Customization และ Template : ปัญหาทัศนคติด้าน Manday ของไทย

คุณคิดว่างานเช็ดกระจกตามบ้านและงานเช็ดกระจกตามตึกควรได้ค่าแรง manday เท่ากันหรือไม่ แน่นอนในต่างประเทศไม่เท่าแต่สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ให้เท่ากัน !

คุณคิดว่างานเช็ดกระจกตามบ้านและงานเช็ดกระจกตามตึกควรได้ค่าแรง manday เท่ากันหรือไม่ แน่นอนในต่างประเทศไม่เท่าแต่สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ให้เท่ากัน !

วิธีคิดทางธุรกิจเรื่องต้นทุนแรงงานต่อโปรเจ็ค

วิธีคิดทางธุรกิจเรื่องต้นทุนแรงงานต่อการทำโปรเจ็คที่จะประสบความสำเร็จได้พิจารณาง่ายๆควรมีสองแบบเท่านั้นนั่นคือ แบบ Manday สำหรับงานแบบ Customization และแบบ Template สำหรับงานราคาถูก

งาน Customize เป็นงานที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อลูกค้ารายใดรายหนึ่ง ต้องใช้แรงงานเวลาและองค์ความรู้ในการทำดังนั้นจะมีราคาสูงถ้าเทียบกับงานที่ซื้อสำเร็จรูป ซึ่ง Template นั้นทำไว้พร้อมสำหรับขายลูกค้าหลายรายมันจึงมีราคาถูกได้ครับ

คนไทยนั้นยังไม่มีวิธีคิดด้าน Man day ในการทำโปรเจ็คต่างๆ ทำให้การทำงานต้องคิดราคาเป็นโปรเจ็คเหมารวมและทำให้ไม่เกิดความโปร่งใสเท่าที่ควร ในบ้างครั้งโปรเจ็คอาจถูกคิดถูกไปหรือแพงเกินไปก็ได้

Customization และ Template กับการสร้างบ้าน

ถ้าเปรียบเทียบ Man Day กับการสร้างบ้าน การที่คุณไม่รู้ว่าคุณต้องการบ้านแบบไหนกันแน่และอยากสร้างไปต่อเติมไป การจ้างช่างไว้และจ่ายรายวันเพื่อให้ทำบ้านของคุณไปเรื่อยๆ ย่อมดีกว่าการให้ข้างเหมาทำบ้านแบบ A ทั้งที่คุณก็ไม่รู้ว่าบ้านแบบ A มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ถ้าคุณโชคดีสามารถสร้างบ้านได้เสร็จในเวลาแค่อาทิตย์เดียวและเป็นแบบทีต้องการแน่นอนว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ถ้าสร้างแล้วต้องรื้อใหม่ก็จะต้องเสียค่าแรงเพิ่มเท่าตัว ในกรณีนี้คุณก็ควรจ้างคนเป็นที่ปรึกษาเพื่อมาบอกคุณในเวลาครึ่งวันว่า แท้จริงแล้วบ้านแบบไหนเหมาะกับคุณกันแน่ แล้วคุณก็ใช้เวลาในการสร้างบ้านที่ถูกต้องให้เสร็จในห้าวันแทน

อย่างไรก็ตาม บ้านก็มีแบบสำเร็จรูป ( Template ) ที่คุณเพียงเดินเข้าไปก็จะรู้ว่าดีไม่ดีก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน องค์ความรู้ในการสร้างบ้านก็สั่งสมมานานและทุกคนก็รู้ว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปคุณก็ไม่ควรที่จะพบห้องครัวหรือห้องน้ำในทันที บันไดขึ้นชั้นบนบ้านก็ไม่จำเป็นต้องมีหลายจุด ห้องนอนก็ไม่ควรอยู่ทางทิศตะวันตกเพราะจะร้อนตอนเย็น ฝ้าเพดานจะเก็บกักอากาศร้อนไว้ด้านบน บ้านเมืองร้อนก็ไม่ต้องทำเตาผิง ฯลฯ ถ้าคุณอยากได้บ้านที่เก๋ไม่ซ้ำแบบใครอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในกรอบบางอย่างที่รู้กันเช่นโถส้วมก็ไม่ควรตั้งในห้องนอนและระเบียงก็ต้องออกแบบให้ระบายน้ำได้ เป็นต้น

