<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัชร &#187; ไทเกอร์ไอเดีย</title>
	<atom:link href="http://www.ipattt.com/category/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ipattt.com</link>
	<description>พัชร เกิดศิริ ชายผู้ทำได้ดีทุกเรื่องเว้นเรื่องเรียน ขอเรียนเชิญมาเสวนาเรื่อง ธุรกิจทำเว็บ,สังคม,ดนตรี หรือจะ follow twitter ที่ @ipattt ก็ยินดียิ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Sep 2010 03:36:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>กรณีศึกษาที่ 6 : One2Car ระบบต้องมาควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการบริการ</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/one2car/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/one2car/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 00:30:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business plactice]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=6285</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกนี้จะเขียนรวบกรณีศึกษา 2 อย่างเกี่ยวกับเว็บรถมือสอง โดยเอากรณีศึกษาที่ไทเกอร์เป็นที่ปรึกษาด้านเว็บไซต์ใหม่ให้กับ One2Car มารวมกับการเคยล้มเหลวจากการเป็น Partner เว็บไซต์รถมือสองแห่งหนึ่งในอดีต ซึ่งบทเรียนที่สำคัญคือ 1. ธุรกิจเว็บต้องมีการผลักดันอย่างเป็นเอกเทศและตั้งใจจริง 2.ระบบต้องมาคู่กับมาตรฐานใหม่ในการบริการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fone2car%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fone2car%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>บล็อกนี้จะเขียนรวบกรณีศึกษา 2 อย่างเกี่ยวกับเว็บรถมือสองครับ โดยเอากรณีศึกษาที่ไทเกอร์เป็นที่ปรึกษาด้านเว็บไซต์ใหม่ให้กับ One2Car มารวมกับการเคยล้มเหลวจากการเป็น Partner เว็บไซต์รถมือสองแห่งหนึ่งในอดีต</p>
<h2>เป็นที่ปรึกษาให้กับ One2Car</h2>
<p>เมื่อปีที่ผ่านมา TiGERiDEA ได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษา <a href="http://www.one2car.com">One2Car</a> ในการออกแบบเว็บไซต์ใหม่สร้างหน้าตาด้วย XHTML/CSS ทั้งในแง่ SEO และ VaiVaisoft จัดการในเรื่องระบบ โดยทางเราทำหน้าที่ Comment ทีมงาน IT และ Designer ของ One2Car เป็นจำนวนหลายครั้งและทำให้รู้จักทีมงานของ One2Car พอสมควร</p>
<h3>1. เป็นที่ปรึกษาด้านการดีไซน์และ Coding</h3>
<p>one2car มีทีมงานดีไซน์และทีมโปรแกรมเมอร์อยู่แล้ว เราจึงเข้าไปประชุมกับทีมงานและรับฟังข้อคิดเห็น/ตอบข้อซักถามต่างๆ ทั้งในด้าน Designและ Coding ซึ่งคุณเม่นทำในส่วนนี้ และส่วนของ Content ซึ่งผมรับผิดชอบ และพบว่าที่ผ่านมาในอดีต One2Car นั้นมีชื่อเสียงจาก Content ทีี่อยู่ภายในเว็บอย่างแท้จริง</p>
<div id="attachment_6286" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/08/one2car-comment.jpg" alt="ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow" title="ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow" width="400" height="391" class="size-full wp-image-6286"><p class="wp-caption-text">ลักษณะการคอมเม้นท์ดีไซน์และ flow</p></div>
<p>ในส่วนของการ Coding ทางทีมงาน IT ของ One2Car ได้ส่งตัวอย่าง Code มาให้ทางไทเกอร์และทางเราได้เขียนตัวอย่างของ Code กลับไป และมีการแนะนำในส่วนของ CSS , xml sitemap , และเทคนิค Auto generate เพื่อผลทาง SEO หลายประเด็น และมีการตรวจงานด้วยครับ นอกจากนั้นยังมี <a href="http://www.ipattt.com/2009/วิธีทำ-seo-2/">technics ด้าน SEO ในส่วนของ Content</a> ต้องขอขอบคุณทีมงาน One2Car ที่ให้ความไว้วางใจเราเป็นอย่างดีครับ</p>
<h3>2. VaiVaisoft คุณจ๋ง ดูแลเรื่องการแสดงผลต่างๆ</h3>
<p>การแก้ไขปัญหาและปรับปรุง ในด้านเทคนิคอ่านได้ที่ <a href="http://www.vaivaisoft.com/2010/08/one2car-and-the-slow-connection/">VaiVaisoft เขียนโดยคุณจ๋ง</a> )</p>
<h3>3. สรุปข้อคิดธุรกิจจาก One2Car</h3>
<p>บริษัทที่จะทำธุรกิจจากเว็บไซต์นั้น จะมีเพียงแนวคิดอย่างเดียวและจ้างคนอื่นมาทำเว็บไซต์ตามแนวคิดไม่ได้ ต้องมุ่งมั่นสร้างทีมมารองรับระบบสืบเนื่องจากเว็บและสร้างวัฒนธรรมทางธุรกิจบางอย่างด้วยจึงจะสำเร็จครับ One2Car ไม่เพียงสร้างระบบเว็บที่ดีในการขายรถมือสอง แต่ยังได้สร้างมาตรฐานการขายรถมือสองในตลาดขึ้นมาใหม่ ผลักดันให้เป็นจริงโดยพิจารณาจากโมเดลธุรกิจส่วนย่อยที่ไม่มี Conflict of interest ก่อนด้วยทีมงานหลายสิบคน ( โมเดลบางอย่าง เช่น ขายรถบ้าน กับ รถเต๊นท์ นั้นมี Conflict กันอยู่ ไม่สามารถนำมารวมกันได้ ) และมูลค่าธุรกิจคุณของจะแปรผันตรงกับมูลค่าตลาดที่คุณได้สร้างคุณค่าให้กับองค์รวมนั่นเอง</p>
<h2>กรณีศึกษา TiGERiDEA เคยเป็น Partner เว็บรถมือสองแห่งหนึ่งและล้มเหลวเมื่อปี 2007</h2>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน เราได้เป็น Business Partner กับบริษัทผู้ผลิต<strong>หนังสือรถยนต์มือสองแห่งหนึ่ง</strong> ตัวสัญญานั้นดีมากๆกับทั้งสองฝ่ายคือ ผมลงทุนเวลาส่วนหนึ่ง และยังได้ค่าพัฒนาเว็บไซต์อีก 300,000 บาท แถมถ้าเว็บไซต์นั้นสามารถสร้างรายได้ ผมก็ยังได้เปอร์เซ็นอีก 40% ดูเผินๆแล้วเป็นข้อเสนอที่ดีต่อบริษัททำเว็บอย่างผมเป็นอย่างยิ่ง เว็บไซต์นั้นมีประโยชน์กว่าหนังสือทั้งในแง่ความอัพเดท และการโชว์รูปรถยังโชว์ได้หลายมุมหลายแบบ การเซิร์ทประภทรถที่ต้องการก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ต่อมาทั้งผมและเม่นจึงได้โลดแล่นเพื่อผลักดันโมเดล Business เว็บรถมือสองกันอีกพักหนึ่ง เราได้ไปตามเต๊นท์รถแถวถนนวงแหวนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีซึ่งเป็นถนนแห่งเต๊นท์รถ และได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากความล้มเหลวครับ</p>
<h3>1. เต๊นท์รถนั้นถูกสร้างมาตรฐานการบริการไว้แล้ว</h3>
<p>หากดูเผินๆเมื่อเราต้องการจะสร้างเว็บซื้อขายรถมือสอง ถ้าเราคิดว่าเต๊นท์รถจะช่วยเราโดยการส่งรูป หรืออัพโหลดรูปรถของเค้าขึ้นเว็บเรา เมื่อขายได้จึงแบ่งเงินให้เรา อันนั้นคิดผิดถนัดครับเพราะในความเป็นจริง ขนาดทีมเรามีตากล้องออกไปช่วยถ่ายรูปรถให้ เต๊นท์รถยังถือว่าตนเองมีภาระในการเคลื่อนย้ายรถเพื่อให้เราถ่ายรูปได้ทุกมุมเลยครับ และสำหรับผู้ที่ได้สร้างมาตรฐานและวิธีการถ่ายรูปที่ดีโดยที่เต๊นท์รถไม่เหนื่อยมากทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือทีมงาน One2Car นี่เอง ทีมงานตากล้องจะมาเป็นเวลาที่แน่นอน ช่วยเต๊นท์รถเลื่อนรถ ถ่ายรูปให้ได้มุมมาตรฐานและรถดูชัดสวยน่าซื้อที่สุด นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานอีกหลายอย่างเช่นเรื่อง Sale และการเลือกรถขึ้นโชว์ การคิดค่าบริการปละบริหารอย่างคุ้มค่า ฯลฯ</p>
<h3>2. ระบบบริหารภายในของลูกค้าและธุรกิจหนังสือที่มีอยู่ ไม่เอื้อต่อการพัฒนา Business ใหม่</h3>
<p>เดิมทีลูกค้าเจ้านี้เป็นหนังสือซื้อขายรถยนต์มือสองที่ขายทั่วประเทศอยู่แล้ว มีพนักงานในบริษัทนับร้อยคน เมื่อธุรกิจหนังสือรถมือสองเริ่มหดตัวลงเพราะเว็บไซต์ที่กำลังมาแรง จึงบีบให้บริษัทนี้ต้องเร่งพัฒนาเว็บไซต์ ( ซึ่งต่างจาก One2Car ตรงที่ One2Car นั้นเป็นเว็บไซต์รถมือสองตั้งแต่แรกและไม่เคยเป็นหนังสือมาก่อน ) โดยในครั้งแรกยังคาดว่า หนังสือน่าจะเป็นจุดแข็งของเว็บไซต์เพราะสามารถลงโปรโมชั่นได้ทีเดียวทั้งสองทาง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจสองอันนี้ มี Conflict ต่อกันและกันอยู่ เพราะถ้าเว็บเกิด หนังสือก็จะต้องถอยไปในไม่ช้า</p>
<p>ในการปฎิบัติจริง ทีม Sales จะได้ค่าคอมมิสชั่นจากการหาลูกค้าซึ่งเป็นเต๊นท์รถมาลงหนังสือ และมีมาตรฐานชัดเจนเพราะหนังสือมีกลุ่มคนอ่านแน่นอน ดังนั้นถ้าเซลล์หารถมาลงได้เยอะหนังสือก็จะได้เงินจากพื้นที่โฆษณาเยอะและเซลล์ก็จะได้คอมมิสชั่นเยอะนั่นเอง พอเว็บไซต์เกิดขึ้นมาใหม่นั้นทำให้เซลล์ต้องหาข้อมูลใน format ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์โดยที่ยังไม่ได้คอมมิสชั่นเพิ่ม (เพิ่มงาน) และทีมช่างภาพจากเดิมที่ต้องถ่ายรูปรถแค่มุมเดียว กลับต้องถ่ายรูปหลายมุมเพิ่มเพื่อลงเว็บ และการถ่ายหลายมุมนั้นต้องขยับรถซึ่งไม่ง่ายเพราะต้องกำหนด Schedule กับเจ้าของเต๊นท์รถ กลายเป็นว่าอาจจะต้องไปสืบ Schedule การถ่ายรูปของทีมงานอื่นๆ (เช่นทีมตากล้องของ One2Car) เพื่อนำช่างกล้องมาให้ตรงเวลากันและขยับรถออกมาถ่ายรูปเพียงครั้งเดียว ทำให้ TiGERiDEA ไม่ได้รับความร่วมมือจากทีมงานภายในของลูกค้าในการส่งภาพรถมาเข้าระบบ</p>
<p>นอกจากนี้การเริ่มทำเว็บในครั้งแรกนั้นจะต้องมี Database รถยนต์จำนวนมากเข้ามาในเว็บก่อนในขณะที่เว็บไซต์รถที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เพียงอัพเดทรถใหม่หรือลบรถที่ขายไปแล้วที่มีวันละไม่กี่คันต่อเต๊นท์จึงถือว่าเป็น Barrier to Entry ที่สำคัญมากของเว็บไซต์รถยนต์มือสองที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นับแต่นี้</p>
<h3>3. ณ ขณะนั้น TiGERiDEA เองไม่มี Resource เพียงพอในการเสนอ Solution ผลักดันเพิ่มเติม</h3>
<p>ในด้าน technology เมื่อปี 2007 นั้น ทางไทเกอร์ยังไม่ได้ Research CMS มากมายนักแต่ก็ได้เลือก<a href="http://expressionengine.com/" rel="nofollow"> Expression Engine </a> เป็น CMS หลักในการพัฒนา ( ตอนนั้น <a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น</a> ยังไม่พูดถึง WordPress เลย ) และ<a href="http://www.jongblog.com">คุณจ๋ง</a>ก็กำลังจะออกจากไทเกอร์ไปทำบริษัทตัวเองพอดี ทางไทเกอร์จึงให้โปรแกรมเมอร์อีกคนซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันซึ่งเข้ามาเป็นพนักงานประจำในขณะนั้นเป็นผู้พัฒนาหลักในส่วนของ Programming เว็บไซต์นี้โดยให้คุณจ๋งเป็นที่ปรึกษา ทำให้การใช้ resource ของไทเกอร์ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร นอกจากนี้เมื่อพบปัญหาในส่วนของแรงผลักดันภายในระบบธุรกิจของลูกค้า ทีมงานไทเกอร์ก็ไม่มีคนเพียงพอที่จะเข้าไปเสริมทีมใหม่เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์เกิด</p>
<p>ในขณะนั้นไทเกอร์ลงทุนค่า Manday กับโปรเจ็คนี้ไปราวๆ เดือนละเกือบ 4 หมื่นบาท แต่ถ้าจะผลักดันธุรกิจนี้ให้เกิดต้องมีทีมรวบรวมรูปและทีมเซลล์ช่วยลูกค้าด้วย ดูแล้วไม่น่าต่ำกว่าเดือนละ 150,000 บาทในช่วง 3 เดือนแรกซึ่งเรารับภาระไม่ไหว</p>
<h3>4. จบสัญญากับลูกค้ารายนี้</h3>
<p>พอทั้งไทเกอร์และลูกค้าทำเว็บกันมาระยะหนึ่ง (ประมาณครึ่งปี) ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปและทางเลือกในการแก้ปัญหาธุรกิจเดิมที่ไม่ Support ได้ ซ้ำร้ายทีมตากล้องและเซลล์ของลูกค้าบางคนก็ลาออกเนื่องจากไม่พอใจที่ภาระงานเพิ่ม ทำให้ไทเกอร์ตัดสินใจคุยกับลูกค้าเพื่อยกเลิกสัญญานี้ไปโดยที่ได้เงินมาส่วนหนึ่ง จนกระทั่งได้เจอเบอร์หนึ่งอย่าง One2Car จึงเพิ่มความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจรถมือสองอย่างชัดเจนมากขึ้นในปี 2009</p>
