คุณอยากเป็นผู้ประกอบการใช่ไหม

คุณอยากเป็นผู้ประกอบการใช่ไหม

คัดจาก “วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน” ฉบับที่2 โดยสำนักพิมพ์ openbooks เป็นหนังสือที่รวบรวมสุนทรพจน์สิบชิ้นที่กล่าวในงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ที่ผู้แปล (“คนชายขอบ” -สฤณี อาชวานันทกุล )ได้รวบรวมไว้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือสุนทรพจน์ของ Barack Obama ด้วยครับ

วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่ม 2

วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่ม 2

ในฐานะของบล็อกของพัชร ซึ่งมีทิศทางการเขียนด้านการทำธุรกิจก็เลยอยากจะแนะนำสุนทรพจน์ของคุณ Guy Kawasaki ที่กล่าวที่ Babson College ตั้งแต่ปี 2000 เรื่อง “คุณอยากเป็นผู้ประกอบการใช่ไหม” โดยขออนุญาตตัดตอนของคำนำก่อนพูด(ที่จริงๆแล้วก็ปูพื้นได้สนุก)และตอนจบออกไปนะครับ ใครสนใจไปหาซื้อกันได้ครับ ส่วนผมยืมคุณเม่นอยู่เลย 😛

คุณ Guy ใช้วิธีเล่าแบบ Top ten ไล่จากสิบลงมาหนึ่ง

10.อ้าแขนรับสิ่งที่คุณไม่รู้

สมัยปลายทศวรรษที่ 1800 แถวนี้มีอุตสาหกรรมน้ำแข็งที่กำลังเจริญรุ่งเรือง พ่อลูกหลายคู่ช่วยกันตัดน้ำแข็งในทะเลสาบและบึงเป็นก้อนๆส่งขายไปทั่วโลก

นักตัดน้ำแข็งเหล่านี้ถูกบริษัทที่คิดค้นโรงงานน้ำแข็งบีบให้ออกจากธุรกิจ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดและขนส่งน้ำแข็งอีกต่อไป เพราะบริษัทเหล่านั้นสามารถผลิตน้ำแข็งที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ในทุกฤดูกาล

หลังจากนั้นบริษัททำน้ำแข็งเหล่านี้ก็ถูกบริษัทตู้เย็นบีบให้ออกจากธุรกิจ ถ้ามันเป็นเรื่องสะดวกสบายที่จะทำน้ำแข็งในโรงงาน คุณก็ลองนึกดูว่ามันจะดีกว่าแต่ไหนถ้าเราสามารถทำน้ำแข็งและเก็บมันไว้ที่บ้านของเราทุกคน

ที่น่าสนใจก็คือ ไม่มีบริษัทไหนเลยที่เปลี่ยนสถานะจากการเป็นนักตัดน้ำแข็ง ไปเป็นโรงงานทำน้ำแข็ง ไปเป็นบริษัทผลิตตู้เย็น เพราะพวกเขาต่อต้านสิ่งที่ไม่เคยรู้ และยอมรับแต่สิ่งที่รู้แล้ว ถ้าคุณอยากเป็นผู้ประกอบการ จงทำในสิ่งตรงกันข้าม นั่นคือ จงรัก อ้าแขนรับ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และสร้างสรรค์สิ่งที่คุณไม่เคยรู้

9. อย่าขอให้คนทำอะไรที่คุณไม่อยากทำ

สมมติว่าคุณเป็นคนสร้างกับดักหนูที่เจ๋งที่สุดในโลก โดยใช้ระเบิดปรมาณูขนาดจิ๋ว คุณฆ่าหนูได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งประดิษฐ์ของคุณมีบางประเด็นที่น่ากังขา

  • คนที่ติดตั้งกับดักต้องจบปริญญาเอกฟิสิกส์
  • คุณต้องหาพื้นที่ทิ้งหนูตายเจือกัมมันตภาพรังสีที่อยู่ห่างออกไป 100 ไมล์
  • ราคาสินค้าชิ้นนี้คือ $50,000

คุณคงไม่ซื้อสินค้าแบบนี้แน่ๆ แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าคนอื่นจะซื้อล่ะครับ?