สิ่งที่ง่ายกว่าการสร้างบ้านก็คือเสื้อผ้านั่นเอง เรามี template เสื้อผ้าสำเร็จรูปมานานแล้ว ซึ่งทำให้เราไม่จำเป็นต้องซื้อผ้าไปตัดเสื้อให้ราคาแพงหูฉี่เหมือนสมัยก่อนกันนั่นเอง คุณก็รู้ว่าราคาการตัดเสื้อผ้ารวมค่าวัตถุดิบอาจมีราคาหลายสิบเท่าของเสื้อผ้าสำเร็จรูป

แนวคิดการแก้ปัญหาการทำเว็บ/ทำโครงการแบบ Customization ด้วยTemplate

สำหรับการทำโครงการก่อสร้างทั่วไปอาจเห็นภาพบ้าง พอเป็นเรื่องระบบและการสร้างเว็บ เว็บนั้นจับต้องได้ยากกว่าสำหรับคนที่ต้องการทำเว็บรายใหม่ๆ ลูกค้าทุกคนเข้ามาด้วยโจทย์เดียวกันคืออยากเป็นเว็บตัวเองสวยโดดเด่นเตะตาเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร บางคนอยากได้เมนูกลมๆอยู่ตรงกลางเว็บคล้ายเว็บ Agency โฆษณา แต่พอถึงขั้นตอนในการคิดราคาด้าน Man Day กลับกลายเป็นคนอยากทำเว็บก็ไม่ค่อยวางใจทั้งโปรแกรมเมอร์ และส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญแม้แต่น้อยกับการใช้จ่ายเพื่อ Man Day ของที่ปรึกษาที่จะมาให้ Super Vision ด้วยซ้ำ (แน่นอนว่า Manday ไม่ถูก) หลายคนไม่มีความรู้เรื่องเว็บจึงอยากได้ตัวเลขกลมๆของราคาการทำเว็บ ผลก็คือเกิดปัญหาเพราะคนทำเว็บคิดราคาสโคปหนึ่ง อาจจะเป็นสโคป Best Case ถ้าเป็นนักทำเว็บมือใหม่ หรือ Worse Case ถ้าเป็นนักทำเว็บประเภทบาดแผลเหวอะหวะเต็มตัว ส่วนลูกค้าแน่นอนว่าคิดเป็นแต่สโคป Best Case

คุณเม่นเคยเปรียบเทียบเว็บราชการเป็นบ้าน เมื่อคิดราคาแบบแพงสุดกู่แล้วคุณก็จะได้บ้านที่มีบันไดขึ้นไปข้างบนบ้านเป็นสิบอัน บันไดบางอันขึ้นไปชนกำแพง ห้องนอนอาจจะมีนับสิบห้องและบางห้องไม่มีหลังคา แน่นอนว่าเปิดประตูหน้าบ้านมาคุณจะพบกับ “ทุกอย่าง” ทั้งห้องครัวห้องน้ำโถส้วมกล่องจดหมายกระดานข่าวถังขยะบันไดสองสามชุดเตาผิงตู้เก็บของห้องรับแขกและเตียงนอนอยู่พร้อมหน้าทั้งหมดและไม่รู้ว่าจะเดินทางไหนต่อ … ( เอ้า ฮาา )

ดังนั้นการวางแผนการทำงานด้วยการให้ลูกค้าใช้เว็บสำเร็จรูปก่อนจึงอาจเป็นทางแก้ให้ลุกค้าเป็นภาพและข้อจำกัดของเว็บราคาถูกเช่นเดียวกับบ้านสำเร็จรูปได้เช่นกัน เมื่อลูกค้า Educate ตัวเองว่าของถูกจะต้อง Fix Feature ได้เท่านั้นเท่านี้ แล้วจึงค่อยเสนอราคาที่แพงเพื่อให้เค้า Customize ตามใจได้บ้างครับ บางครั้งลูกค้าจะเอ่ยปากถามเราเลยว่าจะเพิ่มเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เหมะกับธุรกิจของเค้าจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่บ้าง เราก็สามารถอธิบายได้ง่าย ถ้าไม่ยอมก็ให้ใช้ของสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้วไปครับ หรือถ้าอยากได้ของสำเร็จรูประดับสุดยอดก็แนะนำ Oracle ให้ก็ได้ครับ

