดับ 100 miles/gallon และพบ Range ที่เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดในช่วง 30-40 Mpg ซึ่งสรุปได้ว่าเราควรมุ่งทำธุรกิจกับกลุ่มนี้ (Projecting some business) ผลปรากฎว่า CFO ประหลาดใจและพึงพอใจมาก อีกทั้งยังคิดได้ว่า การเข้าถึง feedback จากลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ทุกวัน จะเกิดผลประโยชน์ต่อธุรกิจมากทีเดียว (ทีนี้ CFO ก็ชอบ Social Media แล้ว)</p>
<h2>เตรียมการสร้าง Social Network อย่างไรในฐานะ Global Company</h2>
<p>เราจำเป็นต้องมี ยุทธศาสตร์ และ วิสัยทัศน์ , แต่ในแง่วิธีการนั้นไม่สามารถจะบอกให้ทำได้อย่างชัดเจนในแต่ละพื้นที่และสถานการณ์ แต่บอกเป็น Guideline คร่าวๆตามปรัชญาของความเป็นมนุษย์ (Humanization) และในแง่ที่ Ford ต้องการมอบคุณค่า (Value) กับคนในยุคปัจจุบันที่อยู่ในภาวะรีบเร่ง ต้องการการตอบสนองได้ทุกอย่าง , ดังนั้น วิธีการ Execcution ผ่าน Social media เช่น Tactics, Programs ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง  Individual Marketing และอาศัยความสามารถด้านกลยุทธและแท็กติกของ Communications Manager หรือ Marketing Manager ของประเทศนั้นๆ</p>
<h2>Ford ทำงานกับ Marketing Agency อย่างไร</h2>
<p>ฟอร์ดนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับ WPP holding company ซึ่งมี Agency อยู่มากมายนับร้อยบริษัท ในด้านของ Social Media เราได้ทำงานกับ Ogilvy และ Team Detroit ใน USA ส่วนในยุโรปก็จะเป็น Blue Hive และยังมีหลายๆเอเจนซี่ในอีกหลายประเทศ ส่วนการทำงานก็มีการร่วมทำงานในวัตถุประสงค์ต่างๆ เอเจนซี่เหล่านี้มีคนที่มีความเชี่ยวชาญและฟอร์ดเองก็ไม่ได้มีคนเพียงพอที่จะทำเองทั้งหมด แต่การทำงานของเราถือว่าเป็นทีมที่มีความกลมเกลียวกันดี ( Blended Team ) อย่างงาน Blogger วันนี้มาจาก 1 ใน 4 ทีมที่ทำงานร่วมกันอยู่</p>
<h2>ทำไมจึงเชิญ Live Style Bloggers มาเยอะกว่า Automotive Bloggers</h2>
<p>การเชิญ 146 bloggers <strong>มาครั้งนี้ Ford ต้องการเข้าถึงให้มากกว่าผู้นำเสนอสือด้านรถยนต์</strong> &#8220;move beyond Traditional automotive journalists&#8221; ซึ่งปกติต้องปรากฎในงานนี้อยู่แล้ว และคนกลุ่มรถยนต์นี้มี relationship ที่ดีกับบริษัท Ford อยู่แล้ว , แต่ต้องการโฟกัสไปยังกลุ่มที่เป็นกลุ่มทั่วๆไป non-traditional target เช่นกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green) , กลุ่ม Lifestyles, กลุ่ม Design เราต้องการรู้ว่าคนรู้สึกยังไงกับเรา ไม่ใช่เรารู้สึกยังไงกับเค้า และวิธีที่จะเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีคือฟังคนทุกคนในแง่มุมต่างๆพูดถึงรถยนต์ หลายๆครั้งเราอยากได้คำแนะนำด้านรถจากคนที่คล้ายๆเรา ฟอร์ดเองอยากจะลงไปยังกลุ่มเฉพาะด้านที่เล็กลงเรื่อยๆเช่นกลุ่มชอบฟังเพลงก็น่าจะพูดถึงระบบเสียงที่ดีในรถยนต์ เป็นต้น</p>
<h2>แล้วจะ Monitoring ผลของงานนี้อย่างไร</h2>
<p>มันง่ายมาก เพียง Tracking Twitter account , Blogs , youtube, และได้ขอให้ใช้ #FordNAIAS ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ Track ง่ายขึ้นอีก ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่ Quick hit report ทุกๆ วัน ไม่ต่างกับ การสรุป Major Show Report ที่เราทำสำหรับงาน Event นี้</p>
<p><em>ขอขอบคุณ Ford Motor Company และคุณ Scott Monty ครับ</em></p>
<div id="attachment_9829" class="wp-caption alignnone" style="width: 250px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/scottmonty.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2012/01/scottmonty.jpg" alt="@Booruball กับ @ScottMonty ด้านหน้า Ford Fusion ใหม่" title="@Booruball กับ @ScottMonty ด้านหน้า Ford Fusion ใหม่" width="240" height="320" class="size-full wp-image-9829" /></a><p class="wp-caption-text">@Booruball กับ @ScottMonty ถ่ายรูปด้านหน้า Ford Fusion ใหม่</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2012/ford-social/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากทำโครงการออนไลน์ มีแต่ไอเดียและจ้างคนอื่นทำหมด เจ๊งนะ!</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 15:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9763</guid>
		<description><![CDATA[Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation การ  implementation เราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้า ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_9768" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/fail-600x450.jpg" alt="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" title="หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15" width="600" height="450" class="size-medium wp-image-9768" /></a><p class="wp-caption-text">หมายเหต ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับบทความนี้แต่อย่างใด ที่มา www.thaimarch.com/index.php?topic=13479.15</p></div>
<h2>การทำโปรเจ็คเว็บไซต์ขนาดใหญ่ จ้างคนอื่นทำอย่างเดียวเจ๊ง ต้องมี in house ด้วย</h2>
<p>ที่ผ่านมาทางทีมงานได้ order หลากหลายจากลูกค้า โดยมีลูกค้าบางกลุ่มมีโมเดล business ทาง internet ในใจเช่นบางคนอยากเป็นศูนย์กลางการ​ซื้อขายของเฉพาะด้าน (Classified) หรือบางคนต้องการทำ<br />
ร้านค้าออนไลน์ครบวงจร (e-commerce) บางคนต้องการเป็นตลาด และมี social network ในตัวด้วย</p>
<p>จากนั้นลูกค้าก็จะเรียกบริษัททำระบบและทำเว็บเข้าไปคุย บางบริษัทก็เสนอราคาเป็นโปรเจ็ค บางบริษัทก็อาจเสนอราคาเป็น manday ซึ่งการเสนอราคาอย่างหลัง มักไม่ค่อยได้รับการจ้างเพราะลูกค้าเองไม่แน่ใจว่าตนเองจะต้องจ่ายรวมแล้วเท่าไหร่ แต่ท้ายที่สุด ลูกค้าที่เลือกจ่ายเป็นโปรเจ็คกลับมัปัญหาระหว่างผู้รับจ้างและผู้จ้างมากกว่าเพราะ requirement งอกออกมา ( การทำเว็บใหญ่แล้ว requirement เพิ่มขึ้นไม่แปลก มันเป็นกฎซะด้วยซ้ำ )</p>
<p><strong>ในขณะที่การจ้างทำโปรเจ็คใหญ่โดยที่ตัวลูกค้าเองนั้นมีเพียงไอเดีย และไม่มี business ที่เป็นจุดแข็งอยู่แล้วและต้องการนำ internet มาต่อยอด โครงการจะเจ๊งทุกรายครับ </strong></p>
<h2>เว็บไซต์เหมือนองค์กร ต้องพัฒนาต่อเนื่อง ต้องรื้อและทำใหม่ ไม่สามารถทำครั้งเดียวเสร็จ</h2>
<p>Business Model ที่ให้คนอื่นสร้างให้ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ เพราะ IDEA นั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ Implementation ต่างหาก ( <a href="http://www.ipattt.com/2009/ผู้ประกอบการ/">วาทะ Guy Kawasaki ข้อ 8</a> ) หลายอย่างเกิดขึ้นโดยความบังเอิญ เช่นใครจะรู้ว่า Flickr ไม่ได้ต้องการเป็นเว็บ community ด้านรูปภาพ แต่กำเนิดจากการตั้งใจจะทำเกมส์ต่างหาก แต่ฟังก์ชั่นเก็บรูปได้รับความนิยมมากจึงถูกพัฒนาขึ้นมา (อ้างอิง @Jakrapong)</p>
<h3>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</h3>
<p>การ  implementation สำคัญเพราะเราจะไม่มีทางรู้ภาพรวมเลยว่า เว็บเราจะได้รับความนิยมหรือไม่? user friendly ที่ดีมาจากการ research และรับ feedback จากลูกค้าไปเรื่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ แม้แต่ facebook ก็ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเรื่อยๆ ดังนั้นลักษณะ<strong>การทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะแก่การจ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูป</strong> คุณอาจเถียงว่าเว็บราชการก็จ้างเป็นโปรเจ็คสำเร็จรูปนี่นา แต่ผมก็ถามกลับได้ว่ามีเว็บราชการไหนที่ Work และมีคนใช้จำนวนมากตั้งแต่การสร้างครั้งแรกเสร็จเรียบร้อยบ้าง?</p>
<h2>แล้วจะแก้ไขหรือพัฒนาเว็บอย่างไรดี?</h2>
<h3>1. ธุรกิจของคุณ หรือตัวคุณต้องมีจุดแข็งสักอย่างก่อน </h3>
<p>ค้นหาจุดแข็ง แล้วพัฒนาให้จุดแข็งของคุณนั้นสามารถที่จะต่อเชื่อมกับ Model Business ของคุณได้ อย่าเล็งผลเลิศจากการสร้างระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว กรีณีนี้ผมเคยเขียนไว้ในบล็อก <a href="http://www.ipattt.com/2010/one2car/">One2Car ระบบต้องมาควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการบริการ</a> จะเห็นว่า one2car มีจุดแข็งที่&#8221;ช่างกล้องและการบริการจัดระเบียบถ่ายรูปรถ&#8221; และ <a href="http://www.ipattt.com/2010/demand-marketing/">การสร้างตลาด เริ่มด้วยการสร้าง Demand อาจง่ายกว่าเริ่มด้วยระบบ</a></p>
<h3>2. ควรลงทุนกับพนักงานประจำเมื่อต้องทำโครงการใหญ่ </h3>
<p>ลองพิจารณาการทำโครงการให้ประสบความสำเร็จเพียง phase ที่ 1 อาจใช้ manday มากมายตั้งแต่ Art Director, System Analyst, Designer, Programmer ราคาก็แน่นอนว่าถ้าให้ถูกต้องตาม Business Model ของคนทำเว็บราคาน่าจะ 300,000 บาทขึ้นไปแน่นอนครับ และในจำนวน manday ที่แพงเหล่านี้ มีบางตำแหน่งที่เราใช้เค้าเพียงครั้งเดียวเช่น Art Diector ส่วนที่เราจะใช้ไปตลอดเพื่อปรับปรุงแก้ไขก็คือ Programmer</p>
