ความไร้ประสิทธิภาพ กับ การโกงกิน

การ์ตูนล้อการเมือง อนุญาติให้เผยแพร่ซะด้วย จาก  www.blackcommentator.com

การ์ตูนล้อการเมือง อนุญาติให้เผยแพร่ซะด้วย จาก www.blackcommentator.com

เมื่อวันก่อนหลังลองทิ้งคำถามลงไปในทวิตเตอร์เล็กน้อยเกี่ยวกับประเด็นด้านราชการ แต่ผมทิ้งประเด็นแรกไปก่อนที่ว่า “คนไทยไม่ต้องการคนโกงกินจริงหรือ?” เพื่อต้องการดู perception เกี่ยวกับโกงกินเป็นอันดับแรก และก็พบว่า คนส่วนใหญ่เกลียดการโกงกินอย่างมาก และมีความรู้สึกว่านักการเมืองนั้นโกงกินกันแทบทุกคน สาเหตุนอกเหนือจากการโกงที่อาจมีอยู่จริงแล้ว ยังมีที่มาจากเมืองไทยมีวาทกรรมว่าด้วยการโกงกินของนักการเมืองอยู่เต็มไปหมดนั่นเอง

ต่อมาผมก็ลองหย่อนประเด็นเรื่อง “การไร้ประสิทธิภาพ” เข้าไปด้วย เพราะหน่วยงานราชการบางแห่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถทำงานได้ หรือไม่ต้องการทำงานนั้นก็กำลังใช้เงินภาษีของประชาชนอยู่อย่างขมักเขม้นเช่นกัน และหย่อนคำถามที่ว่า การโกงกิน = การไร้ประสิทธิภาพ หรือไม่ ? เข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบดู ( จริงๆไม่ make sense ที่จะใช้เครื่องหมาย”เท่ากับ” ในลักษณะนี้แต่ผมอยากลองครับ ) เพราะผมคิดว่า พอเป็นเรื่อง “ความไร้ประสิทธิภาพ”นั้นทำไมคนไทยกลับรับได้ ? ทั้งที่ความ “ไร้ประสิทธิภาพ” ที่เราเป็นเป็นเรื่องปกติกับการ “โกงกิน”ที่เป็นเห็นเป็นเรื่องชั่วร้ายนั้นกลับให้ผลไม่ต่างกันเลยนั่นคือประชาชนไม่ได้อะไร และเสียภาษีไปฟรีๆนั่นเอง

คุณจ๋ง @warong คิดว่าที่ผ่านมา การโกง ถูกเน้นย้ำกันมามากแล้ว แต่การไร้ประสิทธิภาพ นั้นกลับถูกทำราวกับเป็นเรื่องปรกติธรรมดาจนชาชินที่ทุกๆ คนควรจะหาทางช่วยเหลือตัวเองเอาเอง และได้เพิ่มเติมว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว การต่อว่านักการเมืองมักจะเป็นในแนวที่เกี่ยวกับแนวคิดที่ไม่ตรงกันมากกว่า ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนานั้นเต็มไปด้วยคนที่ต่อว่าว่านักการเมืองโกงกินเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อได้ง่ายที่สุดและเข้ากับจริตของคนที่ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไร

และปรากฏว่าคุณลิ่ว @lewcpe ได้ตอบกลับในประเด็นที่น่าสนใจทีเดียวครับ เช่น

เราสามารถหาคนผิดให้กับความไร้ประสิทธิภาพได้ “ไอ้ระบบ” นี่รับบาปมาหลายสิบปีแล้ว ส่วนโกงกินนี่ คนทำดันมีชื่อและเดินได้

สักวันเราจะมี “ไอ้การเมือง” มารับบาปโกงกิน เหมือน “ไอ้ระบบ” มารับบาปด้อยประสิทธิภาพ

คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะน่ากลัวพอๆ กัน ตอนนี้เรามีทุจริตเชิงนโยบาย อีกหน่อยเราจะเริ่มกลัวการโกงจนเริ่มอธิบายไม่ได้

