ปรมาจารย์ ครู ศิษย์ และธุรกิจการเรียนรู้

ในแวดวงดนตรีคลาสสิคสมัยก่อน เด็กๆพยายามไขว่คว้าอาจารย์ระดับปรมาจารย์เพื่อเรียนดนตรีคลาสสิคเพื่อไปถึงขั้นเป็นนักแสดงเดี่ยวนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เด็กจำนวนหลายหมื่นคนถูกคัดอย่างเข้มงวดเหลือเพียงไม่กี่คน ก่อนที่ปรมาจารย์จะเริ่มสอนและบอกเด็กกว่า 80% ในนั้นให้ไปทำอย่างอื่นเสียเถิด เพราะความสามารถของปรมาจารย์นั้นสูงส่งและเหมาะกับเด็กที่มีพื้นฐานสูงส่งจริงๆ และเด็กที่เหลือก็ต้องถอดใจ

แต่ปัจจุบันในยุค “เรียนง่าย จ่ายครบ จบแน่” นั้น ทุกๆคนมีสิทธิเรียนเท่ากัน และฝันว่าจะได้อาจารย์ระดับ ปรมาจารย์ที่เก่งที่สุดมาสอนตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่า ระดับที่แตกต่างกันและความ Perfectionist ของอาจารย์นั้น ไม่สามารถทำให้การสอนสัมฤทธิ์ผลได้ง่ายๆเลยเพราะ Miles Stone ของการเรียนของเด็กนั้นไม่เท่ากัน ถ้าเราเคยเรียนมหาวิทยาลัยกับอาจารย์ในตำนานคงเข้าใจจุดนี้ดี เพราะฉนั้นเด็กๆควรจะเรียนกับ อาจารย์น้อยก่อนเสมอแล้วจึง Workshop กับปรมาจารย์ที่มีค่าตัว Man-day มโหฬารจะเหมาะสมกว่าซึ่งมักเหมาะสมกับธุรกิจโรงเรียนเฉพาะด้านทั่วไปครับ สรุปคือ ในระยะยาวเราไม่ควรให้ปรมาจารย์”สอน”แต่ควรให้ปรมาจารย์”แนะแนว”มากกว่า

รูปแบบการเรียนกับปรมาจารย์นักเรียนต้องอดทนทนและค้นหาความหมายด้วยตัวเอง แต่หากปัจจุบันการสอนแบบ The Karate Kids นั้นคงไม่สามารถทำได้เพราะอาจารย์คงถูกฟ้องก่อนเด็กจะเรียนรู้สำเร็จ

รูปแบบการเรียนกับปรมาจารย์นักเรียนต้องอดทนทนและค้นหาความหมายด้วยตัวเอง แต่หากปัจจุบันการสอนแบบ The Karate Kids นั้นคงไม่สามารถทำได้เพราะอาจารย์คงถูกฟ้องก่อนเด็กจะเรียนรู้สำเร็จ

ปัจจุบันที่ iSchool ผมก็พบปัญหานี้บ้างเช่นกัน เด็กๆหลายคนอยากเรียนกับ @imenn และผมแน่นอน ซึ่งเวลาของทั้งสองคนนั้นก็มีจำกัด (แหะๆ ผมไม่ใช่ปรมาจารย์นะ แต่คุณเม่นน่ะไม่แน่) สำหรับผมจะใช้วิธี training อาจารย์น้อยให้ผ่านระดับหนึ่งเสียก่อนแล้วให้อาจารย์เหล่านั้นไปสอนเด็ก หากเด็กคนไหนผ่านระดับเบื้องต้นแล้ว ผมจึงค่อยไปไกด์และ Workshop ให้ซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่าครับ แต่สำหรับคุณเม่นนั้น ทางเรายกให้เป็น iCon ประจำโรงเรียนใช้โชว์เป็นหลัก 😛 เพราะคุณเม่นนั้นได้ค้นพบแล้วว่าตนเองเหมาะจะเป็น”เจ้าสำนัก“มากกว่าครูใหญ่โรงเรียนกวดวิชา เนื่องจากปรมาจารย์ WordPress อย่างคุณเม่นคงไม่สามารถรับคำถามที่ว่า “พีคับเวิดเพศคืออะไรคับ ผมยากทัมเวปสวยๆทัมยางงายคับ ?” ได้นั่นเอง 😀 ~ แต่คงยินดีเสวนาวงการกับวิเคราะห์บทบาทของเว็บและธุรกิจให้นักเรียนมากกว่า