<p>ดังนั้นตำแหน่งอย่างโปรแกรมเมอร์ควรเป็นตำแหน่งที่เจ้าของไอเดียควรจ้างไว้เป็นพนักงานประจำ เบื้องต้นอาจจะจ้างเพียงคนเดียวหรือให้เพื่อนร่วมหุ้นของคุณทำก็ได้ โดยเป็นตัวแทนของฝ่ายเจ้าของไอเดียในการช่วยคุยกับผูรับจ้างทำ และเป็นผู้ช่วยเก็บองค์ความรู้ในกรณีต้องเปลี่ยนผู้รับจ้างทำในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังช่วยประเมินความเสี่ยงให้คุณได้อีกด้วยครับ ลองพิจารณาเงินเดือนรวมของเค้าหนึ่งปีอาจน้อยกว่าราคาโปรเจ็คอยู่มากก็ได้</p>
<h3>3. การจ้างงานเป็น phase </h3>
<p>เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และเกิดการดีลกับ Supplier ได้ง่ายขึ้น phase แรกควรเป็น phase แห่งการเรียนรู้ของคุณเอง ตัวอย่างที่ทำได้ง่ายมากเช่นการติดตั้ง blog เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับ domain name ของคุณเอง เป็นการตัดการเสียโอกาสในการรอเว็บไหญ่ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือเปล่าด้วยการทำให้ website มีตัวตน ส่งผลด้าน SEO ที่ดี ณ วันที่ระบบใหญ่ถูกติดตั้ง</p>
<p>และเมื่อคุณได้ค้นคว้า Content ลึกลงไปใน keyword field ที่คุณเองต้องการทำธุรกิจ Community เล็กๆจะเกิดขึ้น และความเป็นตัวจริงของเราก็จะตามมาทั้งในมุมมองของคนภายนอก และตัวเราเองจริงๆครับ</p>
<p>ส่วน phase ต่อมาอาจเป็นการลง plugin สำเร็จรูปเพื่อทดลอง และหากลุ่มตัวอย่างหรือหน้าม้ามาอัด Content , การซื้อขายจำลองในเว็บไซต์เข้าไปเพื่อเรียก traffic ฯลฯ ก่อนจะรื้อและทำระบบที่ใกล้เคียงความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป ตามหลักการทำงานทางธุรกิจ เราควรจะลงทุนต่อยอดจากรายได้ที่เริ่มเข้ามา มากกว่าลงทุนตูมเดียวก้อนใหญ่ในครั้งแรก<strong> เพราะถ้า resource ไม่จำกัด model business ที่ถูกต้องจะไม่เกิด</strong></p>
<blockquote><p> สำหรับไทเกอร์ไอเดียนั้น มีให้บริการการทำงานสำหรับโปรเจ็คใหญ่ๆอยู่สองแบบครับคือ Design &#038; CSS editting ซึ่งขั้นตอนนี้ทางทีมงานจะวิเคราะห์ Business Model ก่อนหาระบบและ System Architecture ที่เหมาะสมให้พร้อมทั้ง Design โดยใช้ประสบการณ์ของ Art Director อย่าง @iMenn เป็นผู้ design first draft ก่อนจะแจกจ่ายให้ Designer และให้ @rabbitinblack ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญ CSS editting เป็นผู้ทำงานต่อจาก phase design ก่อนจะประสานงานกับ Programmer ฝั่งลูกค้าในการติดตั้งและ implementation ปรับปรุงต่อไปด้วยตนเองได้ ลองดูงานที่ผ่านมาใน  <a href="http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/">http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/<br />
</a> และ rate <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">ราคาแบบ manday ของไทเกอร์ไอเดีย</a><br />
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Information Architecture ในไทยนั้นมีน้อยมากครับ ผมแนะนำ @malimali หรือที่ blog <a href="http://iamia.wordpress.com/">http://iamia.wordpress.com/</a></p>
<h3>ตัวอย่างขั้นตอนการทำงานโครงการเว็บไซต์ขนาดใหญ่</h3>
<p>1. Website WireFrame โดย @malimali team ร่วมกับลูกค้าเจ้าของไอเดีย<br />
2. Web Design โดย TiGERiDEA<br />
3. CSS Editing โดย TiGERiDEA<br />
4. Systems Integration โดย in house ของลูกค้าเอง (ภายใต้การให้คำปรึกษาของไทเกอร์ไอเดีย)<br />
5. Review and Improvement</p>
<p>สำหรับเว็บไซต์ที่ลูกค้าล้วนมี in house programmer อยู่แล้วและเคยทำงานร่วมกับ TiGERiDEA ได้แก่ <a href="http://www.yellowpages.co.th/" rel="nofollow">Thailand YellowPages</a>, <a href="http://www.prakardproperty.com/" rel="nofollow">Prakard Property</a> , <a href="http://www.one2car.com/" rel="nofollow">One2Car</a> , <a href="http://www.digital2home.com/" rel="nofollow">digital2home</a> และ <a href="http://painaidii.com/" rel="nofollow">painaidii</a>
</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/idea-only/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 05:25:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9713</guid>
		<description><![CDATA[สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ น่าสนใจเผื่อใช้อธิบายกับลูกค้าได้ครับ นำมาจาก http://www.marketingtechblog.com/colors/ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สีสันกับพฤติกรรมการซื้อ น่าสนใจเผื่อใช้อธิบายกับลูกค้าได้ครับ<br />
<div id="attachment_9714" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/color-purchases.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/12/color-purchases-600x2835.png" alt="สีสันและพฤติกรรมการซื้อ" title="สีสันและพฤติกรรมการซื้อ" width="600" height="2835" class="size-medium wp-image-9714" /></a><p class="wp-caption-text">สีสันและพฤติกรรมการซื้อ</p></div></p>
<p>นำมาจาก <a href="http://www.marketingtechblog.com/colors/" rel="nofollow">http://www.marketingtechblog.com/colors/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/color-buying/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>12 สิ่งที่ Guy Kawasaki เรียนรู้จาก Steve Jobs</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/kawasaki-jobs/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/kawasaki-jobs/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 20:21:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9544</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากสตีฟ จ๊อบส์ เสียชีวิต ผมก็พยายามหาบทความที่ Guy เขียนถึง Steve Jobs อยู่ และก็ได้เจอบทความนี้ใน Google+ ของเขา กล่าวถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จาก Steve Jobs ในช่วงเวลาที่ผ่านมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><div id="attachment_9554" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/10/Guy.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/10/Guy.jpg" alt="กาย คาวาซากิ เคยทำงานด้านการตลาดให้ Apple ในตำแหน่ง  Chief Evangelist (หัวหน้าผู้เผยแพร่ลัทธิ) " title="กาย คาวาซากิ เคยทำงานด้านการตลาดให้ Apple ในตำแหน่ง  Chief Evangelist " width="500" height="334" class="size-full wp-image-9554" /></a><p class="wp-caption-text">กาย คาวาซากิ เคยทำงานด้านการตลาดให้ Apple ในตำแหน่ง  Chief Evangelist (หัวหน้าทีมเผยแพร่ลัทธิ Apple) </p></div><br />
<em>ภาพจาก</em> <a href="http://www.flickr.com/photos/tychay/sets/72157603042479462/detail/?page=3"><em>http://www.flickr.com/photos/tychay/sets/72157603042479462</em></a></p>
<p>ถ้าใครติดตาม Apple มานานจะรู้ว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Guy_Kawasaki" rel="nofollow">Guy Kawasaki</a> เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดอัครสาวก Apple และได้ทำงานกับ Steve Jobs สร้างความสำเร็จให้กับ Apple หลายอย่าง หลังจากสตีฟ จ๊อบส์ เสียชีวิต ผมก็พยายามหาบทความที่ Guy เขียนถึง Steve Jobs อยู่ และก็ได้เจอบทความนี้ใน Google+ ของเขาครับ</p>
<p><a href="https://plus.google.com/u/0/112374836634096795698/posts/exKhHv3JfT5" rel="nofollow">What I Learned From Steve Jobs</a></p>
<p>ผมเอาบทความมาแปลได้ดังนี้</p>
<h3><strong>12 สิ่งที่ Guy Kawasaki เรียนรู้จาก Steve Jobs</strong></h3>
<h2>1. ไม่ต้องเชื่อผู้เชี่ยวชาญมาก</h2>
<p> (ผู้เชียวชาญคือ Expert,journalists, analysts, consultants, bankers, and gurus) </p>
<p>ผู้เชียวชาญส่วนใหญ่ไม่เคยทำอย่างที่เค้ามาให้คำแนะนำเรา เค้าไม่ได้ขายเอง เค้าบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์คุณไม่ดีตรงไหนแต่ไม่สามารถทำอันที่เจ๋งขึ้นมาได้ เค้าบอกให้เราสร้างทีมที่สุดยอดแต่เค้าเคยบริหารแค่เลขาของเขา เคยมีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำ Apple หลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่แนะนำได้ไม่ถูกต้องเพราะใช้สภาพปัจจุบันในประมวลผลการแนะนำเท่านั้น </p>
<h2>2. จริงๆแล้วลูกค้าไม่สามารถบอกคุณได้หรอกว่าเค้าต้องการอะไร</h2>
<p>ลูกค้าก็สามารถบอกได้แค่ว่าเค้าต้องการโปรดักซืที่ เร็วขึ้น ดีขึ้น และราคาถูกลง คือบอกได้เพียงจากสิ่งที่ประสบการณ์เค้ามีในปัจจุบันเท่านั้น <strong>ดังนั้นให้ทำโปรดักซ์ที่ตัวเราเองอยากจะใช้มัน หรือตัวเราเองรู้สึกว่าสิ่งนี้มันขาดอยู่ จะดีที่สุด</strong> (อันนี้ตรงกับหนังสือ <a href="http://samyarn.com/2011/rework-book-1/">Reworks</a>) ที่คุณเม่นแปลไว้</p>