<p>สำหรับ กรณีศึกษาอื่นๆของไทเกอร์ไอเดีย <a href="http://www.ipattt.com/tag/tigeridea/page/2/">ค้นดูได้ใน tag TiGERiDEA ครับ </a> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_5676" class="wp-caption alignnone" style="width: 126px"><a href="https://twitter.com/ipattt" rel="nofollow"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/05/follow.jpeg" alt="follow @ipattt" title="follow @ipattt" width="116" height="116" class="size-full wp-image-5676" /></a><p class="wp-caption-text">follow @ipattt</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/one2car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Super Vision ในธุรกิจทำเว็บ : ต้นทุนที่สูงที่สุดและอธิบายได้ยากที่สุด</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/super-vision/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/super-vision/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jul 2010 14:44:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>
		<category><![CDATA[VaiVaiSoft]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=1492</guid>
		<description><![CDATA[Super Vision นั้นเริ่มจากการพิจารณา Business Model ลูกค้าและ Requirement เริ่มต้นของลูกค้าอย่างถ่องแท้ และโน้มน้าวรวมทั้ง Educate ลูกค้าเพื่อให้เกิด Requirement ของเว็บไซต์ที่แท้จริง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsuper-vision%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsuper-vision%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>จากโพส <a href="http://www.ipattt.com/2009/quotation/">การคิดราคาเว็บ : ว่าด้วยความหมายใน Quotation/เปรียบเว็บกับบ้าน</a> จะเห็นได้ว่ามี<strong>ต้นทุน</strong>อันแรกเลยที่ค่อนข้างสูงชื่อ <strong>Super Vision</strong> อยู่ ต้นทุนนี้เหมือนจะเป็นต้นทุนแฝง แต่จริงๆเป็นต้นทุนหลักเลยใน<strong>ธุรกิจทำเว็บ</strong>ครับ  เพราะมักเป็น Man-day ของผู้บริหารซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุด</p>
<p>ลองพิจารณาเปรียบเทียบถ้าไทเกอร์ไอเดียทำเว็บ System ขนาดใหญ่ที่ทำให้บริษัทเอกชนที่ out source มาอีกที อาจมีการคิดราคา 1 ล้านบาทโดยแบ่งเป็น Implementation Cost  70% และ Super Vision cost 30% เพราะบริษัทเอกชน ( เช่น Orcsoft ) มีการ Analyse และแบ่งงานมาให้ก่อนหน้านี้แล้ว เปรียบเสมือนใช้ Super Vision มาให้บ้างแล้วนั่นเอง แต่อีกกรณีหนึ่งคือเว็บ Informative ของรัฐบาลที่มีราคา 1 ล้านบาทและไทเกอร์ไอเดียรับงานโดยตรง เราอาจจะแบ่งเป็น Implementation Cost  10% และ Super Vision cost 90% เลยทีเดียวครับ ถ้าพูดง่ายๆก็คือ ทำเว็บมันง่ายมากใช้ programmer มือใหม่ก็สามารถทำได้แต่ก่อนจะเกิดเว็บและจบเว็บได้มันยากมากเพราะต้องประชุมไปเป็นปีๆนั่นเอง</p>
<h1>Super Vision ในการพิจารณา Business Model ของลูกค้า และปรับใช้กับเว็บ</h1>
<p><strong>Super Vision</strong> นั้นเริ่มจากการพิจารณา Business Model ลูกค้าและ Requirement เริ่มต้นของลูกค้าอย่างถ่องแท้ และโน้มน้าวรวมทั้ง Educate ลูกค้าเพื่อให้เกิด Requirement ของเว็บไซต์ที่แท้จริง ซึ่งนอกจากการดีลงานครั้งแรกแล้ว Super Vision ยังต้องถูกใช้อยู่เรื่อยๆเมื่อลูกค้ามี Requirement ใหม่ๆ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการทาง Art Direction ที่เว็บไซต์ต่อไปครับ กระบวนการนี้ผมบอกได้ว่าคนเป็น Sale นั้นทำได้ยาก ต้องเป็นระดับผู้บริหารถึงจะทำได้ดี เพราะปกติเซล์ลจะเน้นการขายแต่ผู้บริหารจะเน้น win-win Situation มากกว่า ประกอบกับตามปกตินั้นมุมมองทางธุรกิจของ Sale นั้นมักไม่เทียบเท่าผู้บริหาร ( ยกเว้นโปรดักซ์เช่นเว็บสำเร็จรูปหรือ เว็บขายของสำเร็จรูปที่มีขอบเขตชัดเจนจะสามารถใช้เซลล์ขายได้ดี )</p>
<p><strong>ตัวอย่างคือ</strong>ถ้าลูกค้าโทรมาถามว่า อยากทำเว็บไซต์ เค้าเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบ OEM ( ส่งโรงงานรถยนต์ ไม่ได้ทำขายทั่วไป ) อยากปรับปรุงเว็บให้สวยเริดทันสมัย มีระบบการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ท มีเว็บบอร์ด และอยากทำ SEO ด้วยโดยให้ติดคีย์เวิร์ดประเภทเหล็ก ชิ้นส่วน และอยากได้ back-end พิเศษไว้บริหารงานของพนักงานหลังบ้าน นอกจากนั้นยังอยากทำระบบรับสมัครงานแบบบริหารได้ง่าย</p>
<p>ถ้าเป็นคุณจะคิดราคาเท่าไหร่ครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_confused.gif' alt=':?' class='wp-smiley' />  90,000 หรือ 150,000 หรือ 300,000 ถ้าดูจาก Manday แล้วน่าจะคิด 150,000 หรือไม่เพราะน่าจะใช้ Manday คนสองคนทำงานเป็นเดือน</p>
<p>แต่ทางที่ถูกจริงๆเราควรจะบอกลูกค้าว่า คุณเป็นธุรกิจแบบ B2B ( Business to Business )  ไม่ควรทำเว็บราคาสูงขนาดนี้ เพราะคุณมีลูกค้าในประเทศเพียงหลักสิบเท่านั้นเอง ( ซึ่งคุณก็รู้ scenario ของธุรกิจดีอยู่แล้วว่าต้องเข้าหาอย่างไร ) ส่วนระบบสั่งซื้อของลูกค้าเราก็ต้องถามว่าเค้ามีคนโอเปอเรชั่นหรือไม่หรือเค้าสั่งซื้อด้วยวิธีใดมาก่อน ลูกค้าคุ้นเคยแล้วหรือไม่ มีแบบฟอร์มหรือไม่  ส่วนการสั่งซื้อก็ควรใช้ Contact form ไม่ควรให้ซับซ้อนไปกว่านั้น และเว็บบอร์ด ( ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เหมาะกับองค์กรเลย ) เราก็ต้องบอกว่าเว็บบอร์ดจะมี spam มา ถ้าไม่มีคนดูแลก็ไม่ควรจะใช้เลย ไม่งั้นคุณก็จะโดน Viagra โจมตีได้ ^^ ,เรื่อง SEO เราไม่ควรทำขนาดนั้นเพราะถึงลูกค้าจะเจอก็มาซื้อไม่ได้อยู่ดี อย่างไรจะติดตั้งระบบ Blog แล้วถ้ามีบทความจะให้พนักงานของคุณเขียนก็ได้ซึงจะช่วยเรื่อง SEO ได้แน่นอนโดยไม่ต้องเสีย Manday เรามาก, ส่วน back end บริหารงานเราก็บอกว่าเราจะแนะนำของฟรีให้นะ ( หรือจ่ายนิดหน่อยก็ได้ ) เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ Build in อยู่ในเว็บเท่านั้นเอง ( เช่น <a href="http://taskfreak.com/">taskfreak</a> ) และเราจะให้คำแนะนำเรื่องการใช้ gmail ในการบริหารงานให้ได้ สุดท้ายคือระบบสมัครงานใช้เป็นโพสงานเอาก็พอ หรือจะไปพ่วง API กับ JobDB ไปเลยก็น่าจะได้ฟังก์ชั่นที่ดีกว่า</p>
<p>และราคาเราก็ให้เลือกสองเรทก็คือ 30,000 มี Template เดียว อบรมให้พนักงานลูกค้าใส่ข้อมูลเอง หรือจะเป็น 300,000 เราทำตาม Requirement ข้างบนให้ได้หมดแต่ไม่คุ้มคุณนะ ลูกค้าที่พอเข้าใจดีมักเลือกที่ราคา 30,000 ครับ ตัวอย่างเคสนี้ของ TiGERiDEA คือเว็บของบริษัท Vision Inform ลองคลิกที่รูปไปดูได้ครับ ช่วงนี้ลูกค้ากำลังแก้ข้อมูลทำให้เว็บดูเล็กๆ</p>
<div id="attachment_1514" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.visioninform.com/"><img class="size-medium wp-image-1514" title="super-vision" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/07/super-vision-600x343.png" alt="เว็บ Vision Inform ราคา 30,000 บาท ลูกค้าใส่ข้อมูลเองด้วย wordpress" width="600" height="343" /></a><p class="wp-caption-text">เว็บ Vision Inform ราคา 30,000 บาท ลูกค้าใส่ข้อมูลเองด้วย wordpress</p></div>
<p>ทีนี้ก็จะมีคำถามว่า เอ ทำไมเราไม่ทำตามที่ลูกค้าอยากได้ไปเลยล่ะ เราจะได้เงินเยอะๆ อันนี้จากประสบการณ์บอกได้เลยครับว่าเว็บจะเสร็จลงได้ด้วยดีหรือไม่นั้น ขึ้นกับ Drive ที่แท้จริงของลูกค้าที่ขึ้นกับ Value ของเว็บไซต์ต่อธุรกิจของเค้า และ Win-Win ระหว่างลูกค้ากับเราเป็นสำคัญครับ ถ้าเราคิดแพงและลูกค้ายอมให้เราทำงานนี้ ปัญหาจะตามมาหลังทำงานไปได้สักพักเพราะลูกค้าจะเริ่มฟุ้งไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่และเกิดการขอแก้ไปเรื่อยๆเพราะรู้สึกเองว่า&#8221;เว็บมันแพงถ้าทำได้แค่นี้จะไม่คุ้มที่จ่ายไป&#8221; บางทีการเว็บลากยาวไปเป็นปีใช้คนจำนวนมากจนแม้แต่เว็บราคา 300,000 เราก็ยังขาดทุนแน่นอนครับ ผิดกับที่เราเสนอแบบราคา 30,000 ไปครั้งแรกแล้วทำอาทิตย์เดียวจบเลย ลูกค้าจ่ายน้อยเราทำงานน้อย win-win แน่นอน</p>
<p>แต่ถ้าเราวิเคราะห์ Drive ของธุรกิจแล้วมีผลกับเว็บมากแน่นอนเช่นเว็บขายของออนไลน์ B2C ( ขายของสู่ end user ) หรือเว็บ Resort ขนาดเล็ก การทำเว็บจะมี value กับธุรกิจของเค้าอย่างมากแน่ ๆ เพราะฉนั้นเราก็สามารถที่จะคิดราคาสูงขึ้นได้ และลูกค้าจะถูกบีบให้จบด้วยตัวของเค้าเองเพราะว่าถ้าเว็บไม่เสร็จซักที ธุรกิจของเค้านั้นจะเสียหายเป็นมูลค่ามากกว่าบริษัทที่ทำเว็บไซต์หลายเท่าครับ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพิจารณา Model Business ทั้งหมดนี้ไม่สามารถใช้ได้กับการทำเว็บราชการ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  ที่ 90% ล้วนไม่มีความสมเหตุสมผล ไม่มีจุดหมายที่แท้จริง และที่สำคัญ ไม่มี Drive เลยแม้แต่นิดเดียว ! ( เอกชนจะพิจารณาที่ฟังก์ชั่นการบริการและจุดประสงค์ของเว็บมากกว่า Spec ของเว็บไซต์ ในขณะที่รัฐบาลจะพิจารณาที่ Spec ของเว็บแต่ไม่คำนึงถึงอย่างอื่นเลย )</p>
<h1>Super Vision ในการเจรจาและประชุมร่วมกันต่างๆ และ Project Management</h1>
<p>ในการทำเว็บแต่ละครั้ง เราต้องใช้เวลาไปกับการประชุมเจรจาปิดจบงานแต่ละช่วง เวลาในการรวบรวมข้อมูลต่างๆมากมาย บางทีต้องพูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาของลูกค้าเพื่อให้เค้าปฎิบัติในสิ่งที่เหมาะสมกับการ support ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งแนะนำการปรับโครงสร้างองค์กรของลูกค้าเช่นเว็บขายรถยนต์มือสองจะต้องมี Flow การทำงานของช่างภาพในการใส่ข้อมูลในเว็บที่มีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นงานด้านเว็บรัฐบาลบางครั้งเราต้องประชุมกับรัฐมนตรีหลายสิบคนที่เลขาของทุกคนมีเครื่องอัดเสียงทั้งหมดทำให้มีความรับผิดชอบในการนำเสนอสูงมาก <a href="http://www.ipattt.com/2009/4-recovery-present/">( ลองดูโพส เว็บรัฐบาล ประชุมใหญ่มาก )</a> จากนั้นกลับมาวางแผนการทำงานและกำลังพลเพื่อให้ได้ man-day ที่ match  กับ timeline ของการพัฒนาเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเจรจาและบริหาร man-day ในเวลาที่ cash flow ไม่ค่อยดีเพราะได้เงินช้าอีกด้วยครับ :p ( อันนี้เหนื่อยยยมาก ถ้าลูกค้าไหนจ่ายเงินช้าเราต้องบวกเยอะหน่อย )</p>
<div id="attachment_155" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/03/photo-40.jpg"><img class="size-full wp-image-155" title="photo-40" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2009/03/photo-40.jpg" alt="ประชุมใหญ่และมีความรับผิดชอบขนาดนี้น่าจะมีเบี้ยประชุมซักครั้งละ 20,000" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">ประชุมใหญ่และมีความรับผิดชอบขนาดนี้น่าจะมีเบี้ยประชุมซักครั้งละ 20,000</p></div>
<p>นอกจากนี้ลูกค้ามักเริ่มต้นอยากทำเว็บโดยมีความไม่รู้ในเรื่องต่างๆอยู่ด้วย ความไม่รู้เป็นบ่อเกิดสำคัญแห่งการทำงานสูญเปล่าในธุรกิจทำเว็บ ในกรณีนี้ AE ควรที่จะวางแผนการ Educate ลูกค้าไว้ด้วยเช่นกันเป็นลำดับขั้นไปเพราะการอธิบายด้วยปากเปล่ามักไม่ได้ผลครับต้องให้ลูกค้าเห็นเองจากเว็บหรือจาก Reference ต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ยุคสมัยของ CMS นั้นได้ช่วยเหลือธุรกิจทำเว็บในด้านนี้อยู่มากทีเดียวเพราะลูกค้าสามารถเห็นผลได้ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือรูปภาพต่างๆ รวมทั้งระบบ Revision ก็สามารถดึงงานเก่าขึ้นมาเปรียบเทียบได้ด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตามการเจรจานี้เป็นทักษะเฉพาะตัวของ AE ครับ แต่เท่าที่ทราบก็คือถ้าเรารู้ลึกเกี่ยวกับสถานะของลูกค้าเท่าไหร่ ผลการเจรจามักจะออกมาเป็นที่พอใจหรือโน้มน้าวได้มากกว่าการเจรจาโดยไม่รู้จักลูกค้าเลยแน่นอน นอกจากนั้นถ้าเรามีความรู้อะไรควรให้ลูกค้าที่เป็นผู้บริหารได้ทราบทั้งหมดเพราะความรู้ของเราที่ให้กับลูกค้าทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้นนั่นเอง <a href="http://www.ipattt.com/2009/ผู้ประกอบการ/">ลองอ่านข้อ 7 ในโพส คุณอยากเป็นผู้ประกอบการใช่ไหม</a></p>
