ขั้นตอนการเสนอราคา การทำเว็บไซต์

ขั้นตอนการเสนอราคา โดยปกติ TiGERiDEA จะแบ่งเป็นสเกลต่างๆ สำหรับองค์กรขนาดต่างๆ ดังนี้ครับ ซึ่งจะสามารถประยุกต์ใช้กับหน่วยงานอื่นๆก็ได้

1. ขั้นตอนการเสนอราคา องค์กรขนาดเล็ก หรือเว็บส่วนบุคคล

โดยปกติจะเริ่มจากคุยสิ่งที่น่าสนใจทางโทรศัพท์หรือมีการนัดคุย (แล้วแต่สเกลของเว็บไซต์ ถ้าเว็บราคาต่ำกว่า 50,000 บาทมักคุยงานทางโทรศัพท์ทั้งหมดครับ ) และให้ทางทีมงานทำเว็บเป็นผู้เสนอราคา (Quotation ) ระหว่างนั้นถ้าลูกค้าต้องการดูแนวดีไซน์ทางทีมงานจะส่งเว็บที่ เป็น Reference หรือ Template ไปให้ แต่ไทเกอร์จะไม่มีนโยบายดีไซน์ไปให้ดูก่อนเซ็นใบเสนอราคานะครับ และถ้าเซ็นใบเสนอราคาไปแล้วทางทีมงานก็จะมีการส่งใบแจ้งหนี้ ( Invoice ) เพื่อเรียกเก็บเงินมัดจำงวดแรกตามเปอเซ็นท์ที่ได้ตกลงกันไว้ โดยมากถ้าเว็บที่มีราคาต่ำกว่า 50,000 บาทจะเรียกเก็บ 50% ครับ จากนั้นเมื่อได้รับเงินแล้วจึงเริ่มทำงานตามขั้นตอน

สำหรับใบเสนอราคานั้น เมื่อเซ็นแล้วจะสามารถใช้เป็นหนังสือสัญญาในการทำโครงการได้ในตัวเองครับ

2. ขั้นตอนการเสนอราคาองค์กรเอกชนขนาดใหญ่

องค์กรแบบนี้อย่างน้อยต้องมีการเริ่มเข้าไปคุยงานโดยผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนก่อน คณะกรรมการขององค์กรอาจมีการเรียกหลายเจ้าเข้าไปคุยเพื่อดูศักยภาพ จากนั้นจะมีการร่าง TOR ( Term Of Requirements ) ของโครงการโดยองค์กรออกมาซึ่งอาจเป็นการร่วมกันร่างก็ได้ และ TOR จะถูกปรับแ้ก้ไปมาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายที่จ้างและฝ่ายถูกจ้าง จากนั้นจึงแนบใบเสนอราคาพร้อม TOR ไปยังฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายจัดซือจะออกใบสั่งซื้อ ( PO : Purchasing Order ) เมื่อได้รับใบสั่งซื้อแล้วทางทีมงานผู้รับจ้าง(ไทเกอร์ไอเดีย)จึงจะเริ่มทำงานได้

สำหรับงานหลายๆงานที่เป็นงานเร่งด่วน เคยมีกรณีที่ลูกค้าซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้งานทางทีมไทเกอร์เป็นหลักเกิดรีบเร่งมาก พอไทเกอร์ส่งเอกสารเรียบร้อยก็มีการสั่งงานให้ดีไซน์และ revise อยู่หลายครั้ง ปรากฎว่า PO กลับมีปัญหาทำให้งานทั้งหมดที่ไทเกอร์ทำไปนั้นไม่สามารถเก็บเงินได้ทั้งหมด และดีไซน์ที่ทางทีมทำไว้ลูกค้ากลับนำไปให้ Supplier เจ้าอื่นที่ได้รับการออก PO ทำอีกด้วย ดังนั้นต้องระวังให้ดีครับ จุดสำคัญคือเราควรทำงานเมื่อโปรเจ็คได้รับการรับรองว่าต้องทำแล้วตามสัญญาเท่านั้นไม่ว่าโปรเจ็คจะมีขนาดเท่าไหร่