ลองจินตนาการว่าถ้าผู้บริการสายการบินยอมมานั่งเครื่องบินชั้นประหยัดแล้วลองกินอาหารที่ผู้โดยสารถูกบังคับให้กิน? โลกคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป – อย่างขอให้คนทำอะไรที่คุณไม่อยากทำ

8. เน้นที่การลงมือปฎฺิบัติ

ในช่วงสิบห้าปีแรกของอาชีพของผม ผมคิดว่ากุญแจของการเป็นผู้ประกอบการคือคุณภาพของไอเดีย แต่ผมคิดผิด ไอเดียดีๆนั้นป็นเรื่องง่าย แม้แต่ไอเดียสุดยอดก็ง่ายเหมือนกัน

ไอเดียไม่ใช่กุญแจของการเป็นผู้ประกอบการ การลงมือปฏิบัติต่างหากที่เป็นกุญแจ และยิ่งไปกว่านั้น กุญแจของการลงมือปฎฺิบัติคือการสร้างทีมที่ดี

ทุกคนสามารถนั่งคิดไอเดียดีๆได้ทั้งวัน ผมจะให้ไอเดียที่มีค่าหลายพันล้านเหรียญกับคุณตรงนี้เลย – สร้างระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเร็ว มีขนาดเล็ก ใช้ง่าย และไม่มีบั๊ก โอเคครับ เอามันไปใช้ได้เลย

มาหาผมนะถ้าคุณทำได้และต้องการเงินทุน

7. อย่าวิตกจริต

ถ้าคุณมีไอเดีย แบ่งปันให้คนอื่นรู้ หารือกับคนอื่น ถามว่าคนอื่นคิดยังไง อย่าเก็บมันไว้คนเดียว สร้างพันธมิตรและแนวร่วม ออกใบอนุญาตให้คนอื่นเอาไปใช้

ทำทั้งหมดนี้เพราะอย่างที่ผมพูดไปแล้วว่า กุญแจไม่ได้อยู่ที่ความพิเศษของไอเดีย แต่อยู่ที่ความสามารถของคุณที่จะทำให้มันเป็นจริง

ถ้าคุณมีไอเดียดี ตั้งสมมติฐานได้เลยว่ามีคนอีกห้าคนที่กำลังทำเรื่องเดียวกันนี้อยู่ ถ้าคุณมีไอเดียสุดยอด ก็ตั้งสมมติฐานได้เลยว่ามีคนอีกสิบคนกำลังทำเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

ผมไม่เคยพบผู้ประกอบการคนไหนที่วิตกจริต ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จล้วนแบ่งปันไอเดียของพวกเขา แบ่งปันหุ้นของพวกเขา แบ่งปันความฝันของพวกเขา และเปลือยจิตวิญญาณของพวกเขา

6.เป็นผู้ประกอบการด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

นี่คือบทเรียนที่ยากที่สุดในบรรดาบทเรียนทั้งหมด คุณอาจจะคิดว่าเป้าหมายของการเป็นผู้ประกอบการคือการแสวงหาสภาพคล่องในฐานะเครื่องมือที่จะทำให้คุณ “มีความสุข” และคุณอาจจะคิดว่าความสุขเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้

  • ไอพีโอ (การเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก-ผู้แปล)
  • บ้านหลังใหญ่
  • รถสปอร์ต
  • เครื่องบินส่วนตัว

“ความสุข”เป็นสิ่งที่อยู่เพียงชั่วคราวและไม่ยั่งยืน มันไม่ควรเป็นเป้าหมายของการเป็นผู้ประกอบการ

