เยือนถ้ำ Joomla! : ทำ proposal ที่ Marvelic Engine

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา TiGERiDEA ไปเยือน Marvelic Engine เพื่อช่วยกันเขียน Proposal โปรเจ็ครัฐบาลตัวหนึ่งแบบเร่งด่วนมากๆ ผมเองไม่ค่อยได้ช่วยเท่าไหร่หรอกครับ 😛 ส่วนใหญ่จะเป็นคุณนุ่นร่างเองซะมากกว่า และ @Macroart ได้ช่วยให้คำแนะนำในส่วนของภาคการฝึกอบรมในโปรเจ็ค ส่วน@iMennนอกจากจะทำ Mock up เว็บตัวอย่างเรียบร้อยแล้วก็ได้รับแรงบันดาลใจบางอย่างจากทีม Joomla! จนเอ่ยปากบอกผมว่าอยากไปลองหัด Joomla! ดูบ้างซะแล้ว !

TiGER ถ่ายรูปร่วมกับคุณนุ่น(managing Director ของ Marvelic) และ @Macroart

TiGER ถ่ายรูปร่วมกับคุณนุ่น, managing Director ของ Marvelic และคุณ Macroart

@iMenn ได้เปรียบเทียบให้ผมฟังว่า Joomla! นั้นดูๆแล้วน่าจะคล้ายกับ windows คือมีโปรแกรมเยอะแยะเต็มไปหมดจนควรจะต้องมี know-how ที่จะรู้ว่าตัวไหนใช้ได้ดี (แน่นอนทีมอย่าง Marvelic นั้นมี know-how ระดับเทพอยู่แล้ว) และตัวที่ใช้ได้ดีบางตัวก็น่าจะต้องจ่ายตังค์ซื้อเพราะ Joomla! ต้องการกระตุ้นให้เกิดตลาด Developer ในขณะที่ตัว core ของ Joomla! นั้นเล็กและเรียบง่ายลงเรื่อยๆ แต่ WordPress นั้นทำตัวเหมือน Mac คือมี โปรแกรมน้อย แต่ว่าแต่ละตัวเน้นเจ๋งๆ และถูก include เข้าไปใน Core ของระบบทำให้ WordPress นั้นอ้วนขึ้นเรื่อยๆแทนครับ

แต่โดยสรุปง่ายๆหากมีการทำเว็บเกิดขึ้น , ถ้าเว็บเล็กมาก WordPress จะทำเสร็จเป็นคนแรก ,ถ้าเว็บสเกลกลางๆ เช่นมีพวก catalog อย่างตัวเว็บโจทย์ใน CMS showdown ที่ผ่านมาก Joomla! จะเสร็จเป็นเว็บแรก และสุดท้ายถ้าเว็บที่ใหญ่มาก มี Application มากมาย จะเสร็จ Drupal ครับ

Comments

  1. ทีม Joomla นี้เยี่ยมจริงๆ ครับ นับถือยิ่งนัก

    คุณพัชชมว่า “ทุกคนมีจิตใจแบบโอเพนซอร์ส แต่มีความเข้าใจกลไกธุรกิจ” ซึ่งผมว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญมากที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้

    หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันครับ :)

  2. อ่า มาแอบ ถ่ายรูป ตอบเราไม่อยู่ office ซะนี่ อดถ่ายด้วยเลย

    อาจจะด้วยความบังเอิญที่ ทีมมาร์เวลิค เกิดจากการที่เราได้ร่วมพัฒนาโอเพนซอร์ส จนวันหนึ่งเราคิดว่าเราอยากทำงานโอเพนซอร์สกันแบบเต็มตัว พอกระโดดออกมาทำบริษัทกันเองแล้ว นึงเข้าใจว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะรักษา balance คือทำโอเพนซอร์สด้วยแล้วก็เลี้ยงตัวเองได้ด้วย เหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ครับ 555

  3. การรักษาสมดุลเป็นเรื่องของคนทุกคน และทุกองค์กรต้องเผชิญเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าจะเจอเร็วเจอช้า ถ้าช้าๆ หน่อยคนในองค์กรไม่รู้สึกเลย (จะว่าไม่รู้สึกเลยก็ไม่ได้ แต่ทำเป็นไม่รู้ดูจะเข้าท่ากว่า) แต่การเจอก่อนก็ทำให้ปรับตัวได้เก่งกว่าน่ะค่ะ ยกนิ้วให้ Marvelic 2 โป้งเลย ขอชม Managing Director ด้วย สวยจัง+++