สังคมในอนาคตไม่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ

สังคมต้องการคนรู้ลึก หรือต้องการคนตื้นเขินกันแน่ ?

บังเอิญเห็นลิงก์จาก twitter อันนี้ครับ เป็นสิ่งที่นักวิจัยต้องดิ้นรนในประเทศที่ไม่สนใจความรู้กันแล้ว น่าเศร้าเหมือนกัน
http://rescom.trf.or.th/display/show_colum_print.php?id_colum=760

วันก่อนไปคุยๆเสวนาจิปาถะที่ SIU ครับ พอถึงเรื่องนักวิชาการและนักปรัชญาส่วนใหญ่เราจะอ้างคนในอดีตทั้งสิ้น พอผมป้อนคำถามว่า ในปัจจุบันเราชื่นชอบใครในฐานะนักวิชาการรุ่นใหม่บ้าง ปรากฏว่าตอบได้น้อยมากครับ ผมเองก็ยังนึกได้ไม่กี่คน ( ถ้าเป็นนักวิชาการการเมืองบางคนนึกถึงคุณ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ หรือแม้แต่ คุณกล้า สมุทวณิช ที่ใช้นามปากกา บุญชิต ฟักมี ใน facebook ด้วยซ้ำ?? )

พอย้อนมาดูถึงการหาข้อมูลในปัจจุบัน ตอนนี้ถ้าเราต้องการข้อมูลอ้างอิงนั้น แน่นอนว่าแหล่งแรกๆคือการเซิร์ท wikipedia นั่นเอง ดังนั้นการฟังและ “รับข้อมูลไหลไปตามนักวิชาการ” ที่เราชื่นชมในสมัยก่อน ซึ่งเค้าสามารถจำข้อมูลได้ลึกซึ้งนั้นอาจทำได้ยากในยุคนี้ นั่นเป็นเพราะนักวิชาการคนนั้น พูดไม่กี่ประโยคเมื่อต้องการการอ้างอิง คนธรรมดาก็สามารถหามาได้อย่างง่ายดายนั่นเอง ทำให้ element ของนักวิชาการต่างๆนั้นถูกแยกย่อยลงอย่างมาก

นอกจากนี้ กิจกรรมที่เยอะแยะมากมายในปัจจบัน ยังทำให้คนที่รู้ลึกในเรื่องไม่กี่เรื่องในสมัยก่อนนั้น ไม่ค่อยได้รับการยอมรับมากเมื่อเทียบกับคนที่รู้หลากหลายเรื่อง พูดอย่างเป็นรูปธรรมคือ คนที่รู้หลากหลายแต่ตื้นเขินนั้นจะมีสภาพสังคมที่กว้างกว่าคนที่รู้ลึกในปัจจุบัน ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นเรื่องดนตรีครับ คนทั่วไปไม่ได้รู้จักนักดนตรีที่เก่งระดับปรมาจารณ์เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แต่เรารู้จักนักดนตรีที่เคยออกทีวีและเล่นเพลงได้เพราะ+บุคลิกดีกันมากกว่า และคนที่รู้ลึกจริงๆถ้าดูง่ายๆใน twitter นั้นจะมี follower น้อยเพราะคนไม่ค่อยรู้จักครับ ผิดกับคนที่รู้ผิวเผินแต่มีเวลาเล่น ( ผมก็คนหนึ่งล่ะ ผิวเผินหลายเรื่อง 😛 )

แม้แต่สภาพแวดล้อมเองก็ยังสนับสนุนให้คนรู้ไม่ลึกด้วยเช่นกัน วัฒนธรรม”แดกด่วน”นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน การถ่ายรูปเป็นศิลปที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องฝึกฝนมากมายเมื่อมีกล้องดิจิตอล ถ้าคุณถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ถ่ายไปสักหมื่นรูป คุณอาจมีภาพที่สวยศิลประดับช่างภาพชื่อดังๆในอดีตได้เช่นกัน มีปลั๊กอินที่ทำให้สวยแบบด่วนๆมากมายใน iPhone หรือแม้แต่การประกวดดนตรีในขณะนี้ยังมี “Airband” นั่นคือการ ทำท่าเล่นดนตรีประกอบเพลง โดยไม่ต้องเล่นดนตรีจริง ไม่ต้องฝึกและใช้ทักษะทางดนตรี เพียงใช้ท่าทางการแสดงเท่านั้นครับ

ผมเองอยากให้พวกเรากลับมาค้นหาผู้ที่รู้ลึกและให้ความสำคัญกับพวกเขากันอีกครั้ง สังคมที่มีแต่สิ่งฉาบฉวยนั้นอาจเป็นสิ่งรุ่งเรื่องในระยะเวลาไม่นานก่อนที่จะเสียสมดุลไป

เรื่องน่าสนใจ
โศกนาฏกรรมของ Geek และจุดจบของสาวก

Comments

  1. อันนี้เหนด้วยเลยค่ะ สภาพสังคมตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ในขณะที่คนรู้จริงก็เหมือนหายไปจากโลกเลย >.<

  2. ความคลาสสิคมันหายไปไหนหมดแล้ว?