ความเบิกบานใจคือเป้าหมายที่ถูกต้อง ความเบิกบานใจอยู่ตรงข้ามกับความสุขที่มันคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ มันมาจากการวิ่งไล่ตามความสนใจและสิ่งที่คุณรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่”ชัดเจน”ว่าจะนำไปสู่ความสุข มันมาจากการสร้างทีมงานที่ดี มาจากครอบครัว มาจากเพื่อนฝูง และมาจากสิ่งของต่างๆที่ราคาไม่แพง หรือไม่อย่างงั้นก็ไม่ตอ้งใช้เงินซื้อเลย มันมาจากการทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น จงไปพัฒนาสินค้าหรือบริการที่คุณรัก สิ่งนั้นจะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น เมื่อชีวิตของคุณเดินทางมาถึงจุดจบพระเจ้าจะไม่ถามคุณว่าบริษัทของคุณมีมูลค่าตลาดเท่าไหร่ เธออาจจะถามว่าคุณทำให้โลกนี้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง

5.เรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง

การเรียนรู้เป็นกระบวนการ ไม่ใช่เหตุการณ์หนึ่ง ผมเคยคิดว่าการเรียนรู้จะสิ้นสุดเมื่อผมได้รับปริญญา นั่นไม่เป็นความจริง ผู้ประกอบการไม่เคยหยุดเรียนรู้และอันที่จริง การเรียนรู้มันง่ายกว่าเดิมที่จะมองเห็นความเกี่ยวโยงที่อธิบายว่าเหตุใดคุณถึงจำเป็นต้องเรียนรู้

อย่างสับสนระหว่างโรงเรียนกับการเรียนรู้ คุณอาจจะไปโรงเรียนแต่ไม่ได้รู้อะไรเลย และคุณก็สามารถเรียนรู้อะไรๆได้มหาศาลนอกรั้วโรงเรียน

ถ้าคุณอยากเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง

4.ทำทุกอย่างให้กระชับ

3.เคารพในสิ่งสัมบูรณ์

สิ่งต่างๆในโลกนี้เปลี่ยนแปลงจากสิ่งสัมบูรณ์(absolute) ไปเป็นสิ่งเปรียบเทียบ (relative)ตอนที่คุณยังเป็นเด็ก การโกหก หรือการลักขโมย ล้วนเป็นเรื่องที่ผิดอย่างสัมบูรณ์ เมื่อคุณโตขึ้น และโดยเฉพาะเมื่อคุณไต่ลำดับขั้นในธุรกิจ คุณอาจจะถูก”ระบบ”เย้ายวนให้คิดในเชิงเปรียบเทียบ

“ผมไม่ได้โกงภาษีเท่ากับเพื่อนร่วมงานของผม”
“ผมไม่ยัดใส้ใบขอเบิกค่าใช้จ่ายเท่ากับคนอื่นๆ”
“ผมไม่ตกแต่งบัญชีของเท่ากับของบริษัทอื่น”

คิดแบบนี้ผิด โลกมีสิ่งถูกต้องอย่างสัมบูรณ์ (absolute rights) และผิดอย่างสัมบูรณ์ (absolute wrongs) ผู้ประกอบการเป็นตำแหน่งที่สังคมชื่นชอบ ดังนั้นคุณจึงมีพันธะทางศีลธรรมในการสร้างบรรทัดฐานให้สูง

คิดถึงการจบปริญญาของคุณว่าเป็นไอพีโอของคุณ โลกทั้งโลกเฝ้าดูคุณอยู่ ดังนั้น จงทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี

2.เล่นเพื่อเอาชนะ

เล่นเพื่อเอาชนะ และอย่ายอมให้ไอ้งั่งทั้งหลายทำให้คุณเชื่อว่าควรทำอะไรที่น้อยกว่านั้น อันที่จริง ยิ่งมีไอ้งั่งบอกคุณมากเท่าไหร่ว่าคุณประสบความสำเร็จไม่ได้ คุณก็น่าจะยิ่งกำลังเข้าใกล้มันมากขึ้นเท่านั้น