<h2>3. ก้าวกระโดดไปยังเทคโนโลยีถัดไป </h2>
<p>Jump to the next curve. สมัยที่บริษัท printer แบบเก่าพยายามออก font ขนาดใหม่ๆ แต่ apple กระโดดไปทำ laser printer เลย คือการแก้ไขปัญหาต่างๆและพัฒนาบางอย่างในปัจจุบัน สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเลย</p>
<h2>4. การตั้งเป้าหมายให้ท้าทาย ผลักดันให้เกิดผลงานที่ดีที่สุด </h2>
<p>สตีฟ จ๊อบส์ขู่ว่างานของกาย คาวาซากิจะเจ๊งในที่สาธารณะ ทำให้เกิดความกลัวซึ่งผลักดันให้เกิดการทำงานให้ดี รวมทั้งการแข่งขันกับ IBM,Microsoft และการเปลี่ยนโลก ฯลฯ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย และผลักดันให้พนักงาน Apple ทุกคนสร้างผลงานที่ดีออกมา</p>
<h2>5. ดีไซน์ สำคัญ </h2>
<p>สตีฟ จ๊อบส์ทำให้คนหลายคนต้องการผลิตภัณฑ์เพราะดีไซน์ของมัน เค้าเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบแบบสุดยอด (a perfectionist Beyond) สีดำบางเฉดนั้นไม่ดำพอ(ลองดูด้านหลัง iPhone4 จะเห็นว่าไม่มีอะไรดำกว่านี้อีกแล้ว) ในขณะที่คนหลายคนคิดว่าสีดำก็คือสีดำและผลของมันคือทำให้ถังขยะก็คือถังขยะวันยังค่ำ สุดท้ายการให้ความสำคัญด้านดีไซน์ของสตีฟถูกต้อง ดีไซน์เป็นเรื่องที่คนทั่วไปบางคนใส่ใจและอย่างน้อยหลายคนยังรู้สึกถึงมัน อาจไม่ใช่ทุกคนแต่<strong>คนที่สัมผัสได้คือลูกค้าคนสำคัญ</strong></p>
<h2>6. กราฟฟิคกับฟ้อนท์ตัวโตๆ ไม่ทำให้คุณหลงทางในการพรีเซ้นท์ </h2>
<p>ลองดูสไลด์ที่สตีฟใช้พรีเซ้นท์ ฟ้อนท์ที่เค้าใช้มีขนาด 60 point แล้วลองเปรียบเทียบกับคนอื่น แม้คนที่เคยเห็นสตีฟพรีเซ้นท์แล้วยังใช้ฟ้อนท์ขนาดแค่ 8 point แถมยังไม่มี graphics สิ่งนี้ทำให้หลายคนยกให้สตีฟเป็นคนที่สามารถพรีเซ้นท์โปรดักซ์ใหม่ๆได้ดีที่สุด คุณไม่สงสัยหรือว่าทำไมหลายๆคนถึง copy สไตล์การพรีเซ้นท์ของเค้า<strong>ไม่ได้</strong>?</p>
<h2>7. การเปลี่ยนความคิดเป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญา </h2>
<p>ตอกที่แอปเปิ้ลเริ่มเปิดตัว iPhone ยังไม่มี Apps เหมือนในปัจจุบัน สตีฟคิดว่า Apps ไม่น่าจะดีเพราะยังไม่รู้ว่าคนทำ Apps จะมาทำอะไรกับระบบโทรศัพท์ได้บ้าง จึงกำหนดแนวทางไปที่ Safari web apps ปรากฏว่าหกเดือนต่อมา สตีฟได้เปลี่ยนใจมาเป็นแนวทาง Apps แทน(ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนใจเองหรือมีคนโน้มน้าว) ซึ่งถ้าดูระยะเวลาพัฒนาจะพบว่าการเปลี่ยนจาก Safari Web App มาเป็น Apps ใช้เวลาสั้นมาก แต่ส่งผลถึงโมเดลที่ยิ่งใหญ่</p>
<h2>8. คุณค่า (Value) มีแนวคิดแตกต่างจากราคา (Price) </h2>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่เอาราคาเป็นตัวตั้งต้นนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ และถ้าต้องแข่งขันราคาก็จะยิ่งแย่หนักเข้าไปใหญ่ สิ่งสำคัญคือ Value ต่างหาก เช่นคุณค่าของการที่ผลิตภัณฑ์เป็น tools ที่ดีที่สุดและเมื่อมีคุณค่าทุกคนก็จะเรียนรู้มันและสนับสนุนมันเอง คงไม่มีใครซื้อโปรดักซ์แอปเปิ้ลเพราะราคาที่ถูก</p>
<h2>9. คนเก่งจะจ้างคนเก่งกว่า มาทำงานด้วย</h2>
<p> สตีฟเชื่อว่าคนที่เก่งมาก จะหาคนที่เก่งมากเช่นเดียวกันหรือเก่งยิ่งกว่ามาทำงานด้วย ในขณะที่คนที่เก่งกลางๆ จะหาคนที่เก่งน้อยกว่าเพื่อที่ตนเองจะควบคุมได้หรือรู้สึกเหนือกว่ามาทำงานด้วย และคนที่เก่งน้อยกว่าก็จะหาคนที่ด้อยลงไปกันใหญ่มาทำงาน ดังนั้น หากคุณไม่ได้เริ่มด้วยการหาคนเก่งมาทำงาน องค์กรคุณจะเละ (สตีฟใช้คำว่า “the bozo explosion” ) </p>
<p>*สำหรับข้อนี้จะเห็นต่างจาก Reworks เพราะ Reworks บอกว่า Environment ที่ใช้ควบคุมคนเก่งทำยาก</p>
<h2>10. CEO เป็นคนแนะนำผลิตภัณฑ์เอง </h2>
<p>สตีฟแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆทุกปีด้วยตัวเอง ในขณะที่ CEO คนอื่นอาจจะใช้หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์หรือฝ่ายการตลาดมาอธิบาย มันมองได้สองแบบคือการเปิดโอกาสให้คนรู้ว่าทีมงานทำอะไรบ้าง กับอีกด้านคือ CEO เหล่านั้นไม่ได้เข้าใจว่าโปรดักซ์ของบริษัทตัวเองถูกผลิตขึ้นมาดีอย่างแท้จริงหรือไม่</p>
<h2>11. CEO เป็นคนตัดสินว่าผลิตภัณฑ์นี้สมบูรณ์พอออกขาย </h2>
<p>ถึงแม้ว่าสตีฟจะเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ แต่เค้าก็สามารถตัดสินใจเรื่องความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ก่อนขายได้ ทั้งที่หลายๆครั้งโปรดักซ์ดูจะยังไม่สมบูรณ์และมีปัญหาบ้าง แต่มันก็ดีและเจ๋งพอที่จะขายจริงๆ แสดงให้เห็นว่าเค้าไม่ได้ตกอยู่ในวังวนของความคิด แต่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน เช่นการครอบครองตลาดที่มีอยู่แล้วหรือการเปิดตลาดใหม่ Apple เป็นบริษัทวิศวกรรม Engineering centric  ไม่ใช่บริษัทวิจัย Research centric</p>
<h2>12. การตลาดจากผลิตภัณฑ์ที่มี Value และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว </h2>
<p>ลองคิดถึงตารางขนาด 2&#215;2 แกนตั้งแสดงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ของคุณกับตัวอื่นๆ แกนนอนแสดงถึงความมีคุณค่า ลองดูด้านล่างขวา มีคุณค่าแต่ไม่มีเอกลักษณ์ก็ทำให้ต้องแข่งขันด้านราคา, บนซ้าย มีเอกลักษณ์แต่ไม่มีคุณค่า คุณจะครอบครองตลาดที่ไม่มีอยู่จริง, ล่างซ้าย ไม่มีอะไรสักอย่าง (ทำมาทำไม), บนขวา มีทั้งคุณค่าและเอกลักษณ์ ที่นี่คุณจะได้กำไรและถูกจารึกไว้ในประวัตฺศาสตร์หากเวลาผ่านไป ตัวอย่างเช่น iPod มีทั้งคุณค่าและเอกลักษณ์เพราะเป็นทางเดียวที่สามารถโหลดเพลงถูกฎหมายราคาไม่แพงจากค่ายเพลงใหญ่ 6 ค่าย</p>
<h2> Bonus: มันต้องใช้ความเชื่อก่อน ถึงจะเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงต่อมา</h2>
<p>ในจังหวะที่เรากำลังกระโดดออกจาก Technology Curve เดิมๆโดยไม่ฟังเสียงผู้เชี่ยวชาญ มันมีความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มากจากการพยายาม focus ที่คุณค่าและเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ สิ่งที่คุณต้องทำคือการโน้มน้าวคนจำนวนหนึ่งให้เชื่อในสิ่งที่คุณพยายามทำเพื่อให้บรรลุผล หลายๆคนจำเป็นต้องเชื่อใน Macintosh หรือ iPhone iPad ก่อนมันจะเกิดขึ้นจริง แน่นอนว่าบางคนอาจจะไม่เชื่อก็ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงโลกต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนใจคนบางคนก่อนเสมอ ทั้งหมดนี่คือบทเรียนที่ กาย คาวาซากิ เห็นว่าสำคัญที่สุด</p>
<p><em>ถ้าชอบ แนะนำบล็อกเก่าที่คุณกายเคยพูดไว้เช่นกันครับ</em> > <a href="http://www.ipattt.com/2009/ผู้ประกอบการ/"><em>คุณอยากเป็นผู้ประกอบการณ์ใช่ใหม่?</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/kawasaki-jobs/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bit Coin คืออะไร #Changkhui</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/bit-coin/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/bit-coin/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Jun 2011 18:12:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[News & Technology]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9088</guid>
		<description><![CDATA[Bit Coin คือเงินสกุลหนึ่งที่นำระบบ payment+ currency บนโลก online ที่มี Virtual Precious รองรับเช่นเดียวกับทองในโลกของความเป็นจริง โดยสามารถ Mining หรือขุดหาโดยวิธีใข้คอมพิวเตอร์ทำ Trial &#038; Error ได้ สามารถส่งเงินให้กันได้แบบ Peer to Peer โดยไม่ต้องมีตัวกลางและไม่มีองค์กรการเงินรองรับ ทำให้เกิด Eco system แบบใหม่ที่ชุมชน Control เอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>Bit Coin คืออะไร </h2>
<div id="attachment_9090" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/bitcoin.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/bitcoin.jpg" alt="" title="bitcoin" width="300" height="300" class="size-full wp-image-9090" /></a><p class="wp-caption-text">bitcoin</p></div>
<p>ผมเห็นว่า<a href="http://www.changkhui.com/">รายการช่างคุย</a>ตอน <a href="http://www.bitcoin.org/" rel="nofollow">Bit coin</a> ที่มี @narudom @hongsyok @fordantitrust นี้น่าสนใจ และมีความแปลกมากครับ เลยขอเอามาแปะไว้ก่อน รายละเอียดก็สามารถอ่านเพิ่ม และดาวน์โหลดโปรแกรม ได้ที่ <a href="https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page">https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page</a></p>
<p><strong>Bit Coin</strong> คือเงินสกุลหนึ่ง ( Virtual Currency ) ที่นำระบบ payment+ currency บนโลก online ที่มี<strong> Virtual Precious รองรับ</strong> เช่นเดียวกับทองในโลกของความเป็นจริง (ใช้บล็อกแทนทอง) โดยสามารถ <a href="http://www.weusecoins.com/mining-guide.php" rel="nofollow">Mining หรือขุดหาบล็อก</a>โดยวิธีใข้คอมพิวเตอร์ทำ Trial &#038; Error ได้ สามารถส่งเงินให้กันได้แบบ Peer to Peer โดยไม่ต้องมีตัวกลางและไม่มีองค์กรการเงินรองรับ ทำให้เกิด Eco system แบบใหม่ที่ชุมชน Control เอง หลักการของ<strong> Bit Coin </strong>มีความ Security อย่างมาก, Liquidity ดีมาก, และตัวโปรแกรมยังเป็น Open Source ด้วย! ส่วนข้อเสียคือการ Swing ของค่าเงินเพราะไม่มีองค์กรมาดู</p>