สิ่งที่ผมสรุปได้ตามความรู้สึกส่วนตัวก็คือ ความไร้ประสิทธิภาพนั้นกลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าเพราะมันไม่มีจำเลยที่สามารถจับเข้าคุกได้นั่นเอง ทุกคนโทษระบบราชการที่ไร้แรงจูงใจ แต่กลับ”พอรับได้” และเห็นว่า”ไม่ใช่ความผิดบาปที่ต้องเร่งแก้ไข” และเราก็ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทุกรูปแบบ ต่อต้านการแปรรูปทุกรูปแบบ ตามประสาคนไทยที่มีความลักลั่นย้อนแย้งโดยตลอด

ในขณะที่นักการเมืองทุกคนถูกตราหน้าไว้แล้วว่าการกระทำทุกอย่าง มีแนวโน้มที่จะสามารถโกงกินได้ แน่นอนผมเองก็ไม่ชอบการโกงกินและก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนรู้สึกกว่าสิ่งนี้”มันรับได้” เพียงแต่รู้สึกว่าประเด็นที่กัดกินไม่แพ้กันอย่างเรื่องการไร้ประสิทธิภาพนั้นก็ควรจะให้ความสำคัญและพยายามจัดการเรื่องนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามคุณจ๋งได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าความไร้ประสิทธิภาพเกิดจากความอ่อนด้อยของความสามารถนั้น เราก็ยังพออภัยกันได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพที่มาจาก การปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวต่างหาก

ผมคิดว่าในวงการเมืองที่มีแต่ผู้ต้องการจ้องเล่นงานกันนั้น การปัดความรับผิดชอบเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เพราะคนไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานจริงๆจังๆ สุภาษิตอย่างเช่น “แกว่งเท้าหาเสี้ยน” นั้นก็ติดอยู่ในสมองของเราตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเราจะไม่มีทางสู้เพื่อความถูกต้องหากตนเองและครอบครัวต้องเดือดร้อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการตั้งหน่วยงานที่ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพองค์รวมอยู่เยอะมาก

ลักษณะราชการไทยนั้นเมื่อมีผู้บริหารใหม่ ก็จะเกิดวิสัยทัศน์ใหม่ เกิดองค์กรใหม่ องค์กรเดิมเมื่อผ่านมาระยะเวลาหนึ่งจะสะสมการเมืองภายในไว้เยอะมาก เมื่อไม่สามารถแตะต้องได้ก็ต้องปล่อยให้ใช้เงินภาษีต่อไปชั่วฟ้าดินสลายนั่นเองครับ ลองคิดว่าเรามีองค์กรราชการรวมไปถึงระดับชุมชนอยู่หลายหมื่นองค์กร หน่วยงานที่ลงท้ายว่า“แห่งชาติ” และสำนักงานนั้นก็มีมากมายแม้บางทีชื่อจะใกล้เคียงกันจนเราแทบจะแยกกันไม่ออก ผมลองสมมติคร่าวๆดูว่าถ้า Government Efficiency แบบดีที่สุด = 50% แล้วความสูญเสียมันควรจะเยอะเป็นหลักแสนล้านแบบที่ผู้เสียภาษีเห็นแล้วต้องน้ำตาซึมแน่ๆครับ

ลองสร้างวาทกรรมว่าด้วยการไร้ประสิทธิภาพกันบ้าง เพลาๆวาทกรรมนักการเมืองเลวลงบ้างก็ได้ครับ ส่วนผมขอเวลาไปศึกษาระบบราชการประเทศอื่นๆก่อน แล้วจะมีโพสเสวนากันอีกครั้งนะครับ :)

มีรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งสร้างหน่วยงานหนึ่งขึ้นมา ต้องใช้คน 300 คนในการ maintenance แต่ต่อมาไม่นานหน่วยงานนั้นหมดประโยชน์ลงเพราะมีข้อขัดข้องทางกฎหมายจากการไม่ศึกษาให้ดีถึงการตั้งหน่วยงาน ด้วยความที่ต้องการรักษาน้ำใจภายในองค์กรจึงตัดสินใจเลี้ยงคน 300 คนไปจนเกษียณโดยไม่ต้องทำงานอะไรที่เป็นฟังก์ชั่น คุณคิดว่าอย่างไรครับ ? และคุณรู้ไหมว่ามีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาและตกอยู่ในสภาพนี้อีกมากมายเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจ

Government Efficiency, Global Rankings, 2009
ระบบราชการของสิงค์โปร์
การเมืองของ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายๆเรา
บทความ
อำลาอาลัย…รัฐวิสาหกิจยอดแย่