<hr/>
<p>สำหรับ Agency ชื่อดังทั้งหลายที่ส่งต่องานมาให้เรา ( ทั้งงานเว็บและครีเอทีฟ ) บางครั้งเหล่า production จะชอบบ่นกันว่าทำไมเค้าถึงเอาเปอร์เซ็นเยอะ แม้กระทั่งบางครั้งงานที่ส่งลูกค้ามีมูลค่านั้นเป็นหลายเท่าของงานที่เค้าส่งต่อมาให้เรา ในกรณีนี้ต้องพิจารณาด้วยครับว่าเค้าเอาเปอร์เซ็นในการดีลงานกรณีไหน โดยจะมีความแตกต่างกันอยู่ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. โยนให้เราทำงานเลย ส่งในนามของเราด้วย เค้าไม่ช่วยคิด อย่างนี้คือส่งต่องานให้และตัดหัวคิวเป็นค่า Sale อย่างเดียว เรามา Manage งานเอง อย่างนี้เค้าไม่ควรตัดหัวคิวมากเกินไป</p>
<p>2. โยนให้เราทำงานเลย ในนามของ Agency เอง เค้าไม่ช่วยคิดแต่ช่วย prove อย่างนี้จะมีค่าความเสี่ยงของแบรนด์เค้าด้วย อย่างไรก็ตามให้ระมัดระวังการดีลว่าเราร่วมคุยกับลูกค้าด้วยหรือไม่ ในกรณีแก้เยอะจะรับผิดชอบฝ่ายไหนอย่างไร จะคิดเหมารวมแก้ทั้งหมดหรือไม่หรือคิดเป็นครั้งๆตาม Man-day</p>
<p>3. เค้าใช้ Super Vision และให้เราทำงานตามสั่งและ prove ด้วย อย่างนี้จะมีทั้งค่า Super Vision+Brand+หัวคิว ให้ระมัดระวังการดีลเช่นเดียวกับข้อสอง แต่เราซึ่งเป็น Production จะได้เงินน้อยแน่นอนเค้าต้องเตรียมให้หมด อย่างไรก็ตามการตามงานก็ต้องให้ชัดเจนทั้งสองฝ่าย ทำงานเหมือนเป็นทีมเดียวกันถึงจะเสร็จเร็ว</p>
<p><strong><em>ถ้าเห็นว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกดโหวตที่รูปด้านล่างด้วยนะครับ 1 วันต่อหนึ่ง ครั้้งก็ได้จ้า !</em> <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </strong></p>
<p><a href="http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com" rel="nofollow"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/voteblog.jpg" alt="vote ipattt blog 1" title="vote ipattt blog 1" width="400" height="125" class="alignnone size-full wp-image-6174" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/super-vision/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เป็นที่ปรึกษาทีมงานทำเว็บกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/ministry-science/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/ministry-science/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2010 20:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=6067</guid>
		<description><![CDATA[จะทำเว็บอะไร ให้ใครดู? คนมาดูอยากดูอะไร? สิ่งที่อยากโชว์มันคืออะไร? อะไรคือสิ่งเด่นๆ ที่ควรโชว์? แม้แต่คณะกรรมการที่ทำเองก็ยังตอบได้ยาก และในส่วนของผลงานเด่นๆ สำคัญๆ ของกระทรวง ก็ยังไม่ค่อยมีครับ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fministry-science%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fministry-science%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ได้รับการติดต่อผ่านมาจากที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นทีมที่ปรึกษาในการทำ<a href="http://www.most.go.th/main/" rel="nofollow">เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</a>และ<a href="http://www.most.go.th/main/index.php/web-link.html" rel="nofollow">เว็บไซต์ในเครือ</a>ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p>
<div id="attachment_6070" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/ministry-science.jpg" alt="ห้องประชุม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" title="ห้องประชุม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" width="600" height="450" class="size-full wp-image-6070" /><p class="wp-caption-text">ห้องประชุม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p></div>
<h2>จากการคอมเม้นท์เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</h2>
<p><a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น</a>พบว่าเว็บไซต์มีปัญหาดังนี้<br />
<div id="attachment_6072" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/science2.jpg" alt="เว็บไซต์เก่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" title="เว็บไซต์เก่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" width="600" height="346" class="size-full wp-image-6072" /><p class="wp-caption-text">เว็บไซต์เก่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p></div></p>
<p>1. Navigation ซ้ำซ้อน บนและข้าง ไม่รู้ควรคลิกหรือดูอะไรบ้าง<br />
2. ข้อมูล เป็นมุมมององค์กรล้วนๆ ไม่ใช่มุมมองคนเยี่ยมชม ประเด็นนี้ต้องคิดเยอะมากว่าคนเข้ามามีประเภท ไหนบ้าง? และต้องการเข้ามาทำอะไรบ้าง?<br />
3. เมนูซ้ายล่าง ผลงานกระทรวง &#8211; เข้าใจยากมากว่าคืออะไร จะสื่ออะไร ให้ใคร โครงการสำคัญ ต่างกับ ผลงานเด่นอย่างไร?<br />
4. ข่าวกับคลังภาพ/สื่อมัลติมีเดีย &#8211; ไม่ควรแยกกัน เพราะข่าวแต่ละข่าวก็มักมีภาพ/วีดีโอ<br />
5. ข่าวและข่าวของหน่วยงานย่อยๆ ทั้งหลาย น่าจะจัดการอีกนิด เช่นไว้เมนูเดียวกัน หรือไม่ก็แยกให้เห็นเลยว่า มีหน่วยงานย่อยอะไรบ้าง และมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง<br />
ฯลฯ</p>
<p>จะทำเว็บอะไร ให้ใครดู? คนมาดูอยากดูอะไร? สิ่งที่อยากโชว์คืออะไร? อะไรคือสิ่งเด่นๆ ที่ควรโชว์? คำถามเหล่านี้แม้แต่คณะกรรมการที่ทำเองก็ยังตอบได้ยาก และในส่วนของผลงานเด่นๆ สำคัญๆ ของกระทรวง ก็ยังไม่ค่อยมีครับ ดังนั้นคณะกรรมการจึงต้องพิจารณากันถึงจุดนี้ด้วย</p>
<h2>ปัญหาของเว็บสิ่งสำคัญไม่ใช่วิธีคิดในการทำเว็บแต่กลับเป็นวิธีคิดของระบบราชการ</h2>
<p>เว็บนั้นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าเราต้องการให้ผู้ใช้กลุ่มไหนดู ถ้าเป็นหน่วยงานต่างๆจะต้องพรีเซ้นท์อย่างไร ควรทำเป็นแฟ้มเอกสารหรือไม่ หรือว่าควรจะทำเพียงสิ่งที่น่าสนใจจุดเดียวในแต่ละวันเพื่อผู้เข้าชมทั่วไป</p>
<p>วิธีง่ายๆที่จะดูว่าเว็บใช้ประโยชน์กับบุคคลทั่วไปได้หรือไม่คือการให้บุคคลทั่วไปลองหาเวลาเปิดปิดของส่วนราชการนั้นในเว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะไม่มีหรือหายากมาก หน่วยงานบางส่วนก็ย้ายข้อมูลนี้ไปอยู่ในเมนูของฝ่ายประชาสัมพันธ์แทนที่จะอยู่หน้าแรก อันเป็นแนวคิดของโครงสร้างองค์กร ไม่ใช่แนวคิดของ User View</p>
<p>โดยส่วนมากเว็บราชการจะเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆและทุกหน่วยงานก็อยากมีภาพหรือลิงก์ของตนเองขึ้นที่หน้าแรก ทำให้เว็บไซต์ต้องออกมารกมากๆอยู่แล้ว เปรียบเหมือนเราเดินเข้าประตูหน้าบ้านแล้วเจอทั้งบันได ห้องเก็บของ ส้วม เตาแก๊ส ตู้เย็น เก้าอี้รับแขก ฯลฯ อยู่ในห้องๆแรกนั่นเอง ลองอ่าน <a href="http://www.ipattt.com/2009/quotation/">เปรียบเทียบเว็บไซต์กับบ้าน</a> และ<a href="http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/">การประชุมหลายฝ่ายยิ่งทำให้เว็บแย่ลง</a></p>
<p>เว็บไซต์ของ White House ในส่วนที่ใกล้เคียงกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลองดูที่ <a href="http://www.whitehouse.gov/administration/eop/ostp" rel="nofollow">http://www.whitehouse.gov/administration/eop/ostp<br />
</a> จะเห็นว่าคล้ายเว็บชั้นนำทั่วไปคือมีจุดสนใจจุดใหญ่จุดเดียว ส่วนผู้ที่ต้องการดูเชิงลึกสามารถดูข้อมูลถัดลงมาด้านล่าง และผู้ที่เข้าเป็นประจำสามารถดูลิงก์จาก Site Map ด้านล่างสุดได้ทันที</p>
<div id="attachment_6071" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/07/science.jpg" alt="เว็บไซต์ science ของ Whitehouse จะมีจุดสนใจเพียงจุดเดียวในหนึ่งช่วงเวลา" title="เว็บไซต์ science ของ Whitehouse จะมีจุดสนใจเพียงจุดเดียวในหนึ่งช่วงเวลา" width="600" height="347" class="size-full wp-image-6071" /><p class="wp-caption-text">เว็บไซต์ science ของ Whitehouse จะมีจุดสนใจเพียงจุดเดียวในหนึ่งช่วงเวลา</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/ministry-science/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Personal Social Media Management Consulting by TiGERiDEA</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/social-media-management/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/social-media-management/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 19:02:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4084</guid>
		<description><![CDATA[TIGERiDEA ทำระบบขึ้นมาและขณะนี้ก็พร้อมให้บริการ Personal Social Media Management  จุดแข็งของเราเป็นทีมงาน Copywriter ที่ทำงานด้วยกันมานานและได้รับการฝึกฝนให้สามารถเขียนในแบบที่ตรงตามมาตรฐาน SEO และ Project manager ที่มีประสบการณ์ทำงานในธุรกิจ Copywriter ครับ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsocial-media-management%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsocial-media-management%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>[blog ประชาสัมพันธ์งาน TIGERiDEA ครับ]</p>
<p>ด้วยความที่ช่วงนี้มีผู้บริหารหลายท่าน<a href="http://www.ipattt.com/2009/ipattt-moderator-cio16/">ได้ไปงาน #CIO16 </a>ครั้งที่ผ่านมา ผมเองก็ได้เสวนาไว้ว่าอยากให้ผู้บริหารในแต่ละสาขาได้เข้าสู่โลกของ Social Media แบ่งปันความรู้สู่สังคมเพื่อทำให้สังคมดีขึ้นครับ และยังมีโอกาสได้เพิ่ม Channal ในการสื่อสารกับโลกภายนอกเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าในยุคที่พ่อแม่สมัยใหม่ Search Google กันหมดแล้ว การมี<strong> Asset Online ที่มีคุณค่า</strong>จะทำให้เพิ่มพื้นที่ในการถูกค้นหาโดย Google ได้มากขึ้นครับ </p>
<p>แต่ปัญหาคือ ทุกคนที่ได้ยินได้ฟังคำว่า Social Media อยู่ทุกวันนั้นสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ติดกั้นกำแพงความคิดที่ว่า ไม่มีเวลา ไม่มีสมาธิ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ผลักดันให้ <a href="http://www.tigeridea.com/" rel="nofollow">TIGERiDEA</a> ทำระบบขึ้นมาและขณะนี้ก็พร้อมให้บริการ จุดแข็งของเราเป็นทีมงาน Copywriter ที่ทำงานด้วยกันมานานและได้รับการฝึกฝนให้สามารถเขียนในแบบที่ตรงตามมาตรฐาน SEO และ Project manager ที่มีประสบการณ์ทำงานในธุรกิจ Copywriter ครับ นอกจากนั้นเรายังมีความชำนาญในระดับต้นๆในเรื่อง WordPress Systems ด้วยเช่นกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามในต่างประเทศนั้นมีบริษัทที่รับทำ Social Media Service เป็นจริงเป็นจังมากเช่นกัน นั่นเป็นเพราะตลาดต่างประเทศนั้นใหญ่ พื้นที่ในอินเตอร์เน็ทก็มีการแข่งขันกันมาก ส่วนประเทศไทยหลายๆคนยังไม่เห็น Social Media เป็นรูปธรรมเท่าไหร่ จนกระทั่งธุรกิจตนเอง&#8221;เข้าตาจน&#8221; และโดนรุกล้ำมามากแล้วถึงเริ่มต้นที่จะคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง กับ Online ซะแล้ว และในขณะนั้นผู้ที่นำไปก่อนก็สร้างเกราะป้องกันและวัฒนธรรม Online ไว้แล้วจึงยากแก่การเข้าไปแข่งด้วย ตัวอย่างของเว็บไซต์รถยนต์ที่เป็นอันดับหนึ่งของ Keyword &#8220;รถมือสอง&#8221;ในขณะนี้ เมื่อหนังสือรถมือสองชั้นนำรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วที่จะแข่งขันด้วยครับ</p>