<p>วิธีทำคือนำคอมพิวเตอร์ของตนเองเครื่องหนึ่งมาลงโปรแกรมและทำ Peer to Peer รวมทั้ง Mining บล็อก แต่อย่างไรก็ตามบล็อกที่เจอจะต้องไม่ซ้ำกับของเดิม และบล็อกใหม่ๆมูลค่าจะลดลงไปเรื่อยๆทำให้โอกาสเจอบล็อกลดลงไปแบบ Exponential</p>
<p> ส่วนที่มีข่าวดังขึ้นมาเป็นเพราะ trader อย่าง <a href="https://en.bitcoin.it/wiki/MtGox" rel="nofollow">MtGox</a> (เม้าท์ก๊อก) ถูก hack ในการ trade อยู่ครั้งหนึ่งมีผลทำให้ค่าเงินตกลงอย่างมาก</p>
<h2> ช่างคุย Bit Coin </h2>
<p>ต้องขอบคุณ @narudom @hongsyok @fordantitrust ด้วยครับ ( @narudom เคยทำ Research เรื่อง Macro Payment มา เลยอธิบายได้ดีมากครับ )</p>
<p><object width="610" height="368"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/wqOOZ_jJecw?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/wqOOZ_jJecw?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="368" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h2> What is Bit Coin? </h2>
<p><object width="610" height="368"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Um63OQz3bjo?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Um63OQz3bjo?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="368" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/bit-coin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>instagram กับการสร้างรายได้แบบ Creative !! กรณีศึกษา @iNattt #iHear</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jun 2011 20:41:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=9040</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนอาจงงว่า instagram ซึ่งเป็น Social  photo sharing app สุดฮอตของ iPhone นั้น ช่วยในการทำธุรกิจส่งออกกาฮองของ @iNattt ได้อย่างไร คำตอบคือการติดตามรูปภาพของผู้ใช้ instagram นั้น " ไร้พรมแดน "ยิ่งกว่า twitter ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>instagram กับสถิติอันน่ามหัศจรรย์</h2>
<div id="attachment_9045" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/kevin-systrom-and-mike-krieger.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/kevin-systrom-and-mike-krieger.jpg" alt="Kevin Systrom และ Mike Krieger" title="Kevin Systrom และ Mike Krieger" width="400" height="300" class="size-full wp-image-9045" /></a><p class="wp-caption-text">Kevin Systrom และ Mike Krieger</p></div>
<p>หลายๆคนอาจงงว่า instagram ซึ่งเป็น Social  photo sharing app สุดฮอตของ iPhone นั้นมีที่มาอย่างไร ลองอ่าน <a href="http://www.businessinsider.com/instagram-revenue-2011-6" rel="nofollow">instagram&#8217;s Growth Is Amazing, Business Model</a> และ <strong>instagram ปัจจุบันมีผู้ใช้ 5 ล้านคน มีภาพรวม 95 ล้านภาพ เเต่มีพนักงานเเค่ 4 คน! จากการ launch มาแค่ 8 เดือน !</strong> <a href="http://www.businessinsider.com/instagram-5-million-users-2011-6" rel="nofollow">http://www.businessinsider.com/instagram-5-million-users-2011-6</a></p>
<p>ผมเองก็ชอบ instagram มากเพราะ App นี้ถูกสร้างมาอย่างตั้งใจเพื่อที่จะให้คนได้เรียนรู้หนทางสู่ความเป็นนักสร้างสรรค์ภาพตัวยง พิสูจน์ได้จากน้องสาวผมเอง @k_kung ไม่เคย &#8220;อิน&#8221; กับ social media ตัวใดมาก่อนเลย เพิ่งซื้อ iPhone ได้ไม่นานก็ติด instagram มาก อัพเดททุกวันและยังเสียตังค์ให้กับ App ที่ใช้ถ่ายรูปมากมาย (เช่น <a href="http://itunes.apple.com/us/app/pro-hdr/id347104281?mt=8" rel="nofollow">Pro HDR</a>) เพื่อทำให้ instagram timeline ของตนเองน่าสนใจและมีคน Like มากขึ้น </p>
<h3>instagram มียอดแชร์สูงขึ้นใน twitter </h3>
<p><a href="http://gigaom.com/2011/07/05/on-twitter-and-elsewhere-instagram-growth-zooms/" rel="nofollow">จากบทความนี้</a> จะพบว่ายอดแชร์รูปใน twitter นั้น มาจาก instagram ถึง 10.49% แล้ว โดยมี twitpic (46.68%) และ yfrog (42.20%) ซึ่งเป็นยอดแชร์ที่ค่อนข้างสำคัญมากกับ Service ที่มีความจริงจังใน process การดำเนินการ และนี่คือสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้ง instagram ครับ</p>
<p><script src="http://player.ooyala.com/player.js?video_pcode=1ibGg6TBmDG3H5AnDrP2747_rPtP&#038;width=600&#038;view=channel&#038;deepLinkEmbedCode=U0MmhlMjo3pCmD1RQ3q6oQsBq4iHq7L2&#038;embedCode=U0MmhlMjo3pCmD1RQ3q6oQsBq4iHq7L2&#038;height=336"></script></p>
<h2> กรณีศึกษา Business Reality Show ของธุรกิจขายกาฮองโดยใช้ instagram </h2>
<p>@iNattt เองมี account<strong> instagram</strong> อยู่เช่นกันและช่วงที่เริ่มเล่นก็ใช้นโยบายแบบเดียวกับ twitter คือ follow แหลก และมีคน follow กลับจำนวนมากเช่นกัน และเน่ืองจากความที่ตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นฝึกฝนการเล่นกาฮอง (cajon) เพื่อมาเล่นร่วมกับผมมาตั้งแต่ประมาณสองปีก่อน นัทจึงโพสภาพการเล่นกาฮองกับวง #iHear เป็นประจำครับ ( <a href="http://www.inattt.com/2011/คาฮอง-cajon-kajon-กาฮอง/">อ่านที่มาของ cajon เครื่องดนตรีจากเปรูได้ที่บล็อก iNattt</a> )</p>
<div id="attachment_9047" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/art-cajon.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/art-cajon-533x800.jpg" alt="โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback" title="โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9047" /></a><p class="wp-caption-text">โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback</p></div>
<h3>โพสรูปแบบของกาฮองแบบใหม่ๆ เพื่อดู feedback</h3>
<p>จากความเป็นคนช่างคิดช่วงประดิษฐ์ @iNattt ได้ลองทำกาฮองขึ้นมาและทำแบรนด์ของตนเอง พร้อมกับถ่ายรูปขึ้น instagram ทุกขั้นตอน มีหลายคนเริ่มสนใจในช่วงแรกจาก Blog ส่วนตัวของเขาก่อน พอลูกค้ามารับก็มีการถ่ายรูปอัพ instagram สร้างความน่าเชื่อถือ และเมื่อมี order มากขึ้นก็ตัดสินใจเปิดโรงงานกันเลยทีเดียว</p>
<div id="attachment_9048" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-customer.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-customer-533x800.jpg" alt="โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง" title="โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9048" /></a><p class="wp-caption-text">โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง</p></div>
<h3>โพสภาพเมื่อลูกค้าเข้ามารับ กาฮอง</h3>
<div id="attachment_9053" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-industry.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-industry-533x800.jpg" alt="โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้" title="โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9053" /></a><p class="wp-caption-text">โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้</p></div>
<h3>โรงงานกาฮองของนัท จากเดิมที่เคยทำเองก็เปลี่ยนมาออกแบบและให้คนอื่นช่วยผลิตให้</h3>
<p>การโพส instagram ของ @iNattt นั้น<strong>ทำเหมือน Business Reality Show</strong> คือเมื่อคนมาเห็น timeline จะสามารถติดตาม Product ของตนเองได้ตลอดตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ ติดตามการเข้ามาของวัสดุต่างๆได้ และยังติดตามการใช้งานจริงจาก @iNattt ซึ่งเปลี่ยนกาฮองไปเรื่อยๆเวลาไปเล่นกับวง #iHear ในทุกอาทิตย์และมักจะเป็น &#8220;จุดส่งมอบกาฮอง&#8221; อยู่เป็นประจำ</p>
<p><div id="attachment_9049" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-ind-maple.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-ind-maple-533x800.jpg" alt="วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที" title="วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9049" /></a><p class="wp-caption-text">วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที</p></div><br />
วัสดุเป็นไม้ตัวใหม่เข้ามา ก็แสดงความคืบหน้าทันที</h3>
<div id="attachment_9050" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/inter-cajon.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/inter-cajon-533x800.jpg" alt="ลูกค้าชาวต่างชาติสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขายทันที" title="ลูกค้าชาวต่างชาติสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขายทันที" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9050" /></a><p class="wp-caption-text">ลูกค้าสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขาย</p></div>