Comments

  1. Anonymous Coward says:

    คุณ pan

    > การชี้นิ้วไปที่องค์กรใด องค์กรหนึ่ง ว่าเป็นเหตุของความล้มเหลวในปัจจุบันทั้งหมดคงจะไม่ถูกนัก
    คงจะไม่ถูกครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าองค์กรนั้นล้มเหลวน้อยลงครับ

    > การโกงกินแต่ละครั้งล้วนแต่เกิดจากความยินยอมของทั้งฝ่าย เอกชนและราชการ ทั้งนั้น
    เรื่องโกงผมก็เห็นด้วยกับคุณนะ แต่ผมเข้าใจว่าประเด็นบล็อกนี้อยู่ที่ความไร้ประสิทธิภาพของระบบนะครับ ซึ่งจะไปโทษใครไม่ได้นอกจากผู้บริหารองค์กรในระดับบน ระดับกลาง ระดับล่าง และจิตสำนึกของข้าราชการโดยรวม

    > ผมก็เสียใจด้วยที่คุณยอมแพ้กับความไร้ประสิทธิภาพของตัวเองเสียแล้ว แต่ผมเชื่อว่าคนไทยหลายคนยังไม่ยอมแพ้ครับ
    ข้อแรก ยอมรับความจริงไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ครับ
    ข้อสอง ผมยอมรับว่าระบบที่ผมโตมามันห่วย ไร้ประสิทธิภาพ การศึกษาภาคบังคับ 12 ปี บางประเทศสอนได้มากกว่าเราใน 9 ปี ผมกำลังด่าว่า “ระบบ” ของประเทศเรา ขโมยเวลาเยาวชนทุกคนไปหลายปี
    บล็อกนี้ไม่เกี่ยวกับการชี้นิ้วเลยครับ ผมมั่นใจว่าคุณพัชรไม่ได้โพสต์ให้ตัวเองดูดีขึ้น หรือให้ใครรู้สึกแย่ แต่แค่ให้คนอ่านได้ตระหนักถึงปัญหาที่ร้ายแรงอันหนึ่ง ปัญหามีเราก็ต้องกล้าชี้มันสิครับ ถึงจะเริ่มแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่มัวแต่เกรงใจ หรือกลัวเหยียบเท้ากันไปกันมา

    > ส่วนเรื่องปกป้องพวกพ้องหรือไม่นั้นก็เป็นสิทธิของคุณที่จะคิดแบบนั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าการจะชี้นิ้วดูํถูก(คำว่าดูถูกคุณเป็นคนพูดเองน่ะครับ)ว่าคนอื่นไร้ประสิทธิภาพกว่าตัวเองนั้น มันก็บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเจ้าของ ?นิ้ว? เยอะอยู่เหมือนกัน
    ผมเป็น anonymous coward ครับ ผมไม่มีตัวตน แต่ในขณะเดียวกันผมก็อยู่ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นไม่สำคัญเลยว่าคุณจะมองผมยังไง

  2. ความจริงสังคมไทยไม่ค่อยมีคนตั้งคำถามครับผมเลยทำบ้างซึ่งจะทำให้เกิดการคิดขึ้นมา
    ไม่มีใครคิดผิดหรอกครับเพียงแต่เราคิดในกรอบกระบวนทัศน์ของตัวเองเท่านั้น ผมเองก็ยังกรอบแคบอยู่ตอนนี้ก็อยากเรียนรู้กรอบของคนอื่นเหมือนกัน

    มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกเรื่อง สองเดือนก่อนพ่อผม (เป็น ขรก ตุลาการ) ไปดูงานที่อังกฤษเกือบสองอาทิตย์
    ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงรวมกับเงินค่าจัดการที่พักเดินทางท่องเที่ยวฯลฯ รวมกันแล้วตกคนละ 2,000,000 บาท
    (พ่อบอกว่ามีเงินสมทบจากรัฐบาลอังกฤษส่วนหนึ่ง) ผมไม่แน่ใจว่าไปกี่คนนะครับ แต่ส่วนใหญ่มักไปกันหลายสิบคน วันอาทิตย์นี้พ่อกับคณะจะไปอีกแล้ว ไปแถว ออสเตรีย สวิส ทั้งๆที่เมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งไปสวิสอิตาลีมา ! ผมเองเพิ่งกัดก้อนเกลือกินทำเรื่องเสียภาษีบริษัทไปเกือบล้านบาททั้งที่ไม่ได้กำไร (เพราะเรามีเงินกู้นอกระบบเยอะและสรรพากรไม่รับแจ้งเงินกู้นอกระบบ ส่วนทำไมกู้ในระบบไม่ได้เพราะว่าเราไม่มีสินทรัพย์ค้ำ) ก็เลยฉุนพ่อโดยไม่มีเหตุผลไปนิดหน่อย 😛

