อุบัติเหตุรถตู้ : ว่าด้วยเรื่องของข่าวใน twitter

เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 27 ธค. 2553 เวลา 22:00 น. มีเหตการณ์ที่น่าเศร้านั่นคือมีรถตู้และรถเก๋งเกิดอุบัติเหตุบนโทลเวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และเนื่องจากเป็นรถตู้ที่รับส่งที่ มธ.รังสิตทำให้ให้ในรถมีนักวิจัย อาจารย์ และนักศึกษาเสียชีวิตหลายคน โดยผมได้ข่าวในช่วงก่อนห้าทุ่ม

ต้องขอไว้อาลัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ :( อุบัติเหตเมื่อเกิดขึ้นไปแล้ว จะพอมีประโยชน์ต่อสังคมได้เมื่อทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันเก็บเป็นบทเรียนไม่ประมาท )

ส่วนผมเองมีความเข้าใจธรรมชาติของการเกิดอุบัติเหตในหน้างานพอสมควร เพราะเคยเกิดขึ้นกับตัวเอง เช่นรถเมล์คว่ำสมัย ม.2 มีคนตายสองคน และเมื่อปี 2550 รถผมถูกชนโดยคนขับเด็กผู้หญิง และผมเป็นคนเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นเนื่องจากตอนนั้นยังไม่มีทวิตเตอร์จนได้เป็นกระทู้แนะนำของ pantip ตาม cache นี้ )

วันที่ 1 ของข่าว

มาต่อที่ลักษณะข่าวมีเนื้อหาที่ยังไม่นิ่งแต่มีการ RT กันมากมายใน TL ซึ่งเป็นธรรมชาติของ twitter มีบางคนแก้ไขบ้างบางคนไม่แก้บ้างหลังจากนั้น และนักข่าวก็ RT คนที่มีแนวโน้มเป็น influencer ในขณะที่ข้อมูลยังไม่นิ่ง ในความคิดของผมการที่จะบังคับให้คนอื่นตรวจสอบข่าวก่อนนั้นก็ลำบากครับ เราเองต้องตรวจสอบและวิเคราะห์เองตลอด

ในเรื่องนี้ถ้าจะพูดกันก็มีประเด็นเรื่องเข็มขัดนิรภัยและความปลอดภัยต่างๆและประเด็นรถสาธารณะซึ่งต้องทำกันต่อไป แต่ที่อยากนำเสนอคือเนื้อหาของข่าวระหว่างที่ยังไม่สรุปนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามความคิดและอคติของคนครับ

– ในครั้งแรกข่าวเป็น รถตู้ตกโทลเวย์ มีผู้เสียชีวิต

ปรากฎว่าคนระดมด่ารถตู้กันใหญ่ทั้งที่ยังไม่รู้สาเหต ว่าขับอย่างนั้นอย่างนี้ มัวแต่แข่งกัน ตอนผมนั่งเป็นหยั่งงั้นอย่างนี้ ( แม้แต่ผมเองยังพูดประโยคที่กระทบรถตู้ไปด้วย ) และพูดกันไปถึงการควบคุมรถตู้รวมถึงเรื่องที่พูดง่ายทำยากอย่างต้องทำให้คนขับรถตู้มีจิตสำนึก ฯลฯ

– รถตู้แย่มาก คนขับแบกความรับผิดชอบขนาดนี้ทำไมไม่สำนึก

– ผมเคยเจอรถตู้แซงซ้ายขวาน่ากลัวมาก บรา บรา บรา …

– คงเป็นรถตู้ไม่ได้มารตฐาน 

– เนี่ยมันน่าลงโทษอย่างรุนแรงกับคนขับรถตู้ที่แย่อย่างนี้ 

– ไม่มีใครพูดถึงคนขับรถเก๋งเลย เพราะอคติอยู่ที่รถตู้หมด

– มีข่าวออกทีวี บอกว่า รถตู้และเก๋งนั้นขับแข่งกัน ส่วนคนนั่งอยู่ในรถตู้เป็นคนทำงานที่นวนคร 

– ต่อมา รถตู้ไม่ได้ตกโทลเวย์ และที่เกิดอุบัติเหตเพราะรถเก๋งมาชน

คนใช้เวลาอยู่พอสมควรในการเปลี่ยนมาเล่นประเด็น “นามสกุลของคนขับรถเก๋ง” แทนว่าคดีคงไปได้ยากอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ได้ว่ากล่าวมากแต่อย่างใด