สำหรับของสำเร็จรูปนั้นถ้าเป็น Template ก็อาจมีราคาถูกได้ แต่ถ้าเป็นระบบที่สร้างขึ้นมาด้วยการสะสมองค์ความรู้อย่าง SAP นั้นแพงแน่ๆ ดังนั้น”ของสำเร็จรูป”อาจไม่ได้ถูกเสมอไปขึ้นอยู่กับต้นทุนในการทำของนั้นๆด้วยเช่นกัน

ปัญหาการคิดราคายืดหยุ่นแบบ Manday และการใช้ template สำหรับองค์กรใหญ่

อย่างไรก็ตามการทำเว็บหรือทำงานโปรเจ็คให้กับองค์กรขนาดใหญ่และรัฐบาลนั้นไม่มีการยอมรับในเรื่อง Manday และ ไม่มีการยอมรับการใช้ของสำเร็จรูป ( Template ) สำหรับประเทศไทย ตัวอย่างเช่นคุณไม่น่าจะสามารถคิดราคาค่าทำเว็บแบบ Manday ให้กับองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่ทั่วไปได้ด้วยสาเหตุจาก

1. การคำนวนและพยากรณ์ค่าใช้จ่ายล่วงหน้านั้นสามารถทำได้อย่างลำบาก ฝ่ายจัดซื้อและบัญชีไม่สามารถพยากรณ์ในสิ่งนี้ได้ และอาจไม่เกิดผลงานการต่อราคาเพื่อลดราคา Vender เพราะผู้ที่ทำให้งานนานนั้นเป็นหน่วยงานในบริษัทนั้นๆเอง

2. ความไม่มั่นใจใน Vender ว่าจะเป็นตัวแปรต่อการทำให้งานยืดเยื้อ

3. ความไม่มั่นใจในตัวลูกค้าเอง ว่าจะเป็นตัวแปรต่อการทำให้งานยืดเยื้อ

4. ถ้าเป็นงานองค์กรใหญ่หรือรัฐบาลจะทำให้เกิดสัดส่วนที่ไม่แน่นอนต่อค่า Commission ต่างๆที่มีผู้เกี่ยวข้องเยอะแยะมากมาย

5. กลัวปัญหาการทิ้งงานเมื่อเกิดปัญหากลางคันเพราะตัวเองได้จ่ายไปหลายส่วนแล้ว

6. การจะให้ตัดสินใจใช้เว็บ Template ที่มีมาแล้วจะถูกเพ่งเล็งเรื่อง Lock Spec ชัดเจนและเป็นอันตราย เช่นระบบสมัครงานก็ต้องทำใหม่ทั้งหมด จะมาใช้ของ JobDB ไม่สามารถทำได้

และข้ออื่นๆลองช่วยกันคิดก็ได้ครับ องค์กรที่ยอมรับเรื่องนี้อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆส่วนใหญ่เป็นการดีลกับ Freelance

สำหรับ Mind Set ของคนไทยก็ยังมีประเด็นเรื่องการไม่ยอมรับ Man Day อยู่ดังนั้นเราจึงไม่สามารถดีลในลักษณะบริษัทกับบริษัทแบบ Manday ได้ง่ายนัก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่อบริษัทที่พัฒนา Opensource เช่นกัน นอกจากนี้คนไทยนั้นถ้ารู้ว่าคนๆหนึ่งที่เป็น Consult มี Manday มาตรฐานอยู่ที่วันละหนึ่งหมื่นบาทเพื่อให้เข้ามาให้คำปรึกษา พนงบริษัททั่วไปที่มีเงินเดือนหมื่นบาทย่อมไม่พอใจแน่ๆ พวกเค้าคงไม่ได้คิดถึงต้นทุนของบริษัท Consult และต้นทุนการสั่งสมองค์ความรู้ที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะมาถ่ายทอดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับคุณเม่นนั้นได้ทำงานในลักษณะแบบ Man day มาหลายบริษัทและบริษัทที่สามารถรับเรื่องดังกล่าวได้ก็จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีทีเดียวเพราะมีแรงผลักดันทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่งานที่ได้ทำมักเป็นการทำงานให้องค์กรขนาดไม่ใหญ่มาก สำหรับ Manday คุณเม่นนั้นมีตั้งแต่ 0 – 30,000 บาท ดังโพสเรื่อง win-win project