    พอมาคิดดูอีกทีเออ พ่อเราก็ไม่ได้โกงใครนี่นา ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมายตามหลักการ เพียงแต่ไปดูงาน ตปท. ปีละสองครั้งกับเพื่อนๆเท่านั้นเอง ใช้เงินไปไม่กี่ล้าน แถมได้รูปถ่ายเพียบ !

  3. ผ่านมาค่ะ แวะมาให้กำลังใจผู้ที่หวังดีกับประเทศไทยด้วยความจริงใจทุกคน

  4. อ่านดูบทความแล้วมีแต่น้ำค่ะ หาข้อมูลอ้างอิงไม่มีเลย พูดจากความรู้สึกทั้งนั้น

    แต่ชอบความเห็นคุณ pan ฟังดูแมนดี

  5. @fai อ้าว นึกว่าชอบคุณ pan เพราะมีข้อมูลอ้างอิง 😛

    ผมกำลังจะสัมภาษณ์ พนง.รัฐวิสาหกิจคนหนึ่งที่ตั้งใจทำงานเพื่อองค์กรและประเทศชาติอย่างมากพอดีครับ
    บังเอิญภรรยาแนะนำมา อย่างไรติดตามกันได้นะครับ จะได้เห็นมุมที่ดีๆของรัฐวิสาหกิจและราชการไปพร้อมๆกันด้วย :)

  6. ตัวเองเข้ามาทำงานในองค์กรของรัฐยังไม่ครบ 3 ปีดีนัก แต่ระบบการทำงานที่ประสิทธิภาพต่ำขององค์กรก็สามารถบั่นทอนความตั้งใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี(ประสิทธิภาพสูง)
    แม้ว่าระยะเวลาในการทำงานยังน้อย แต่ก็รู้สึกชื่นชมข้าราชการที่ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงๆในระบบที่ไม่เอื้ออำนวยมากๆ เป็นยอดคนมากๆ
    ว่าแต่ว่า พัชรกับเม่น ยังจำกันได้มั้ยว่าประสิทธิภาพ(ในเชิงวิศวกรรม)คิดกันมาอย่างไร
    ประสิทธิภาพ = งานที่ได้/งานที่ให้

    • โอ้ ประเด็นของ ดร.หนึ่งน่าสนใจมากครับ ! ประสิทธิภาพ = งานที่ได้/งานที่ให้
      แล้วแบบนี้ถ้าไม่ค่อยได้งานมาทำ จะเรียกว่าอะไรน่ะครับ ?

      สำหรับประเด็นประสิทธิภาพของผมจะเป็น มูลค่าที่ออกมา/เงินที่ได้ น่ะครับ
      ปกติ เอกชน ถ้าประสิทธิภาพต่ำเมื่อไหร่จะถูกลงโทษโดยธรรมชาติอยู่แล้วนั่นคือ เจ๊ง !

  7. ที่พัชรถามว่า “แล้วแบบนี้ถ้าไม่ค่อยได้งานมาทำ จะเรียกว่าอะไรน่ะครับ ?”
    ถ้าจะให้ตอบแบบสอนหนังสือ ก็น่าจะตอบว่า ก็ให้กลับไปดูสูตร เรากำลังหาอะไรกันอยู่ ถ้าหาประสิทธิภาพของระบบ ก็ดูระบบนั้นๆว่าเป็นอย่างไร งานที่ได้ออกมาก็เป็นสิ่งที่ได้ออกแบบมาตั้งแต่ต้นแล้ว ที่ประสิทธิภาพไม่เต็ม 100% ก็มาจาก loss ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ถ้าลด loss ได้ ประสิทธฺภาพก็จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่งานที่ให้นั้น เท่าเดิม
    ถ้าจะตอบแบบคนทั่วๆไป ก็จะขอตอบว่า แสดงว่า ผลงานไม่เป็นที่เตะตา 555