ว่าด้วยเรื่องข่าวลือ

การตัดสินก่อนรู้ข้อมูลจริงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไปเร็วใน Social Network อย่าง twitter แต่ด้วยตัวระบบก็ทำให้คนเรียนรู้ค่อนข้างเร็วเช่นกัน (ภายใน 2 ชั่วโมง) แต่จะสำคัญว่ายอมแก้ไขหรือรับผิดชอบหรือเปล่า ซึ่งคนที่มี follower มากบางคนก็มักจะเริ่มได้รับการเรียนรู้ถึงความรับผิดชอบขึ้นมาบ้าง เพราะเคยได้รับผลกระทบจากการทวีตผิดมาแล้ว

เนื่องจากกรณีอุบัติเหตเป็นเรื่องที่ทุกคนมีแนวโน้มอยากรู้ข้อเท็จจริง ทำให้ข้อมูล “วิ่งเข้าสู่ข้อเท็จจริงได้ในที่สุด” แม้จะค่อนข้างยากหรือมีบางคนยังเข้าใจผิดอยู่ แต่ในกรณีที่ผู้เผยแพร่ข้อความหรือสังคม online นั้นๆมีอคตินั้น ทิศทางของข่าวจะไปในทางที่ไม่มีทางเป็นความจริงไปได้เลย เปรียบเสมือนเรื่องการเมืองในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง

คุณเองต้องการความจริงแค่ไหนครับ ?

( โพสนี้ได้แรงบันดาลใจจาก tweet ของ @feelinglomo และขอแนะนำ tweet ของ Lecturer มธ @chalidaporn ซึ่งอธิบายความรู้สึกของ มธ. ได้ดี )

วันที่ 2 ของข่าว

Update วันที่ 28 ธค ช่วง 22:00

จากเมื่อวานนี้ที่มีแต่ความโศกเศร้า วันนี้ TL ก็ต้องมีที่ลงแห่งความโกรธแค้นตามคาดครับ ! เนื่องจากมีผู้ส่งรูปที่น้องคนขับกด BB มา และรู้ความจริงว่าคนขับรถเก๋ง ( แพรวา ) นั้นอายุไม่ถึง 18 ปี ทำให้ TL มีการด่าทอและเกิด page FB ขึ้นมาด้วย

ประเด็นที่สังคมเล่นอย่างรุนแรงคือ

– ทำไมรูปในที่ต่างๆที่น้องเคยไปถ่ายแบบหายไป
– ญาติพี่น้องเธอต้องใหญ่มาก มีบางคนเป็นตำรวจ เรื่องเงียบแน่นอน หลุดแน่นอน ต้องช่วยกันล่าแม่มดออกมา
– กด BB หลังเกิดเหตทำไม ไหน”ข่าว”ว่าบาดเจ็บ ทำไมไม่ไปช่วยคน
– มีทวิตหลายคนวิเคราะห์ว่าคนขับรถเก๋งน่าจะกด BB ขณะขับรถเป็นเหตให้เกิดอุบัติเหต
– การกด BB แสดงให้เห็นว่าไร้มนุษยธรรมต่อคนตายอย่างที่สุด มีการอัพ FB หลังจากนั้นด้วย
– อายุไม่ถึงพ่อแม่ให้ขับได้อย่างไร พ่อแม่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ต้องชดใช้
– fb page มีคน Like 6000 คนในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

ประเด็นอื่นๆ

– เสร็มด้วยประเด็นของผู้ที่เสียชีวิตบางคนที่น่าเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก เช่นคุณแม่ร้อยมาลัยส่งเรียนดร. ( ตอนหลังเป็นคุณแม่ไม่ได้ส่ง แต่ดร.เป็นคนขยันสอบกพได้เอง อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าน่าเสียดายจริงๆครับ อย่างคุณอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี ที่เสียชีวิตก็เป็นนักวิจัยที่มีผลงานได้รับรางวัล ซึ่งผมน่าจะเคยเจอด้วย )
– ประเด็นโตโยต้าถูกด่าว่าทำประตูรถตู้ไม่แข็งแรง ทำไมหลุดง่ายขนาดนั้น

ผมอยากให้เราถามตัวเองให้ชัดครับ ว่าอะไรที่เราคิดเอง และความจริงเธอผิดตรงไหนจริงๆ และการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ถูกวิเคราะห์แล้วหรือยัง ?