<p><div id="attachment_5689" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/05/social-media-copywriter-600x561.jpg" alt="Social Tools มีหลายตัว แต่กลไกสำคัญอยู่ที่ social media copywriter" title="Social Tools มีหลายตัว แต่กลไกสำคัญอยู่ที่ social media copywriter" width="600" height="561" class="size-medium wp-image-5689" /><p class="wp-caption-text">Social Tools มีหลายตัว แต่กลไกสำคัญอยู่ที่ social media copywriter</p></div><br />
ภาพจาก <a href="http://compassioninpolitics.wordpress.com/2009/06/08/40-recommended-social-media-consultantsexperts/" rel="nofollow">compassioninpolitics</a></p>
<p>Social Media นั้นมีหลายอย่าง หากต้องการดูทุกประเภทสามารถดูได้ในโพสก่อนหน้านี้ของผม<a href="http://www.ipattt.com/2009/social-media/"> Social Media คืออะไร</a> ซึ่งจะมี Tools หลายอย่างให้เลือกใช้ แต่แน่นอนว่าจะสร้าง Content ที่ดี (ตัวอักษร ภาพ วีดีโอ )ป้อนเข้าไปด้วยเช่นกันครับ ซึ่ง Social Tools ที่ผมแนะนำเป็นตัวหลักๆของไทยนั้นได้แก่</p>
<h2>Social Tools เบื้องต้นที่สำคัญ และแนะนำให้ควรทำ</h2>
<h3>Twitter </h3>
<p>ส่วนตัวอย่างของ  twitter นั้นผู้ที่เล่นมานานมีแนวโน้มได้เปรียบเรื่องจำนวน followers ประเภท Active ที่เยอะมากกว่า, twitter ยังเปรียบเสมือนกระบอกเสียงเร่งด่วนทาง Social Media สำหรับผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคมอยู่แล้วอีกด้วยครับ  ปัจจบัน twitter เริ่มเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจะแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่มีคุณวุฒิที่เหมาะสมก็สามารถที่จะเปิดตัวเองได้ไม่แพ้คน IT ที่เล่นมานานเช่นกัน</p>
<p>twitter ในไทยเองก็เริ่มมีวัฒนธรรมของตัวเองบางส่วนแล้วด้วยเช่นกัน ลักษณะการ  tweet ที่เหมาะสมจะสร้างความชื่นชอบแก่ follower ได้มากกว่า, การแสดง Leadership , การให้และรับความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา ส่วนการขายของอย่างเดียวนั้นแน่นอนว่าจะสร้างความรำคาญแน่นอน ประการต่อมาคนทั่วไปนิยม follow ตัวบุคคลที่มีรูปชัดเจน Bio ชัดเจน และมีลิงก์ที่มาที่ไป มากกว่าเป็น twitter ขององค์กรหรือคนที่ห่วงเรื่อง Security ของตนมากเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม twitter ของ Brand บางประเภทก็มีเช่นกัน และควรมีการกำหนดนโยบายในการ tweet ทั้งเรื่องเวลาในการ tweet และเนื้อหา</p>
<h3>facebook </h3>
<p>facebook คือ Social Tools ที่อยู่ในส่วนของ Social Networks อย่างแท้จริง มันตอบสนองการมีความสัมพันธ์ของมนุษย์และการนัดหมายต่างๆได้ดีมาก นอกจากนั้นยังสามารถที่จะทำการสร้างหน้าโฆษณาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่น่าจะสนใจได้ด้วยครับ (คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาได้ ไม่ใช่โฆษณาทิ้งขว้าง) คนที่มีชื่อเสียงหลายคนมีการสร้าง page ไว้และสามารถที่จะแจ้งข่าวผู้ติดตาม และสร้างกิจกรรมได้โดยง่ายดาย ตัวอย่างของผู้ที่มีชื่อเสียงเช่นคุณ กรณ์ ได้สร้างหน้า facebook ไว้และมีผู้มาร่วมแสดงความคิดเห็นหลายพันคน ปรากฎว่าหน้า facebook ของคุณกรณ์นั้นมีคนเข้าเยี่ยมชมยิ่งกว่า<a href="http://www.korndemocrat.com/th/home.html" rel="nofollow">เว็บไซต์ของคุณกรณ์เสีย</a>อีกครับ </p>
<h3>WordPress Blog and Website</h3>
<p>วิธีที่ดีที่สุดในการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาต่างๆของเรา และการแชร์ความรู้ของเราสู้โลกกว้างครับ Blog นั้นเป็นส่วนที่สำคัญมาก ( Critical Part of Social Tools) ในการเริ่มต้นกระโดดสู่ Social Marketing ส่วน <a href="http://wordpress.org/" rel="nofollow">WordPress</a> นั้นก็เป็น Content Management Platform ที่ดีมากสำหรับเว็บไซต์ของธุรกิจอีกด้วย (ลองคิดถึงระบบที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมาหลายปีเพื่อที่จะให้เป็นระบบที่ง่ายกับผู้ผลิตคอนเท้นท์ที่สุด) ตัวเว็บ/บล็อกนอกจากดีด้วยตัวเองคือเนื้อต้องหาดีจนมีคนบอกต่อแล้วสิ่งสำคัญคือ Blog ควรเป็นมิตรกับ Google โดยเมื่อมีคนเซิร์ทสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเราก็จะสามารถเจอเราได้ด้วยความเข้มข้นของ KeyWord ที่อยู่ในเนื้อหาของเรานั่นเอง นี่ก็เป็นพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทางธุรกิจให้เราได้เช่นกัน </p>
<p>ในบล็อกสามารถที่จะมีสื่อ Digital ได้ทุกรูปแบบทั้งภาพและวีดีโอที่สามารถนำมาติดตั้งได้อย่างไม่ยากด้วย ตัวอย่างที่ดีมากคือบล็อกของผมเองนั้นสนับสนุนธุรกิจของไทเกอร์ไอเดียเป็นอย่างมากครับ และโพส &#8220;รับเล่นดนตรี งานแต่งงาน&#8221; ของผมนั้นจัดว่าเป็น &#8220;เว็บหน้าเดียว&#8221;ที่ทำรายได้ให้ผมอย่างมากมายด้วยลูกค้าที่เซิร์ท Google ด้วยคีย์เวิร์ด &#8220;วงดนตรี งานแต่งงาน&#8221; </p>
<h3>Youtube, Flickr</h3>
<p>Youtube เป็น search Engine ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกนะครับ หากมีกิจกรรมต่างๆก็สามารถนำมาเก็บไว้ที่นี่ได้ ในบางกรณีการเซิร์ทด้วยคีย์เวิร์ดเช่น วงดนตรี ก็สามารถที่จะเจอ Youtube ในผลการเซิร์ท Google เช่นกัน เช่นเดียวกับ Flickr ซึ่งเป็นเว็บเก็บรูป เมื่อเราใส่ tagและชื่อให้รูปที่อัพโหลดขึ้นไป ผู้ที่ Search รูป Category ต่างๆก็สามารถที่จะเจอรูปนี้ได้ครับ </p>
<h2>เลือกชื่อของเราใน Social NetWork </h2>
<p>Social Net Work ในโลกเรามีอยู่หลายตัวมากครับ ลองใช้ <a href="http://namechk.com/" rel="nofollow">http://namechk.com/</a> แล้วเลือก User Name ของคุณไม่ให้ซ้ำคนอื่น (แน่นอนว่า User Name ของเราควรจะตั้งให้เหมือนกันหมดในทุกๆ Social Tools) จากนั้นก็ลุยกันไปทีละตัวเลยครับ</p>
<p><H2>ตัวอย่าง สไลด์ Social Media Management in action</h2>
<p>ด้านล่างเป็น สไลด์ที่ผมพูดในงาน <a href="http://www.nectecacademy.com/smcon2010/" rel="nofollow">Social Media Conference </a>ถึงเคสที่เคย Implement Social Media จริงจากบริษัท TiGERiDEA สู่ลูกค้ารายต่างๆเพื่อให้ผู้ฟังสามารถปรับรูปแบบการนำเสนอสู่องค์กรของตนเองได้จริง</p>
<div style="width:425px" id="__ss_3553987"><strong style="display:block;margin:12px 0 4px"><a href="http://www.slideshare.net/iPattt/social-media-in-business-plactice" title="Social Media in business plactice">Social Media in business plactice</a></strong><object width="425" height="355"><param name="movie" value="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=smcon-pat-100325134022-phpapp01&#038;stripped_title=social-media-in-business-plactice" /><param name="allowFullScreen" value="true"/><param name="allowScriptAccess" value="always"/><embed src="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=smcon-pat-100325134022-phpapp01&#038;stripped_title=social-media-in-business-plactice" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="355"></embed></object>
<div style="padding:5px 0 12px">View more <a href="http://www.slideshare.net/">presentations</a> from <a href="http://www.slideshare.net/iPattt">Patchara Kerdsiri</a>.</div>
</div>
<h2>แนวทางการ Implement  SOCIAL MEDIA </h2>
<p>ในการเริ่มต้นที่จะทำการตลาดด้วย Social Media เราอาจไม่รู้ว่าจะลงทุนหรือใช้เวลาไปกับ Social Media ตัวไหนบ้างและเริ่มอย่างไร ? ดังนั้นถ้าคุณไม่ใช่คนที่&#8221;อิน&#8221;กับ Social Media อย่างน้อย 3 ตัวข้างต้น ก็ควรต้องเรียนรู้จากผู้ที่ใช้ Social Media เป็นประจำครับ ถ้าคุณไม่มีเวลาก็สามารถให้คนอื่นที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงและเข้าใจคุณเป็นอย่างดีดูแลให้ <strong>หรือจะฝึกอบรมเลขาฯที่ไว้ใจได้และมีความถนัดใน Social Network อยู่แล้ว</strong>ก็ได้ครับ อย่าลืมว่าผู้ที่ดูแล Social Network ให้คุณนั้นเปรียบเสมือนตัวคุณเองเป็นคนพูดออกมาและต้องรับผิดชอบคำพูดรวมทั้งคนๆนั้นจะกุม Password ของ Tools ต่างๆไว้ทั้งหมดจึงต้องไว้ใจและมีแรงจูงใจให้ทำจริงๆเท่านั้น</p>
<h3>IMPLEMENTATION GUIDELINES: </h3>
<p>เมื่อรู้ว่าควรจะทำอะไรบ้างแล้ว ก็ควรจะสร้างแนวทางการทำงาน โดยวางแผนให้ไปถึงวัตถุประสงค์และร่างกลยุทธในการนำเสนอสิ่งที่สังคมจะชอบ เราจะศึกษาว่ากรณีศึกษาใดที่น่าจะเหมาะกับกรณีของการทำงานกับลูกค้า </p>
<h3>SOFTWARE RECOMMENDATIONS: </h3>
<p>เราสามารถที่จะเลือก Tools ต่างๆท้้้งด้าน SEO และ Social Tools ให้เหมาะสมกับกรณีของลูกค้า จากทั้งหมดนับร้อย Tools</p>
<h3>SOCIAL MEDIA AUDIT: </h3>
<p>มีการวิเคราะห์อัตราการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และกำหนดกลยุทธ์ทั้งการสร้างโอกาสจากการนำเสนอเฉพาะกลุ่ม ( Niche ) หรือการวางกลยุทธ์ ในลักษณะ Main stream </p>
<h3>COMPETITIVE ANALYSIS: </h3>
<p>คอยพิจารณาคู่แข่งว่ามีการดำเนินการอะไรที่น่าสนใจบ้างด้าน Social Media ศึกษาและวางกลยุทธใหม่เพื่อให้สามารถตอบโต้ได้อย่างเป็นอย่างดี</p>
<h3>SOCIAL PROFILE CREATION: </h3>
<p>เราจะช่วยดูให้ว่าในท้องทะเลแห่งกระแส Social Media ลูกค้าควรจะเข้าไปที่กลุ่มใดเพื่อที่จะให้เกิดผลดีที่สุด และยังช่วยสร้าง social media profiles ของลูกค้าเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีการสื่อสาร 2 ทาง</p>
<h3>BLOG DESIGN, SETUP AND/OR OPTIMIZATION: </h3>
<p>blog ที่มีโครงสร้างไม่ดีจะไม่สามารถดึงดูดผู้อ่านและ Search Engine ได้ง่ายนัก เราจะหาโครงสร้างของบล็อกที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของลูกค้า   ไทเกอร์ไอเดียมีชื่อเสียงทั่วโลกจากการแจกธีมที่สร้างโดยคุณจักรกฤษณ์และทีมงาน มั่นใจเรื่องความสะดวก สวยงาม เรียบง่ายและ Search Engine Optimization ที่ได้รับการพัฒนามาแล้ว</p>
<h3>BLOG STRATEGY DEVELOPMENT: </h3>
<p>เราจะทำงานร่วมกันเพื่อที่จะสร้างเนื้อหาที่ดีในบล็อกของ corporate หรือ personal brand  ซึ่งรวมถึงการระดมความคิดจากลูกค้าเพื่อหา Keyword ในการนำเสนอแต่ละช่วง , สอนวิธีการโพสบล็อกที่ถูกต้องตามหลัก SEO ให้ลูกค้าหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไว้, หรือบริการเขียนให้ด้วยทีม Copy Writer ทีมงานศิษฐ์เก่าและคณาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์จุฬาฯ ที่ทำงานร่วมกับไทเกอร์ไอเดียมากว่า 5 ปี นอกจากนี้ไทเกอร์ไอเดียยังมี Project Manager ที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมงานด้าน Copy Writer ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะ</p>
<h3>WIDGET STRATEGY DEVELOPMENT: </h3>
<p>เรามีการติดตั้ง Widget หรือ ปุ่มลิงก์ Social Tools ที่เหมาะสมให้กับเว็บไซต์และบล็อก เพื่อที่จะดึง Social Media มาใกล้กลุ่มเป้าหมายที่สุด</p>
<h3>COMMUNITY BUILDING STRATEGY DEVELOPMENT: </h3>
<p>ศึกษาถึงวิธีและการสร้าง communities และวิธีการสร้างความสัมพันธ์</p>
<h3>COMMUNITY MONITORING: </h3>
<p>วิเคราะห์ผลตอบรับจาก communities  แนะนำสิ่งที่สำคัญ วิเคราะห์ว่าควรถอนหรือเพิ่มคีย์เวิร์ดใดๆ , ตอบสนองทั้งความเห็นด้านบวกและด้านลบ</p>
<h3>NEW HIRE REVIEWS: </h3>
<p>ถ้าคุณต้องการผู้ที่ชื่นชอบ brand ของตัวคุณ หรือสาวก เพื่อชักชวนมาทำกิจกรรมต่าง เราจะรีวิวกลุ่มและคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดมาเสนอคุณได้ </p>
<h2>ลูกค้าของเรา </h2>