<h3>ลูกค้าสนใจ และ @inattt ประกาศราคาขาย</h3>
<div id="attachment_9055" class="wp-caption alignnone" style="width: 316px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-spain.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-spain.jpg" alt="ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน" title="ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน" width="306" height="306" class="size-full wp-image-9055" /></a><p class="wp-caption-text">ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยก็สนใจกาฮองเช่นกัน</p></div>
<div id="attachment_9052" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-port.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-port-533x800.jpg" alt="นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ" title="นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9052" /></a><p class="wp-caption-text">นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ</p></div>
<h3>นำภาพตนเองที่เคยลงในหนังสือมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ</h3>
<h2> instagram สร้างตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่นกับสเปนให้กับ @iNattt </h2>
<p>Social Tools โดยทั่วไปเช่นการเป็น facebook friend เราก็จะติดตามเพื่อนและคนรู้จักส่วนการ follow twitter เรามักติดตามเพื่อน หรือคนดังที่จำกัดอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ในขณะที่<strong>การ follow instagram นั้นจะเป็นการติดตามที่ไม่จำกัดแค่คนไทย เพราะรูปภาพเป็นภาษาสากล</strong> ใครที่ถ่ายรูปสวยมากคนที่เล่น instagram มักจะ follow กันเยอะ</p>
<p>และคนญี่ปุ่นเองชื่นชอบ instagram เป็นอย่างมากครับ ทำให้ @iNattt ได้รับ Order จากญี่ปุ่นให้ส่งกาฮองไป และยังได้รับ Order จากสเปนด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมการเล่นดนตรีของชาวสเปน และสเปนก็ติดอันดับ Top 10 ผู้ใช้ instagram เช่นกัน ส่วนชาวสิงคโปร์นั้นกำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นครับ</p>
<div id="attachment_9051" class="wp-caption alignnone" style="width: 561px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/japan-cajon.png"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/japan-cajon.png" alt="@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ" title="@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ" width="551" height="231" class="size-full wp-image-9051" /></a><p class="wp-caption-text">@inattt ตอบลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยใช้วิธีบ้านๆ คือ Google translate ครับ</p></div>
<h2>สถิติผู้ใช้ instagram สิงคโปร์อันดับ 1 ตามด้วย ญี่ปุ่นอันดับ 2</h2>
<div id="attachment_9043" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/instagram-interest-worldwide1.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/instagram-interest-worldwide1-600x226.jpg" alt="สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง" title="สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง" width="600" height="226" class="size-medium wp-image-9043" /></a><p class="wp-caption-text">สถิติผู้ใช้ instagram จะเห็นว่าญี่ปุ่นมาเป็นอันดับสอง</p></div>
<p>ข้อมูลมาจาก <a href="http://www.nuwomb.com/instagram-search/" rel="nofollow">สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ instagram ทั่วโลก</a></p>
<h3> ระบบ hashtag ของ instagram ทำให้ผู้คนทั่วโลกค้นพบเครื่องดนตรีชนิดนี้ </h3>
<p>ระบบ hashtag ของ instagram เพียงแค่เราใส่ชื่อเครื่องดนตรีอย่างเช่นกาฮอง #cajon เข้าไป ภาพกาฮองจากทั่วโลกก็จะหลั่งไหลเข้ามา และนั่นคือช่องทางจัดจำหน่ายให้กับคนที่สนใจ ลองคิดดูว่าคน 5ล้านที่ใช้ instagram ซึ่งมีนักดนตรีหัวศิลป์จำนวนมากก็จะมีโอกาสเจอครับ</p>
<p>ลองเชิร์ทใน http://web.stagram.com/cajon หรือกด #cajon App จะรวบรวมรูปออกมาดังภาพ</p>
<div id="attachment_9044" class="wp-caption alignnone" style="width: 543px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-instagram.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/cajon-instagram-533x800.jpg" alt="ภาพ cajon ใน instagram" title="ภาพ cajon ใน instagram" width="533" height="800" class="size-medium wp-image-9044" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพ cajon ใน instagram</p></div>
<p>สรุปได้ก็คือ ถ้าเราสามารถพลิกแพลง Social Tools ต่างๆให้เหมาะกับธุรกิจตนเองได้ก็สามารถใช้เป็นช่องทางสร้างแฟนคลับและความไว้วางใจได้เสมอครับ โดยเฉพาะ instagram จะเหมาะกับช่องทางด้านศิลปะและดนตรีมากเป็นพิเศษ ทั้งยังมีความไร้พรมแดนต่างจาก twitter และ facebook อีกด้วย @iNattt เองปัจจุบันสามารถขายกาฮองส่งออกได้วันละหลายตัวโดยมีราคาเฉลี่ยที่ 5000 &#8211; 10000 บาทอย่างสบายครับ</p>
<h2>น่าสนใจเกี่ยวกับ instagram</h2>
<p><a href="http://instagramers.com/destacados/instagram-5-0-english-how-to-become-most-popular-in-instagram/" rel="nofollow">How to become the most popular in Instagram</a><br />
<a href="http://thenextweb.com/apps/2011/02/24/instagram-opens-its-api-for-a-more-connected-and-transparent-world/" rel="nofollow">Instagram opens a realtime API for a more connected and transparent world</a><br />
<a href="http://www.nuwomb.com/instagram/" rel="nofollow">รวมเว็บให้บริการภาพที่น่าสนใจสร้างโดยเชื่อม API instagram</a> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/instagram-cajon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาทำเว็บแบบรายเดือนและบริหาร content รายเดือนกันเถอะ #TiGERiDEA</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2011 08:03:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8963</guid>
		<description><![CDATA[ การทำเว็บนั้นไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบครับ คนจะสนใจเว็บที่มีชีวิตและมีคอนเท้นท์ที่น่าสนใจออกมาอย่างสม่ำเสมอมากกว่าเว็บที่หยุดนิ่งเหมือนตายแล้ว  เว็บรายเดือนมีสิทธิที่จะจบงานได้ด้วยราคาที่ถูก โดยต้องเผื่อเวลาของการ Approve งานของลูกค้าไว้ตามสมควรด้วยเช่นกัน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><div id="attachment_8976" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/unfinished-project.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/unfinished-project.jpg" alt="สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ" title="สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ" width="600" height="384" class="size-full wp-image-8976" /></a><p class="wp-caption-text">สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อโปรเจ็คไม่จบสักทีและไม่มีเงินมาทำต่อ</p></div><br />
( <em>ภาพป้ายโฆษณา Lowe&#8217;s จาก</em> <a href="http://www.funnycommercialsworld.com/lowes-unfinished-projects-255.html" rel="nofollow"><em>http://www.funnycommercialsworld.com/lowes</em></a> )</p>
<p>ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่การทำเว็บนั้นไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบครับ คนจะสนใจเว็บที่มีชีวิตและมีคอนเท้นท์ที่น่าสนใจออกมาอย่างสม่ำเสมอมากกว่าเว็บที่หยุดนิ่งเหมือนตายแล้ว ดังนั้นวิธีการคิดราคาเว็บไซต์ก็ควรเปลี่ยนไป อีกทั้ง Solution หลายอย่างก็ช่วยให้ต้นทุนการทำเว็บแบบดั้งเดิมลดลงและต้นทุนการทำ Content กลับทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆแทน</p>
<p>อย่างไรก็ตามเว็บองค์กรจะมี Mind set ที่ต้องการทำจบแล้วจบเลยอยู่ แต่เราสามารถนำวิธีคิดเบื้องต้นไป Convince ให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นเว็บรายเดือนแทนครับ ไทเกอร์ไอเดียมีความตั้งใจในการทำเว็บรายเดือนมาระยะหนึ่งจากบล็อก <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">Rate ราคา manday ไทเกอร์ไอเดีย</a>ที่เขียนมาระยะหนึ่งและเมื่อมีลูกค้ารายใหม่เข้ามา ผมจะส่งให้ลูกค้าดูก่อนเสมอ และ<a href="http://www.ipattt.com/2011/web-scg/">ตัวอย่างลูกค้าบริษัทใหญ่ (แต่เว็บไม่ใหญ่) อย่าง SCG ได้ทำมาแล้ว</a></p>
<h2>ปัญหาของการทำเว็บแบบเหมาโปรเจ็คคือคาดเวลาจบงานได้ยากในทางปฎิบัติ</h2>