วันที่ 3 ของข่าว

TL ยังคงร้อนแรงเวลา 10:00 น.

– fanpage ของหน้าเกลียดชังน้องคนขับขึ้นไปถึง 60000 คน ! ( ในเวลา 1:30 น. เมื่อคืนเพิ่มด้วยความเร็ว 10 คนต่อ 1 วินาที ) หลายคนด่าด้วยถ้อยคำรุนแรงประเภท ต้องกำจัดทั้งตระกูล

– เริ่มมีข่าว ” นักวิชาการพบ 3 ประเด็นใหม่ กรณีรถตู้ 8 ศพ ” ( ทวีตจาก @bank_xavi )

1.ที่ร่องรอยรถตู้ ไม่มีรอยถูกชนจากรถเก๋ง
2.ที่รถเก๋งมีสีแดงติดอยู่ข้างรถ อาจเป็นคันที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุนี้
3.สภาพรถตู้ประตูปิดสนิท เพราะหากระบบรางบิดเบี้ยวประตูจะเลื่อนไม่ได้ ดังนั้นคนที่กระเด็นออกมาจึงออกมาทางหน้าต่างที่แตกหมด ( อ้าว แล้วที่ด่าโตโยต้าล่ะ ?? )

– ประเด็นกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชนซึ่งอาจทำให้ผู้เผยแพร่ภาพน้องแพรวามีความผิดได้ ?!?

– ประเด็นกฎหมายอาญาเด็กและเยาวชนข้างต้นนั้น มีการ ” เปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาลดหย่อนโทษได้มาก ” ( ข้อมูลจาก @mr_aum )

– สงสัยจะเมาตอนขับรถ

– ประเด็นกระทู้พันทิพย์หายไป

– ที่กล่าวมา ทำให้คนที่ด่าว่าอยู่ยิ่งมีอคติมากขึ้นว่าเป็นเพราะตระกูลใหญ่ ทำให้ข่าวจะเริ่มเงียบ

– การเงียบไป 2 วันหมายถึงคนขับคิดหนีความผิด

– คนขับอาจมีการหนีกลับไป อเมริกา และการแซงซ้ายคงเพราะชินกับอเมริกา

– ข่าวใน FB ไปไกลดังตัวอย่าง

แพรวาบินออกนอกประเทศแล้วเมื่อคืน!!! ส่วนเรื่องคดีปิดไปตั้งแต่คืนเกิดเหตุแล้ว ปรับ400..ข้อหาไม่มีใบขับขี่ เฉลี่ยแล้วราคาต่อศพ ศพละ 50 บาท!!!

– มีการพยายามหารูปน้องแพรวา “บางรูป” มาลง fb แต่เอามาผิดคน ความจริงเป็นรูป profile twitter ของน้องเพียว @PUREloveNUT ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย

– มีข้อความออกมาจากแพรวาหลังเกิดเหต แต่ภายหลังพบว่าไม่ใช่ข้อความนั้นมาจากแพรวาจริงๆจากข้อความ > ( RT @Rattapon_Nation: ข้อความนี้มีการยืนยันว่า แพรวา ไม่ได้ทวิต เป็นการทวิตของบุคคลอื่น ขออภัยครับ http://yfrog.com/h3lprgj )

– มี youtube ของ CCTV Tollway ออกมาแล้ว

– จากทวีตสรุปของ @smileyKiD
1. มีน้องคนนึงทวีตออกความเห็นที่ค่อนข้างตรงแทงใจ แล้วโดน Capture รูปไปลงใน Page ล่าแม่มดนั่นเมื่อคืน ดีที่รูปถูกลบและไม่บานปลาย
2. Database ตระกูลดังถูก Hack เข้าไปป่วน พิมพ์ข้อความหยาบคาย
3. น้องคนหนึ่งในทวิตเตอร์ ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแม่มด โดน Capture รูป RT ข้อความไปลงใน Facebook อันนี้หยุดไม่อยู่จริงๆ เพราะเป็นกลางวัน ผลคือน้องคนนั้นดังในชั่วพริบตา มีคนมา Follow มาด่าซ้ำอะไรต่างๆนานา น่าสงสารจริงๆ
4. มีใครที่ไหนก็ไม่รู้ ป่าวประกาศ Pin BB ของแม่มด ผลสุดท้ายคือ มันไม่ใช่ Pin BB ของแม่มดคนนั้นจริงๆ แต่เป็นคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ซวยไปอีก