ภาคผนวก

– บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนใหม่เอี่ยมรายหนึ่งย่านระยองชำระค่า Consult ให้คำปรึกษาด้านการบำรุงรักษากับรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ในไทยเป็นจำนวนปีละ 12 ล้านบาทหรือเดือนละล้าน โดยที่ พนง รัฐวิสาหกิจรายนั้นอาจจะเข้าไปให้คำปรึกษาที่ไซต์ก็ได้ หรือจะผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้ โดยเฉลี่ยแล้วหนึ่งปีอาจเข้าไปที่ไซต์รวม Manday วิศวกรทุกคนแล้วเพียง 60 man day เท่านั้น

– บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GE มี Rate card ค่าคอนเซ้าท์ด้านเทคนิค Manday ละประมาณหนึ่งแสนบาท ซึ่งการคอนเซ้าท์ทำหน้าที่เพียงให้ Fact แต่การตัดสินใน ลูกค้าต้องตัดสินใจเอง นอกจากนี้ยังมีการจ้างลักษณะเป็น Project Site ซึ่งสามารถตัดสินใจพร้อมประกันความเสี่ยง ราคาต่อ Manday จะแพงกว่านี้หลายเท่า

– เท่าที่ผมได้สัมผัสมา การคิดราคาทำเว็บของ Freelance และบริษัททำเว็บสมัยใหม่ของไทยบางครั้งคิดต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก ! ( มีน้องคนหนึ่งคิดราคาเว็บไซต์ 1 หมื่นบาททำเต็มที่ประมาณสี่เดือน )

– เว็บไซต์องค์กรเอกชนทั่วไปมักมีราคา 5 – 8 หมื่นบาท บริษัททำเว็บขาดทุนกันแทบจะร้อยเปอร์เซ็น ตามหลักการด้าน Manday แล้วเว็บราคาห้าหมื่นบาททำเกินหนึ่งเดือนนั้นขาดทุนแน่นอนครับ ! ( ตัวอย่างการคำนวน Manday Designer 2000 บาท ห้าวัน = 10000, manday Programmer 3000 บาท ห้าวัน = 15,000 ทั้งหมดคูณค่าโสหุ้ยบริษัท,sale,admin = 2 เท่าตามหลักบัญชี จะได้ 50,000 เท่าทุนพอดี นี่ยังไม่รวม Manday AE และ Super Vision )

– เว็บไซต์ visioninform ที่ไทเกอร์ไอเดียทำนั้นมีราคา 30,000 บาทแต่ได้กำไรงดงามเพราะกำหนดให้ลูกค้าใช้เว็บ Template และใส่ข้อมูลเอง ตามข้อมูลในโพสด้านล่างครับ

สำหรับผู้ที่สนใจแนะนำให้ดูโพสเรื่อง Super Vision ในธุรกิจทำเว็บ ประกอบ

โพสที่น่าสนใจและเกี่ยวข้อง
เว็บราชการ/ งานรัฐบาล ทำไมถึงแพง ?
การคิดราคาเว็บ : ว่าด้วยความหมายใน Quotation/เปรียบเว็บกับบ้าน

Comments

  1. ว่าแต่ที่ภูเก็ตที่ผมอยู่อ่าคับ ลูกค้าแทบจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบเป็นอันดับแรกคับ

    กล่าวง่าย ๆ พอถามราคาเสร็จสรรพ ผมเคยโดนถามว่าทำเว็บเท่าไหร่ ผมก็บอกไปว่า 30000 คับ ไม่รวม host กับ domain แค่นั้น เค้าก็บอกว่าแพงกว่าเจ้าอื่นอีก เจ้าอื่นให้ผมแค่ 10000 เดียวเอง แต่หลังจากนั้น เค้าต้องมาตกระกำลำบากอีก 2-3 ครั้งกับ คนที่ทำเว็บคนนั้นคับ

    ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีโน้มน้าวใจ หรือทำอย่างไรบ้างคับ ที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใจหลักพวกนี้อ่าคับ

    ที่สำคัญ ผมว่า ของถูกอาจจะเป็นของดีก็ได้ แต่ผมมองว่าหายากยิ่งกว่าเข็มในมหาสมุทรซะอีก