<p>ที่ผ่านมาคนที่รับทำเว็บไซต์หรือระบบต่างๆน่าจะเคยประสบปัญหากันคือเรื่อง cash flow หรือกระแสเงินสดครับ เนื่องจากการทำเว็บบางทีไม่สามารถกำหนดวันเสร็จได้อย่างชัดเจนเหมือนกับงานสิ่งพิมพ์หรืองาน presentation เพราะเว็บเปรียบเสมือนองค์กรที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการวางแผนกระแสเงินสดในบริษัทจะทำใด้ยากและมักมีปัญหาตามมา</p>
<p>ลูกค้าหลายคนตอนเริ่มทำเว็บก็มักไม่มีไอเดีย ซึ่งไอเดียจะมาเกิดต่อเมื่อเห็นหน้าตาเว็บแล้ว ทำให้เค้าอยากจะปรับปรุงไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจอกันอยู่เสมอกับ Product ที่มีความซับซ้อนและต้องมีการ educate ลูกค้าระหว่างการทำเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ ลองอ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2010/understanding-customer/">ปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาโปรเจ็คคือความเข้าใจตัวเอง</a></p>
<h2>การทำเว็บรายเดือน สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้</h2>
<p>เมื่อลูกค้ามีความต้องการมากขึ้นในภายหลัง หรือพูดง่ายๆว่า requirement เพิ่มเติมในภายหลัง หนทางที่ fair ที่สุดในการดีลงานคือเค้าควรจะจ่ายเพิ่มให้เราด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นการทำเว็บรายเดือนจึงตอบปัญหาในจุดนี้ได้และ<a href="http://www.ipattt.com/2009/disaster-designer/">การ์ตูนล้อ Web Designer ตัวนี้คงไม่เจ็บปวดขนาดนั้น</a>เพราะ designer อย่างน้อยยังได้เงินตลอด ข้อแลกเปลี่ยนคือ การทำงานของบริษัทที่รับทำเว็บรายเดือน ต้องมีแผนการทำงานที่ชัดเจนและต้องสามารถทำได้ตามแผนนั้น <strong>หากลูกค้ามีความต้องการที่จะจ่ายน้อยและงานเสร็จเร็ว ตัวลูกค้าเองต้องมีความชัดเจนตั้งแต่แรก</strong> แต่หากลูกค้าไม่ชัดเจน เค้าสามารถจ่ายเพิ่มภายหลังได้เช่นกันเพื่อพัฒนาเว็บจนกว่าเค้าจะพอใจครับ</p>
<p>สำหรับกรณี SCG ทั้งสองเว็บที่ทำอยู่ ลูกค้าเลยเตรียมตัวเรื่องข้อมูลกันดีมากๆเพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับการตัดสินใจระหว่างการทำเอง เพราะถ้าลูกค้าตัดสินใจนาน ผลเสียจะตกอยู่ที่ลูกค้าเองตรงที่เวลา Man day นั้นเดินไปเรื่อยๆครับ</p>
<h2>ทำอย่างไรลูกค้าจึงจะตัดสินใจเลือกทำเว็บรายเดือน ?</h2>
<h3><strong>อันดับแรกคือ เว็บรายเดือนมีสิทธิที่จะจบงานได้ด้วยราคาที่ถูก</strong></h3>
<p>สาเหตเพราะเราไม่ต้องคิดเผื่อ <em>ต้นทุนความเสี่ยงจากการทำงานที่ไม่เสร็จสักที</em> กับ<em>ต้นทุนการหมุนกระแสเงินสด</em>ครับ ทำให้คิดราคาได้ถูกลงมากโดยสามารถคิดได้จากค่าแรงของพนักงานคูณกับตัวแปรด้านโสหุ้ยตรงๆนั่นเอง สมมติว่าทำเว็บรายเดือนๆละ 30,000 บาท ถ้าสามารถทำให้จบได้ในเดือนเดียวก็จะมีราคาเพียง 30,000 บาทเท่านั้น</p>
<p>ตัวอย่าง (จริงๆ) ที่กำลังทำอยู่ขณะนี้คือลูกค้าบริษัทมหาชนเจ้าหนึ่งต้องการทำเว็บให้องค์กรมหาชนของเขา ซึ่งมีเว็บ cataloque อยู่ด้วย ( เว็บนี้ซับซ้อนกว่าของ SCG ) จึงให้หัวหน้าฝ่าย IT ติดต่อทาง TiGERiDEA เพื่อประเมินราคาร่วมกับบริษัทอื่นๆ ในครั้งแรกผมเองได้เสนอ Solution เว็บรายเดือนไปแต่ทางบริษัทยังยอมรับได้ยากเพราะผู้บริหารใช้เหตผลที่ว่า &#8221; บริษัทของเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราจะทำเสร็จตามกำหนดจริงๆภายใต้คุณภาพที่เขาพอใจ&#8221; ดังนั้นผมจึงเสนอไปสองราคาดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>Quotation ตัวที่ 1 เสนอราคาเหมาทั้งโปรเจ็คที่ 300,000 บาท ใช้เวลาทำงานไม่เกิน 3 เดือน</li>
<li>Quotation ตัวที่ 2 เสนอราคารายเดือน เดือนละ 40,000 บาท ใช้เวลาทำงานตาม requirement ประมาณให้ 4 เดือน ( รวมสี่เดือน 160,000 บาท )</li>
</ul>
<p>จากราคาทำให้ Quotation ตัวที่ 2 มีความโดดเด่นเหนือบริษัทที่มาร่วม pitch งานด้วยกันอย่างมากและราคาถูกกว่า Quotation ตัวที่ 1 ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวครับ ทำให้ทีมงานต้องกลับมาพิจารณา ถึงแม้งานจะยังไม่เสร็จ ก็ไม่น่าจะเลทเกิน 1 เดือนรวมแล้ว 200,000 และเมื่อดูความคุ้มค่าแล้วจึงตัดสินใจทำเว็บด้วย Quotation ตัวที่สอง</p>
<h3><strong>อันดับที่สอง ทำอย่างไรจะให้ลูกค้าแน่ใจว่าเราจะทำเสร็จจริงๆ</strong></h3>
<div id="attachment_8974" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/plan-website.jpg"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/06/plan-website.jpg" alt="ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า" title="ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า" width="600" height="268" class="size-full wp-image-8974" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างแผนอย่างง่ายที่ @muenue วางให้ลูกค้า</p></div>
<p>ในขั้นตอนนี้ต้องอยู่ที่การวางแผนในการทำเว็บด้วยเวลาที่เหมาะสมครับ และต้องเผื่อเวลาของการ Approve งานของลูกค้าไว้ตามสมควรด้วยเช่นกัน โดยขั้นตอนที่มีความเสี่ยงต่อการ Revise มากที่สุดคือขั้นตอนการดีไซน์นี่เอง เนื่องจากเป็นเรื่องของรสนิยม ดังนั้นการคุยเรื่อง reference งานก่อน หรือเว็บไซต์ที่ลูกค้าชอบก่อนเป็นเรื่องสำคัญครับ จากนั้นจึงวางแผนการตามลำดับดังนี้</p>
<ul>
<li><a rel="nofollow" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Website_wireframe">Wireframe หรือโครงร่างหลักของเว็บ</a> เป็นขั้นตอนการรวบรวมลำดับความสำคัญในการนำเสนอเว็บไซต์ ตัว wireframe จะไม่มีสีสันใดๆมารบกวนทำให้การมองโครงสร้างของเว็บและ User interface นั้นตรงไปตรงมามากขึ้น สำหรับเว็บองค์กรโดยทั่วไปอาจใช้เวลาไม่ถึงเดือน แต่ถ้าเป็นเว็บ e-commerce หรือเว็บ social deal อาจจะใช้เวลานานมากหลายเดือนถ้าลูกค้ายังไม่ชัดเจนเรื่อง function การทำงานในแต่ละหน้า</li>
<li>Design ทำการ design mood and tone ตาม requirement และ reference ของลุกค้า ผมมีข้อแนะนำว่าอย่าใช้วิธีคิดเชิง Agency มากเกินไปในการดีไซน์เว็บเพราะเว็บมีความ Dynamics มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์หรือ presentation ที่เราสามารถกำหนด environment ได้ โดยของไทเกอร์ไอเดียจะดีไซน์หน้าแรกก่อน เมื่อ Approve แล้วจึงเริ่มดีไซน์หน้าต่อไป</li>
<li>จากนั้นจึงเป็นขั้นตอน Architecture ตัด CSS , HTML, testing ฯลฯ ตามลำดับซึ่งแล้วแต่นโยบายการเผื่อ Man day ของแต่ละบริษัทครับ</li>
</ul>
<h2>เว็บรายเดือน กับการเผื่อเวลา error และ delay</h2>
<p>การวางแผนข้างต้นควรมีเผื่อเวลา Approve กับลูกค้าไว้ด้วยครับ( แล้วแต่ policy ) โดยอาจบอกลูกค้าไว้ก่อนว่าใช้เวลา  Approve ไม่เกิน 1 วันและเราทำเสร็จก่อนหน้านั้น ของไทเกอร์ไอเดียเองช่วงเวลาทั้งหมดที่ Plan ไว้กับการดีไซน์จะเผื่อแก้ไขด้วยประมาณ 2-3 revision แต่ถ้าหากลูกค้าจะแก้เกินกว่านั้น ทางเราจะบอกลูกค้าว่าการแก้ไขจะกระทบเวลารวมของโปรเจ็ค และลูกค้าอาจต้องจ่ายเงินซื้อเวลาเพิ่มเติมในเดือนต่อไปครับ</p>
<h2>เว็บรายเดือนกับความเข้าใจเรื่อง Man day เป็นเรื่องสำคัญ : กรณีศึกษาที่ล้มเหลว</h2>
<p>ในช่วงแรกๆที่ไทเกอร์ทำงานแบบรายเดือน (ประมาณปีก่อน) ก็มีลูกค้าไม่พอใจอยู่บ้างเช่นกันถึงขั้นทางไทเกอร์คืนเงินลูกค้า ซึ่งความผิดพลาดของไทเกอร์คือการวางแผนที่ไม่ได้เผื่อเวลา error และเมื่อมีการแก้ไขทำให้ทำงานไม่ได้ตามแผน นอกจากนี้ Customer support ของไทเกอร์ยังไม่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะ Service ได้อย่างใจลูกค้าในขณะนั้น</p>
<p>ในแง่ลูกค้าหากลูกค้าไม่เข้าใจเรื่อง Man day ก็อาจมีปัญหาเช่นกัน ลูกค้าหลายเจ้าอยู่บริษัทใหญ่ที่มี Agency ซึ่งได้ Agency fee หลายแสนหลายล้านบาทต่อเดือนและมีการบริการที่ดีมากเนื่องจาก Agency เหล่านั้นได้บวก Man day ไว้ใน Agency Fee แล้ว แต่พอมาทำเว็บราคาไม่แพงก็ยังต้องการบริการแบบเดียวกันเช่นกันทำให้บางคน โทรศัพท์หา AE ของไทเกอร์ทั้งวัน หรือใช้เวลาตอบเมล์แบบลงดีเทลลึกมากโดย AE ต้องใช้เวลาตอบเมล์นึงถึงครึ่งวัน ดังนั้นหากพบลูกค้าดังกล่าวทางบริษัทควรทำ Package การบริการที่ต่างกันให้เลือกตั้งแต่แรก และการจัด package จะทำให้ลูกค้าเข้าใจโดยธรรมชาติครับ</p>
<h3>ตัวอย่างการจัด Package ให้ลูกค้าแบบทำแล้วจบงานเลย</h3>
<ul>
<li>Package ที่ 1 ทำงานเดือนละ 25,000 ต่อเดือน ตาม requirement เริ่มแรก น่าจะทำเสร็จใน 4 เดือน และโทรศัพท์ติดต่อได้ในวันธรรมดาเวลา 13:00-14:30 เท่านั้น</li>
<li>Package ที่ 2 ทำงานเดือนละ 40000 บาทต่อเดือน (โปรเจ็คเดียวกัน) ตาม requirement เริ่มแรก น่าจะทำเสร็จใน 2 เดือน โทรศัพท์ติดต่อได้ทั้งวัน เป็นต้น</li>
</ul>
<p>ซึ่งลูกค้าเห็นราคาแล้วจะเข้าใจทันทีว่า ที่ Package ที่ 1 ราคาถูกกว่าเพราะเราจัด Man day ให้โปรเจ็คน้อยกว่าจึงทำให้เสร็จช้ากว่า</p>
<h3>ตัวอย่างการจัด Package ให้ลูกค้าแบบทำเว็บเสร็จบริหาร Content ต่อ</h3>
<ul>
<li>เดือนที่ 1-2 Wireframe and Design</li>
<li>เดือนที่ 3 CSS HTML</li>
<li>เดือนที่ 4 &#8211; 12 Blog and Social Media implementation</li>