จะเห็นว่า ทิศทางของข่าวเริ่มไม่วิ่งเข้าหาข้อเท็จจริงเพราะมีอคติเรื่องชนชั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

มีบล็อกจาก @yokekung พูดถึงประเด็นนี้เหมือนกันครับ ค่านิยม ความคาดหวัง ประเด็นกรณีรถเก๋งซีวิคชนท้ายรถตู้
และเว็บดราม่าจาก @jarpichit เจ้าเก่า รวมพวกรูปภาพไว้ด้วย
สำหรับผู้ที่อยากวิเคราะห์สภาพรถอย่างละเอียดทั้งสองคันเชิญที่ภาพถ่ายโดย ทีมศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลง facebook โดย @Noppatjak

วันที่ 4

RT @yokekung: ข้อมูล twitter เมื่อวานนี้
tag ที่มีการพูดมากสุด: #ihatepraewa
คนที่ถูก mention มากสุด: @PUREloveNUT
คำ/วลีที่ถูกพูดถึงมากสุด: แพรวา

fwd mail ว่อน

– มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เป็นเก้าคน

– คุณแม่ของแพรวาออกมาพูดตอนเช้า โดยให้ลูกสาวรับโทษถ้าผิดจริง

– ตอนนี้ย้ายโรงพยาบาลเพราะถูกขู่ฆ่า

– รถคันนั้นเป็นรถของเพื่อน ไม่ใช่รถของครอบครัว น้องเอามาขับเอง

– ตอนนั้น BB บอกเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถ CIVIC

– หลังจากมีการพูดแล้ว กระแสเรียกให้ออกมารับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของประกันต้องออกมาก่อน

– มีการดึงเข้าการเมืองเรื่องชนชั้นหนักขึ้น ทำให้คนที่โจมตีแพรวาไม่ค่อยพอใจ และยังเลี่ยงที่จะใช้คำว่าสองมาตราฐานอยู่

– fanpage ไม่ชอบแพรวา 217,000 ณ เวลา 16:30 น

– มีการล็อคไม่ให้โพสรูปโดยคนทั่วไปแล้ว สามารถโพสได้โดย admin เท่านั้น

– มีคนอยากให้ แพรวา ฆ่าตัวตายตามคนที่เสียชีวิตไปมากกว่า

– กระแสในทวิตเตอร์เริ่มมีความเห็นว่า “บางอย่างก็เว่อร์เกินไป” คนในทวิตเตอร์หลายคนที่ด่าว่าคนขับรถเก๋งในวันที่ 2 เริ่มใช้คำพูดที่แสดง Maturity มากขึ้น จะเห็นว่า twitter เวลาไปเร็วกว่า facebook อย่างมาก คือข่าวเร็วกว่า โกรธเร็วกว่า แต่ซึมซับความรู้สึกได้เร็ว รับความจริงจากหลักฐานได้เร็ว ทำให้เข้าสู่จุดที่เหมาะสมได้เร็วกว่า ในขณะที่ facebook เต็มไปด้วย “สิ่งแวดล้อมของคนรู้จัก” ที่มีความคล้ายคลึงกัน กระแสจึงไปไกลกว่า และหน้า fanpage คนที่ “คิดต่าง” จะไม่กด Like จึงไม่สามารถเข้าไป Brake กระแสได้

สรุป

คุณแม่ของแพรวาเข้าไปขอโทษผู้ที่เป็นญาตของผู้เสียชีวิตทุกคน หลายคนเริ่มให้อภัยครับ
แต่ใน fb ยังแรงๆกันอยู่ http://on.fb.me/fvS7fF อย่างไรรอสรุปข่าวอีกครั้งนะครับ

มีคอมเม้นท์ที่น่าสนใจคือ

ทำไมกระแสถึงแรง นั่นเพราะคนต้องการความเท่ของข้อความแรงๆให้คน Like

ทำไมกระแสถึงแรง นั่นเพราะคนต้องการความเท่ของข้อความแรงๆให้คน Like

Comments

  1. กรณีนี้คล้าย ๆ กับ forward mail เหมือนกัน

  2. อะฮิๆๆ

  3. ข่าวจะมีองค์ประกอบเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ครับ

  4. ตามอ่านอยู่เรื่อยๆค่ะ เวลาอ่านความคิดเห็นของคนบางกลุ่มแล้ว ก็กลับมามองว่า
    ถ้า”เรา” เกิดเป็นคนขับ
    ถ้า”เรา” เกิดเป็นคนที่เสียชีวิต
    ถ้า”เรา” เป็นครอบครัวของทั้งคนขับและผู้เสียชีวิต
    ถ้า”เรา” เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ
    จะทำยังไง
    เอาไว้เป็นบทเรียนและประสบการณ์ชีวิตค่ะ