  2. พอดีบริษัทที่ผมทำงานด้วยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างญี่ปุ่นและไทย
    และลูกค้าประมาณ 80% เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่มีความเข้าใจเรื่อง ManDay
    และกระบวนการพัฒนาระบบ Software ระดับหนึ่ง เลยมีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจ
    เรื่อง ManDay น้อยครับ

    แต่ก็เคยเจอมาบ้างว่า ขนาดบริษัทใหญ่ๆระดับโลกบางรายยังไม่เข้าใจเรื่องราคาของ ManDay เหมือนกัน
    ไม่ต้องพูดถึงบริษัทคนไทยที่เข้าใจเรื่องพวกนี้ยากมาก

    และก็แปลกมากคือ ถ้าคนจ่ายเงินเป็นคนญี่ปุ่นจะคุยเรื่องเงินง่ายมาก ประเด็นที่ต่อรองกันกับไม่ใช่ราคา ManDay แต่เป็นจำนวน ManDay ที่ต้องใช้มากกว่า แต่หากคนตัดสินใจเรื่องเงินเป็นคนไทย ประเด็นที่คุยกัน กับเป็นเรื่อง
    ราคา ManDay มากกว่าจะมานั่งถกกันว่าจำนวน ManDay ที่คิดมา เหมาะสมกับเนื้องานหรือไม่

    @tudut

    จากที่ผมเคยทำงาน หากมีการแจกแจงลูกค้าชัดเจนว่างานทั้งหมดมีอะไรบ้าง แต่ละอย่างใช้กี่ ManDay และเราคิดราคาที่ ManDay ละเท่าไหร่ และมีตัวอย่างคุณภาพงานให้ดู พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการคิดราคาของเรานั้นมีมาตรฐาน ส่วนมากลูกค้าจะเข้าใจครับ

    แต่จะรับได้หรือไม่ได้ ยอมซื้อหรือไม่ อันนั้นเป็นความสามารถในการขายแล้วครับ ฮ่าๆๆ

  3. คมคายมากครับเรื่อง Manday

    แนวทางนี้เป็นแนวทางการทำงานระหว่าง ลูกค้า – บริษัทที่ปรึกษา ตามปกติอยู่แล้วครับ พอดีเคยหลงเข้าไปอยู่ในวงการการก่อสร้างมา การคิดราคาจะแบ่งเป็น 2 ต้นทุนครับ หนึ่งคือค่า Manday อย่างที่พี่พัชรอธิบายไว้แล้ว ค่าตรงนี้จะเก็บกำไรได้เยอะเพราะคิดค่าตัวกัน ++ ราคาเงินเดือนจริง กับอีกตัวคือต้นทุนค่าซื้อข้าวของอุปกรณ์ ประชุม เดินทาง น้ำ ไฟ ฯลฯ พวกนี้ไม่ค่อยได้กำไรครับ ไม่ขาดทุนเพราะกะพลาดก็นับเป็นบุญแล้ว อิอิ

    ผมโชคดีที่ได้ไปเห็นวงการอื่น มาบ้าง ตอนนี้เวลามีคนถามว่าคิดราคาเว็บยังไงก็ตอบไปเลยว่า “คิดตามเงินเดือนคนที่ต้องใช้ครับพี่น้อง!”

    พวกบริษัททำ SAP นี่บางที่เขาคิดราคา Manmonth ฟันกันอ่วมเลย แต่ดูเนื้อผ้าแล้วก็สมน้ำสมเนื้ออยู่ทีเดียวครับ :-)

    @tudut

    ต้องลองโน้มน้าวให้เหล่าเถ้าแก่เห็นถึงสุภาษิตไทยที่ว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ครับ หรือสนใจคำยืนยันจากแนวหน้าวงการพัฒนาซอฟท์แวร์สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ

    http://www.martinfowler.com/bliki/CheaperTalentHypothesis.html

  4. ก็คงต้อง อธิบายให้เขาฟังว่า ธุรกิจของเขาจะเป็นยังไง ถ้าทำกับผู้รับทำเว็บราคาถูกๆ

    ต้องให้เขาแยกให้ออก ระหว่าง ของดี กับของแพง

Trackbacks

  1. […] ตอนที่ 0 : proposal และ ต้นทุนโดยประมาณ Customization และ Template : ปัญหาทัศนคติด้าน Manday ของ… การคิดราคาเว็บ : ว่าด้วยความหมายใน […]