3. ขั้นตอนการเสนอราคา องค์กรของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ

เริ่มจากการมี RFP ( Request For Proposal ) หรือประกาศความต้องการโครงการจากองค์กรของรัฐที่ต้องการการเข้ามาเสนอกิจกรรมพัฒนาต่างๆให้บริษัทต่างๆที่สนใจโครงการ หรือเอกสาร TOR ที่ระบุสเป็คกิจกรรมต่างๆ ถ้าบริษัทใดสนใจจะสามารถเข้ามาเสนอโครงการได้โดยการเข้ามาซื้อซองประมูลงานโดยมีราคาเป็น % ตามมูลค่าโครงการเพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ได้เข้ามาประมูลโครงการร้อยล้านเล่นๆ จากนั้นบริษัทที่สนใจจึงไปร่าง proposal พร้อมใบเสนอราคามาในวันยื่นซอง

เมื่อถึงวันเปิดซอง (ประกาศ สอบราคา )คณะกรรมการที่ได้ตรวจราคาและสเป็คเรียบร้อยแล้วจะแจ้งให้บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาเจรจาเรื่องการขอลดราคาอีกครั้งหนึ่ง (ถ้าลดได้ ก็ถือว่าฝ่ายจัดซื้อมีผลงานใช้ได้ ) และจากนั้นก็จะมีการชี้บริษัทที่ได้รับคัดเลือกในที่ประชุมท่ามกลางสักขีพยาน จากนั้นจึงดำเนินการด้านสัญญาและภาษีต่อ บริษัทผู้รับจ้างอาจต้องจ่ายค่าประกันโครงการให้ผู้จ้างก่อนเพื่อเป็นการป้องกันการหนีงานกลางคันเป็นเปอร์เซ็นแล้วแต่ตกลง โดยมากอยู่ที่ 5- 10% เช่นโครงการสามล้าน ทีมงานอาจต้องจ่ายถึง 3แสนบาท นอกจากนี้สัญญาและเทอมจ่ายเงินอาจจะมีการตีกลับกันไปกันมารวมทั้งต้องเซ็นกันหลายฝ่ายมากตั้งแต่ฝ่ายสัญญา ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายที่ต้องการระบบ ฝ่าย IT ฝ่ายการตลาด ฯลฯ (บางครั้งโปรเจ็คจะเสร็จแล้วสัญญายังไม่เสร็จเราก็ยังเก็บเงินไม่ได้ต้องระวังตรงนี้ด้วย) จากนั้นจึงส่งสัญญาพร้อมสำเนาเอกสาร TOR ที่ตกลงกันแล้วพร้อมเอกสารประกัน และทางบริษัทผู้รับจ้างยังต้องไปเสียอากรแสดมป์หรือค่าสลักหลังสัญญาเป็นจำนวนเงินสัดส่วนตามโครงการที่สรรพากร (ค่าสลักหลังและอากรแสดมป์นี้ถือได้ว่าเป็นการให้สรรพากรเป็นพยานในสัญญาและสรรพากรก็เป็นเสือนอนกินทีเดียวครับ) เมื่อสัญญาเรียบร้อยจะถือว่าเป็นการเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรรัฐมีหลายแบบคือ

  • ขั้นตอนการซื้อและการจ้างโดยวิธีตกลงราคา
  • ขั้นตอนการจัดซื้อ/จ้างโดยวิธีสอบราคา
  • ขั้นตอนการซื้อและการจ้างโ่่ดยวิธีประกวดราคา
  • ขั้นตอนการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
  • ขั้นตอนการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ
  • ขั้นตอนการจัดซื้อ / จ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ
  • ขั้นตอนการจัดซื้อ / จ้างโดยวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ( E ? Auction )