<p>ลูกค้าเก่าที่ทำไปแล้ว ลองดูที่ <a href="http://www.tigeridea.com/" rel="nofollow">TIGERiDEA </a>ได้ครับ<br />
<a href="http://www.tmbbank.com/personal/index-en.php" rel="nofollow">TMB ธนาคารทหารไทยส่วน Custodian </a><br />
<a href="http://eng.ntc.or.th/" rel="nofollow">NTC กทช</a><br />
<a href="http://www.blognone.com/" rel="nofollow">Blognone</a><br />
<a href="http://www.doctorpoonsak.com/"rel="nofollow">doctorpoonsak</a><br />
<a href="http://www.ndmi.or.th/" rel=nofollow">Museum Siam</a><br />
<a href="http://www.devasom.com/" rel="nofollow">devasom</a><br />
<a href="http://www.one2car.com/" rel=nofollow">one2car</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/social-media-management/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำเว็บ pridi-phoonsuk</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/pridi-website/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/pridi-website/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 17:57:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[VaiVaiSoft]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=5593</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ชมบล็อกหลายคนคงเคยดูที่เว็บ TiGERiDEA  แล้วพบลิงก์ของเว็บ ปรีดี – พูนศุข ผมเองเงื้อง่าจะเขียนหลายทีแล้วแต่คิดว่าคน​ "ทำกับมือ" อย่างคุณจ๋งอธิบายได้ดีเป็นสไตล์เฉพาะตัวมากกว่าครับ และออกเป็นเชิง implement จริงๆไม่ใช่เชิงเทคนิค ดังนั้นขอเชิญคลิกที่รูปด้านล่างเข้าสู่บล็อกของคุณจ๋ง @warong ครับ :)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fpridi-website%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fpridi-website%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ผู้ชมบล็อกหลายคนคงเคยดูที่เว็บ <a href="http://www.tigeridea.com">TiGERiDEA</a> แล้วพบลิงก์ของ<a href="http://www.pridi-phoonsuk.org/">เว็บ<strong> ปรีดี – พูนศุข</strong></a> ผมเองเงื้อง่าจะเขียนหลายทีแล้วแต่คิดว่าคน​ &#8220;ทำกับมือ&#8221; อย่างคุณจ๋งอธิบายได้ดีเป็นสไตล์เฉพาะตัวมากกว่าครับ และออกเป็นเชิง implement จริงๆไม่ใช่เชิงเทคนิค ดังนั้นขอเชิญคลิกที่รูปด้านล่างเข้าสู่บล็อกของคุณจ๋ง @warong ครับ <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<div id="attachment_5594" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.jongblog.com/pridi-phoonsuk-and-web-design/"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/05/pridi-phoonsuk-600x319.jpg" alt="เว็บไซต์ pridi-phoonsuk คลิกที่รูปเข้าสู่วิธีการทำในบล็อกของ @warong" title="เว็บไซต์ pridi-phoonsuk คลิกที่รูปเข้าสู่วิธีการทำในบล็อกของ @warong" width="600" height="319" class="size-medium wp-image-5594" /></a><p class="wp-caption-text">เว็บไซต์ pridi-phoonsuk คลิกที่รูปเข้าสู่วิธีการทำในบล็อกของ @warong</p></div>
<p>หัวข้อที่น่าสนใจ<br />
<a href="http://www.ipattt.com/2009/technique/">เทคนิคการทำเว็บ ช่วยชาติ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/pridi-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอนการออกแบบ #Blognone ใหม่</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/blognone-design/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/blognone-design/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2010 18:08:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=5326</guid>
		<description><![CDATA[คุณ MK และ คุณ ลิ่ว ได้เกริ่นกับ คุณเม่น มานานแล้วเกี่ยวกับโปรเจ็คการดีไซน์ Blognone ใหม่ครับ และเมื่อทรัพยากรพร้อมจึงได้เริ่มทำงานกัน โปรเจ็คนี้นับว่าเป็นโปรเจ็คคาบเกี่ยวทั้งระหว่างช่วงก่อนคุณเม่นแต่งงานและหลังแต่งงานเรียบร้อยแล้ว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fblognone-design%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fblognone-design%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://www.isriya.com/">คุณ MK</a> และ <a href="http://lewcpe.com/blog/">คุณ ลิ่ว</a> ได้เกริ่นกับ <a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น </a>มานานแล้วเกี่ยวกับโปรเจ็คการดีไซน์ <a href="http://www.blognone.com/">Blognone </a>ใหม่ครับ และเมื่อทรัพยากรพร้อมจึงได้เริ่มทำงานกัน โปรเจ็คนี้นับว่าเป็นโปรเจ็คคาบเกี่ยวทั้งระหว่างช่วงก่อนคุณเม่นแต่งงานและหลังแต่งงานเรียบร้อยแล้ว <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  สำหรับการดีไซน์ใหม่นั้นมีการศึกษาและพูดคุยกันพอสมควรก่อน จากนั้นคุณเม่นจึงลงรายละเอียดตามนี้ครับ</p>
<h2>การดีไซน์ Blognone</h2>
<h3>1. คุณเม่นพยายามใช้รูปให้น้อยที่สุด</h3>
<p>ที่เห็นน่าจะมีแค่รูปที่เป็น เมนู โดยใช้ฟ้อนท์ที่เห็น และใช้ซ้ำตอนเป็น Side Header ต่างๆ, รูป Gradient BG ของ Header, โลโก้, ลูกศร, bullet นอกนั้นจะใช้ CSS3  ทั้ง text-shadow, border-radius, box-shadow ซึ่ง Browser ส่วนใหญ่รองรับหมดแล้ว และหากไม่รองรับ ก็ยังอ่านรู้เรื่อง แค่ไม่เนียนกิ๊ก</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้ CSS3 เพื่อสร้างกราฟฟิคเหล่านี้ทำให้ภาพรวมดูสวยงามโดยไม่ต้องสร้างออกมา คือไม่ต้องใช้รูปจริง เช่นพวกขอบโค้งต่างๆ หรือเงาของปุ่มในส่วนของ Navigation ,รูปประจำข่าว และอื่นๆ ทำให้รูปที่ดูเหมือนจะใหญ่ในเว็บนี้จริงๆมีขนาดทั้งหมดไม่เกิน 60k ทำให้โหลดเร็วขึ้น โดยคุณเม่นออกแบบในสิ่งที่ &#8220;ควรจะเป็น&#8221; และ Match กับ Drupal พอดี</p>
<h3>2. หน้าแรกคือ &#8220;blog&#8221;</h3>
<p>(ไม่อยากใช้คำว่า News เพราะเว็บชื่อ blognone) จะเห็นว่าตัวอย่างแรกลอก Arstechnica มา ครั้งแรกทีมก็คิดว่าจะทำเป็นเว็บเต็มรูปแบบแต่ไปๆมาก็คงรูปแบบ Blog เหมือนเดิม เพราะเห็นด้วยกับ <a href="http://www.usably.net/?p=534">http://www.usably.net/?p=534</a></p>
<h3>3. มีการปรับโทนสีให้วัยรุ่นขึ้นอีกนิด</h3>
<h3>4. เสนอ CI ใหม่ คือสีแบบนี้ กับฟ้อนท์ TitilliumMaps26L ซึ่งฟรี</h3>
<h3>5.ใช้เรื่อง Pixel Perfect ในการดีไซน์</h3>
<p>ซึ่งเป็นสไตล์ของคุณเม่นและไทเกอร์ไอเดียอยู่แล้ว</p>
<div id="attachment_5370" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/pixel-prefect.png" alt="การดีไซน์เก็บกิ๊กในระดับ pixel-prefect สไตล์ TiGERiDEA" title="การดีไซน์เก็บกิ๊กในระดับ pixel-prefect สไตล์ TiGERiDEA" width="600" height="600" class="size-full wp-image-5370" /><p class="wp-caption-text">การดีไซน์เก็บกิ๊กในระดับ pixel-prefect สไตล์ TiGERiDEA</p></div>
<h3>6.มีการออกแบบด้วยแนวคิดของ Drupal</h3>
<p>ซึ่ง Drupal จะพ่นค่าเป็นกลุ่มของตัวแปร หรือออกมาทั้งบล็อก จึงต้องมองกราฟฟิคทั้งหลายอยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันไม่สามารถแยกอิสระได้ (ในขณะที่ WP พ่นมาเป็นตัวเป็นชิ้น ทำได้ง่ายและอิสระกว่า)</p>
<h2>Blognone ดีไซน์แรก</h2>
<div id="attachment_5328" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/blognone-web-r0.jpg"><img class="size-medium wp-image-5328 " title="Blognone R0" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/blognone-web-r0-600x639.jpg" alt="Blognone R0" width="600" height="639" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R0</p></div>
<p>ดีไซน์แรกด้านบน คุณลิ่วเตือนว่าคุณเม่นยังไม่ได้ใส่ banner ขนาด Leatherboard ด้านบน หลังจากพิจารณาแล้วก็เลย Confirm ใส่ Leatherboard ขนาด 728 x 90 pixel</p>
<h2>Blognone Revision1</h2>
<div id="attachment_5327" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r1a.jpg"><img class="size-medium wp-image-5327 " title="Blognone R1A" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r1a-600x693.jpg" alt="Blognone R1A" width="600" height="693" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R1A ยังไม่ได้ Login</p></div>
<div id="attachment_5329" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r1b.jpg"><img class="size-medium wp-image-5329 " title="Blognone R1B" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r1b-600x693.jpg" alt="Blognone R1B" width="600" height="693" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R1B เมื่อ Login แล้วจะพบชื่อ user มุมบน</p></div>
<p>พอปรับให้มี ad ก็ต้องปรับเลื่อนเมนูลงมา จะเห็นว่าต้องพิจารณาเรื่องชื่อ Writer  username ของ Writer/Contributor ที่ยาวที่สุดใน blognone (bow_der_kleine ) เพราะมันอาจทำให้พื้นที่ชื่อผู้เขียนข่าวดูไม่สวยได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คุณ MK พบว่าส่วนของ user menu เนื้อที่ค่อนข้างจำกัด เพราะเมนูของ Drupal ค่อนข้างเยอะและให้ไอเดียตัวอย่างเช่นใช้ javascript ทำเป็น dropdown</p>
<p>และมีอีกโจทย์ คือ content ชิ้นที่เป็น features (sticky ในปัจจุบัน) <strong>จะทำอย่างไรให้แยกจาก content ปกติ</strong> ( เช่นอย่างของ ars นั้นแยกด้วยสี )</p>
<h2>Blognone Revision2</h2>
<div id="attachment_5330" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r2a.jpg"><img class="size-medium wp-image-5330 " title="Blognone R2A" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r2a-600x693.jpg" alt="Blognone R2A" width="600" height="693" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R2A</p></div>
<div id="attachment_5331" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r2b.jpg"><img class="size-medium wp-image-5331 " title="Blognone R2B" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r2b-600x693.jpg" alt="Blognone R2B" width="600" height="693" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R2B</p></div>
<p>คุณเม่นออกความเห็นว่าถ้าทำ javascript น่าจะไม่เหมาะกับชาว Geek เลยลองทำกล่องมา มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนลงโฆษณาเล็กน้อย เพราะตำแหน่งโฆษณาจะเปลี่ยน แต่ถ้ารับได้ วิธีนี้สะดวกกว่า (ลองดูรูป Blognone R2B ด้านบน )</p>
<p>ส่วนเรื่อง featured item คุณเม่นทำมาให้ 2 สี สีชมพูและสีฟ้า เผื่อสีฟ้าเอาไปใช้กับ advertorial   (ถ้าไม่ชอบ badge แบบแถบข้างก็ตัดออกได้)</p>
<p>คุณเม่นมีคำถามเพิ่มว่าด้านข้างจะมีกล่องอะไรบ้าง จะได้เตรียม text ให้ถูก และยังคิดไปถึง icon เพราะถ้าเยอะกลัวมันน่าเบื่อซะก่อน</p>
<p>ส่วนชื่อ Writer ที่มี icon ต้องดูว่าจะ overflow:hidden ทำให้ text ขาดไปนิดหน่อย หรือจะเลือกขึ้นบรรทัดใหม่</p>
<h2>Blognone Revision3</h2>
<div id="attachment_5333" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/blognone-r3.jpg"><img class="size-medium wp-image-5333 " title="Blognone R3" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/blognone-r3-600x792.jpg" alt="Blognone R3" width="600" height="792" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R3</p></div>