  5. อ่านมาตั้งนานแต่ไม่พบข้อเท็จจริงเลย.. เป็นการสรุปแบบไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลที่ชัดเจนของผู้เขียนเองทั้งนั้น เช่น
    1. “มีข้อความออกมาจากแพรวาหลังเกิดเหต แต่ภายหลังพบว่าไม่ใช่ข้อความนั้นมาจากแพรวาจริงๆ” : รู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่แพรว่าโพสต์ คนที่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ คือ แพรวา และคนที่ Follow แพรว่า ไม่ใช่เหรอ? การ RT มันตัดหรือเพิ่มข้อความได้ไม่ใช่เหรอ??
    2. “นักวิชาการพบ 3 ประเด็นใหม่ กรณีรถตู้ 8 ศพ” : อันนี้น่าสงสัยสุด เพราะจากภาพวงจรปิดไม่มีรถคันที่สาม หากจะเบี่ยงเบนประเด็นต้องมีฐาน เอาหลักฐานแบบนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ภาพถ่าย หรือภาพจากวล้องวงจรปิดมาพูดด้วยเหตุผล ไม่ใช่ฟังมาจาก fb คนอื่น และอีกหลายๆประเด็น เช่นโน้มน้าวผู้อ่านว่าการเปิดเผยรูปแพรวามีความผิด แต่การเปิดเผยรูปแต่ไม่ได้ให้ร้าย หรือหมิ่นประมาทก็ไม่ผิดนะครับ ก็แค่บอกว่าคนนี้ชื่ออะไร เพราะน้องเขาก็มีผลงานทางเน็ตไม่ใช่น้อย รูปก็มีที่มาที่ไป ไม่ได้ไปตกไปแต่งอะไรเพิ่มเติม …

    อยากให้แสดงความคิดเห็นบนหลักฐานที่เห็นและพิสูจน์ได้ ตอนนี้ที่ทราบคือมีคนตาย 8 ราย บาดเจ็บ 7 ราย หนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัส กระดูกหัก เกือบทั้งตัว สมองบวม ผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บล้วนเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์และเป็นอนาคตของประเทศ ( เป็นผู้มีการศึกษา ทั้งระดับปริญาเอก ปริญญาโท ปริญญาตรี เป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย เป็นนักศึกษา …) แต่ผู้ขับรถชน หรือครอบครัวคนขับรถชน ได้ออกมาเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุเหล่านั้นยัง????

    แต่ภาพสุดท้ายที่เห็นปรากฏในสื่อคือภาพเธอถือกระเป๋าหรูออกมาจากรถ และ BB บอกเพื่อน….แล้วก็ไม่เคยเห็นภาพเธออีกเลย มันแปลว่าอะไร???

  6. ขอฝาก บล๊อกของผม ไว้เป็นประเด็นเพิ่มเติมทางกฎหมายครับ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=onizugolf&date=29-12-2010&group=1&gblog=11^^

  7. แค่ย้อนไปอ่าน cache กระทู้ของคุณพัทชก่อน ก็ได้ความรู้เพียบ ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกโกรธ เพราะลำพังการที่ชนแล้วหนีก็ถือเป็นเรื่องที่ขาดความรับผิดชอบอย่างแรงแล้ว ยิ่งมาได้ยินและเห็นรูปถ่ายเรื่องที่ยืนกด BB ก็รู้สึกโกรธ+งงกับความคิดของเค้า แต่ทุกอย่างมันมีสองด้านเสมอ ตอนนี้ส่วนตัวผมเองก็เลยคิดว่า รออ่านข้อมูลให้ครบทุกทางก่อนที่จะด่วนสรุปดีกว่า

    ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องคดีลักษณะนี้ครับ

  8. อย่าเอากฎหมายมาอ้างเลยครับ กฎหมายเขาเขียนมาถูกต้องแล้วครับท่าน
    อยู่ที่ว่าใคร(จ้างทนาย)เพื่อสร้างหลักฐานได้ดีกว่ากัน
    คุณๆ ทั้งหลายก็รู้กันอยู่ไม่ใช่เหรอว่า ทนายทำผิดให้เป็นถูก-ทำถูกให้เป็นผิดได้เสมอ
    โดยเฉพาะทนายดีๆ ค่าตัวแพงๆ มีเงินก็จ้างทนายฝีมือดี ถ้าไม่มีก็จบไป
    เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของ คนดังชนกับคนดัง มันก็เลยต้องมีเรื่องดัง แต่มันวัดได้ว่าใครจะดังกว่ากัน เท่านั้น
    แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ คนดังชนกับคนด้อย ถ้ามีตังค์จ่ายเงินไปสักพักเรื่องมันก็เงียบ
    เราทุกคนก็รู้กันอยู่ไม่ใช่เหรอ
    นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมนี้
    มันอยู่ที่ปลายปากกา’คนทำคดี’ กฎหมายหน่ะ! เขาเขียนไว้ถูกอยู่แล้วครับท่าน
    เต็มที่ก็รอลงอาญา ผ่านไปไม่เกินเดือนคนขับก็ออกมาขับเหมือนเดิม
    คำพูดอันสวยหรู ใครฝีปากดีก็พูดให้คนอื่นคล้อยตามได้ เรื่องมันก็จบ
    แต่ความเป็นจริงมันมักจะสวนทางกับคำพูดเสมอ
    ยุคนี้มันเป็นยุคของคนมีเงิน มีชื่อเสียง
    คนมีึเงินเป็นแสนล้านยังลอยนวนอยู่เมืองนอกสบายครับ ไม่เห็นมีใครทำอะไรได้
    ถ้าเขาไม่มีเิงินป่านนี้ทุกอย่างมันก็จบลงเหมือนกันครับ
    ถ้าคืนชีพ ‘ท่านเปาบุ้นจิ้น’ ขึ้นมาได้ก็ค่อยว่ากันใหม่ ครับท่าน

    • เหมือนคุณก็ยังมองเหตุการณในเเง่อคติอยู่นะ
      ไม่ว่าคุณจะทำยังไง คนตายก็ไม่ฟื้นขึ้นมา
      ถึงแม้ว่าคนหลายคนจะอยากให้แพรวาตายตกไปตามกัน
      แต่มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
      เพราะคุณมองโลกด้านเดียว
      และรับรู้ในทางเดียวและอคติ
      ลองถ้าคนขับไม่ได้มีตระกูลดัง พวกคุณที่ออกมาประณามจะเป็นอย่างนี้กันไหม

  9. จะรออ่านสรุปจากพัชรแล้วกันครับ

    ขอบคุณมาก ^_^

  10. ผมก็ติดตามอยู่

    คนไทยไหลตามน้ำ เฮ้อ

  11. ไร้ความคืบหน้า แหงก

  12. ชอบโพสนี้มากๆครับ .. อ่านแล้วได้มองทุกมุม

    จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกได้ ว่า วิจารณญาณ ในการรับชมข้อมูลจากอินเตอร์เนท ต้องไตร่ตรองให้มากๆ

  13. เขียนดีอะค่ะ ไม่กล้าสรุปว่าใครผิดถุก ได้แต่อ่านตามไปเรื่อยๆ

  14. อ่านจบแล้วยังสงสัยอยู่หลายข้อ และดูเหมือนว่าไม่พูดถึงกรณีการเกิดเหตุ แต่มุ่งไปเรื่องกระแสความโกรธของคนบนFB และtwitter เข้าใจว่าคงวิเคราะห์คนเหล่านั้น โดยโยงเรื่องราวเข้าด้วยกันเท่านั้นเอง
    ข้ามเหตุ(การการอุบัติเหตุ)ผล(ผลที่เกิดขึ้น)

  15. Jatenocide says:

    ดีคับ เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน อยากให้ทุกคนหยุด และใช้’สติ’ในการคิด และใช้’ความคิด’ในการแก้ไขปัญหา เพราะในอินเตอร์เน็ตเน้นใช้’คำพูด’มากกว่า’ความคิด’

    ‘มีสติ’ สร้าง ‘คำพูดดี’ ก่อให้เกิด ‘ความรู้สึกที่ดี’
    ‘ขาดสติ’ สร้าง ‘คำพูดไม่ดี’ ก่อให้เกิด ‘ความรู้สึกที่ไม่ดี’

    สิ่งที่ใช้ได้ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน
    “คำพูดฆ่าคนได้”(เสมอ)

