อย่าท้อแท้ในการสนับสนุนเข้าร่วมงานเสวนาต่างๆที่เป็นงานเปิดกว้าง

put-off-fire

ความเห็นของผม ขอให้ทุกท่านอย่าท้อแท้ในการสนับสนุนเข้าร่วมงานต่างๆที่เป็นงานเปิดกว้าง

ในช่วงนี้มีกิจกรรมฟื้นฟูต่างๆ ผูดขึ้นเป็นดอกเห็ดมากมาย บางกิจกรรมอาจหลงทางเพราะทำขึ้นเพื่อฟื้นฟูและให้กำลังใจคนเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่างๆจะประสบความสำเร็จไปไม่ได้เลยครับ ถ้าแต่ละฝ่ายต่างไม่เปิดใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นขอให้ทุกท่านลองใช้วิจารณญาณในการเข้าร่วมแต่ละกลุ่มด้วยตนเอง แม้แต่กลุ่มที่ผมจะโพสต่อๆไปด้วยครับ

ผมเองสนับสนุนการใช้เหตุผลในการพูดกัน แต่เหตุผลจากการรับรู้ ผล ในมุมที่ต่างกันทำให้หลายครั้งเราไม่สามารถสรุปบทสนทนาได้ เราต้องตระหนักรู้ตนเองว่ากำลังเกิดอารมณ์ไหนในขณะนั้น และบทสนทนาจะนำไปสู่ทางตันหรือไม่ คอยประคับประคองการเสวนาให้ก้าวสู่บทสรุปหรือถ้าไปไม่ถึงก็ร่างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการคิดคลี่คลายต่อก็ได้ครับ การพูดกันมากๆในหมู่ของผู้ที่มีเหตุผลและเปิดกว้างรับฟังผู้อื่นผมเองเชื่อว่าจะเป็นการ tuning สู่สิ่งที่ดีขึ้นในอนาคตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำคัญคืออย่าตั้งธงในใจของคู่สนทนาก่อน และเปิดกว้างให้มากที่สุดครับ

การพูดก็เหมือนกัน ทุกครั้งที่เราพยายามพูดให้คนเฮ และคนพอใจ ให้กลุ่มก้อนสามัคคี ในมุมกลับกันอาจสร้างความแตกแยกก็ได้ครับ วิธีที่ง่ายคือเราลองเปลี่ยนคำนาม ในประโยคที่เราพูดคอมเม้นท์คนอื่นเป็นฟากตรงข้ามแทนก็จะพอรู้ถึงอารมณ์ของประโยคได้ดี การว่ากล่าวฝ่ายตรงข้ามอย่างสร้างสรรนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมคิดว่าในเวลาแบบนี้ ก่อนอื่นเราควรลดความโกรธและเกลียดชังก่อน ขั้นตอนต่อไปถึงจะดำเนินการใช้เหตผล วิจารณ์อย่างสร้างสรร และลงโทษตามกฏหมายสำหรับผู้ที่ได้รับการตัดสินว่าผิดกฎหมายกันต่อไป

ผมเองก็ยังสนทนาไม่ได้เก่งมาก แต่กำลังฝึกอยู่ครับ :)

ลดความโกรธเกลียด > ลดอคติ > เปิดกว้าง > คุยกันด้วยเหตผล > เก็บข้อมูลบริหารต่อยอด

ปล.เพื่อนหมอศิริราชของผมสร้าง fb page ไว้ (อีกแล้ว) มีผมเป็น moderator ด้วยครับ ถ้าไม่รังเกียจลองดูได้ที่
ร่วม”ดับไฟใน ใจคน” รณรงค์ไม่โพสกระตุ้นความโกรธความเกลียดชัง

Comments

  1. Thank

  2. เยี่ยมครับ ถ้าคิดอย่างนี้ได้กันหมด คงจะดีครับ จะลดความคุกรุ่นในใจได้เยอะ