    ขอคิดต่างเรื่องเจ๊ง
    เจ๊ง น่าจะมาจาก ผลต่างของรายได้รวมกับการลงทุนเป็นลบ (มูลค่าที่ออกมา – เงินที่ได้รับมา)ซึ่งดัชนีชี้วัดที่นิสิตปี 4ใช้ในการวิเคราะห์ระบบ(โปรเจ็คจบ)อยู่ทุกวันนี้ คือ จุดคุ้มทุน (วิชาเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม)

  8. มาลงชื่อว่าได้อ่านแล้วครับ + การอ่านความเห็นของทุกท่านด้วย

    เรื่องการโกงกับการไร้ประสิทธิ์ภาพ
    นั้น ต้องทำความเข้าใจที่มาของมันเหมือนกัน
    เพราะเอาง่ายๆครับ คำว่า “โกง”หรือการทุจริตคอรัปชั่นนั้น
    โดยมากเราจะได้ยินจากการ “กล่าวหา” และนำไปสู่ “การค้นหาความจริง”

    แต่ “การไร้ประสิทธิภาพ” มันจะเห็นได้หลังจากที่มีการดำเนินงานหรือดำเนินการอะไรสักอย่างไปแล้ว

    แต่ทั้งสองอย่างนี้มันสอดประสานกันมาเป็นเวลานาน

    การไร้ประสิทธิภาพนั้น ก็เป็นช่องทางให้มีการทุจริต
    และการทุจริตก็เป็นสาเหตุให้เกิดการไร้ประสิทธิภาพได้

    ผมไมได้มายียวนหรอกครับ หรือตั้งประเด็น ไก่กับไข่

    …….

    ผมยกตัวอย่างรัฐบาลนี้ครับ หากเปิดใจมองเปิดใจดู
    ก็จะเห็นว่า การไร้ประสิทธิภาพ และการทุจริตมาแนบแน่นกันอย่างแยกไม่ออก

  9. ผมเกลียดไปคนชื่อเเพนดานบนหวะ อะรกันวะ พวกข้าราชการดีก็มีแต่มันน้อย คุณจะมาว่าอะไรพวกเราหาว่าพวกเราไปดูถูกข้าราชการ แมร่… เงินภาษีพวก ก… เอาคืนมาสิกี่บาทกี่สตางค์ ความจรีิงมันคือ
    ไอ้ คุณ PAN มันเป็นข้าราชการดีๆ หรือ ข้าราชการ (เฮงซวย) หละ มันอยู่ตรงนี้ แต่ส่วนมากข้าราชการ มันเฮงซวยสะส่วนมาก

  10. แต่ถ้าพวกคุณคิดว่า พวกคุณเป็นคนที่ ยุติธรรม เราก็ยินดี ที่จะชื่นชมคุณ นะ คุณ PAN ยังไงผมหวังว่า คุณ

    แะเพื่อนๆข้าราชการของคุณ เป็นข้าราชการที่ดี และขอให้ดีตลอดไปนะครับ ฝากไว้ จงนึกถึงปากท้องของคนที่ด้อยกว่าพวกคุณ สงสารพวกเค้าครับ ฝากกกกกกกกก

  11. ต่อต้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ คือการรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง
    เพื่อคงสภาพการคอรัปชั่นเวลา – ภาษี หรือไม่ ?

    กระตุ้นการฉุกคิดดีครับ

    เอาตรงๆคือคนในองค์กร ไม่อยากให้องค์กรเปลี่ยนแปลง
    เพราะต้องทำงานหนักขึ้น จากการที่องค์กรกลายเป็นบริษัทที่ต้องมีคู่แข่ง
    ต้องมีการวัดผลแบบ ROI ต้องจำกัดรายจ่าย เพิ่มรายรับให้มีประสิทธิภาพหรือเปล่า

    เหตุผลหลักจริงๆ ในสามัญสำนึกของคนคงตรงนี้
    พอมีเหตุผลหลักในใจ ว่าจะต้องเสียผลประโยชน์ เลยต้องพยายามหาเหตุผลอื่นที่ดูดีมาประกอบ
    เพื่อต่อต้านความเปลี่ยนแปลง ที่จะทำให้ตนเสียผลประโยชน์