<p>จากนั้นจากการทำประชาพิจารณ์ใน Blognone ก็ได้คอมเม้นท์อีกมากมายลองดูที่ <a href=" http://www.blognone.com/node/15598 "> http://www.blognone.com/node/15598 </a> คุณ MK ได้ช่วยสรุปให้</p>
<p>- logo เอาของใหม่ที่คุณเม่นทำมา<br />
- กติกาในช่องคอมเมนต์ แบบข้างดีแล้ว<br />
- เรื่องภาพในหน้าแรกก็ตามที่คุณเม่นออกแบบ เดี๋ยวเรื่องระบบจัดการภาพ ค่อยไปว่ากันอีกทีตอนลงมือทำ</p>
<h3>และคอมเม้นท์ของคุณ MK เอง</h3>
<p>- รายละเอียดของผู้เขียน (ชื่อ+badge) อยู่ไม่ตรงที่กันในทั้งสองหน้า<br />
- เช่นเดียวกับจำนวนครั้งในการอ่าน หน้าแรกกับหน้าในอยู่คนละที่<br />
- read more น่าจะอยู่ด้านขวาสุดนะครับ ตามลูกศร (ดูของ TechCrunch ประกอบ)<br />
- title ของข่าวยังไม่ค่อยเด่นเท่าไร เมื่อเทียบกับหน้าเว็บทั้งหน้า (ในหน้าใน จะยิ่งเห็นชัด)<br />
-  title ของ block ใน sidebar ก็เด่นน้อยไปนิดนึงครับ<br />
- ใน navbar: feature กับ special report คงจะรวมกันครับ แล้วอาจจะเพิ่ม block ของ feature เข้ามาใน sidebar ของหน้าแรกด้วย<br />
โดยข้อสุดท้ายคุณ MK รวมเองก็ได้</p>
<h3>เรื่องหน้า Comment</h3>
<p>เป็นแบบของ Blognone อันปัจจุบัน มี thread comment ซึ่งเดิมมีปัญหาว่า จะตอบกันจนตกขอบ คุณ MK กะว่าทำระบบใหม่ทีเดียว อาจจะให้มี thread ย่อยได้แค่ 3 ชั้นมากกว่านั้นมันจะไล่กันลงไปตลอด</p>
<p>องค์ประกอบอื่นๆ สำหรับกล่อง comment<br />
- ลิงก์เลขเบอร์คอมเมนต์ (permalink) สำหรับอ้างอิงเดิมคุณ MKใช้ฟอร์แมต #123456 แต่คิดว่าอาจเหลือ # ตัวเดียวพอ จะได้ประหยัดที่<br />
- badge<br />
- ปุ่มสำหรับ reply comment<br />
- สีของคอมเมนต์ แสดงเก่า-ใหม่</p>
<h2>Blognone Revision5</h2>
<div id="attachment_5351" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r5.jpg"><img class="size-medium wp-image-5351 " title="Blognone R5" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r5-600x658.jpg" alt="Blognone R5" width="600" height="658" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R5</p></div>
<p>คุณเม่นทำการดัดแปลงจากความคิดหลายๆคน มีการตัดสินใจเรื่อง Navigation Bar โดยปรับให้คล้ายแบบเดิม แต่ลดบางเมนู (ที่ไปอยู่ใน about ได้) และเพิ่มเมนู Featured ที่คิดว่าน่าจะรวบรวม post ที่เคยขึ้น featured ไว้เพราะคุณเม่นเองเคยจะหาของที่เคยอยู่ featured แล้วหาไม่เจอเช่นกระทู้ประชาพิจารณ์เป็นต้น</p>
<div id="attachment_5352" class="wp-caption alignnone" style="width: 469px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r5-single.jpg"><img class="size-medium wp-image-5352 " title="Blognone R5 เมื่อคลิกเข้าดูข่าว" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r5-single-459x800.jpg" alt="Blognone R5 เมื่อคลิกเข้าดูข่าว" width="459" height="800" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R5 เมื่อคลิกเข้าดูข่าว</p></div>
<p>เพิ่มเติมหน้า Comment  เผื่อ Moderator จะใส่ vote เข้ามา และส่วน login ด้านขวา ถ้าเมนูส่วนตัวเยอะก็ให้มันตกๆ ลงไปหลายบรรทัด<br />
(บรรทัดละ 2 ลิงก์) ได้ สุดท้ายตรงคำเตือนในคอมเม้นท์ ผมว่าอยู่ข้างล่างแล้วไม่ได้อ่าน เลยบีบๆ มาอยู่ด้านขวาทำให้ที่คอมเม้นท์น้อยลง</p>
<h2>Blognone Revision6</h2>
<div id="attachment_5347" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r6.jpg"><img class="size-medium wp-image-5347 " title="Blognone R6" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r6-600x658.jpg" alt="Blognone R6" width="600" height="658" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R6</p></div>
<p>และแล้วก็มาถึง Revision ท้ายครับ ตัวนี้มีการปรับให้หัวข้อข่าวเด่นขึ้นทุกข่าว และหัวข้อใน Sidebar ปรับสีใหม่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะเลยทีเดียว</p>
<div id="attachment_5348" class="wp-caption alignnone" style="width: 438px"><a href="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r6-single.jpg"><img class="size-medium wp-image-5348 " title="Blognone R6 เมื่อคลิกเข้ามาที่เนื้อข่าว" src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/04/bn-web-r6-single-428x800.jpg" alt="Blognone R6 เมื่อคลิกเข้ามาที่เนื้อข่าว" width="428" height="800" /></a><p class="wp-caption-text">Blognone R6 เมื่อคลิกเข้ามาที่เนื้อข่าว</p></div>
<p>เมื่อคลิกเข้ามาที่ข่าวจะมีลักษณะดังรูปครับ และมีรูปแบบของ Comments ด้านล่างเรียนลำดับด้วยเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/blognone-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุม : ส่วนสำคัญที่ทำให้เว็บไม่น่าใช้</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Mar 2010 17:34:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4409</guid>
		<description><![CDATA[การทำเว็บนั้น ยิ่งประชุมกับลูกค้า ยิ่งมีสิ่งเพิ่มเติม ยิ่งคิดว่าต้องใส่ให้หมดเอาให้คุ้ม และนั่นเป็นที่มาของเว็บองค์กรที่ใช้ยากและมีอยู่ทั่วไปนั่นเอง ทิศทางการคุยควรจะเป็นการระดมสมองทำอย่างไรให้เว็บใช้ง่ายขึ้น ทำให้เว็บมีรายละเอียดลดลงให้มากที่สุด เข้าถึงเร็วที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fweb-meeting-disaster%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fweb-meeting-disaster%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ความหมายของการประชุมเพื่อ Approve เว็บๆหนึ่งนั้น<strong>ควรจะมีความแตกต่างจากการประชุมโดยทั่วไปคือทำให้เว็บใช้ง่ายขึ้น </strong>แต่ MindSet ของพวกเราไม่ใช่อย่างงั้นน่ะสิครับ เพราะการทำเว็บนั้น ยิ่งประชุมกับลูกค้า ยิ่งมีสิ่งเพิ่มเติม ยิ่งคิดว่าต้องใส่ให้หมดเอาให้คุ้ม และนั่นเป็นที่มาของเว็บองค์กรที่ใช้ยากและมีอยู่ทั่วไปนั่นเอง</p>
<div id="attachment_5208" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="ถ้าบรรยากาศการประชุมทำเว็บเป็นแบบนี้ ผลออกมาแย่แน่นอน"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/03/meeting.jpg" alt="บรรยากาศ meeting" title="meeting" width="500" height="332" class="size-full wp-image-5208" /></a><p class="wp-caption-text">สมมติถ้าบรรยากาศการประชุมทำเว็บเป็นแบบนี้ ผลออกมาแย่แน่นอน</p></div>
<p>จากภาพด้านบน ยิ่งประชุมยิ่งแย่เพราะที่ลูกค้าในที่ประชุมเพิ่งมาเห็นเว็บเป็นครั้งแรกและไม่ได้ลองคลิกด้วยตนเอง ทางที่ดีไม่ต้องประชุมแต่ให้ลูกค้าอยู่ที่บ้านแล้วเปิดเว็บจากนั้นคอมเม้นท์มาเป็น Bullet จะดีกว่า (อย่างน้อยก็ได้เล่นเว็บแล้วครับ)</p>
<h2>ข้อเท็จจริงของ user ที่ Browse เว็บไซต์</h2>
<p>โดยปกติ ผู้ใช้เว็บนั้นจะใช้เวลาดูเว็บเพียงไม่กี่วินาที (ซึ่งบางทีแทบไม่ได้อ่านด้วย แต่ใช้วิธี scan  สายตา) บางทฤษฎีบอกว่าเฉลี่ยเพียง 8 วินาทีแล้วเปลี่ยนถ้าเว็บไม่น่าสนใจหรือไม่สามารถจับใจความได้เพราะ Navigation ไม่ดีมีลิงก์หยุบหยับ หรือบางเว็บโหลด flash นานกว่า 8 วินาทีก็ทำให้ผู้ใช้มักเปลี่ยน url ไปเลยนั่นเอง</p>
<div id="attachment_5201" class="wp-caption alignnone" style="width: 455px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/03/scan-website.gif" alt="คนดีไซน์คิดว่าคนจะอ่านทั้งหมด ความจริงไม่ใช่" title="คนดีไซน์คิดว่าคนจะอ่านทั้งหมด ความจริงไม่ใช่" width="445" height="233" class="size-full wp-image-5201" /><p class="wp-caption-text">คนดีไซน์คิดว่าคนจะอ่านทั้งหมด ความจริงไม่ใช่</p></div>
<p>ถ้าจะเปรียบเทียบการดูเว็บไซต์ของ เจ้าของเว็บ กับ ลูกค้า ก็เปรียบได้กับการดูแผนที่ร้านในห้างสรรพสินค้านั่นเองครับ ถ้าคุณทำงานอยู่ที่ห้างอยู่ทุกวันแน่นอนว่าคุณก็จะรู้เลย์เอาท์ของห้างทะลุปรุโปร่งและอยากทำให้แผนที่นั้นละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆเช่นอาจอยากแสดงเลย์เอาท์ของตู้โทรศัพท์ด้วย แต่ถ้าคุณไปห้างๆหนึ่งเป็นครั้งแรกเช่นพารากอนและอยากหาร้านขายเสื้อชื่อ Duly เมื่อคุณไปดูแผนที่ของ floor นั้นที่แสดงทุกอย่างไว้ก็จะพบว่ามันไม่ง่ายที่จะเจอร้านครับ</p>
<h2> การประชุมจากหลายหน่วยงานจะทำให้หลงทางในโครงสร้างเว็บ </h2>
<p>การประชุมขององค์กรทำมาซึ่งการทำให้การดีไซน์เว็บกลายเป็นมุมมองขององค์กรเอง แทนที่จะเป็นการดีไซน์โดยอิงมุมมองจากลูกค้าภายนอก</p>
<h3>ความยุ่งวุ่นวายในการแสดงผลที่หน้าแรกหรือ Landing page </h3>
<p>ถ้ามีผู้เข้าประชุมจากหลายๆแผนก แน่นอนว่าทุกคนต้องอยากให้ฟังก์ชั่นของแผนกตนนั้นอยู่หน้าเว็บไซต์เพื่อที่ลูกค้าจะเข้ามาได้่ง่ายซึ่งเป็นวิธีที่ผิดอย่างยิ่ง เปรียบเหมือนการเปิดประตูบ้านมาแทนที่จะเจอเพียงห้องรับแขก คุณกลับเจอทั้งห้องนอน ห้องครัว โถส้วม ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้าบันไดขึ้นชั้นสอง รวมอยู่ในที่ๆเดียว (เคยเขียนไว้ใน <a href="http://www.ipattt.com/2009/quotation/">เปรียบเทียบเว็บกับบ้าน</a> ) ดังนั้นให้  Art Director ถาม Business Model และกำหนดให้คุณจะดีกว่าและอย่าให้คนที่ไม่รู้เรื่องเว็บเข้ามาประชุมเลยครับ</p>
<div id="attachment_5202" class="wp-caption alignnone" style="width: 455px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/03/website-objective.gif" alt="website-objective  ลูกค้าจะดูเฉพาะสิ่งที่เค้าต้องการ" title="website-objective  ลูกค้าจะดูเฉพาะสิ่งที่เค้าต้องการ" width="445" height="244" class="size-full wp-image-5202" /><p class="wp-caption-text">website-objective  ลูกค้าจะดูเฉพาะสิ่งที่เค้าต้องการ</p></div>
<p>ภาพจาก <a href="http://www.sensible.com/chapter.html" rel="nofollow">http://www.sensible.com/chapter.html</a></p>
<h3> Site Map ที่ผิดเพราะจำลองมาจากโครงสร้างองค์กร </h3>
<p><a href="http://www.imenn.com">คุณเม่น</a>เคยพยายามเข้าไปดูเวลาเปิด-ปิดของ<a href="http://www.ndmi.or.th/" rel="nofollow">เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งหนึ่ง </a>พบว่าไม่สามารถหาได้โดยง่ายครับ ทำให้เราได้ทราบถึงโครงสร้างการแสดงผลของเว็บไซต์นั้นว่ามีการดีไซน์โดยอ้างอิงจากโครงสร้างองค์กร เช่นสมมติว่าเราจะชื่อบริการจากเว็บไซต์และต้องการหาราคา กลับต้องไปคลิกดูที่ส่วนของแผนกบัญชี จะดูข้อมูลหน่วยงานกลับต้องไปผ่านหน้าของประชาสัมพันธ์  หรือต้องการ Download Brochure กลับต้องไปผ่านหน้าของการตลาดทั้งๆที่บางอย่างลูกค้าต้องการ Navigation ที่ดีและไม่ได้มารู้โครงสร้างองค์กรของเจ้าของเว็บนั้นๆด้วย</p>
<h2>สิ่งที่ควรคุยกันในการประชุมทำเว็บ</h2>
<p>ทิศทางการคุยควรจะเป็นการระดมสมองทำอย่างไรให้เว็บใช้ง่ายขึ้น ทำให้เว็บมีรายละเอียด<strong>ลดลง</strong>ให้มากที่สุด ยิ่งยุคของการท่องเว็บมาถึงการดูเว็บบนมือถือแล้วยิ่ง minimalism เท่าไหร่ยิ่งดีครับ สมัยก่อนเว็บอาจมีไม่มากจึงทำให้เว็บอย่าง sanook สามารถเกิดขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้เว็บมีนับพันล้านเว็บ ผู้ใช้เซิร์ท Google เพื่อเข้าเว็บที่ต้องการ และต้องรู้ถึง Objective ของเว็บให้ได้ภายใน 8 วินาทีดังนั้น ยิ่งง่าย ยิ่งเรียบ ยิ่งเท่ ( ท่องไว้ครับ ) และการคุยกันอาจมีการวัดผลการดูเว็บจากผู้ใช้ที่ไม่เคยเห็นเว็บมาก่อนว่าดูแล้วเข้าใจในทันทีหรือไม่ หรือตั้งโจทย์ให้หาฟังก์ชั่นสำคัญหรือคอนเท้นท์ที่คนใช้ประจำที่อยู่ในเว็บว่าสามารถเจอในเวลาไม่กี่วินาทีหรือไม่</p>