แต่ละแบบจะมีขั้นตอนต่างกันบ้างซึี่งต้องทำความเข้าใจตามโครงสร้างนี้คร้ับ

สำหรับโครงการแต่ละอันจะเข้าหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างแบบไหนลองพิจารณาตามราคาและลักษณะของโครงการดังนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม การจัดซื้อจัดจ้าง

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๙
ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการการซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
เว็บไซต์จัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล
โพสน่าสนใจ เว็บราชการทำไมถึงแพง
โพสน่าสนใจ การคิดราคาเว็บ : ว่าด้วยความหมายใน Quotation/เปรียบเว็บกับบ้าน

Comments

  1. ขอบคุณมากๆครับ อยากให้พี่เขียนบทความแนวนี้เยอะๆ เพราะหาอ่านที่ไหนไม่ได้เลยครับ

    ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “ต้นทุนการทำเว็บไซต์” จากเรื่อง “ทำเว็บธนาคาร ตอนที่ 0”
    ผมส่งเมล์ไปที่ email พี่แล้ว ไม่ทราบได้รับไหมครับ? ฝากตอบให้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

    ป.ล.เมล์พี่พัชรหายากมากๆๆๆๆ

  2. ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์มาก กำลังหาอยู่เลยครับ ตอนนี้กำลังทำใบเสนอราคาไปกับบริษัท

    แต่เราเป็น ฟรีแลนซ์ แล้วไม่เคยทำกับบริษัทมาก่อน ไม่ค่อยอยากรับเลย

    แต่หัวหน้าฝ่ายการตลาดเค้ารู้จักกันเป็นการส่วนตัว พี่เค้าเลยอยากให้เราทำให้ ตอนนี้เครียดเรื่องนี้มาก เรียนอยู่ด้วยอะ ไม่รู้จะปฏิเสทพี่เค้ายังไง (แต่ตังก็อยากได้ หุหุ)

    ได้เอาความรู้จากบล็อกคุณพัชไปใช้ได้เยอะเลย ขอบคุณครับ

  3. พี่พัชรครับ ถ้าเป็นในกรณีที่ผมเจอกับลูกค้าบางคนคือ
    ลูกค้าเปลี่ยน Template อยู่เรื่อยๆไม่หยุดสักที แต่พอได้ template ที่ถูกใจ
    ก็เงียบหายไปเลย เวลาโทรไปก็บอกว่าไม่ว่างติดลูกค้าอยู่ ติดธุระนู้น ติดธุระนี่
    เลื่อนนัดไปเรื่อยๆ ตอนนี้จะปาเข้าไป 2 เดือน ผมเริ่มทำเว็บให้ลูกค้าคนนี้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน
    จนถึงเวลานี้เงินงวดสุดท้ายยังไม่ถึงมือผมเลยครับ แบบนี้จะแก้ปัญหายังไงดีครับ
    ที่ทำให้ลูกค้าคนนี้เพราะว่ามีคนรู้จักแนะนำมาเลยเชื่อใจทำให้

    ปล.เป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งใน เชียงใหม่..

  4. เพิ่งโพสต์ขั้นตอนการทำงานออกแบบไป มาโฆษณาที่นี่เลย เผื่อเป็นประโยชน์ :)

    http://board.wordpress.in.th/topic/23#post-72

  5. ขอบคุณคุณพัชรครับสำหรับข้อมูล

  6. เฮ้อ ที่โดนเจ้านั้นไปให้คนอื่นดีไซน์ นี่ฟ้องไม่ได้ใช่ไหม เพราะมันเอาไปเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อย

  7. บทความดีหลายๆครับ

  8. เป็นประโยชน์มากเลยครับ น่าจะมีบทความแบบนี้เยอะหน่อย
    ผมเป็นมือใหม่ไม่รู้จะหาขอมูลจากที่ไหน ต้องขอบคุณพี่ พัชร มากเลยครับ