</ul>
<h2> โปรเจ็คใหญ่มากก็สามารถคิดแบบรายเดือนได้ </h2>
<p>โปรเจ็คประเภทเว็บ System หรือ Social Commerce ขนาดใหญ่ก็สามารถทำเว็บรายเดือนได้เช่นกัน โดยเป็นลักษณะการจัดสรร Resource ตาม Rate Card ที่ลูกค้าซื้อครับ ลองดูที่ <a href="http://www.ipattt.com/2010/tigeridea-rate/">Rate ราคา manday ไทเกอร์ไอเดีย</a> ด้านล่างสมมติว่าลูกค้าซื้อเวลาทั้งหมด 60000 บาทต่อเดือน จะสามารถจัดสรร System Analyst, Programmer, Art Director ลงไปได้ตามส่วนครับ และเดือนต่อๆไปก็สามารถนำเวลาทั้ง 60000 บาทไปลงกับ Content Copywriter แทนได้เช่นกัน</p>
<h2>ทำไมผมถึงนำวิธีการทำเว็บรายเดือนมาแชร์ ?</h2>
<p>เพราะว่าผมเองคิดว่า วิธีการทำงานแบบนี้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งลูกค้าและบริษัททำเว็บครับ Business การทำเว็บและการบริหารข้อมูล เป็น Business แบบพิเศษจริงๆ การทำงานแบบดั้งเดิมเองผมคิดว่าเป็นวิธีที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับงานที่ Dynamics และต้องก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลาของเว็บไซต์ เลยอยากให้เพื่อนๆบริษัททำเว็บและฟรีแลนส์ ลองพิจารณาดูเพื่อร่วมสร้างมาตรฐานใหม่กันครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/monthly-web/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>TMB กับการ rebranding แบบนุ่มๆ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/tmb/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/tmb/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Mar 2011 22:01:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=8602</guid>
		<description><![CDATA[การตลาดในยุคปัจจบันค่อนข้างซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคสื่อ Social เป็นผู้ที่แสดงความไม่พอใจได้ง่ายและ Sensitive มากขึ้น แต่จาก Campaign ที่ผ่านมาก็ยอมรับครับว่าธนาคารทหารไทยมีภาพลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิมบ้างแล้ว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ใครผ่าน TMB หรือเห็นป้ายโฆษณาสีน้ำเงินที่มีคุณ สัญญา คุณากร ยืนถือธนบัตรต่างๆพร้อมข้อความที่เราน่าจะจำได้อย่าง <strong>0% ค่าธรรมเนียม</strong> ลองย้อนกลับไปมองอีกครั้งว่าก่อนหน้านั้นสักสองปี TMB ยังมีภาพลักษณ์เป็นแบ๊งค์ทหารเก่ากึ๊กอยู่เลยนะครับ</p>
<div id="attachment_8617" class="wp-caption alignnone" style="width: 337px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/sanya-tmb.png" alt="คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB" title="คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB" width="327" height="373" class="size-full wp-image-8617" /><p class="wp-caption-text">คุณสัญญา คุณากร พรีเซ้นเตอร์ TMB</p></div>
<p>TMB เริ่ม rebranding มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ( หลังจากมีกระแสกดดันเรื่องแบ๊งค์ต่างๆ rebranding กันยกใหญ่ แถมแบ๊งค์ที่ใช้โทนสีน้ำเงินฟ้ามีอยู่ 3 แบ๊งค์ต้องช่วงชิงพื้นที่กัน ) โดยเอเจนซี่ค่อนข้างมีความเข้าใจจุดขายของการเป็นธนาคารที่สนับสนุนโดยรัฐฯ ( <a href="http://www.tmbbank.com/ir/share-info/major-shareholders.php" rel="nofollow">กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่</a> ) นั่นคือความได้เปรียบในเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆนั่นเอง</p>
<p>TIGERiDEA เองก็มีโอกาสได้ทำโปรเจ็ค TMB ในช่วง Rebranding นี้พอดีเช่นกัน โดยการดีไซน์เว็บในส่วนหนึ่งของคุณเม่นถือได้ว่า &#8220;นำร่อง&#8221; หรือทำก่อนโมดูลอื่นๆอยู่เป็นระยะหนึ่ง และมีการปรับให้เข้ากับเว็บใหญ่ระหว่างที่ทำครับ ถึงแม้ว่าการจบโปรเจ็คจะยากพอสมควรแต่ก็จะได้เล่าในโอกาสต่อไป</p>
<div id="attachment_8611" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/tmb-template.jpg" alt="template module" title="template module" width="600" height="315" class="size-full wp-image-8611" /><p class="wp-caption-text">template module by TiGERiDEA</p></div>
<p>สำหรับเว็บ tmb เอง การใช้ชื่อ tmbbank.com ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ธนาคารทหารไทยตั้งมาโดยจอมพลสฤษดิ์ซึ่งมี<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/สฤษดิ์_ธนะรัชต์" rel="nofollow">ประวัติที่น่าสนใจ</a> โดยเบื้องต้นเป็นธนาคารที่ตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริหารทางการเงินแก่หน่วยงานทหาร ต่อมาจึงได้ขยายเป็นธนาคารรองรับลูกค้ามาตรฐาน</p>
<p>ด้านล่างเป็นหน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน มีหลายคนได้ลองไปใช้ ebanking ของ TMB ก็มีคนชอบพอสมควรเลยนะครับ</p>
<div id="attachment_8615" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/tmb-web-600x305.png" alt="หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน" title="หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน" width="600" height="305" class="size-medium wp-image-8615" /><p class="wp-caption-text">หน้าเว็บ TMB ปัจจุบัน</p></div>
<p>แคมเปญพวกที่ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่เอเจนซี่หยิบยกขึ้นมาพูดได้อย่างค่อนข้างเหมาะเจาะเพราะเป็นความได้เปรียบของแบ๊งค์ด้วยจริงๆ และกิจกรรมเชิงมาร์เก็ตติ้งนั้นก็ทยอยกันออกมาเป็นกองทัพ Social Media เหมือนกัน</p>
<h2>แคมเปญ TMB Social Marketing</h2>
<h3>“Make THE Difference – พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น”</h3>
<p>ตามที่ผมได้ศึกษามา TMB ขยายแนวคิดมาจาก key หลักคือ “Make THE Difference – พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น” และแนวคิดการบริหารโดยลูกค้าเป็นศูนย์กลางหรือ &#8221; Cutomer Centric&#8221;  ทำให้ธนาคารต้องพยายามจะสร้างความแตกต่างในทุกอย่างที่ลูกค้าได้เข้าไปสัมผัส</p>
<blockquote><p>
Theme : การนำเสนอของธนาคารเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการ กล้าที่จะคิดและทำสิ่งที่ แตกต่าง สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และหลุดออกจากกรอบของความคิด เปลี่ยนคำว่าเป็นไปไม่ได้ ให้มีแต่คำว่า เป็นไปได้ อยู่เสมอ จากจุดเปลี่ยนความคิดเพียงเท่านี้ ทุกคนก็จะสามารถเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีขึ้นได้       </p></blockquote>
<div id="attachment_8621" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/TMB-3D-600x245.png" alt="การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D" title="การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D" width="600" height="245" class="size-medium wp-image-8621" /><p class="wp-caption-text">การพยายามสร้างความแตกต่างสื่อลงไปในโฆษณาด้วย เช่นโฆษณาที่ต้องดูด้วยแว่น 3D</p></div>
<h3> นำเสนอเว็บ makeTHEdifference.org </h3>
<p>จากความคิดเบื้องต้น เนื่องจากธนาคารเองไม่สามารถทำได้ในเว็บที่เป็นทางการของธนาคาร เลยพยายามนำเสนอเว็บ www.makeTHEdifference.org และสร้าง campaign ให้คนแชร์เรื่องราวของนักบอลกลุ่มนี้ (หลายๆคนคงเคยเห็นบนทีวีใน BTS) ให้มากสุด ใครแชร์มากสุดได้รางวัล ( รับตั๋วบินรอบโลก มูลค่า 500,000 บาท หมดเขต 31 มีนาคม นี้ )   แน่นอนว่าการตลาดเป็น<a href="http://iamia.wordpress.com/2010/08/28/intrusively-permission-marketing/" >แบบ Intrusive</a> พอควรครับ แต่ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของผู้บริโภคกับเพื่อนๆของผู้บริโภคนะ</p>
<h3> กิจกรรมบน fanpage และ twitter </h3>
<p> มี fanpage แชร์เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ และคำคมต่างๆ  ที่ <a href="http://www.facebook.com/TMBMakeTHEDifference" rel="nofollow">http://www.facebook.com/TMBMakeTHEDifference</a> และยังมีกิจกรรมร่วมรับรางวัลจากเมเจอร์ซีนีเพล็คถ้า RT <a href="http://twitter.com/tmb_mtd" rel="nofollow">@TMB_MTD</a> อีกด้วย และปิดท้ายด้วย hashtag ยาววว อย่าง #MakeTHEDifference ซึ่งถ้าทวีตโดยมี hashtag นี้ก็ยังมีรางวัลให้วันละ 3 รางวัลอีกด้วย</p>
<div id="attachment_8620" class="wp-caption alignnone" style="width: 389px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/03/@TMB_MTD.png" alt="@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ" title="@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ" width="379" height="324" class="size-full wp-image-8620" /><p class="wp-caption-text">@TMB_MTD แจกรางวัลด้วยแฮะ ลองเซิร์ทดูครับ</p></div>
<h3> VDO บน YouTube และรูปบน Flickr </h3>