  16. อัศวิน นิ่มมณี says:

    ทุกวันนี้อุบัติเหตุจากการเดินทางเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน มีให้เห็นตามท้องถนนทั่วทุกเส้นทางไม่ว่าจะตามตรอกซอกซอยไปจนถึงถนนหลวงระดับซุปเปอร์ไฮเวย์ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้นและมีผู้บาดเจ็บ จะมีพลเมืองดีที่มาในรูปของมูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือกู้ภัย นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ตลอดจนเก็บศพ ซึ่งในบางครั้งก็มาพร้อมกันหลายมูลนิธิ แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นว่ามูลนิธิใดจะเป็นผู้นำผู้บาดเจ็บไป หรือเก็บศพ จนบางครั้งก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน หรืออย่างน้อยก็ใช้เวลาตกลงกันพอสมควร ในขณะที่ผู้บาดเจ็บต้องการความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ซึ่งในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เขาควรได้รับการช่วยเหลือจนถึงมือแพทย์เพื่อรักษาชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุดเท่าที่กระทำได้ แต่กลับต้องมานอนรอความตายจนกว่าพลเมืองดีทั้งหลายจะตกลงกันได้ ผมจึงอยากตั้งข้อสังเกตุว่าพวกมูลนิธิต่าง ๆ นั้น ทำงานอาสาเพื่อหวังผลประโยชน์สิ่งใดหรือเปล่า จึงขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนเส้น 332 ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ฝรั่งขับมอเตอร์ไซด์ข้ามเลนสวนมาชนกับรถยนต์ จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหัก 2 ข้าง โดยขาซ้ายลูกสะ้บ้าหลุด กระดูกแตกละเอียด นอนจมกองเลือดรอพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล ต่อมาก็มีเ้จ้าหน้าที่จากมูลนิธิต่าง ๆ ได้รับทราบข่าวสารทางวิทยุแล้วรีบมาที่เกิดเหตุ แต่ครั้นมาถึงก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ครั้นเมื่อตกลงกันได้เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิก็ได้นำฝรั่งชาวอังกฤษผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งในละแวกนั้นมีโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง 2 โรงพยาบาล (รัศมีประมาณ 5 กม.) คือ 1. โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ (เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก) 2. โรงพยาบาลบ้านฉาง (มีขนาดและลักษณะเหมือนกับสถานีอนามัยทั่วไป) ขอถามว่าถ้าคุณเป็นพลเมืองดีผู้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล คุณจะนำไปส่งโรงพยาบาลใด (ผมไม่ต้องการคำตอบคุณคงรู้อยู่แล้ว) แต่เจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลบ้านฉาง แต่สุดท้ายแล้วโรงพยาบาลบ้านฉางก็ไม่สามารถรับตัวผู้บาดเจ็บไว้รักษาได้ เนื่องจากเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ต่อมาผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวต่อไปที่โรงพยาบาลระยอง ซึ่งไกลออกไปอีกกว่า 40 กม. เมื่อถึงโรงพยาบาลระยอง เขาถูกส่งตัวไปนอนรออยู่ในตึกผู้ป่วยธรรมดา ไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ เลย 2 วัน จนกว่าภรรยาชาวอังกฤษจะตามหาตัวจนเจอ และรีบไปเยี่ยมอาการซึ่งผู้บาดเจ็บกับภรรยาได้ปรึกษากันจะขอย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ต้องเสียชีวิตลง ด้วยอาการช็อกหัวใจวายตาย ผมจึงอยากตั้งข้อสังเกตุว่าฝรั่งชาวอังกฤษผู้นี้จะไม่มีทางเสียชีวิตลงถ้าหากเขาได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมเรานี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ หรือโรงพยาบาล พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มความสามารถแล้วหรือ หรือว่าทุกคนเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักธุรกิจกันหมดแล้ว หากว่าผู้บาดเจ็บคนนั้นเป็นญาติพี่น้องเราล่ะ เป็นพ่อแม่เราล่ะ หรือเป็นตัวเราล่ะ แล้วเจอสถานการณ์แบบนี้เข้าล่ะ คุณจะคิดยังไง หยุดคิดกันสักนิดแล้วทำอะไรเพื่อประเทศไทยของเรา อย่ามัวแต่หวังผลประโยชน์กันเลยครับ ขอฝากไว้ครับ