<p>สิ่งสำคัญคือ ผู้บริหารควรกำหนด Business Model และกลุ่มลูกค้าหลักที่จะเข้ามาดู จากนั้นให้ทีมงานที่เป็นนักท่องเว็บที่ท่องเว็บเป็นประจำทุกวันเป็นผู้ตัดสินใจฟันธงและลดจำนวนครั้งในการประชุมลงจึงจะทำให้เกิดเว็บที่ดีได้ครับ  นอกจากนั้นควรดูเว็บกับ Browser หลายๆตัวทั้ง IE ,Firefox ,Safari เพื่อดูการแสดงผลซึ่งอาจต่างกันได้</p>
<div id="attachment_5203" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/03/usaservice.jpg" alt="เว็บรัฐบาลของ USA นั้นเรียบง่ายแบบที่องค์กรไทยรับไม่ได้เลยทีเดียว" title="เว็บรัฐบาลของ USA นั้นเรียบง่ายแบบที่องค์กรไทยรับไม่ได้เลยทีเดียว" width="600" height="350" class="size-full wp-image-5203" /><p class="wp-caption-text">เว็บองค์กรรัฐของ USA นั้นเรียบง่ายแบบที่องค์กรไทยรับไม่ได้เลยทีเดียว</p></div>
<p>สำหรับผู้ที่อยากดูความสวยงามแบบเรียบง่ายของเว็บองค์กรของ USA <a href="http://www.typesett.com/2009/03/10-shockingly-beautiful-us-government-websites/" rel="nofollow"><strong>ลองดูที่นี่ครับ</strong> </a></p>
<h2> Request ยอดนิยมในเรื่องความทันสมัย ของคนไม่ได้ท่องเน็ททุกวัน </h2>
<p>- ขอภาพเคลื่อนไหวหน่อยนะคะ แบบว่ามีอะไรขยับแล้วดูมีชีวิตชีวา ทันสมัยดี<br />
- ขอเพลงประกอบเว็บ เพื่อสุขภาพจิตที่ดี<br />
- iCon ขอแบบ &#8220;สู้มือ&#8221; นิดหน่อยนะ เวลาเอาเม้าส์ไปวางบนตัวมันแล้วมันขยายดึ๋งๆน่ะ<br />
- เวลามีข่าวใหม่ ขอให้มันมีคำว่า &#8220;New&#8221; สีแดงๆ เอาแบบ กระพริบบลิ๊งค์ๆนะ<br />
- ขอปุ่ม Dash Board แบบมีทุกอย่างหน่อยสิครับ จะได้กดเลือกได้ง่ายๆ กราฟฟิคสวยๆนะ<br />
- ตัวอักษรแบบนี้มันเล็กไปหรือเปล่าน่ะ คนอายุ 70 จะอ่านได้ยังไง ขอตัวเท่า Logo เลยนะ<br />
- ใส่รูปทั้งหมด folder นี้ในหน้าแรก<br />
- Banner วืบๆ<br />
ฯลฯ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/web-meeting-disaster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>#SMCON , Social Media Conference สัมมนาวันที่ 23-24 มีค 2010</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/smcon/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/smcon/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 19:49:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4981</guid>
		<description><![CDATA[SMCON หรือ Social Media Conference คืองานสัมมนาแห่งการเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการสร้างพลังสื่อสารสู่สังคมที่จุดบรรจบระหว่างโลกออนไลน์กับโลกแห่งความเป็นจริง วิทยากรมีหลายท่านเลยครับ มีผมอยู่ล่างๆด้วยนะ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsmcon%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fsmcon%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<h2>SMCON Slide</h2>
<p>ช่วงของผมเป็นช่วงปิดท้ายพอดีครับ ผมพูดถึงเคสที่เคย Implement Social Media จริงจากบริษัท TiGERiDEA สู่ลูกค้ารายต่างๆเพื่อให้ผู้ฟังสามารถปรับรูปแบบการนำเสนอสู่องค์กรของตนเองได้จริง</p>
<div style="width:425px" id="__ss_3553987"><strong style="display:block;margin:12px 0 4px"><a href="http://www.slideshare.net/iPattt/social-media-in-business-plactice" title="Social Media in business plactice">Social Media in business plactice</a></strong><object width="425" height="355"><param name="movie" value="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=smcon-pat-100325134022-phpapp01&#038;stripped_title=social-media-in-business-plactice" /><param name="allowFullScreen" value="true"/><param name="allowScriptAccess" value="always"/><embed src="http://static.slidesharecdn.com/swf/ssplayer2.swf?doc=smcon-pat-100325134022-phpapp01&#038;stripped_title=social-media-in-business-plactice" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="355"></embed></object>
<div style="padding:5px 0 12px">View more <a href="http://www.slideshare.net/">presentations</a> from <a href="http://www.slideshare.net/iPattt">Patchara Kerdsiri</a>.</div>
</div>
<p>SMCON หรือ Social Media Conference คืองานสัมมนาแห่งการเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการสร้างพลังสื่อสารสู่สังคมที่จุดบรรจบระหว่างโลกออนไลน์กับโลกแห่งความเป็นจริง โลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ทุกๆคนมีสิทธิสร้างข้อมูลที่เป็นประโยขน์เพื่อคนทุกคนและสามารถได้รับคำแนะนำจากคนทุกคน องค์กรต่างๆจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับทิศทางการสร้างและสื่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์สู่มวลมนุษย์เพื่อการเหนี่ยวนำผลตอบรับทางสังคมที่ดีกลับมาสู่องค์กรของเราเช่นกัน</p>
<div id="attachment_4982" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/smcon.jpg" alt="smcon สัมมนาวันที่ 23-24 มีค 2010 โรงแรม Landmark" title="smcon สัมมนาวันที่ 23-24 มีค 2010 โรงแรม Landmark" width="600" height="205" class="size-full wp-image-4982" /><p class="wp-caption-text">smcon สัมมนาวันที่ 23-24 มีค 2010 โรงแรม Landmark</p></div>
<h2>SMCON กำหนดการ</h2>
<p><strong>งานสัมมนา “Social Media Conference 2010”<br />
วันอังคารที่ 23 &#8211; พุธที่ 24 มี.ค. 2553 เวลา 08.30 &#8211; 17.00 น.<br />
ณ ห้องบอลล์รูม โรงแรมแลนด์มาร์ค</strong></p>
<p>Master Class 24 มีค 2010 Nectec Academy</p>
<p><a href="http://www.nectecacademy.com/smcon2010/">รายละเอียดงาน SMCON คลืกที่นี่</a></p>
<p><a href="http://smcon.kapook.com" rel="nofollow" target="_blank"><img src="http://smcon.kapook.com/images/imattending.jpg" width="200" border="0" alt="SMCON 2010" /></a></p>
<h2>SMCON วิทยากร  </h2>
<p>วิทยากรมีหลายท่านเลยครับ มีผมอยู่ล่างๆ</p>
<div id="attachment_4983" class="wp-caption alignnone" style="width: 432px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/smcon-2.png" alt="smcon วิทยากรที่เข้าร่วมสัมมนาและ WorkShop ด้วย" title="smcon วิทยากรที่เข้าร่วมสัมมนาและ WorkShop ด้วย" width="422" height="684" class="size-full wp-image-4983" /><p class="wp-caption-text">smcon วิทยากรที่เข้าร่วมสัมมนาและ WorkShop ด้วย</p></div>
<h2> SMCON from OpenSource Today</h2>
<p>สถาบันฝึกอบรมเนคเทค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ จัดงานสัมมนา Social Media Conference 2010 ขับเคลื่อนองค์กร ด้วยสื่อยุคใหม่ SOCIAL MEDIA ในวันที่ 23 – 24 มีนาคม 2553 โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ (สัมมนา SMCON) และวันที่ 25 มีนาคม 2553 NECTEC Academy (Masterclass) ซึ่งภายในงานท่านจะได้ทราบถึงความเป็นมาของ Social Media คืออะไร มีบทบาทอย่างไรต่อชีวิตและการดำเนินธุรกิจ มุมมองของผู้บริหารที่คร่ำหวอดใน Social Media โดยเว็บมาสเตอร์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยและรับฟังกรณีศึกษาจากหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จจากการนำเครื่องมือ Social Media ไปใช้จริงในธุรกิจและบริการ กลยุทธ์และวิธีการวัดผลสัมฤทธิ์จากการใช้ Social Media Marketing รวมทั้งฝึกปฏิบัติใช้งานจริง ทั้ง Social Media Tools ต่างๆ และการสร้างเว็บองค์กรให้มีกลิ่นอายของ Social Media จากผู้เชี่ยวชาญใน Masterclass</p>
<p>         สำหรับวิทยากรที่มาร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ ได้แก่คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล จาก สวทช. พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน จาก ป.ป.ท. คุณกำพล ศรธนะรัตน์ จาก สำนักงาน ก.ล.ต. คุณชาลอต โทณวณิก จากมีเดีย สตูดิโอ คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ จาก Pantip.com คุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย จาก MKT Magazine คุณปรเมศวร์  มินศิริ จาก Kapook.com คุณพรทิพย์ กองชุน  จาก Google.co.th คุณกษมาช นีรปัทมะ จาก Sanook.com คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จาก TARAD.com คุณจตุภูมิ สุทธสาร จาก Proximity Thailand คุณสุรางคณา วายุภาพ จาก NECTEC คุณศรีสุดา วินิจสุวรรณ์ จาก สำนักข่าวไทย คุณพัชร เกิดศิริ จาก TiGERiDEA คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ จาก mInteraction คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ จาก MacroArt.net คุณกติกา สายเสนีย์ จาก Keng.com คุณปรัชญา สิงโต<br />
จาก ฟอนต์.คอม คุณฉกาจ ชลายุทธ จาก Thoth media และดำเนินการสัมมนาโดย คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์</p>
<p>         สิทธิพิเศษสูงสุด ที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับคือ ใบประกาศหลักสูตร สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรมเบื้องต้น จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ</p>
<p>         ราคาสัมมนารวม 2 วัน 12,500 บาท/ท่าน พิเศษ! หากสมัครมาพร้อมกันตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป เหลือเพียง 9,500 บาทต่อท่าน</p>
<p>         สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nectecacademy.com/smcon2010 หรือ Call Center: 0-2642-5001-8</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/smcon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บรรยายเรื่อง Social Media in small Biz ให้นักศึกษา ป.โท,เอก ม.เกริก</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/krirk-social-small-biz/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/krirk-social-small-biz/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 07:08:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[IT & Business Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[News & Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Speaker & Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[iSchool]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4964</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานนี้ไปบรรยายเรื่อง Social Media in small Biz ให้นักศึกษา ป.โท,เอก ม.เกริก ในหัวข้อสัมมนาเรื่อง New Media New Challenges โดยรวมๆผมจะพูดถึงยุคเปลี่ยนผ่านของเว็บ 1.0 ไปที่ 2.0 ไปที่ Social Bookmark และ Social Media ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fkrirk-social-small-biz%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fkrirk-social-small-biz%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เมื่อวานนี้ไปบรรยายเรื่อง <strong>Social Media in small Biz </strong>ให้<strong>นักศึกษา ป.โท,เอก ม.เกริก</strong> ในหัวข้อสัมมนาเรื่อง New Media New Challenges ครับ นักศึกษาที่มาเรียนหลายคนเป็นผู้บริหารบริษัทต่างๆและ Executive สำหรับเนื้อหาโดยรวมๆผมจะพูดถึงยุคเปลี่ยนผ่านของเว็บ 1.0 ไปที่ 2.0 ไปที่ Social Bookmark และ Social Media และ การปรับ Mindset ด้าน Security ของชีวิตจากปิดเป็นเปิดเพื่อสนับสนุน Google และ ส่งเสริมบารมีทาง internet</p>