    ความรู้สึกถึงความยากเย็นต่อการฝึกฝนการได้มา

    เดี๋ยวนี้อยากทำอะไรก็ง่ายไปหมดขอให้มีเงิน

    สุดท้ายก็

    เหลือแต่ ความเบื่อหน่าย…

  3. ผมว่า พอเวลาที่สังคมเสียสมดุลไปแล้ว ไม่นานความคิดของคนในสังคมมันก็จะเปลี่ยน และกลับสู่จุดเริ่มต้นใหม่กระมังครับ

  4. เห็นด้วยค่ะกับวัฒนธรรม”แดกด่วน” ทำให้คนเราวุ่นวายไม่มีเวลาคิดอะไรแม้แต่เรื่องของตัวเองให้ลึกซึ้ง ดูอย่าง คนเป็นมะเร็งในปัจจุบัน พอไปรักษาบัลวีก็มีคอร์สให้อยู่ยาวเพื่อสอนให้เราทำกับข้าวที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ นั่นก็คืออุบายให้คนมีความใจเย็นในการทำกิจกรรมนี้ ให้ค่อยๆ คิดแบบมีสติ มองอะไรให้ลึกซึ้งไม่ฉาบฉวย เนื้อร้ายในร่างกายไม่ขยายตัวนั่นเอง

    กว่าจะไปถึงจุดสมดุลใหม่อาจเป็นตอนที่โลกนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้วก็เป็นได้ ก็จะทำให้มนุษย์ปรับตัวได้กับสภาพที่เหลืออยู่ เหตุการณ์ก็จะดำเนินไปอย่างช้าๆ แล้วก็จะทำให้มนุษย์มีความลึกซึ้งขึ้นนั่นเอง

  5. ผมเห็นตรงข้ามเลยว่าในอนาคตสังคมจะเน้นไปที่ผู้เชี่ยวชาญได้มากขึ้นยิ่งกว่านี้

    เพราะโอกาสทางเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสาร และอุปกรณ์ การสร้างสื่อ ที่จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถ “พรีเซนท์” ความคิดของตัวเองให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น

    วัฒนธรรมแดกด่วนมีอีกด้านที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ความสามารถในการบริหารจัดการนี้ได้ถูกดึงมาใช้ในการให้บริการสินค้าที่แดกไม่ด่วน แต่ก็มีประสิทธิภาพ ดังที่เห็นจากร้านแฟรนไชส์อาหารในทุกระดับ

    ในเรื่องของความรู้ก็เช่นเดียวกัน ในอนาคตน่าจะมีนวัตกรรมที่ดึงเอาข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญมาแสดงในรูปแบบที่ย่อยง่าย ค้นหาง่าย เข้าถึงง่าย อันที่จริงก็มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ตั้งแต่ Google ที่ทำให้ผมค้นหาข้อมูลเชิงลึกจากเว็บบอร์ดต่างๆได้ง่าย การทำ Infographic ที่ซับซ้อนจากแขนงต่างๆ หรือการที่ผมสามารถดูวีดีโอสัมนาวิชาการได้จาก Youtube

    การแดกด่วนไม่เคยหายไปจากสังคมโลก เราเพียงแต่ตื่นตัวเป็นพักๆ ในสมัยก่อนที่จะมีฟาสท์ฟูดแฮมเบอร์เกอร์ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง จัดเป็นอาหารแดกด่วนหรือเปล่า? ผัดไทยล่ะ? ลูกชิ้นปิ้งล่ะ? ถ้าเทียบกันแล้วผมก็ว่าไม่ต่างจากการลือข่าวปากต่อปาก ผู้คนในสมัยก่อนก็ไม่เคยสนใจผู้เชี่ยวชาญ แต่ชอบการนินทา แม้ว่าจะไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ตาม

    และเหล่าผู้เชี่ยวชาญก็คอยรับเอาวิธีการส่งต่อข้อมูลมาใช้งานเพื่อเผยแพร่ความคิดของตัวเอง
    การที่ผมเปิดทวิตเตอร์ เจอเอนทรี่ของ iPattt นับว่าผมได้เห็นผู้เชี่ยวชาญใช้เทคโนโลยีแดกด่วนมาแพร่กระจายความคิดของตัวเองใช่หรือไม่?

Trackbacks

  1. […] This post was mentioned on Twitter by patchara, booruball and ganok_tor, Wisdominside.org. Wisdominside.org said: RT @PolarZen: RT @ipattt สังคมในอนาคตไม่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ http://bit.ly/cMLkXf […]

  2. […] คำว่าวัฒนธรรมแดกด่วน มาจาก fast food culture หมายถึง ชีวิตที่เน้น การเข้าถึงง่าย ใช้งานได้เร็ว ไม่ต้องซับซ้อนหรือลงลึก ไม่ต้องใช้เวลาศึกษาอะไรมากมาย มีต้นทุนต่ำและมีความสำเร็จรูป และคนในวัฒนธรรมนี้จะมีความอดทนที่ต่ำลง ลามไปถึงวงการศึกษาที่ต้องการเพียงดีกรีจนเกิดดีกรีเฟ้อและมหาลัยแดกด่วน […]