<p>VDO ตัวนี้เป็น series ให้คนติดตามครับ ดูแล้วบางคนก็เกิดความรู้สึกที่ดีได้เช่นกัน ( ในแบบไทยๆนะ ) ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าบางทีจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่พอมีอายุนิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่ฉายคนก็ดูสนใจดีแบบไม่ถูกกระตุ้นให้เหนื่อยมากเกินไป</p>
<h3><em>ตอนที่1 ปั้นฝัน</em> </h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/BCMUPt1hRVA?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/BCMUPt1hRVA?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่2 ปลุกพลัง</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/xseS4MYYiVU?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/xseS4MYYiVU?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่3 เป็นไปได้</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/uS6Z-FdnWyg?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/uS6Z-FdnWyg?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h3><em>ตอนที่ 4 เปลี่ยนโลก</em></h3>
<p><object width="610" height="483"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/znQWTlsUP34?version=3"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/znQWTlsUP34?version=3" type="application/x-shockwave-flash" width="610" height="483" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>สำหรับ VDO ทั้งสี่ตัวทำได้อารมณ์ที่แตกต่างดี แต่มีจุดย้อนแย้งเล็กน้อยสำหรับผม คือเนื่องจากเด็กเก่งโดยใช้จุดแข็งจากการเล่นบนลานที่มีตะปูและถอดรองเท้า หลังจากไปแข่งประสบความสำเร็จแล้วมีสนามคราวนี้จะเก่งน้อยลงหรือเปล่าน่ะสิ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>และยังมีช่องทาง Flickr สำหรับคนอยากดูหรือโหลดรูปได้ด้วย ถึงแม้ว่า Flickr จะไม่ถึงกับได้รับความนิยมมากในไทยแต่ก็เรียกว่าทำไว้ครอบคลุมทั้งหมดได้ดีครับ <a href="http://www.flickr.com/tmbmakethedifference" rel="nofollow">http://www.flickr.com/tmbmakethedifference</a></p>
<h2> บทสรุป TMB แคมเปญครั้งนี้ </h2>
<p>การพัฒนาองค์กรและภาพลักษณืระดับนี้ค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องพัฒนาหลายๆส่วนพร้อมกัน รวมทั้งองค์กรภายในด้วย ( ซึ่งองค์กรภายในน่าจะทำได้ยากกว่ามาก ) ในส่วนของการทำ Campaign นั้นมีพื้นฐานวิธีคิดจากเอเจนซี่ในแบบคลาสสิคและมีตัว Content หลักที่ไปในทางช่วยให้แรงบันดาลใจซึ่งค่อนข้างจัดว่า &#8221; นุ่มนวล &#8221; สำหรับสังคมไทย อาจทำให้การ Viral ไม่ถึงกับแรงมากในกลุ่มผู้ใช้ Social ทีเดียวนัก ( เพราะพวกนี้ถูกกระตุ้นทุกวันจนเริ่มชิน ) แต่น่าจะไป impact ในกลุ่มที่เสพสื่อกระแสหลักมากกว่า </p>
<p>ในส่วนของ Social Media นั้น ความจริงการใช้วิธีทาง Social ในลักษณะ intrusive มีกระแสวิพากย์วิจารณ์กันพอสมควรในช่วงที่ผ่านมาก แต่กระแสของ TMB ยังไม่ถึงกับแรงมาก ซึ่งก็แลกมาด้วยความนุ่มนวลของความรู้สึกของ influencer และอาจจะส่งผลต่อความรู้สึกดีของกลุ่มเป้าหมายได้บ้างครับ</p>
<p>การตลาดในยุคปัจจบันค่อนข้างซับซ้อนขึ้น ผู้บริโภคสื่อ Social เป็นผู้ที่แสดงความไม่พอใจได้ง่ายและ Sensitive มากขึ้น แต่จาก Campaign ที่ผ่านมาก็ยอมรับครับว่าธนาคารทหารไทยมีภาพลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิมบ้างแล้ว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/tmb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กู้ ธ.ก.ส. ลงทุนที่สมุย</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%98%e0%b8%81%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%98%e0%b8%81%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2011 05:01:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7643</guid>
		<description><![CDATA[กระบวนการกู้คือการเขียนโครงการโดยนำแบบบ้าน หรือพิมพ์เขียวไปส่งที่ ธ.ก.ส. โดยน้ามุ่งให้คนทำแบบบ้านจัดการให้ทุกอย่างในขั้นตอนการทำเรื่องกู้ (เช่นประมาณการค่าเช่าซึ่ง น้ามุ่งส่งค่าเช่าแพงกว่าที่เก็บจริงปัจจบันอยู่ 500บ. ) และจัดการส่งแบบ โดยน้ามุ่งเสียเงินประมาณ 8000 บาทสำหรับค่าดำเนินการ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้มาคุยกับน้ามุ่งซึ่งเป็นน้าของ @booruball ซึ่งทำบ้านเช่าหลายหลัง ปลูกเรียงบนเขาอย่างสวยงาม อยู่ในโครงการเดียวกับ <a href="http://www.parichari.com">parichari</a> พบว่าชาวสมุยหลายคนได้พัฒนาที่ดินและปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆโดยใช้การกู้เงินหลายล้านบาทจาก <a href="http://www.baac.or.th/" rel="nofollow">ธ.ก.ส. </a></p>
<div id="attachment_7644" class="wp-caption alignnone" style="width: 384px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/moong.jpg" alt="น้ามุ่ง ชาวสวนที่เกาะสมุย" title="น้ามุ่ง ชาวสวนที่เกาะสมุย" width="374" height="500" class="size-full wp-image-7644"><p class="wp-caption-text">น้ามุ่ง ชาวสวนที่เกาะสมุย</p></div>
<p><em>น้ามุ่งเล่าว่า ดอกเบี้ย ธ.ก.ส. ตอนแรกๆประมาณ 10% และตอนหลังลดลงเหลือเพียงปีละ 7% ของเงินกู้<br />
</em></p>
<p>กระบวนการกู้คือการเขียนโครงการโดยนำแบบบ้าน หรือพิมพ์เขียวไปส่งที่ ธ.ก.ส. โดยน้ามุ่งให้คนทำแบบบ้านจัดการให้ทุกอย่างในขั้นตอนการทำเรื่องกู้ (เช่นประมาณการค่าเช่าซึ่ง น้ามุ่งส่งค่าเช่าแพงกว่าที่เก็บจริงปัจจบันอยู่ 500บ. ) และจัดการส่งแบบ โดยน้ามุ่งเสียเงินประมาณ 8000 บาทสำหรับค่าให้คนออกแบบช่วยดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ต้องทำอะไรเลย &nbsp;และนำที่ดินบนพื้นที่ที่จะก่อสร้างซึ่งเป็นที่ปกติชาวสวนเกาะสมุยมักมีกันอยู่แล้วไปค้ำประกัน ซึ่งปกติจะค้ำได้ 50% ของมูลค่าที่ดิน ส่วนการก่อสร้างต้องดูเรื่องงบบานปลายให้ดี เพราะช่างส่วนใหญ่จะหมุนเงินกับการทำงานหลายโครงการทำให้เงินช็อตได้</p>
<div id="attachment_7645" class="wp-caption alignnone" style="width: 489px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/home-rent-samui.jpg" alt="บ้านเช่าของน้ามุ่งที่สมุย มีอยู่หลายหลังเรียงลงมาตามสันเขาท่ามกลางธรรมชาติ" title="บ้านเช่าของน้ามุ่งที่สมุย มีอยู่หลายหลังเรียงลงมาตามสันเขาท่ามกลางธรรมชาติ" width="479" height="640" class="size-full wp-image-7645"><p class="wp-caption-text">บ้านเช่าของน้ามุ่งที่สมุย มีอยู่หลายหลังเรียงลงมาตามสันเขาท่ามกลางธรรมชาติ</p></div>
<p>น้ามุ่งบอกว่าคนสมุยกู้ส่วนใหญ่จะกู้ได้เกือบทุกคนเลยเพราะว่า ธ.ก.ส. มีงบสนับสนุนลงมามาก สำหรับดอกเบี้ยน้ามุ่งก็จ่ายทุกปี บางปีเงินเหลือเยอะก็ทบต้น ตอนนี้ทบต้นไปประมาณ 30% แล้ว ส่วนเรื่องเงิน ธ.ก.ส. ให้รับเงินรับเป็นงวด (อย่างน้อยสามงวด) งวดแรก ธ.ก.ส. มาดูที่ทำโครงการก่อน งวดที่สองเมื่อโครงการมีความคืบหน้าบางที ธ.ก.ส. ก็มาหรือเราไปให้รายละเอียดเองก็ได้ และธ.ก.ส. ก็จะโอนเงินให้มาครับ โมเดลนี้อาจใช้ที่ปายได้เหมือนกันครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/%e0%b8%98%e0%b8%81%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Slideshare ที่ฝ่าย PR น่าติดตาม</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2011/slideshare-pr/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2011/slideshare-pr/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Feb 2011 21:05:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[iPattt review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=7482</guid>
		<description><![CDATA[SlideShare เป็น Community ของผู้บรรยายที่ค่อนข้างเท่ในต่างประเทศครับ  แต่ประเทศไทยก็ยังใช้กันน้อย ถ้าเด็กป.โทคนไหนรู้ก็ได้เปรียบหน่อยเพราะไปก็อปสไลด์คนอื่นมาใช้ได้ บังเอิญไปเจอมา เป็นบล็อกรวม Account Slidesahre มีบริษัท Agency ดังๆหลายเจ้า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2011/02/slideshare.jpeg" alt="slideshare" title="slideshare" width="110" height="89" class="alignnone size-full wp-image-7486" /></p>
<p>SlideShare เป็น Community ของผู้บรรยายที่ค่อนข้างเท่ในต่างประเทศครับ แต่ประเทศไทยก็ยังใช้กันน้อย ถ้าเด็กป.โทคนไหนรู้ก็ได้เปรียบหน่อยเพราะไปก็อปสไลด์คนอื่นมาใช้ได้ -_-&#8221; Slide หลายๆอันดูแล้วได้ความรู้และแรงบันดาลใจครับ</p>
<p>บังเอิญไปเจอมา เป็นบล็อกรวม Account Slidesahre มีบริษัท Agency ดังๆหลายเจ้า</p>
<h2> <a href="http://higher-and-higher.com/2011/01/15/50-slideshare-accounts-pr-pros-should-check-out/" rel="nofollow">คลิก รวม Account Slide Share ที่น่าติดตามสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่อง Public Relations </a></h2>
<p>คุณล่ะ วันนี้เริ่มสร้างเครือข่าย Slideshare หรือยัง <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2011/slideshare-pr/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