<div id="attachment_4966" class="wp-caption alignnone" style="width: 490px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/social-biz-1.jpg" alt="บรรยายที่เกริกร่วมกับ ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ ผอ. ASTV และ คุณ มานพ โตการค้า TEN TV" title="social-biz-1" width="480" height="640" class="size-full wp-image-4966" /><p class="wp-caption-text">บรรยายที่เกริกร่วมกับ ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ ผอ. ASTV และ คุณ มานพ โตการค้า TEN TV</p></div>
<div id="attachment_4968" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/social-biz-2.jpg" alt="เปิดการบรรยายโดยอาจารย์ประจำภาควิชา" title="social-biz-2" width="600" height="450" class="size-full wp-image-4968" /><p class="wp-caption-text">เปิดการบรรยายโดยอาจารย์ประจำภาควิชา</p></div>
<div id="attachment_4969" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/social-biz-3.jpg" alt="นักศึกษาระดับ Executive ที่เข้าร่วมฟังการสัมมนา" title="นักศึกษาระดับ Executive ที่เข้าร่วมฟังการสัมมนา" width="600" height="450" class="size-full wp-image-4969" /><p class="wp-caption-text">นักศึกษาระดับ Executive ที่เข้าร่วมฟังการสัมมนา</p></div>
<div id="attachment_4971" class="wp-caption alignnone" style="width: 610px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/social-biz-4.jpg" alt="นักข่าวสัมภาษณ์หลังบรรยายเสร็จครับ" title="นักข่าวสัมภาษณ์หลังบรรยายเสร็จครับ" width="600" height="450" class="size-full wp-image-4971" /><p class="wp-caption-text">นักข่าวสัมภาษณ์หลังบรรยายเสร็จ</p></div>
<h2>เนื้อหาบรรยายที่ เกริก สำหรับ ป.โท ป.เอก</h2>
<p>โดยรวมเนื้อหาจะมาจากบล็อกเหล่านี้ที่ผมเคยเขียนมา รวมทั้งบางส่วนก็เปิดข้อมูลจาก <a href="http://netfuture.wordpress.com/" >Net Future</a> ซึ่งเขียนโดย<a href="http://isriya.com/">คุณ MK</a> ขอขอบคุณครับ </p>
<p><strong>Social media คืออะไร</strong><br />
<a href="http://www.ipattt.com/2009/social-media/" target="_blank">http://www.ipattt.com/2009/social-media/</a></p>
<p><strong>ทำไมถึงเกิด Social Media เพราะโฆษณามีเยอะมากแล้ว</strong><br />
<a rel="nofollow" href="http://www.slideshare.net/wah17/social-media-35304" target="_blank">http://www.slideshare.net/wah17/social-media-35304</a></p>
<p><strong>ก่อนจะมาเป็น Social Media</strong><br />
<a rel="nofollow" href="http://netfuture.wordpress.com/2009/09/14/evolution-of-consumer-generated-media/" target="_blank">http://netfuture.wordpress.com/2009/09/14/evolution-of-consumer-generated-media/</a></p>
<p><strong>ธุรกิจขนาดเล็กผูกกับ Social Media อย่างไร</strong><br />
<a href="http://www.ipattt.com/2009/blog-twitter-small-business/" target="_blank">http://www.ipattt.com/2009/blog-twitter-small-business/</a></p>
<p><strong>ตัวอย่างเรื่อง asset online</strong><br />
<a rel="nofollow" href="http://netfuture.wordpress.com/2009/07/30/12-percent-american-buy-virtual-goods/" target="_blank">http://netfuture.wordpress.com/2009/07/30/12-percent-american-buy-virtual-goods/</a></p>
<p><strong>ผลสำรวจอายุผู้ใช้ twitter</strong><br />
<a rel="nofollow" href="http://netfuture.wordpress.com/2009/11/06/twitter-age-demographics/" target="_blank" >http://netfuture.wordpress.com/2009/11/06/twitter-age-demographics/</a></p>
<div id="attachment_4970" class="wp-caption alignnone" style="width: 490px"><img src="http://www.ipattt.com/wp-content/uploads/2010/02/social-biz-5.jpg" alt="ปล. ได้กระเช้าด้วย พร้อมเงินใส่ซองมาอีก 3,000 บาท ขอบคุณครับ ใจดีจัง :)" title="ปล. ได้กระเช้าด้วย พร้อมเงินใส่ซองมาอีก 3,000 บาท ขอบคุณครับ ใจดีจัง :)" width="480" height="640" class="size-full wp-image-4970" /><p class="wp-caption-text">ปล. ได้กระเช้าด้วย พร้อมเงินใส่ซองมาอีก 3,000 บาท ขอบคุณครับ ใจดีจัง <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/krirk-social-small-biz/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรระวังด้าน Hosting ภายใน เวลาทำเว็บองค์กร</title>
		<link>http://www.ipattt.com/2010/caution-hosting/</link>
		<comments>http://www.ipattt.com/2010/caution-hosting/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 16:59:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเกอร์ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[TiGERiDEA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ipattt.com/?p=4938</guid>
		<description><![CDATA[การใช้ Hosting ร่วมกับเว็บอื่นๆขององค์กรนั้นๆ ต้องระวังผลกระทบและความยุ่งยากในการทำงานที่เพิ่มขึ้นครับ เพราะฉนั้นอย่าลืมย้ำกับลูกค้าต้งแต่แรกถึงขอบเขตความรับผิดชอบตรงนี้ด้วย บางครั้งเรื่อง Hosting ของเว็บรัฐบาลนั้นความรับผิดชอบที่ตามมามีมูลค่าสูงกว่าเว็บไซต์เสียอีก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: left; margin-bottom: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fcaution-hosting%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.ipattt.com%2F2010%2Fcaution-hosting%2F&amp;source=ipattt&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>วันก่อนมีประเด็น<strong>ข้อควรระวัง</strong>เรื่องการทำเว็บให้กับ<strong>ลูกค้าองค์กร</strong>เล็กน้อยครับ ใน TOR ไม่ได้กำหนดให้เราเป็นผู้ Config Host แต่พอถึงเวลากลับต้องทำ ที่ต้องระวังคือ ถ้าเราทำเว็บที่ราคาต่ำ และไปใช้ Hosting ร่วมกับเว็บอื่นๆขององค์กรนั้นๆ ต้องระวังผลกระทบและความยุ่งยากในการทำงานที่เพิ่มขึ้นครับ เพราะฉนั้นอย่าลืมย้ำกับลูกค้าต้งแต่แรกถึงขอบเขตความรับผิดชอบตรงนี้ด้วย บางครั้งเรื่อง Hosting ของเว็บรัฐบาลนั้นความรับผิดชอบที่ตามมามีมูลค่าสูงกว่าเว็บไซต์เสียอีก</p>
<p>หลังการต่อรองครั้งนี้ลูกค้าจึงจัดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ และให้ทางเราให้คำแนะนำทางโทรศัพท์เล็กน้อยครับ ทำให้ใช้ Man Day ด้าน Consult แต่อาจไม่ต้องรับเรื่องเกี่ยวกับคำถามด้าน Host ในอนาคต </p>
<blockquote>
<h2>อีเมล์ดีลต่อรองด้าน Hosting</h2>
<p>ผมพัชรนะครับ บังเอิญทราบจากน้องวิทย์มาว่าทาง xxx จะให้ทีมงาน<a href="http://tigeridea.com/"> TiGER</a> และ <a href="http://www.marvelic.co.th/">Marvelic </a>ไป Config Host เองในส่วนของเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ ก่อนจะโทรไปคุยในช่วงสายพรุ่งนี้ผมส่งเมล์สรุปมาให้ก่อนครับ</p>
<p>ในส่วน config host นี้อาจลำบากพอสมควรครับเพราะว่าไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนใน TOR และ Quotation ครั้งแรกที่ออก TOR ทางเราก็คาดว่าหน่วยงาน xxx จะมีการเตรียมการ Hosting และ Config ให้พร้อมเหมือน กับที่เคยทำงานส่วน intranet จึงคิดราคาค่าทำเว็บไซต์เพียง 71,XXX.00 บาทเท่านั้นครับ ซึ่งถ้าดูใน Quotation จะครอบคลุมดำเนินการออกแบบเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ  xxx.or.th (Website re-design) และพัฒนาหมวดหมู่เนื้อหาข้อมูล Website re-structure content categories)   โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเครื่องใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน  และย้ายข้อมูลลงบน Joomla System เท่านั้น แต่ไม่รวมค่า Config host</p>
<p>โดยปกติราคาต้นทุนที่ทาง Marvelic และราคาตลาดที่ใช้ Software OpenSource ในการ config Web Server (host) ใหม่ นั้นอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท เพราะการทำงานมีผลกระทบต่อหลายด้านทั้ง Security โดยรวมและปัญหาที่มีต่อตัวโฮสเอง นอกจากนี้ยังต้องใช้บุคลากรระดับ admin Host ซึ่งในบริษัทมีบุคลากรระดับนี้ไม่กี่คนด้วยครับดังนั้นจึงเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูงและเมื่อรวมการบริหารและความรับผิดชอบเข้าไปอาจมีราคาหลายหมื่นบาท แต่ถ้าครอบคลุมเกี่ยวข้องกับ network ภายใน หรือต้องไป design ระบบ network อีกก็เป็นหลักแสนครับ</p>
<p>สำหรับทางออกถ้าหน่วยงาน xxx ไม่มีพนักงานที่สามารถลง linux และ php,mysql,apache,ftp,ssh และ Config Host ให้ได้จริงๆผมเสนอว่า สามารถที่จะลดการทำงานในหัวข้อ <em>บรา บรา บรา ฯลฯ</em></p>
</blockquote>
<p><em>ขอบคุณ <a href="http://twitter.com/joomlacorner/" rel="nolollow">@joomlacorner</a> ที่เตือน <a href="http://twitter.com/simplywit" rel="nolollow">@simplywit</a> ในประเด็นข้างต้นนี้ น้องวิทย์เล่าที่พี่บังเตือนให้ผมฟังจึงเกิด email ข้างต้นครับ</em></p>
<h2>ข้อควรระวังด้าน Hosting และการทำงานร่วมกับแผนก IT ลูกค้า</h2>
<p>นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังด้าน Hosting อีกมากมาย ยิ่งในกรณีทำเว็บธนาคารที่ต้องการ Security สูงมาก  ถ้าเราไปทำเว็บ Information ปกติก็ต้องถูกตรวจสอบด้าน Security ในมาตรฐานใกล้เคียงกับเว็บธนาคารทั่วไปด้วย กรณีของ TiGERiDEA ที่ทำเว็บไซต์โชว์ Report แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงินก็เคยถูก Price Waterhouse Coopers ตรวจสอบมาแล้วเช่นกันครับ ทำให้ต้องใช้ Manday เพิ่มเติมของ Security Programmer มาแก้ไขตามลิสต์ต่างๆ</p>
<p>ส่วนข้อควรระวังอื่นๆที่เป็นปัญหาใหญ่ในไทยก็คือ Server Windows ระบบเก่ามากๆ ไม่ Support ลูกเล่น CMS รุ่นใหม่ , การทำ Server เสมือน, การแชร์ Bandwidth ร่วมกับเว็บใหญ่ ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดคือ ฝ่าย IT ในองค์กร<em>บางองค์กร</em>กลับเป็นฝ่ายขัดขวางการทำงาน และไม่ค่อยจะ Support เท่าไหร่ครับ  <img src='http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  โดยมากจะพูดว่า &#8220;ที่เคยทำมาเค้าก็ทำกันได้ ไม่เห็นมีปัญหาเลย ทำไมคุณต้องทำให้มันยุ่งยาก&#8221; ทำให้ในสายตาของโปรแกรมเม่อร์บริษัทเล็กๆอย่างพวกจึงเห็นฝ่าย IT ขององค์กรโบราณเสมอ&#8230;</p>
<p>ในความเป็นจริง Server ให้เช่าของผู้ให้บริการภายนอกตอนนี้เทคโนโลยีนำหน้าไปมากแล้วด้าน Security และความเร็วความสเถียร แถมลงทุนก็น้อยกว่ามากนับสิบๆเท่า แต่องค์กรส่วนใหญ่ก็ยังติดกับเรื่องข้อมูลว่าไม่อยากให้อยู่ในมือของคนอื่น ทั้งที่ข้อมูลบางอย่างไม่สำคัญหรือมืมูลค่ามากมายเสียด้วยซ้ำครับ บริษัทบางบริษัทขนาดก็เล็กแต่ต้องลงทุนมีฝ่าย IT เพื่อดูแลข้อมูลหยิบมือ ในขณะที่ผู้ที่อยู่ฝ่าย IT นั้นก็ต้องพยายามทำให้ฝ่ายตนเองมี Value ให้มากที่สุดเพื่อดำรงความมั่นคงของฝ่ายต่อไป&#8230; ดังนั้นคงไม่เกิดคำถามที่จะแก้ไขลดต้นทุนโดยการไปใช้ผู้ให้บริการอื่นๆแน่นอนครับ</p>
<p>ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างฝ่าย IT ของทำเนียบรัฐบาลสิครับ Server ล่มได้ล่มดีแทบทุกอาทิตย์ แม้แต่ตัวหัวหน้าศูนย์เองยังใช้ gmail และให้สมาชิกในที่ประชุมใช้เมล์จากผู้บริการข้างนอกส่งหากันเนื่องจากถ้าใช้เมล์ที่ลงท้ายด้วย .go.th นั้นเชื่อถือไม่ได้ว่าส่งถึงกันจริงหรือเปล่า !</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ipattt.com/2010/caution-hosting/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/


Served from: www.ipattt.com @ 2010-09-09 12:09:05 -->