กำลังรวบรวมคำพูดเขียนบล็อก การตั้งคำถาม 101 กับ การเสนอประเด็น 101 อีกทีครับ 😛

Comments

  1. ท่านโอโชเคยกล่าวไว้ว่า “คนเป็นอาจารย์นั้น หากต้องการจะทำงานจริงจัง จะต้องไม่เป็นที่สังเกตของผู้ที่ไม่ได้แสวงหาอย่างแท้จริง”

    ผมคิดว่า อาจารย์ที่ดัง จะลงลึกมากไม่ได้ เพราะความดังมันค้ำคอให้ mass (คือเร่ิมกลายเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องเอาใจทุกฝ่าย และต้องรักษาภาพพจน์)

    เจ้าสำนักจึงไม่อาจรับราชการและรับใช้อำมาตย์ (ปัจจุบันคงรวมถึงรับใช้สื่อด้วย) หลบซ่อนในเทือกเขากับสาวๆ ดีกว่า เอ๊ย ไม่ใช่

    อย่างไรก็ตาม กระผมยังไม่ใช่เจ้าสำนักและปรมาจารย์ กระผมเป็นแค่พาดาวันหนุ่มผู้ฝึกวิชาลุ่มๆ ดอนๆ ในป่าเขา (กับสาวๆ เอ๊ย ไม่ใช่) เท่านั้นเอง

    😀

  2. @iMenn : กับหนุ่มๆ เอ๊ย ไม่ใช่

  3. เห็นด้วยเลยครับ ความต่างจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญมากๆ มาสอนให้ศิษย์ทั้งหมดไม่ได้

    หนูอยากเรียน WordPress และ CSS กับเจ้าสำนัก @iMenn คร้าบบ ฮิฮิ

  4. เจ้าสำนัก นั้นดีกว่าแน่นอนครับ จำผิดได้เร็วกว่า ก็จะแก้ไขให้เด็กได้ครับ

    อย่างของผมนั้น ศาสตร์เป่าทรัมเป็ต เพิ่งรู้ว่ามันเฉพาะมากๆ
    ไม่เหมือนเป่าแตรตัวอื่น มี pedagogy เฉพาะเลย แล้วก็มีวิธีเฉพาะทาง

    ดังนั้น ก็ต้องการปรมาจารย์ถ่ายทอดครับ วิธีแก้ ก็คือ
    จัดให้มี Master Class ครับ หมายความว่า
    เด็กทรัมเป็ตทุกคนจะได้เรียนตัวต่อตัว กับอ.ประจำ
    แต่ทุกๆ เดือนหรือสองเดือน จะมีจัดให้ปรมาจารย์จากที่อื่น
    มาสอน โดยให้เด็กทุกคนมารวมกัน แล้วเลือกบางคน
    มาเป่าให้ดู พวกที่เหลือก็นั่งดู ได้ความรู้เหมือนกันครับ

    วิธีที่เราทำกัน คือ อ.ม.เกษตร (อ.อ้น สุรเชษฐ์ ที่เป่าให้ Soul After Six)
    ก็ไป workshop ให้ ม.ศิลปากร ส่วนอ.ม.ศิลปากร (อ.เผือก) ก็จะไปสอน
    กลับให้ที่เกษตร เวียนๆ กันไป เด็กก็ได้หลายๆ แนวไปครับ

    แต่ละศาสตร์มันก็มีวิธีของมันนะ เราว่า

  5. คารวะ 1 จอกสำหรับเรื่องนี้ครับ
    จะอาจารย์น้อย หรือปรมาจารย์ ถ้าศิษย์ยังไม่มุ่งมั่น กี่อาจารย์ก็ไม่ต่างครับ (เขียนเตือนตัวผมเอง)

  6. ผมให้อีก 2 จอก เลยคับ

  7. ข้าน้อยขอคารวะทั่นเจ้าสำนัก