การเล่นเพื่อเอาชนะคือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้ มันช่วยให้คุณเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง มันช่วยให้คุณปรับปรุงโลกใบนี้ และในระหว่างนั้นก็ยกระดับความคาดหวังสำหรับคนอื่นๆทุกคนด้วย

แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะ คุณก็แค่ต้องมั่นใจว่าคุณแพ้ในระหว่างที่กำลังพยายามทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่

ชีวิตที่ไม่เคยสำรวจตรวจสอบตัวเองอาจไม่คุ้มค่าแก่การใช้ แต่ชีวิตที่ไม่เคยใช้ก็ไม่คุ้มค่าแก่การสำรวจตรวจสอบเช่นกัน จงมั่นใจว่าชีวิตของคุณคุ้มค่าที่จะสำรวจตรวจสอบ

1.มีความสุขกับครอบครัว มิตรสหาย และเพื่อนร่วมงานของคุณ ก่อนที่พวกเขาจะจากไป

ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการโดยตรง มันเป้นภาพที่ใหญ่กว่านั้นอีก

นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดในบรรดาบทเรียนทั้งหมด

ไม่มีอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง อำนาจ หรือชื่อเสียง ที่จะสามารถทดแทนครอบครัวและเพื่อนๆของคุณได้ หรือนำพาพวกเขากลับมาหลังจากที่พวกเขาลาจากไปแล้ว

ผมพยากรณ์ว่าลูกๆ (ที่พวกเราในซิลิคอนวัลเลย์ เรียกว่า “spinoffs”) จะนำพาความเบิกบานสูงสุดมาให้กับชีวิตของพวกคุณ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาจบปริญญาเหมือนกับคุณ และสามารถชำระใบเสร็จของตัวเองได้แล้ว

Comments

  1. แนวทางการเขียนของ Guy จะออกไปในเชิง practical + positive thinking แบบนี้ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาต้องมีอาชีพหลักคือการพูดด้วย มุมมองแบบนี้มักจะขายได้เสมอ (ผมก็ลูกค้าประจำคนหนึ่งเลย)

    ในหนังสือ Reality Check ของเขาก็จะมาแนวคล้ายๆ กันแต่ยาวกว่า ถ้าสนใจก็เอาของผมไปอ่านได้ครับ (แต่ยาว ยาวมากๆๆ)

  2. @ mk ขอบคุณมากครับ เห็นแว่วๆไม่แน่ใจว่าคุณเม่นก็มี อย่างไรผมจะลองถามคุณเม่นก่อนนะครับ :)

  3. ต้องไปหาซื้อบ้างละครับ^^ เล่มแรกอ่านจบก็ประทับใจสุดๆ

    ปล. บล็อกนี้สุดยอดเลยจริงๆ .. เสียเวลาไปชั่วโมงนึง รู้สึกว่า ได้อะไรดีๆเยอะมาก

  4. BillBlog says:

    ขอบคุณข้อมูลดีๆ ครับ :)

  5. ขอบคุณที่เอาหนังสือมาแนะนำ เดี่ยวไปหาอ่านดูมังดีกว่า ถึงแม้จะไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้เท่าไหร
    แต่ดูเนื้อหาแล้ว เป็นสิ่งที่คิดว่าตัวเองต้องการหาคำตอบอะไรบ้างอย่างอยู่

    ขอบคุณอีกครั้ง

  6. arneja5 says:

    โอ้ว ผมชอบจังเลย เดียวไปหาบ้างกั้บ

  7. เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่น่าเอาเป็นตัวอย่างครับ

    อิอิ

  8. i’m interested ,where can i buy this book ?

  9. ++++ ชอบมากๆๆๆๆ

  10. โคตรชอบเลยครับพี่

Trackbacks

  1. […] ดังสุนทรพจน์ของคุณ Guy Kawasaki ที่กล่าวที่ Babson College ในข้อ 7 และ 8 […]

  2. […] ดังสุนทรพจน์ของคุณ Guy Kawasaki ที่กล่าวที่ Babson College ในข้อ 7 และ 8 ว่า  (อ้างอิง พัชรี […]